บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2001: ทะเยอทะยานสูงล้ำ สวนกระแสครรลอง
ตอนที่ 2,001: ทะเยอทะยานสูงล้ำ สวนกระแสครรลอง
ในสุญญะอันแสนห่างไกลเหนือแดนเซียน มีธารนทีสายยาวอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งอันไร้ที่มาและจุดจบให้พบพาน
ธารนทีสายนั้นมีอำนาจแห่งกาลไหลเรื่อย
และยังมีอารยธรรมยุคสมัยต่าง ๆ มากมายไหลอยู่ในกระแส
นี่คือธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย!
ในแดนเซียน มีเพียงผู้อยู่ในขอบเขตมหาศาลเท่านั้นจึงสามารถทานทนต่อการเหนี่ยวรั้งแห่งกฎบัญญัติแดนเซียน มายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอันลึกลับนี้ได้
ด้วยธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอันตรายยิ่งนัก มันเปี่ยมด้วยบริเวณต้องห้ามและหายนะมากมาย และสิ่งที่โดดเด่นแปรเปลี่ยนเกินคาดคิดสูงสุดก็คือตัวตนร้ายกาจนาม ‘สางเทพ’!
แม้ผู้เผชิญจะเป็นตัวตนระดับสุดลึกล้ำ ก็ยังต้องประสบหายนะตกตาย
ครั้งหนึ่ง หวังเย่เคยมายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย และหลังสัญจรร่อนเร่อยู่เพียงไม่ถึงสิบปี เขาก็ถูกเทพบางตนไล่ล่าจนเกือบตาย
วูบ!
ขณะนี้ ดาบวิถียาวราวหนึ่งจั้งเล่มหนึ่งเคลื่อนย้อนกระแสบนธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
บนดาบวิถีเล่มนั้น หนึ่งร่างสูงใหญ่นั่งขัดสมาธิ ร่ำสุราขณะมองทิวทัศน์ระหว่างทางลำพัง
เขาคือซูอี้
อันที่จริง ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยนี้ไม่ได้ดูเหมือนธารน้ำมากนัก มันกว้างใหญ่ตระการตายิ่งกว่าทะเลบูรพาแห่งแดนเซียนเสียอีก หมู่ดาราก็ช่างเล็กจ้อยราวเม็ดกรวดหากอยู่ตรงหน้าธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
การสัญจรทัศนาทั่วทิศในคลื่นยุคสมัยอันไร้สิ้นสุดนี้ สายตาไม่อาจหยั่งเห็นสุดขอบ ทำให้รู้สึกแสนอ้างว้างเล็กจ้อย
กระทั่งผู้มีจิตไม่แน่วแน่ยังหลงทางในมหานทีนี้ได้โดยง่าย
ทว่าสำหรับซูอี้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องยาก
เขาเคยมายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยในอดีตชาติ และรู้ดีว่ามีทางเดียวที่จะหลุดพ้นที่นี่ไปได้…
นั่นคือว่ายทวนกระแส!
หากเคลื่อนตามกระแสครรลอง กระทั่งทวยเทพยังต้องจมหายลับไปในคลื่นนทีแห่งกาล!
อันที่จริง ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยนั้นน่าสะพรึงกลัวกว่าผู้ใดคาดคิดมากนัก
มีเพียงทวยเทพเท่านั้นที่สามารถสัญจรผ่านธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวการกัดกร่อนของคลื่นแห่งกาล
และตัวตนขอบเขตมหาศาลผู้สัญจรในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยนั้นก็ทำได้เพียงใช้สมบัติช่วยคุ้มกัน หากถูกเกลียวคลื่นในธารปกคลุมกายได้ พวกเขาจะร่วงหล่นสู่ก้นธาร แหลกสลายด้วยอำนาจแห่งกาลทันที!
