บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1987: เหตุไม่คาดฝัน!
ตอนที่ 1,987: เหตุไม่คาดฝัน!
เสียงหนึ่งอุทานลั่น
จอมเทพทั้งหลายหน้าเปลี่ยนสีกันอย่างถ้วนทั่ว
อำนาจของซูอี้เพิ่มพูนเป็นเท่าทวีเชียวหรือ?
ยามเขาถูกอวตารจำนงของคนตกปลาไล่ล่าเมื่อกาลก่อน แม้ซูอี้จะยืมอำนาจดาบเก้าคุมขังสุดกำลังยังแทบป้องกันตนเองไม่ได้
ทว่ายามนี้ หลังเคลื่อนขอบเขต ชายหนุ่มกลับสามารถหยุดการโจมตีประสานของจอมเทพนับสิบได้!!
ขณะเดียวกัน ทวยเทพนับร้อยต่างประดังโจมตี สารพัดสมบัติกู่ก้อง เคล็ดวิชาเลิศล้ำสะท้อนนิมิตสะท้านสะเทือนแพรวพราวเข้าโจมตีซูอี้
อำนาจถาโถมรุนแรงไม่แพ้กัน
เพราะถึงอย่างไร ในสมรภูมิแห่งยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นอวตารเจตจำนงของจอมเทพหรือเทพอื่นใดก็ล้วนถูกสะกดไว้ในระดับเทพชั้นล่างทั้งสิ้น
ยามทวยเทพนับร้อยร่วมมือโจมตี อำนาจบังเกิดก็เพียงพอให้ตัวตนระดับจอมเทพล่าถอย ไม่กล้าเข้าปะทะตรง ๆ ได้!
หนนี้ ซูอี้จึงไม่ได้อยู่เฉย
คู่เนตรของเขาเย็นเยียบเฉียบคมเช่นสายฟ้า ร่างวูบไหวทะยานด้วยการเหวี่ยงดาบ ปราณดาบก็ขยี้ท้องนภาเป็นแนวยาวเข้าทลายการโจมตีประสานของทวยเทพนับร้อยลงอย่างไร้ปัญหา
จากนั้นร่างเขาเริ่มกระโจนเข้าจู่โจมราวพยัคฆ์ขย้ำฝูงหมาป่า
“ตาย!”
ยามซูอี้ฟาดฟัน ปราณดาบฮุ่นตุ้นอันทรงพลังก็ทะยานพุ่ง ทำให้อวตารเจตจำนงของทวยเทพตรงหน้าทั้งหกแหลกสลายกลายเป็นแสงพร่างพรมละอองเยี่ยงดอกไม้ไฟโรยรา
“ฆ่า!”
ทวยเทพกลุ่มหนึ่งทะยานเข้ามาอย่างอาจหาญ
ทว่ายามกระโจนถึง ร่างของซูอี้ก็ได้หายวับไปโจมตีในอีกทิศทางแล้ว
รวดเร็วเช่นสายฟ้า เฉียบพลันเยี่ยงเคลื่อนกายพริบตา
“ตาย!”
เขาปรากฏขึ้นตรงหน้าทวยเทพนับสิบ เขาแทบจะประชิดตัวจนแตะต้องกันได้ ขณะที่ปราณดาบรอบกายกู่ก้องคำราม
เสียงกรีดร้องอย่างหวาดผวาดังระงมทุกแห่งหนที่ชายหนุ่มผ่าน
ร่างของเทพนับสิบนั้นแหลกสลาย พวกเขาหลายคนตกตายในพริบตาอย่างน่าสยดสยอง เจตจำนงถูกลบหาย
เปรี้ยง!
ซูอี้เปลี่ยนตำแหน่งของตนอีกครั้ง เขาฟาดฟันดาบโจมตีจากอีกฟากฝั่ง
ยามนี้เขาแข็งแกร่งเกินไป ร่างสูงใหญ่เปรียบเช่นมีดคมอันมิอาจกร่อนทำลาย เคลื่อนไหวพริบตา ฉีกกระชากการโจมตีของศัตรูหนแล้วหนเล่า ฝั่งตรงข้ามไม่อาจสกัดกั้นได้เลย
ในขณะเดียวกัน อวตารเจตจำนงเทพร่างแล้วร่างเล่าก็แหลกสลาย
เสียงกรีดร้องระงมสรวง
สะท้อนก้องไม่ขาดสาย!
