บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 1988: ไร้ผู้ใดเทียบประชัน
ตอนที่ 1,988: ไร้ผู้ใดเทียบประชัน
ใบหน้าผอมซูบของพุทธเจ้าแผดตะเกียงดำคล้ำ
บันทึกผลกรรมถูกสยบไว้ แต่มันกลับดิ้นหลุดจากพันธนาการได้ในยามคับขัน นี่ถือเป็นเหตุที่เขาไม่คาดฝันเลย
เขาเห็นข้อความบรรทัดหนึ่งบนหน้าหนังสือที่เปิดอยู่ของบันทึกผลกรรม มันเขียนไว้ว่า
‘ลาหัวล้าน ถูกข้าลวงเล่นงานสองหนติดได้ ช่างมิเอาไหนเอาเสียเลย!’
อกของพุทธเจ้าแผดตะเกียงยุบพองรวดเร็ว หัวใจวิถีแทบหลุดควบคุม
แต่เขาหาใส่ใจไม่
ดาบเมื่อครู่ของซูอี้สะบั้นแขน สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่อวตารเจตจำนงนี้ และตอนนี้ซูอี้ทะลวงออกนอกวงล้อมไปแล้ว!
ทันทีที่ชายหนุ่มพ้นวงล้อม ซูอี้ก็วูบไหวเคลื่อนกายเหนือนภา เขาโจมตีทวยเทพเหล่านั้นจากไกล ๆ
ฉัวะ!
คมดาบชี้ที่ใด อวตารเจตจำนงเทพร่างแล้วร่างเล่าก็ตกตาย
ไม่ใช่ว่าทวยเทพเหล่านั้นจะไร้ขัดขืน ทว่าซูอี้ ณ ขณะนี้ทรงพลังเกินไป แม้ขอบเขตวิถีจะยังไม่เสถียรดี แต่ก็เลิศล้ำเหนือระดับแกนรวมศูนย์เป็นไหน ๆ
นอกจากนั้น ดาบเคียงประชิดยังยอมรับเขาเป็นนายแล้ว!
สมบัติลับอันดับสามแห่งฮุ่นตุ้นเผยพลังห่างไกลเกินกาลก่อนในมือซูอี้
สมบัติเทพแห่งยุคสมัยในมือทวยเทพเหล่านั้นล้วนถูกกลบรัศมี!
“คนบาป เจ้าคนโอหัง!”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงแผดเสียงลั่น
เขาเห็นซูอี้โจมตีเข้าใส่หลวงจีนเจียอวิ๋น และพุ่งเข้ามาสุดกำลังไร้ลังเล
หลวงจีนเจียอวิ๋นเป็นอรหันต์พิทักษ์ศาสน์ของสำนักเขา แม้ก่อนหน้านี้จะพลาดหวังได้ชิ้นส่วนยุคสมัยไร้เทียมทานมา แต่อีกฝ่ายก็บรรลุเทพได้โดยใช้ชิ้นส่วนยุคสมัยระดับหนึ่ง
ในภายหน้า คนผู้นี้จะสามารถเป็นเทพชั้นสูง บรรลุสู่โพธิสัตว์ได้ในภูเขาวิญญาณสุขาวดี!
ในขณะเดียวกัน จอมเทพทั้งหลายก็ออกโจมตีซูอี้เช่นกัน
พยายามฉวยโอกาสนี้ล้อมซูอี้ไว้อีกครั้ง
ทว่าซูอี้กลับทิ้งหลวงจีนเจียอวิ๋นไปโจมตีทวยเทพผู้อื่นอย่างเยือกเย็น
เปรี้ยง!
ปราณดาบไหลลื่นเยี่ยงธารา พลุ่งพล่านสะท้านฟ้าดิน
อวตารเจตจำนงของเทพตกตายเพิ่มอีกสิบกว่าตน
ชั่วขณะนั้น สีหน้าของจอมเทพทั้งหลายยิ่งทวีความดำคล้ำ
สถานการณ์วุ่นวายเกินไป ตัวแปรเกินคณานับ และพวกมันก็ล้วนถูกซูอี้ใช้ฉกฉวยผลประโยชน์ท่ามกลางความโกลาหล หลบการล้อมโจมตีของพวกเขาไปได้หนแล้วหนเล่า
ขณะนี้พวกเขาถูกซูอี้จูงจมูกโดยสมบูรณ์!