‘ด้วยอำนาจดาบเคียงประชิด มันจะสามารถทานพลังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยได้โดยง่าย’
ซูอี้กล่าวในใจ
ดาบเคียงประชิดเป็นสมบัติลับแห่งฮุ่นตุ้นชิ้นหนึ่ง บรรจุกฎแห่งยุคสมัยไว้ภายใน แข็งแกร่งเลิศล้ำเหนือสมบัติเทพแห่งยุคสมัยทั่วไปจะเทียบเคียง และมีบทบาทน่าอัศจรรย์ยามข้ามธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
ทว่าหากใช้ในกาลอันสั้นก็แล้วไป แต่หากนานเข้า ดาบเคียงประชิดนี้ก็ย่อมทนไม่ได้เช่นกัน
‘ในสามวันน่าจะเร่งไปถึง ‘น่านน้ำอีกาอัคคี’ ได้ ก่อนอื่นก็ใช้โอกาสนี้ฟื้นอำนาจเสียและไปสืบเสาะหาข่าว’
ซูอี้คำนวนในใจ
น่านน้ำอีกาอัคคีเป็นหนึ่งในเขตหวงห้ามอันมากมายในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย
ทว่าหากเปรียบเทียบแล้ว น่านน้ำอีกาอัคคีนับว่าปลอดภัยพอสมควร
ตลอดกาลนานมา ยอดฝีมือผู้สัญจรจากแดนเซียนมายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยมักเลือกหยุดพัก ณ น่านน้ำอีกาอัคคีเป็นที่แรก
อันที่จริง ในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอันไร้สิ้นสุดนี้มีเขตหวงห้ามอันคล้ายคลึงกับน่านน้ำอีกาอัคคีอยู่มากมาย และมักถูกเรียกกันว่า ‘จุดจอดพัก’ สำหรับพักผ่อน
ตัวตนขอบเขตมหาศาลบางคนไปตั้งหลักปักฐานฝึกฝนใน ‘จุดจอดพัก’ สักที่
“มาเยือนธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยหนนี้ หากมีโอกาสก็ต้องไป ‘วิถีแห่งบรรพเทวา’ ให้จงได้”
ดวงตาของซูอี้ปรากฏความคาดหวัง
วิถีแห่งบรรพเทวา
ลือกันว่าที่มาของวิถีพิสูจน์เต๋าอันเก่าแก่สูงสุดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยนั้นไม่อาจถูกศึกษาได้อีก ทว่าวิถีแห่งบรรพเทวานี้ก็พาดผ่านชั่วกาลแห่งยุคสมัยต่าง ๆ ราวมีตัวตนชั่วนิรันดร์
กล่าวกันว่าบนวิถีแห่งบรรพเทวามีเคล็ดบรรลุเทพอันเก่าแก่โบราณสูงสุดอยู่ หากเอาชนะวิถีพิสูจน์ตนนี้ไปได้ เขาก็จะสร้างรากฐานมหาวิถีเพื่อบรรลุเทพอันแข็งแกร่งสูงสุดได้!
ทว่าวิถีแห่งบรรพเทวานั้นยากพบพาน
หวังเย่ออกตามหาในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอยู่หลายปี ทว่าพบพานเพียงเบาะแสบางประการเกี่ยวกับวิถีแห่งบรรพเทวาเท่านั้น
และครั้งนี้ ซูอี้ตัดสินใจมาสำรวจเอง
นอกจากนั้น หากเขาจะไปให้ถึงโลกแห่งเทพ เขาก็ต้องผ่านธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยเช่นกัน
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้เป็นเทพ เขามิอาจสัมผัสพิกัดมิติเวลาของโลกแห่งเทพด้วยอำนาจเทพของตนได้ และหากจะไปยังโลกเทพ ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงข้ามธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยไป
ตลอดกาลนานมา ยอดฝีมือขอบเขตมหาศาลในแดนเซียนผู้มายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยเพื่อเคลื่อนขอบเขตล้วนมีจุดประสงค์คือเข้าสู่โลกแห่งเทพกันทั้งสิ้น
“แต่ก่อนหน้านั้น ต้องไปนครสาบสูญเสียก่อน”
ซูอี้ถูหว่างคิ้ว
ก่อนตกตาย หนานผิงเทียนกล่าวว่าเซียวหรูอี้ ซูฝูซื่อ และสหายเก่าจากอดีตชาติของเขาติดอยู่ในนครสาบสูญหลังออกจากแดนเซียนก่อนยุคอวสานเซียนบังเกิด
หลังกาลผ่านแสนนาน ไม่อาจคาดได้เลยว่าจะได้พานพบสหายเก่าเหล่านั้นหรือไม่
แต่ไม่ว่าอย่างไร ซูอี้ก็ต้องไปตรวจสอบด้วยตนเอง
“ใต้เท้า ข้าหลอมวัตถุอมตะชิ้นหนึ่งได้สำเร็จแล้วขอรับ!”