ทวยเทพสิบกว่าตนนั้นไม่ได้อยู่เฉย พวกเขาโจมตีต่อเนื่องแต่ซูอี้ก็ปั่นป่วนศึกนี้จนไม่เหลือดีแล้ว!
เขาไม่ได้สู้กับพวกนั้นเลย ไม่ว่ายามใดที่โจมตี ซูอี้จะฉวยโอกาสหลบเลี่ยงโดยเหตุศึกอันแปลงเปลี่ยนตลอดเวลา
อำนาจในกายซูอี้ยังไม่มั่นคง หากต่อสู้ยิบตา รากฐานมหาวิถีของเขาจะสั่นคลอนและตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ
ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือการยื้อเวลา!
ยามวิถีเต๋าของชายหนุ่มเสถียรดี นั่นจะเป็นยามที่เขาสั่งตายศัตรูทั้งหลายด้วยดาบในมือ
“ฆ่า!”
ปราณดาบสะท้านสะเทือนฉวัดเฉวียนวูบไหวพร่างพราย
อาภรณ์เขียวแหว่งวิ่นของซูอี้เต็มไปด้วยคราบเลือดอันเป็นอนุสรณ์ยามเขาถูกไล่ล่าเมื่อกาลก่อน แต่มันกลับไม่อาจซุกซ่อนอำนาจต่อสู้ไร้เทียมทานที่เพียงพอจะสะท้านทั่วยุคสมัยของชายหนุ่มได้อีก
บนร่างสูงใหญ่นั้นมีเคล็ดพลังวัฏสงสารหลั่งริน ทุกกระบวนดาบปรากฏนิมิตวัฏสงสารอันลึกลับเกินเข้าใจ เขาทรงพลังเหลือเชื่อ
มิได้ถูกสะกดข่มใด ๆ แต่ต้น!
ครู่ต่อมา
ทวยเทพมากกว่าสามสิบตนแหลกสลาย!!
“ไฉนกัน?”
ทวยเทพบางคนร้องอุทานอย่างเดือดดาลปนเศร้าหมอง
“ไฉน…เขาจึงทรงพลังได้เพียงนี้?”
เทพบางคนมีสีหน้าพรั่นพรึง หัวใจเรรวนกระวนกระวาย
“หลบเร็ว!!”
มีผู้ตะโกนขึ้น
ชั่วขณะนั้น ซูอี้และดาบของเขาปั่นป่วนจนสิ้นกระบวน! สมรภูมิรวนเร
เฟิงอู๋จี้ได้เห็นเรื่องทั้งหมดนี้จากไกล ๆ ร่างของเขาหนาวสะท้าน หัวใจสั่นเทิ้มระรัว
“ว่าแล้วเชียว ผู้ใดก็ฆ่าเจ้าคนแซ่ซูนั่นมิตาย!”
เฟิงอู๋จี้รู้สึกปรีดาปนรื่นเริงใจที่ตนประกาศจุดยืนชัดเจนไม่เข้าไปพัวพันเสียแต่แรก
หาไม่….
จุดจบคงไม่น่าพิศมัยเป็นแน่แท้!!
ท่านเทพซีเยว่เองก็ตะลึงไปเช่นกัน
นางยืนอึ้งตะลึงลาน น้ำตาหยาดใสไหลเป็นสองเส้น นางพึมพำว่า “ไม่ว่าเจ้าจะทรงพลังเพียงไร อาหนิงก็ตายไปแล้ว…ไม่อาจหวนคืนมาได้อีกอยู่ดี…”
มหาศึกใต้ท้องนภาทวีความเข้มข้นหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ เสียงคำรามแห่งทวยเทพดังสนั่นปะปนด้วยเสียงแผดร้องเลื่อนลั่น
“แย่แล้ว!”
