บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #2 : เงาคำสั่งจากหลังม่าน
ค่ำคืนของหอเยว่เซียงยังคงคึกคักไม่ต่างจากเมื่อคืน
โคมแดงแกว่งไหวตามแรงลม เสียงหัวเราะของเหล่าคุณชายและขุนนางดังลอยอยู่ทั่วทั้งหอ
หญิงสาวในชุดงดงามเดินต้อนรับแขกอย่างคล่องแคล่ว
แต่ในมุมหนึ่งของห้อง
ชายสองคนเพิ่งก้าวเข้ามา
หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มร่างสูง สวมชุดผ้าไหมสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาแต่สายตากลับดูหยิ่งยโส
เขาคือ
หลินเหว่ย
บุตรชายของตระกูลหลิน
ข้างกายเขามีสหายอีกคนหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น
“ที่นี่คือหอเยว่เซียงหรือ ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว”
หลินเหว่ยยิ้มบาง
“ข้าก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่าหญิงงามลึกลับที่ผู้คนกล่าวถึงจะงดงามเพียงใด”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา
บนชั้นสองของหอ
หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่หลังฉากผ้าไหมบาง
ดวงตาของนางมองลงไปยังโถงใหญ่ด้านล่าง
ทันทีที่สายตาเห็นชายผู้นั้น
ปลายนิ้วของนางก็หยุดนิ่ง
หลินเหว่ย
พี่ชายต่างมารดา
คนที่เคยผลักนางลงสู่ความตาย
แต่เพียงชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น
แววตาของนางก็กลับมาเรียบเฉย
ไม่มีความโกรธ
ไม่มีความตื่นตระหนก
ราวกับมองคนแปลกหน้า
หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากระเบียงอย่างเงียบงัน
ผ่านทางเดินยาวที่มีโคมไฟสลัว
จนมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง
ประตูห้องนั้นถูกปิดสนิท
ไม่มีสาวใช้เฝ้า
ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
หญิงสาวผลักประตูเข้าไปช้า ๆ
ภายในห้องมืดสลัว
มีเพียงม่านสีดำผืนใหญ่กั้นอยู่กลางห้อง
นางคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง
“ข้าพบท่านแล้ว”
เสียงของนางเบา แต่ชัดเจน
อีกด้านของม่านเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่เสียงของชายผู้หนึ่งจะดังขึ้น
เสียงนั้นต่ำ แหบเล็กน้อย ราวกับถูกบิดให้ผิดธรรมชาติ
“คืนนี้เจ้าเห็นอะไรบ้าง”
หญิงสาวตอบอย่างสงบ
“เหยื่อเริ่มเข้ามาแล้ว”
อีกด้านของม่านเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น
“ดี”
“ในอีกสองสามวันนี้ คนจากตระกูลหลินจะเริ่มมาเยือนที่นี่บ่อยขึ้น”
เสียงนั้นหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อ
“เจ้าพร้อมหรือยัง”
ดวงตาของหญิงสาวนิ่งสงบ
“ข้ารอวันนี้มานานแล้ว”
อีกด้านของม่านเงียบไปอีกครั้ง
ก่อนเสียงชายลึกลับจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“จำไว้ให้ดี”
“ความแค้นของเจ้า ต้องค่อย ๆ ชำระ”
“อย่าฆ่าศัตรูเร็วเกินไป”
“ความสิ้นหวัง…ต้องใช้เวลา”
หญิงสาวก้มศีรษะเล็กน้อย
“ข้าเข้าใจ”
หลังจากนั้นความเงียบก็ปกคลุมห้องอีกครั้ง
หญิงสาวลุกขึ้นช้า ๆ
ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง
แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตู
ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของนาง
ภาพที่นางไม่เคยลืม
แปดปีก่อน
ตอนนั้นนางมีอายุเพียงแปดขวบ
เรือนรองของตระกูลหลินเงียบสงบในยามค่ำ
แต่คืนนั้น
พี่ชายต่างมารดาและพี่สาวสองคนกลับเข้ามาในห้องของนาง
“เจ้ามันก็แค่ลูกเมียรอง”
หนึ่งในนั้นผลักนางล้มลง
“ทำไมท่านพ่อถึงเอ็นดูเจ้ามากกว่าพวกข้า”
พวกเขาเริ่มรื้อของในห้อง
โคมไฟบนโต๊ะถูกผลักตกลงมา
น้ำมันตะเกียงไหลนองบนพื้น
เปลวไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เด็กทั้งสามตกใจ
“ไฟไหม้!”
พวกเขารีบวิ่งออกจากห้อง
ทิ้งเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ไว้ข้างหลัง
ไฟเริ่มลุกลามไปทั่วห้อง
ควันหนาทึบทำให้นางหายใจแทบไม่ออก
ในขณะที่นางกำลังหมดแรง
ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
มารดาของนาง
หญิงสาววิ่งเข้ามาโดยไม่ลังเล
“เซียงหลัว!”
นางอุ้มลูกสาวขึ้นมา
แล้วรีบพาออกไปที่หน้าต่าง
แต่ในขณะที่ไฟกำลังลุกลาม
คานไม้ด้านบนก็เริ่มสั่นไหว
มารดาของนางกัดฟันแน่น
ก่อนจะผลักลูกสาวออกไปทางหน้าต่าง
“หนีไป!”
ร่างเล็กของหลินเซียงหลัวกลิ้งลงสู่พื้นด้านนอก
แต่ก่อนที่นางจะลุกขึ้น
เสียงไม้ถล่มก็ดังขึ้น
เปลวไฟกลืนกินเรือนรองทั้งหลัง
และนั่นคือครั้งสุดท้าย
ที่นางเห็นมารดาของตน
หลังจากคืนนั้น
ทุกคนในตระกูลหลินต่างเชื่อว่า
มารดาและบุตรสาว
ตายไปพร้อมกันในกองเพลิง
แต่ไม่มีใครรู้ว่า
ในคืนเดียวกันนั้นเอง
ชายลึกลับผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น
และพาเด็กหญิงที่ยังมีลมหายใจ
หายไปจากสถานที่แห่งนั้น
เสียงดนตรีจากโถงใหญ่ของหอเยว่เซียงดังขึ้นอีกครั้ง
หลินเซียงหลัวหยุดยืนอยู่ที่ระเบียง
สายตาของนางมองลงไปยังชายหนุ่มด้านล่าง
หลินเหว่ย
พี่ชายต่างมารดาของนางกำลังหัวเราะอย่างสบายใจ
ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
หญิงสาวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
รอยยิ้มที่เย็นเยียบจนแทบมองไม่เห็น
“พี่ชาย…”
เสียงของนางแผ่วเบา
“ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว”
“เกมของข้า…”
“กำลังจะเริ่มต้น”