จนบัดนี้ อวตารเจตจำนงของทวยเทพนับร้อยตกตายไปมากกว่าครึ่ง แม้แต่เทพบรรลุใหม่ทั้งหลายยังตายไปหก!!
เรื่องร้ายแรงที่สุดคือ ยิ่งกาลผ่านไป การแปรเปลี่ยนในร่างซูอี้ก็ยังดำเนิน ทำให้อำนาจของชายหนุ่มเพิ่มพูนตามกาล
“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้ายินดีทำลายจำนงของข้าเพื่อเปิดโอกาสให้พวกท่านผู้อาวุโสทั้งหลายทำลายคนบาปผู้นี้! ขอผู้อาวุโสทั้งหลายดูแล ‘สกุลฝู’ ของข้าอีกสักหน่อยในภายหน้าด้วย!”
ทันใดนั้นองค์เทพเหิงซาพลันตะโกนลั่น
อวตารเจตจำนงของเขาแผดเผาแรงกล้า พุ่งทะยานเข้าหาซูอี้ทันที
ทุกคนต่างตะลึง
“ไอ้แก่นี่ประจบเก่งดีแท้!”
ไกลออกไป เฟิงอู๋จี้ผงะไป
อวตารเจตจำนงเทพชั้นสูงยอมแผดหยกพร้อมศิลาไปกับซูอี้ ผลลัพธ์เช่นนี้ดูร้ายแรง ทว่ามิใช่เช่นนั้น
เพราะถึงอวตารเจตจำนงจะถูกทำลาย แต่ร่างจริงจะได้รับผลกระทบเพียงน้อย
และการกระทำนี้ขององค์เทพเหิงซาก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการสร้างบุญคุณกับจอมเทพเหล่านั้น!
พวกพุทธเจ้าแผดตะเกียงเองก็ตระหนัก หัวใจรู้สึกถูกหลอกใช้อย่างยิ่ง
องค์เทพเหิงซานี่ร้ายกาจจริง ๆ!
แต่น่าเสียดาย องค์เทพเหิงซาพลาดเป้า
ยามตนทำลายอวตารเจตจำนงเข้าสังหารซูอี้อย่างไร้ลังเล ร่างของอีกฝ่ายได้เคลื่อนไปปรากฏเบื้องหลังทวยเทพบางตนแล้ว
เปรี้ยง!
สุญตาแดนนั้นแหลกระเบิด พิรุณแสงปะทุเยี่ยงภูเขาไฟ เลื่อนลั่นแพร่เขตแดน
อวตารเจตจำนงขององค์เทพเหิงซาแผดเผาสิ้นไปโดยสมบูรณ์
“ที่เสียไปก็แค่อวตารเจตจำนง หากผู้ใดเต็มใจกระทำการเช่นองค์เทพเหิงซา ข้าจะบำเหน็จให้อย่างงามในโลกแห่งเทพ!”
บนพื้น คนตกปลากล่าวขึ้นเสียงลุ่มลึก กระตุ้นให้ทวยเทพอื่นใดกระทำเช่นกัน
ปีศาจโบราณราหูเองก็เอ่ยปาก “อย่าห่วงเลย บุตรและบุตรีแห่งสวรรค์ในอาณัติของพวกเจ้าจะได้รับการคุ้มครองจากเรา จะไม่เกิดอุบัติเหตุใดขึ้นในสมรภูมิแห่งยุคสมัยนี้!”
“ย่อมได้! ข้ายินดีสู้ตายเพื่อผู้อาวุโสทั้งหลาย!”
“ถูกต้อง ขอเพียงฆ่าคนบาปนั่นได้ จะเสียดายอวตารเจตจำนงไปเพื่อการใด?”
“ฆ่า!”