ระหว่างศึก สีหน้าของฮั่วเจี้ยนเฟิงพลันแปรเปลี่ยน เขาสังเกตเห็นแล้วว่าซูอี้กำลังมาทางตน
เขาจึงหลบเลี่ยงไร้ลังเล
ทว่าความเร็วของซูอี้สูงเกินไป เขาทะยานพุ่งไร้อุปสรรค ฟาดฟันสามเทพขวางทางตกตายติดกัน ทะลวงมาหาด้วยจิตสังหารร้ายกาจ
ก่อนหน้านี้ ฮั่วเจี้ยนเฟิงลอบโจมตีจึงทำให้ซีหนิงเป็นห่วงความปลอดภัยของชายหนุ่มจนนำตัวมาขวาง และท้ายที่สุดก็ตกตายด้วยน้ำมือฮั่วเจี้ยนเฟิง
ซูอี้หรือจะลืมลง?
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ชายหนุ่มคลั่งแค้นอาฆาตใครถึงเพียงนี้!
โดยเฉพาะยามเขาเห็นซีหนิงทอดร่างแน่นิ่งจมกองเลือดในอ้อมแขน ซูอี้ก็หลุดการควบคุม เขาเดือดดาลจนแทบบ้า!!!
หากเขาต้องการล้างแค้นให้ซีหนิงในยามนี้ ฮั่วเจี้ยนเฟิงก็ย่อมต้องตาย!!
ยามนี้ คู่เนตรลึกล้ำของชายหนุ่มแผดเผาด้วยความแค้นและจิตสังหาร อำนาจในกายเพียงลำพังกดดันเสียจนฮั่วเจี้ยนเฟิงใจสะท้าน วิญญาณแทบหลุดละล่อง
“ท่านบรรพชนช่วยด้วย!”
ฮั่วเจี้ยนเฟิงกู่ร้อง
บุตรไร้เทียมทานแห่งสวรรค์จากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์เพิ่งใช้ชิ้นส่วนแห่งยุคสมัยไร้เทียมทานบรรลุเป็นเทพได้ไม่นาน และเป็นชั่วกาลอันยิ่งยงทรงพลังสูงสุดในชีวิตเขา
ทว่าเมื่อเห็นซูอี้พุ่งเข้ามา สีหน้าของเจ้าตัวกลับเปี่ยมความหวาดผวา!!
“ไป!”
ดาบไม้เล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้น มันฟาดฟันเข้าใส่ซูอี้จากอากาศ
จอมเทพอวิ๋นเหอปรากฏขึ้นโจมตีซูอี้ทันที ยามดาบไม้สับลง วายุกรรโชกคลั่ง อสนีบาตสะท้านคำรณ สร้างเป็นอำนาจวิถีดาบอันทรงพลัง ครอบคลุมสะกดสุญญะใกล้เคียงโดยสมบูรณ์
อำนาจวิถีดาบเช่นนี้ช่างอัศจรรย์ถึงขีดสุด แต่ก็ดุร้ายสุดขั้วด้วยเช่นกัน
ทว่าซูอี้ไม่ได้หันมอง เขาฟาดฟันดาบลงอย่างดุเดือด
ตู้ม!!
ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขตอุบัติขึ้นทะลวงเวหา มันสลายการโจมตีของจอมเทพอวิ๋นเหอลงทันที
กระทั่งดาบไม้เล่มนั้นยังถูกกระแทกปลิว!
สีหน้าของจอมเทพอวิ๋นเหอแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน เขาตวาดเสียงดังลั่น สองมือกระแทกเวหา
ตู้ม!
ม่านดาบหนาแน่นปรากฏขึ้นซ้อนกัน มันเปี่ยมด้วยอำนาจบัญญัติร้ายแรง
เป็นเคล็ดวิชาคุ้มกายอย่างเห็นได้ชัด
ทว่ากลับถูกดาบของซูอี้บดขยี้!