ทันใดนั้นเตาเสริมสวรรค์พลันกล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น “ท่านอนุมานไว้ถูกต้องเลย สมบัติเช่นข้าก่อเกิดจากฮุ่นตุ้น ขอเพียงสามารถหลอมวัตถุอมตะได้ เราก็สามารถสร้างอำนาจเทพ เกิดศักยภาพแปรเปลี่ยนเป็นสมบัติเทพแห่งยุคสมัยได้!”
ซูอี้ผงะไปเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “งั้นหรือ?”
วัตถุอมตะนั้นคือสมบัติที่ทวยเทพแย่งกันพัลวัน พบได้แต่ไม่อาจครอบครอง
โดยเฉพาะยามเผชิญหน้าหายนะเทพ วัตถุอมตะนั้นมีฤทธาอัศจรรย์
ทว่าเรื่องการหลอมวัตถุอมตะนั้นสามารถทำให้สมบัติอย่างเตาเสริมสวรรค์สร้างอำนาจเทพและแปรเปลี่ยนเป็นสมบัติเทพแห่งยุคสมัยนั้นเป็นสิ่งเกินคาดของซูอี้
“เช่นนั้น ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะพัฒนาได้เพียงไรในภายหน้า”
ซูอี้ยิ้มขำ
เตาเสริมสวรรค์นั้นลึกลับอย่างยิ่ง มันสามารถหลอมได้ทั้งโอสถและศาสตรา หากมันสามารถพัฒนาเป็นอาวุธเทพได้ มันก็ย่อมสามารถดำเนินบทบาทอันสูงส่งขึ้นได้
และเขาก็มีวัตถุอมตะไม่ขาดมือเสียด้วย
เขามีสมบัติอย่างทองจรัสอมตะหรือทองมารอมตะอยู่มากกว่าหกสิบชิ้น!
ในหมู่พวกมันมีสีหายากอยู่มากมาย
ยามซูอี้มายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยครั้งนี้ เขาทิ้งสมบัติแทบทั้งหมดที่สั่งสมมาไว้ ณ ตำหนักอนันตรัตติกาล
ชายหนุ่มมีเพียงดาบเคียงประชิด เตาเสริมสวรรค์ โอสถเทพส่วนหนึ่ง และวัตถุอมตะติดตัว
นอกจากนั้น ยังมีสิ่งของบางชิ้นที่มีคุณค่าพิเศษทางใจ เช่นดาบทุกเล่มที่เขาใช้มาตลอดการฝึกฝนในชาตินี้ ซูอี้ก็นำมาด้วย
และยังมีลัญจกรสุดเสรีที่ ‘สะบั้นเทพ’ ให้มา ยันต์ลับซึ่งสลักข้อความ ‘แท่นจิตวิญญาณสูงหนึ่งนิ้ว ประจักษ์แจ้งถือครองกาย’ ของหลินจิ่งหง ยันต์สาส์นของซีหนิง และอื่น ๆ อยู่
แน่นอน ยังมีสุราเลิศรสที่เขาเที่ยวสั่งสมจากทั่วแดนเซียนอยู่อีกมากมาย
ซูอี้นำวัตถุอมตะชิ้นหนึ่งโยนเข้าเตาเสริมสวรรค์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพลันจมในภวังค์ครุ่นคิดอีกหน
ขอเพียงเขาหลอมรวมเข้ากับอำนาจกรรมวิถีของชาติที่ห้าหลี่ฝูโหยว เขาก็จะเป็นเช่นพยัคฆ์ติดปีก ล่วงรู้ทุกสิ่งยามมายังธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยเป็นอย่างดี
เพราะถึงอย่างไร หลังหลี่ฝูโหยวออกจากแดนเซียนโดยลำพัง มีเพียงหนึ่งดาบข้างกายเข้าสู่โลกแห่งเทพผ่านธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยจนตกตาย ถือก็เป็น ‘จอมดาบหลิงซู’ ที่ทวยเทพหวาดกลัวและ ‘พี่ชายร่วมวิถี’ ที่จอมเทพเหล่านั้นนับถือ!