….ทันใดนั้น ดวงตาของทวยเทพบางผู้ก็แดงก่ำ แผดเผาจำนงจู่โจมซูอี้จากทุกทิศทาง
ภาพนี้สะเทือนจิตโดยไร้กังขา
เปรี้ยง!
ท้องนภาสั่นสะท้าน ให้ความรู้สึกราวสมรภูมิแห่งยุคสมัยทั้งแดนดินสะเทือนป่วน คลื่นทำลายล้างร้ายกาจถาโถมเคลื่อนคลั่ง ปรากฏเป็นภาพเช่นหายนะมหาวิปโยค
เฟิงอู๋จี้สูดปาก นี่จะโหดเหี้ยมไร้กังวลกันเกินไปแล้ว!!
หัวใจของท่านเทพซีเยว่เองก็บีบรัดอย่างอดมิได้
พร้อมกันนั้น จอมเทพทั้งหลายอย่างพุทธเจ้าแผดตะเกียงต่างก็ลงมือ คิดฉวยโอกาสนี้ฆ่าซูอี้ให้สิ้นซาก
ต่อหน้าการล้อมโจมตีไม่คิดชีวิตนี้ ซูอี้พลันไร้หนทางหลบเลี่ยง
ทว่าดวงตาของเขากลับเจือความดูแคลน
“ขึ้นมา!”
เขายกมือขวาขึ้น
เปรี้ยง!
ไกลออกไปในชีพจรวิถีฮุ่นตุ้น จู่ ๆ อำนาจที่มาฮุ่นตุ้นอันยิ่งใหญ่ก็โถมทะลักราวธารสวรรค์ทะลวงฝั่งเข้าท่วมฟ้านองแดน
ทันใดนั้น ทวยเทพผู้แผดเผาอวตารเจตจำนงโจมตีเข้ามาก็ถูกอำนาจฮุ่นตุ้นอันทรงพลังบดขยี้สูญสิ้น ร่างถูกขวางชะงักกดกระแทก
เพียงพริบตา พวกเขาก็สลายหายไปตามกัน
ผู้พบเห็นทั้งหลายล้วนตกตะลึง
จอมเทพทั้งหลายเช่นพุทธเจ้าแผดตะเกียงต่างชะงักมือ พลางมีสีหน้าบูดเบี้ยว
ใครเล่าจะคาดคิดว่าซูอี้จะยังสามารถควบคุมอำนาจที่มาของชีพจรวิถีฮุ่นตุ้นได้
นั่นคือที่มาต้นกำเนิดของกฎสวรรค์แดนเซียนเลยนะ!
และสมรภูมิแห่งยุคสมัยก็ถือกำเนิดขึ้นได้ด้วยอำนาจที่มาฮุ่นตุ้นนี้
การควบคุมอำนาจนี้ได้นั้น ซูอี้ย่อมไม่ต่างจากพยัคฆ์ร้ายในสมรภูมิแห่งยุคสมัยเลย!
เปรี้ยง!
คลื่นอำนาจฮุ่นตุ้นถาโถมทรงพลัง ซูอี้ไร้รอยขีดข่วน ทว่าทวยเทพผู้ทำลายอวตารเจตจำนงของตนล้วนถูกกวาดล้างสิ้น
ในสมรภูมิเหลืออวตารเจตจำนงเทพเพียงยี่สิบเศษ และพวกเขาล้วนตะลึงงันกับภาพที่เห็นอย่างจังงัง
สู้ตายยังไม่สำเร็จ แล้วจะให้สู้เช่นไร?
เหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ยังทำให้ผู้มองศึกจากไกล ๆ ล้วนสับสน
เช่นนี้ก็ได้หรือ!?
“ข้ารับปากอาหนิงไว้แล้วว่าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด ไร้ผู้ใดหนีพ้น”
เสียงเยือกเย็นเฉยชาของซูอี้ดังขึ้น
เขาสูดหายใจลึก ๆ และในที่สุด การแปรเปลี่ยนอันบังเกิดหลังเคลื่อนขอบเขตในร่างของชายหนุ่มก็จบลง ณ ยามนี้!!!!