ท่ามกลางพิรุณแสงพร่างพรม จอมเทพอวิ๋นเหอผู้ดูเหมือนนักพรตหนุ่มก็ถูกฟาดร่างกระเด็นไป
ทว่า การขัดขวางเช่นนี้ก็มอบโอกาสริบหรี่แก่ทวยเทพทั้งหลาย พวกเขาล้วนเคลื่อนเข้ามาบุกโจมตี!
หากซูอี้ไม่หลบเลี่ยง เขาจะถูกล้อมโจมตี!
จอมเทพอวิ๋นเหอลอบถอนใจโล่งอก
ฮั่วเจี้ยนเฟิงเป็นหนึ่งในจตุบุตรมหาวิถีของศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์ มีศักยภาพเพียงพอขึ้นเป็นจอมเทพได้ในภายหน้า!
ขอเพียงช่วยชีวิตฮั่วเจี้ยนเฟิงไว้ได้ แม้อวตารเจตจำนงของเขาจะถูกทำลายก็ไม่เป็นไร!
ทว่าเหตุไม่คาดฝันกลับบังเกิดกับจอมเทพอวิ๋นเหอ
หนนี้ซูอี้ไม่ได้หลบ!
เขาไม่เห็นการล้อมโจมตีของจอมเทพทั้งหลายในสายตา มุ่งโจมตีเข้าใส่ฮั่วเจี้ยนเฟิงตามอำเภอใจ
ยามนี้ ดวงตาของฮั่วเจี้ยนเฟิงเบิกกว้าง ทั้งกายใจเอ่อล้นด้วยความกลัว หาคาดคิดไม่ว่าอวตารจำนงของจอมเทพอวิ๋นเหอจะปราชัย และซูอี้จะโจมตีตนอย่างไม่สนใจอื่นใดเช่นนี้!
“อย่า!”
ฮั่วเจี้ยนเฟิงร้องลั่น เขาทุ่มเทสุดกำลังอย่างบ้าคลั่ง ใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามทำร้ายวิถีเต๋าของตนเข้าขัดขวางสุดใจขาดดิ้นอย่างไร้ลังเล
ทว่าการขัดขืนซูอี้ในยามนี้หาแตกต่างจากตั๊กแตนขวางเกวียนไม่
ตู้ม!
เพียงตวัดดาบ การขัดขืนของฮั่วเจี้ยนเฟิงก็แหลกสลายราวทำจากกระดาษ ปราณดาบน่าสะพรึงกลัวพร่างพรมเหนือศีรษะ สับร่างของเขาระเบิดแหลกเหลว
สิ้นลักษณ์ดับขันธ์!!
ยามตกตาย สีหน้าของบุตรไร้เทียมทานแห่งสวรรค์ผู้นี้ช่างไม่เต็มใจ
ทว่าการฆ่าฮั่วเจี้ยนเฟิงไปก็ยังไม่พอสำหรับซูอี้!
โทสะและความแค้นของเขายังไม่ได้ถูกชำระโดยแท้จริง
“สารเลว!!”
ไกลออกไป เสียงคำรามของจอมเทพอวิ๋นเหอดังสนั่นนภา
ความตายของฮั่วเจี้ยนเฟิงทำให้ตัวตนค้ำนภาอันคงอยู่เนิ่นนานในโลกเทพเดือดดาลสุดขีด ใบหน้าบูดบึ้งบิดเบี้ยว
หนึ่งตัวตนผู้มีศักยภาพพอบรรลุเป็นจอมเทพในภายหน้านั้น หลายพันปียังยากพบพาน เป็นผู้ที่ศาลเต๋าตรีวิยุทธิ์ทุ่มเททรัพยากรและพยายามบ่มเพาะอย่างสุดกำลัง
ทว่ายามนี้ เขากลับตายไปง่าย ๆ เช่นนั้น!!
จอมเทพอวิ๋นเหอจะไม่โกรธได้เช่นไร?
“คนบาป รับความตายเสีย!!”
พร้อมกันนั้น จอมเทพนับสิบก็ร่วมมือกันผนึกทางหนีของซูอี้ไว้
พวกเขาทุ่มสุดกำลังเพื่อฆ่าซูอี้
เปรี้ยง!
