บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #29 : เงาธนูระหว่างทางกลับเมืองหลวง
รุ่งเช้าหลังงานล่าสัตว์
หมอกบางลอยคลออยู่เหนือทุ่งกว้าง
ขบวนเสด็จของราชสำนักเริ่มเคลื่อนตัวกลับเมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่
ทหารหลวงนับร้อยเดินนำหน้า
ธงมังกรสีทองโบกสะบัดตามแรงลม
ลำดับขบวนถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
ด้านหน้าเป็นรถม้าพระที่นั่งของ ฮ่องเต้และฮองเฮา
ตามมาด้วยรถม้าของเชื้อพระวงศ์
ทั้งรัชทายาทและท่านอ๋อง
ถัดมาเป็นขบวนของขุนนางใหญ่
รวมถึง ตระกูลหลิน
และท้ายขบวน
คือรถม้าของแขกผู้ติดตามและสตรีจากหอเยว่เซียง
ภายในรถม้าคันหนึ่ง
หลินเซียงหลัวนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
ผ้าม่านบางไหวเบา ๆ ตามแรงลม
ตรงข้ามนางคือหญิงรับใช้คนสนิท
“นายหญิง เมื่อกลับเมืองหลวงแล้ว เราจะกลับหอทันทีหรือเจ้าคะ”
หลินเซียงหลัวพยักหน้าเบา ๆ
“อืม”
“คงต้องรีบกลับ”
ดวงตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่าง
เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
ในเวลาเดียวกัน
ไม่ไกลออกไป
รัชทายาท เซียวเหยียน ขี่ม้าอยู่ข้างรถม้าของตน
สายตาของเขามองสำรวจขบวนอย่างระมัดระวัง
แต่แล้ว—
ฟึ่บ!
เสียงลูกธนูพุ่งผ่านอากาศดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“ระวัง!”
ทหารตะโกนลั่น
ทันใดนั้น
เงาคนหลายคนพุ่งออกมาจากป่าข้างทาง
พวกมันสวมชุดดำและถือดาบยาว
นักฆ่า!
เสียงดาบปะทะกันดังขึ้นทันที
ทหารหลวงเข้าปะทะกับกลุ่มคนร้ายอย่างรวดเร็ว
รถม้าหลายคันเริ่มแตกตื่น
ม้าบางตัวตกใจจนวิ่งออกนอกเส้นทาง
ท่ามกลางความชุลมุน
รถม้าคันหนึ่งถูกผลักจนเอียงตกลงข้างทาง
ล้อไม้กระแทกกับพื้นเสียงดัง
เซียวเหยียนหันไปมอง
และในวินาทีนั้น
เขาคิดเพียงอย่างเดียว
รถม้าของนาง!
“หยุดรถ!”
เขากระโดดลงจากม้าทันที
ก่อนจะรีบวิ่งไปยังรถม้าที่ตกข้างทาง
เซียวเหยียนเปิดม่านรถม้าออกอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่!”
แต่ทันทีที่เขามองเข้าไป
คนที่อยู่ด้านในกลับไม่ใช่หลินเซียงหลัว
แต่เป็น
คุณหนูตระกูลหลิน
เซียวเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง
“ท่านรัชทายาท”
เซียวเหยียนหันกลับไปทันที
ไม่ไกลจากนั้น
รถม้าอีกคันจอดอยู่
หลินเซียงหลัวยืนอยู่ข้างรถม้า
ดูเหมือนเพิ่งลงมา
นางปลอดภัยดี
เซียวเหยียนถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว
ก่อนจะเดินตรงไปหานาง
“เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
หลินเซียงหลัวมองเขาเล็กน้อย
ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ”
แต่สายตาของนางกลับสังเกตเห็นบางอย่าง
รัชทายาทดูเหมือน รีบมามากเกินไป
เซียวเหยียนยังคงถามต่อ
“รถม้าเจ้าถูกโจมตีหรือไม่”
หลินเซียงหลัวส่ายศีรษะ
“ไม่เพคะ”
“ขบวนของหม่อมฉันอยู่ท้าย”
ในขณะเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง
อ๋องเสวียนยืนมองภาพนั้นเงียบ ๆ
สายตาของเขาคมขึ้นเล็กน้อย
รัชทายาทรีบไปช่วยนาง…
เร็วจนเกินไป
แต่ไม่นาน
นักฆ่าก็ถอยหนีเข้าไปในป่า
ทหารหลวงไล่ตามอยู่ครู่หนึ่ง
แต่ก็ไม่พบร่องรอย
เหตุการณ์จบลงอย่างรวดเร็ว
ขบวนเสด็จจึงเริ่มเคลื่อนต่ออีกครั้ง
ช่วงบ่าย
กำแพงสูงของ เมืองหลวง ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า
ขบวนเสด็จผ่านประตูเมืองอย่างปลอดภัย
เมื่อถึงเขตเมือง
หลินเซียงหลัวเตรียมจะกลับหอเยว่เซียง
แต่ก่อนรถม้าจะเคลื่อน
เซียวเหยียนก็เดินเข้ามา
“ข้าจะไปส่งเจ้า”
หลินเซียงหลัวเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ไม่จำเป็นเพคะ”
เซียวเหยียนยิ้มบาง ๆ
“ถือว่าข้าอยากแน่ใจว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
“หม่อมฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเพคะ”
แต่สุดท้าย
รัชทายาทก็ขึ้นรถม้าคันเดียวกับนาง
รถม้าเคลื่อนผ่านถนนหินของเมืองหลวง
บรรยากาศเงียบสงบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเซียวเหยียนจะพูด
“เมื่อครู่เจ้าตกใจหรือไม่”
หลินเซียงหลัวส่ายศีรษะ
“หม่อมฉันเคยเจอเรื่องแย่กว่านี้”
เซียวเหยียนมองนาง
ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
“ข้าเชื่อ”
ไม่นาน
รถม้าก็มาหยุดหน้าประตู หอเยว่เซียง
หลินเซียงหลัวลงจากรถ
ก่อนจะหันไปคำนับเล็กน้อย
“ขอบพระคุณที่มาส่งเพคะ”
เซียวเหยียนยืนมองนาง
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ดูแลตัวเองให้ดี”
หลินเซียงหลัวพยักหน้า
ก่อนจะเดินเข้าไปในหอ
ร่างของนางค่อย ๆ หายไปหลังประตูไม้
เซียวเหยียนยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง
ก่อนจะหันหลังกลับ
ในใจของเขายังมีคำถามหนึ่ง
การโจมตีเมื่อครู่
ดูเหมือนจะ ไม่ได้ตั้งใจฆ่า
แต่เหมือน
กำลังเตือนใครบางคนมากกว่า