วิถีเต๋าระดับสุดลึกล้ำทั่วร่างเสถียรโดยสมบูรณ์
ตู้ม!
ผิวกายรายล้อมด้วยรัศมีลึกลับเกินเข้าใจ ดุจขุมนรกไร้ก้นบึ้งสะท้อนขึ้นรอบเขา
อำนาจทั่วร่างของชายหนุ่มทะลวงสู่จุดสูงสุด ณ เฉียบพลันนี้!
มองจากไกล ๆ ก็เห็นได้ว่าปราณอันยิ่งใหญ่ร้ายกาจกำลังแผ่ซ่านจากร่างซูอี้ ทำให้เทพบรรลุใหม่ทั้งหลายดูเสื่อมรัศมีไปถนัดตา
และนี่เป็นเพียงอำนาจในระดับสุดลึกล้ำของซูอี้เท่านั้น!
ซูอี้ลงมือตวัดไกวดาบ
ทว่าจากยามนี้ เขาไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไปและมิระแวดระวังจอมเทพทั้งหลายอีก
เขาอยากทลายแดนดินและครอบงำเป็นหนึ่งโดยสมบูรณ์!!
เปรี้ยง!
ดาบเคียงประชิดขับขาน ปราณดาบปกคลุมทั่วนภา
จอมเทพนับสิบร่วมมือโจมตี ทุกตนต่างเผยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ รบพุ่งกับซูอี้อย่างดุเดือด
ทว่าไม่อาจล้อมโจมตีซูอี้ได้อีกแล้ว!
และยังไม่อาจทำอันใดซูอี้ได้
ยามวิถีเต๋าเสถียรสมบูรณ์ ซูอี้ก็ใช้อำนาจต่อสู้ระดับสุดลึกล้ำได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแข็งแกร่งเลิศล้ำเหนือเดิมจะเทียบติดไม่รู้กี่เท่า
เพียงพริบตา ซูอี้ก็ทะลวงวงล้อมโจมตีใส่จอมเทพบางคนจนต้องหลบเลี่ยง
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ซูอี้ฉวยโอกาสนี้เคลื่อนกายพริบตา ฟาดฟันดาบรวดเร็วเช่นสายฟ้า สะบั้นหัวทวยเทพผู้อื่นจนกลิ้งกระเด็น อวตารเจตจำนงแหลกสลาย
ราวเชือดไก่ฆ่าสุนัข!
“ไม่!!”
หลวงจีนเจียอวิ๋นคำรามอย่างอาวรณ์
ร่างของเขาถูกฉีกกระชาก โลหิตทะลักรินด้วยหนึ่งดาบ
แม้แต่พุทธเจ้าแผดตะเกียงผู้เข้ามาช่วยยังถูกซูอี้ขวางไว้อย่างแน่นหนา ทำได้เพียงมองหลวงจีนเจียอวิ๋นตกตายลงอย่างน่าอนาถใจ
อวตารเจตจำนงของเทพอื่นใดก็ไม่ต่างกัน
หลวงจีนเจียอวิ๋นอันเป็นร่างวิถีแท้จริงซึ่งเพิ่งบรรลุสู่วิถีเทพ …สุดท้ายก็ต้องตกตายด้วยดาบซูอี้เยี่ยงฮั่วเจี้ยนเฟิง!!
“เจ้าคนบาปหนา!!”
พุทธเจ้าแผดตะเกียงเดือดดาลเสียจนดูไม่ต่างจากอสุรกายคิงคอง
เขาร่วมมือกับจอมเทพอื่น ๆ ทุ่มสุดกำลังโจมตี แต่ไม่อาจหยุดคมดาบซูอี้ได้อีกแล้ว
เส้นผมยาวของซูอี้สะบัดส่ายใต้ท้องนภา ดาบทะยานนภา กิริยาราวกับเป็นผู้ยิ่งยงหนึ่งเดียวในฟ้าดิน
ช่างทรงพลัง
ช่างอหังการ
ไร้ผู้ใดเทียบประชัน!