ฟ้าดินสนั่นตาลปัตร รัศมีเทพสาดส่อง
การล้อมโจมตีหนนี้ต่างจากกาลก่อนเกินเทียบติด จอมเทพทั้งหลายทุ่มสารพัดวิธีการราวบ้าคลั่ง เผยอำนาจเกินหยั่งคาด
และยามนี้ ทวยเทพอื่นใดในสมรภูมิก็อดครั่นคร้ามจนหลบเลี่ยงอย่างลืมตัวมิได้ กลัวว่าตนจะถูกลูกหลง
ซูอี้เองก็สัมผัสแรงกดดันปะทะหน้าได้
แต่ในเมื่อไม่อาจหลบ ก็ต้องฝ่าออกตรง ๆ!
ทว่ายามทุ่มกำลังเข้าปะทะ การฝึกฝนระดับสุดลึกล้ำซึ่งยังไม่เสถียรของเขาก็จะถูกกระทบไปด้วย เป็นไปได้มากว่าจะบังเกิดอันตรายแฝงอันเกินเยียวยาในการฝึกฝนจากนี้!
แต่ซูอี้กลับไม่ลนลาน
“เจ้าหกหนังสือ ลงมือ!”
เขาคำราม
ขณะพูด เขาก็ฟาดฟันดาบเข้าใส่พุทธเจ้าแผดตะเกียง
ตู้ม!
ทันใดนั้น เหตุไม่คาดฝันพลันอุบัติขึ้นกับพุทธเจ้าแผดตะเกียง อำนาจผลกรรมแดงฉานปะทุขึ้นเฉียบพลันเยี่ยงอัสนีสีชาดนับพัน ฟาดฟันกระแทกใส่ร่างพุทธเจ้าแผดตะเกียง
หากเป็นกาลทั่วไป พุทธเจ้าแผดตะเกียงก็สามารถสลายมันโดยง่าย
ทว่ายามนี้ เขากำลังทุ่มสุดฝีมือเพื่อจัดการกับซูอี้อยู่ เหตุนี้บังเกิดโดยไม่ทันตั้งตัวจึงถูกกระแทกโจมตีโดยพลัน
และซูอี้ก็ฉวยโอกาสโจมตีในจังหวะนี้…
ดาบเคียงประชิดกู่ก้อง มันออกวิชาดาบ ‘วิเวกเร็วพลัน’ บังเกิดแสงดาบวาบไหว!
ตู้ม!!
พุทธเจ้าแผดตะเกียงส่งเสียงครวญอย่างเจ็บปวดในลำคอ แขนหนึ่งถูกสะบั้นกระเด็น ร่างร่วงหล่นจากฟ้า
ซูอี้ฉวยโอกาสนี้พุ่งออกจากวงล้อม!
การโจมตีประสานของจอมเทพนับสิบพลาดเป้า
การกระทำทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเฉียบพลัน รวดเร็วเหลือเชื่อยิ่งนัก
ปัจจัยหลักการสลายวงล้อมของซูอี้ก็คือบันทึกผลกรรมซึ่งพุทธเจ้าแผดตะเกียงชิงไป เป็นเหตุอันไม่คาดฝันที่จอมเทพทั้งหลายคาดไม่ถึง
เมื่อไหวตัวได้ จอมเทพทั้งหลายต่างมองไปยังพุทธเจ้าแผดตะเกียงด้วยสายตาเจือโทสะ
โอกาสงามเช่นนี้พลาดไปเพราะเจ้า!!
มีเพียงคนตกปลาที่ปรีดาจนอยากหัวเราะ
ยามเขาไล่สังหารซูอี้ คนผู้นี้ก็มาฉกชิงบันทึกผลกรรมไป ทำให้ยามนั้นเดือดดาลแทบกระอักเลือด แต่ก็ทำได้เพียงรอมชอมก้มหัวให้พุทธเจ้าแผดตะเกียง
ใครเล่าจะคาดคิดว่าบันทึกผลกรรมจะกลายเป็นเผือกร้อนลวกมือพุทธเจ้าแผดจะเกียง ทำให้มหาประชาชีเดือดดาลไม่พอใจ!!