การฝึกฝนและประสบการณ์ของเขาย่อมช่วยซูอี้ได้มหาศาล
ทว่าซูอี้นั้นเป็นผู้ทะนงตนโดยสันดาน
ในเมื่อเขาตัดสินใจจะหลอมรวมกรรมวิถีชาติที่ห้ายามอยู่ในขั้นสมบูรณ์ขอบเขตสุดลึกล้ำ ชายหนุ่มก็จะไม่เปลี่ยนแปลงมันโดยง่าย
รักษาสัจจะกับผู้อื่นและรักษาสัจจะต่อตนเอง
ยิ่งกว่านั้น ด้วยอำนาจต่อสู้ปัจจุบันของซูอี้ เขาก้าวข้ามหลี่ฝูโหยวยามเข้าสู่ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยเป็นครั้งแรกมาเนิ่นนานแล้ว และย่อมไม่กังวลว่าจะพบวิกฤตเกินคลี่คลายใด ๆ
ธารนทีกว้างขวางทอดยาว เคลื่อนคลื่นไร้สิ้นสุด กระแสธารเชี่ยวกรากสาดซัด ดูประหนึ่งพร้อมปั่นป่วนยุคสมัย เพียงพอกัดเซาะวิถีเต๋าของตัวตนขอบเขตมหาศาลได้
ทันใดนั้น เพลิงโชติแดงฉานพลันปรากฏขึ้นบนธารนทีไกลออกไป
เมื่อมองดี ๆ จะพบว่ามันเป็นสัตตบงกชสิบสองกลีบดอกหนึ่ง เพลิงแสงพร่างพรมเยี่ยงพิรุณ บังเกิดเป็นม่านพลังคุ้มกันอันลึกลับ
สตรีในอาภรณ์ม่วงผู้หนึ่งยืนบนสัตตบงกช หนึ่งมือถือเบ็ดตกปลา มีตะกร้ามัจฉาวางแทบเท้า
ตกปลาในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย!
เมื่อซูอี้มองมาจากไกล ๆ เขาก็บังเอิญเห็นสตรีชุดม่วงกระตุกมือ ผิวธารไกลออกไปพลันแตกกระจาย แล้วมัจฉาประหลาดสีดำตัวหนึ่งได้ติดในสายเบ็ดอันแทบโปร่งใสนี้
มัจฉาประหลาดตัวนั้นมีใบหน้าอัปลักษณ์ ดวงตาปูดโปน ปากเต็มไปด้วยเขี้ยว ครีบหลังเยี่ยงคมดาบ มีพังผืดเนื้อคล้ายปีกที่ข้างกาย
“มอ!”
