บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #31 : เงาไฟเมื่อสิบปีก่อน
ค่ำคืนในตำหนักรัชทายาทเงียบสงบ
แสงตะเกียงส่องสว่างเพียงเล็กน้อย
กองเอกสารจำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะไม้ยาว
เซียวเหยียนนั่งอยู่ตรงนั้น
สายตาคมกริบกำลังอ่านรายงานทีละแผ่น
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้น
ชายหนุ่มผู้หนึ่งคุกเข่าลง
“ถวายบังคมรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
เขาคือ เว่ยอี้
องครักษ์เงาที่รัชทายาทไว้วางใจที่สุด
เซียวเหยียนไม่เงยหน้าขึ้น
“สืบได้หรือไม่”
เว่ยอี้ตอบทันที
“เรื่องไฟไหม้ตระกูลหลินเมื่อสิบปีก่อน…มีบางอย่างผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ”
มือของเซียวเหยียนหยุดลงเล็กน้อย
“พูดมา”
เว่ยอี้หยิบม้วนเอกสารออกมา
“ตามบันทึกของทางการ เหตุการณ์นั้นถูกระบุว่าเป็นอุบัติเหตุ”
“แต่คนงานเก่าของคฤหาสน์หลินให้การว่า”
“ก่อนเกิดไฟไหม้…มีคนแอบเข้าไปในเรือนด้านใน”
ดวงตาของเซียวเหยียนหรี่ลงเล็กน้อย
“ใคร”
เว่ยอี้ส่ายศีรษะ
“ไม่มีผู้ใดเห็นหน้า”
“แต่มีคนเห็นว่าเขาสวมชุดของคนในวัง”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที
เซียวเหยียนเอนหลังพิงเก้าอี้
สายตาของเขาลึกและเย็นชา
“คนในวัง…”
เว่ยอี้พูดต่อ
“และยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ”
“ก่อนเกิดไฟไหม้เพียงหนึ่งเดือน”
“ตระกูลหลินเพิ่งถวายีกาต่อฮ่องเต้”
เซียวเหยียนเงยหน้าขึ้น
“เรื่องอะไร”
เว่ยอี้ตอบช้า ๆ
“เรื่องการทุจริตเงินหลวงของขุนนางบางกลุ่ม”
แววตาของเซียวเหยียนเย็นลงทันที
เพราะคดีที่เขากำลังสืบอยู่ในตอนนี้
ก็คือ
คดีเงินหลวงหาย
เหมือนกับเมื่อสิบปีก่อนทุกอย่าง
เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด
เซียวเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดอีกคำ
“แล้วเรื่องในวัง”
เว่ยอี้รู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
เขาก้มศีรษะเล็กน้อย
“กระหม่อมตรวจสอบบันทึกแพทย์หลวงในอดีตแล้ว”
“เรื่องการสวรรคตของฮองเฮาองค์ก่อน…”
น้ำเสียงของเขาหนักขึ้น
“มีความผิดปกติจริง”
มือของเซียวเหยียนกำแน่นเล็กน้อย
ฮองเฮาองค์ก่อน
คือ มารดาของเขา
หญิงผู้ใจดีและอ่อนโยน
ที่เสียชีวิตไปตอนเขายังเด็ก
เว่ยอี้พูดต่อ
“บันทึกระบุว่าเป็นโรคร้าย”
“แต่แพทย์หลวงคนหนึ่งเคยเขียนรายงานลับไว้”
“ว่า…อาจเป็นพิษ”
ดวงตาของเซียวเหยียนมืดลง
“ใครถวายยานั้น”
เว่ยอี้ลังเลเล็กน้อย
ก่อนตอบ
“สนมเอกในเวลานั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ซึ่งปัจจุบันคือ…”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนเอ่ยชื่อออกมา
“ฮองเฮา”
ห้องทั้งห้องเงียบงัน
เซียวเหยียนลุกขึ้นช้า ๆ
สายตาของเขาคมกริบ
“และฮองเฮาปัจจุบัน…”
เว่ยอี้ตอบทันที
“มาจากตระกูลหลินพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นน้องสาวของท่านหลินเจิ้ง”
“บิดาของคุณหนูหลินทั้งสาม”
นั่นหมายความว่า
ฮองเฮาในวังตอนนี้
คือ อาหญิงของหลินเซียงหลัว
ความจริงข้อนี้ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนขึ้น
เซียวเหยียนเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง
มองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำ
ในหัวของเขา
มีภาพหนึ่งปรากฏขึ้น
ใบหน้าของหญิงงามแห่งหอเยว่เซียง
หลินเซียงหลัว
หญิงที่ควรเป็นเพียงผู้ดูแลหอคณิกา
แต่กลับเกี่ยวพันกับ
ตระกูลหลิน
ไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน
และความลับในวัง
เซียวเหยียนพึมพำเบา ๆ
“หลินเซียงหลัว…”
“เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่”
เขาหันกลับมาหาเว่ยอี้
ก่อนสั่งเสียงเย็น
“สืบต่อไป”
“ข้าต้องการรู้ทุกอย่าง”
“ทั้งเรื่องไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน”
“และเรื่องการตายของมารดาข้า”
เว่ยอี้คำนับทันที
“พ่ะย่ะค่ะ”
แต่ก่อนที่เขาจะออกไป
เซียวเหยียนก็พูดอีกประโยค
เสียงต่ำ
“และอีกเรื่องหนึ่ง”
เว่ยอี้หยุด
“พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนมองออกไปยังเมืองหลวง
ก่อนพูดช้า ๆ
“จับตาดูหลินเซียงหลัว”
“อย่าให้คลาดสายตา”
เว่ยอี้พยักหน้า
ก่อนจะหายไปในเงามืด
เหลือเพียงรัชทายาทยืนอยู่ลำพัง
สายลมกลางคืนพัดผ่านหน้าต่าง
เปลวตะเกียงไหวเล็กน้อย
ในใจของเซียวเหยียน
เริ่มมีความคิดหนึ่งผุดขึ้น
ถ้าหลินเซียงหลัวคือ
คุณหนูหลินที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อนจริง
นั่นหมายความว่า
ไฟไหม้ในวันนั้น
อาจไม่ใช่แค่การฆาตกรรม
แต่มันอาจเป็น
แผนที่เกี่ยวข้องกับทั้งราชสำนัก
และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
อาจเป็น
คนที่อยู่ใกล้บัลลังก์ที่สุด