บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #33 : กลิ่นหอมจากอดีต
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้ของห้องพักในหอเยว่เซียง
กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ
หญิงกำนัลที่บาดเจ็บหนักนอนอยู่บนเตียงมาหลายวันแล้ว
ทั่วร่างของนางพันด้วยผ้าพันแผล
รอยแผลจากการถูกทรมานยังคงเห็นได้ชัด
นิ้วของนางขยับเล็กน้อย
เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก
ภาพตรงหน้าเริ่มชัดขึ้นทีละน้อย
เพดานไม้
แสงแดด
และกลิ่นสมุนไพร
“ข้า…อยู่ที่ไหน…”
เสียงของนางแผ่วเบา
ในขณะนั้นเอง
ประตูห้องก็เปิดออก
หญิงสาวในชุดสีอ่อนเดินเข้ามา
นางถือถาดยาสมุนไพรไว้ในมือ
แสงแดดยามเช้าตกกระทบร่างของนาง
ทำให้ใบหน้าครึ่งหนึ่งใต้ผ้าคลุมบางดูงดงามราวภาพวาด
หลินเซียงหลัว
“เจ้าฟื้นแล้วหรือ”
น้ำเสียงของนางอ่อนโยน
หญิงกำนัลมองนางอย่างงุนงง
ก่อนจะพยายามลุกขึ้น
แต่ความเจ็บปวดทำให้นางต้องหยุด
หลินเซียงหลัวรีบวางถาดยา
ก่อนช่วยพยุงนางอย่างระมัดระวัง
“อย่าขยับมาก เจ้ายังบาดเจ็บอยู่”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยเข้ามาใกล้
หญิงกำนัลชะงักเล็กน้อย
กลิ่นนั้น…
แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ไม่ใช่น้ำหอม
แต่เป็นกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
หอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ
หัวใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย
เพราะกลิ่นนั้น
ทำให้นางนึกถึงบางอย่างในอดีต
หลินเซียงหลัวกำลังช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลที่ไหล่ของนาง
ขณะที่นางก้มตัวลง
เสื้อคลุมด้านหลังของนางเลื่อนลงเล็กน้อย
และในชั่วขณะนั้น
สายตาของหญิงกำนัลก็เห็นบางอย่าง
ที่แผ่นหลังของหญิงสาว
มี ปานสีแดงอ่อนรูปดอกเหมย
ดอกเหมยห้ากลีบ
ชัดเจนราวกับแต้มไว้บนผิวขาว
ดวงตาของหญิงกำนัลเบิกกว้าง
หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นทันที
“ดอกเหมย…”
ในความทรงจำของนาง
มีภาพหนึ่งผุดขึ้นมา
เมื่อหลายปีก่อน
ในสวนของวังหลวง
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งวิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางต้นเหมย
เด็กคนนั้นหัวเราะอย่างสดใส
และที่หลังของนาง
ก็มี ปานรูปดอกเหมยแบบเดียวกัน
หญิงกำนัลรู้สึกเหมือนลมหายใจหยุดไปชั่วขณะ
สายตาของนางมองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง
กลิ่นหอม
ปานดอกเหมย
ดวงตาคู่นั้น
ทุกอย่างเหมือนกับเด็กคนนั้นในอดีตอย่างประหลาด
แต่…
นั่นเป็นไปไม่ได้
เด็กคนนั้น
ตายไปแล้ว
ในกองเพลิงของตระกูลหลิน
หญิงกำนัลจ้องมองหลินเซียงหลัวอย่างเงียบงัน
ในใจเต็มไปด้วยคำถาม
แต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้พูดอะไร
หลินเซียงหลัวไม่ทันสังเกตสายตานั้น
นางเพียงยิ้มบาง ๆ
ก่อนพูดอย่างสงบ
“เจ้าพักรักษาตัวที่นี่ก่อนเถิด”
“ถ้าไม่รู้จะไปที่ไหน”
“ก็อยู่ช่วยงานในหอนี้ได้”
หญิงกำนัลมองนางด้วยความตกใจเล็กน้อย
“เหตุใด…เจ้าจึงช่วยข้า”
หลินเซียงหลัวตอบเรียบ ๆ
“เพราะเจ้ากำลังถูกไล่ฆ่า”
“และคนที่ถูกไล่ฆ่า…มักมีความลับบางอย่าง”
นางลุกขึ้น
ก่อนพูดต่อ
“ข้าไม่จำเป็นต้องรู้ความลับของเจ้าตอนนี้”
“เพียงพักให้หายก่อนก็พอ”
พูดจบ
นางก็เดินออกจากห้องไป
ทิ้งให้หญิงกำนัลนั่งนิ่งอยู่บนเตียง
มือของนางกำผ้าห่มแน่น
สายตายังคงสั่นไหว
ในใจของนาง
มีเพียงความคิดเดียววนเวียน
หรือว่า…
คุณหนูคนนั้น…ยังมีชีวิตอยู่
แต่ในเวลาเดียวกัน
อีกด้านหนึ่งของหอเยว่เซียง
หลินเซียงหลัวกำลังยืนอยู่ในห้องลับ
เบื้องหน้าของนาง
คือชายลึกลับผู้สวมชุดสีดำ
เจ้าของหอเยว่เซียงตัวจริง
“นายท่าน”
หลินเซียงหลัวคำนับเล็กน้อย
ชายผู้นั้นมองนางเงียบ ๆ
ก่อนกล่าวเสียงต่ำ
“เวลาของเจ้า…มาถึงแล้ว”
หลินเซียงหลัวเงยหน้าขึ้น
ดวงตาของนางเย็นเฉียบ
ชายลึกลับกล่าวต่อ
“ตระกูลหลินเริ่มเคลื่อนไหว”
“และคนจากแคว้นของมารดาเจ้ากำลังเดินทางมาเมืองหลวง”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนพูดประโยคสุดท้าย
“ถึงเวลาแล้ว”
“ที่เจ้าจะเริ่ม ล้างแค้นตระกูลหลินอย่างจริงจัง”
แสงตะเกียงส่องสะท้อนในดวงตาของหลินเซียงหลัว
เปลี่ยนเป็นประกายเย็นชา
ในที่สุด
วันที่นางรอคอยมานาน
ก็มาถึง