มัจฉาประหลาดดิ้นพล่าน ระเบิดปราณทมิฬอันดูชั่วร้าย แล้วส่งเสียงคำรามออกมาคล้ายเสียงโค
“ที่แท้ก็กำลังตก ‘ปลาผีเขมือบวิญญาณ’ อยู่นี่เอง”
ซูอี้เข้าใจแล้ว
ปลาผีเขมือบวิญญาณเป็นหนึ่งในสัตว์ประหลาดที่มีมากมายอันถือกำเนิดในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัย มีนิสัยดุร้ายโหดเหี้ยม เปี่ยมด้วยปราณชั่วร้าย
มัจฉาประหลาดนี้กบดาน ณ ก้นธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยตลอดทั้งปี หากถูกรบกวน มันจะเป็นภัยต่อชีวิตของตัวตนขอบเขตมหาศาลและยังจับได้ยากด้วย
ทว่า สำหรับตัวตนขอบเขตมหาศาลผู้สัญจรในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยเนิ่นนาน การล่าปลาผีเขมือบวิญญาณก็มิได้ยากเกินไปนัก
แค่ขยี้ปีกมันเสียก็ไร้พิษภัยแล้ว
จริงดั่งว่า สตรีชุดม่วงนำมีดเปื้อนเลือดสีขาวดุจหิมะเล่มหนึ่งออกมาตัดปีกของมัจฉาประหลาดออกอย่างชำนิชำนาญ จากนั้นก็เก็บสายเบ็ดไปแล้วโยนมัจฉาประหลาดลงตะกร้าแทบเท้าตน
ในร่างของปลาผีเขมือบวิญญาณมีสมบัติชิ้นหนึ่งนาม ‘ไข่มุกกระแสปีศาจ’ อยู่ ซึ่งสามารถใช้เป็นโอสถได้ มีประโยชน์เลิศล้ำสำหรับตัวตนขอบเขตมหาศาล มูลค่าเลิศล้ำยิ่ง
ยอดฝีมือผู้สัญจรในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยมาเนิ่นนาน มักใช้ไข่มุกกระแสปีศาจนี้ฟื้นพลังกายขัดเกลาวิถี ยามพวกเขาขาดโอสถ
ขณะเดียวกัน ไข่มุกกระแสปีศาจนี้ก็ถูกใช้เป็นสกุลเงินในธารนทีสายยาวเพื่อต่อรองแลกเปลี่ยนสิ่งของอีกด้วย
“ท่านควรไปให้ไวเสียดีกว่า อย่าให้ข้าสงสัยว่ามีเจตนาร้ายเลย หาไม่ อย่าหาว่าข้าเสียมารยาทนะ!”
ไกลออกไป สตรีชุดม่วงเหนือสัตตบงกชพลันกล่าวขึ้น
ขณะหันหลังให้ซูอี้ ข้อมือของนางก็สะบัดเหวี่ยงเบ็ดลงในธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยอีกครั้ง
ซูอี้แย้มยิ้ม เขาไม่กล่าววจีใดแล้วจากไป
ธารนทีสายยาวแห่งยุคสมัยนี้ยิ่งใหญ่กว้างขวาง แม้บุคคลนับพันจะเดินเคียงบ่าก็ยังดูแสนเล็กจ้อย
อ่านนิยายฟรี ได้แล้ววันนี้ที่ Novel Lucky
ครู่ต่อมา
เบื้องหลังเขาพลันบังเกิดเหตุสะท้านโลกา ปะปนด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเดือดดาล
ซูอี้ผู้ยืนเหนือดาบเคียงประชิดหันกลับมาและเห็นทันทีว่าไกลออกไปบนมหาธารยิ่งใหญ่บังเกิดคลื่นมหึมากวาดวาดเยี่ยงพายุ ดุดันน่าสะพรึงกลัว
สตรีชุดม่วงผู้เหยียบยืนเหนือสัตตบงกชกำลังเร่งรุดมาทางเขา
เบื้องหลังนาง มีเกลียวคลื่นป่วนพัด มีเงาดำสายหนึ่งเร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเป็นสัตว์ยักษ์สักตัว
เพียงส่วนหลังของมันที่โผล่มาบนผิวน้ำก็ยาวเป็นพันจั้งแล้ว!