เพียงอึดใจ อวตารเจตจำนงของทวยเทพทั่วแดนและเทพบรรลุใหม่บางส่วนล้วนถูกประหัตประหาร
พิรุณแสงพร่างพรม
โลหิตเทพโปรยปราย
หากเทียบฟ้าดินเปรียบผืนภาพ ซูอี้ผู้กวัดไกวดาบพิพากษ์ทัณฑ์นั้นเปรียบเช่นจิตรกรสุดป่าเถื่อน ใช้โลหิตเทพวาดฉากโศกนาฏกรรมละเลงเลือด
ภายในผืนภาพ ทวยเทพกำสรวญครวญคลั่ง ช่างอ่อนแรงไร้กำลัง!
เฟิงอู๋จี้ร่างชุ่มเหงื่อกาฬ
ท่านเทพซีเยว่ชะงักนิ่งกับที่
ยอดฝีมือที่ไม่ได้เข้าร่วมศึกใหญ่นี้ล้วนแตกตื่น!
หากศึกเช่นนี้ไปบังเกิดในโลกเทพ ก็เพียงพอสะเทือนหล้า โจษจันเลื่องลือทั่วแดนดิน!!
“ฆ่า!”
โทสะและความแค้นของซูอี้ถูกระบายออกด้วยคมดาบ ไร้ปราณีแก่ผู้ใด
นับแต่ฝึกฝนมา วันนี้คือวันที่เขาทุลักทุเล สภาพน่าเวทนาไร้กำลังที่สุด
และยังเป็นวันที่ทำให้เขาเดือดดาลที่สุด!
ไม่ใช่เพราะศัตรูแข็งแกร่งเกินไป แต่เป็นเพราะยามซีหนิงแน่นิ่งในอ้อมแขน หัวใจของเขาพลันสะท้านรวดร้าวโดยสมบูรณ์!
ยามนี้ ชายหนุ่มจึงต้องการเพียงสังหารศัตรูให้สิ้น!!!
และภายหน้า เขาจะไปยังโลกเทพและประหารร่างจริงของศัตรูเหล่านั้นให้แหลก!!
เหลือเพียงจอมเทพทั้งหลายในสมรภูมิ พวกเขาร่วมมือโจมตีสุดกำลังแทบทุ่มชีวิต แต่ก็ยังไม่อาจหยุดซูอี้
“ตาย!!”
ซูอี้กล่าวหนึ่งคำเรียบนิ่ง ดาบวูบไหวผ่านเวหา
ตู้ม!!
เจตจำนงจอมเทพหนึ่งตนถูกสะบั้น
ยามใกล้สิ้น อีกฝ่ายสบถลั่นว่าจะทำทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นในภายหน้า
ทว่าซูอี้หาสนใจสักนิดไม่
“ฆ่า!”
จอมมารเจวี๋ยเทียนเดือดดาลตาแดงฉาน จอมเทพผู้นี้เลือกทำลายอวตารเจตจำนงของตน ทุ่มสุดกำลังเพื่อออกการโจมตีสูงสุด
ตู้ม!
เงาร่างของเขาเปรียบเช่นเพลิงแสงโชติม่วงประกาย โถมทะยานเข้าใส่ซูอี้
ภัยคุกคามถึงตายนี้ทำให้ซูอี้ขนลุกซู่
ทว่าเขากลับหรี่ตาลงเพราะสายเกินกว่าจะหลบเลี่ยง
ไม่อาจใช้อำนาจที่มาจากชีพจรวิถีฮุ่นตุ้นได้ทัน!
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจอมมารเจวี๋ยเทียนเลือกจังหวะได้เหมาะยิ่ง!
ทว่าซูอี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า เขาฟาดฟันดาบลงอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ปราณดาบทะยานเยี่ยงสายรุ้ง
เพลิงแสงสีม่วงอันสะท้านสะเทือนฟ้าดินแหลกระเบิด
และอวตารเจตจำนงของจอมมารเจวี๋ยเทียนก็ถูกทำลายไปในลักษณะนั้น
อีกฝ่ายทำได้เพียงคำรามอย่างแสนเจ็บแค้นด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย
“เจ็บใจนัก!! อำนาจดาบวิถีนั่นอีกแล้ว!”