บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #39 : เงาจันทร์และความจริงที่ใกล้เปิดเผย
ลมกลางคืนพัดผ่านผิวน้ำ
เงาจันทร์สะท้อนอยู่บนสระนิ่งสงบ
แต่บรรยากาศภายในศาลากลับตึงเครียดขึ้นอย่างประหลาด
เซวียอวี้เฉินยังคงมองจี้หยกในมือของหลินเซียงหลัว
สายตาของเขาเปลี่ยนไป
จากความสงสัย
กลายเป็นความตกตะลึง
“หยกชิ้นนี้…”
เสียงของเขาต่ำลง
“เป็นของเจ้าหญิงแห่งซีหลิงจริง ๆ”
หลินเซียงหลัวเงียบ
ปลายนิ้วของนางลูบผิวหยกเบา ๆ
ของชิ้นนี้
นางพกติดตัวมาตั้งแต่เด็ก
มันเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่จากมารดา
เซวียอวี้เฉินสูดลมหายใจช้า ๆ
ดวงตาคมจับจ้องนาง
“เจ้า…เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงซีหลิงอย่างไร”
คำถามนั้นยังไม่ทันได้คำตอบ
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังศาลา
ทั้งสองคนหันไปพร้อมกัน
เงาร่างสูงสง่าเดินออกมาจากความมืด
เสื้อคลุมสีดำพริ้วไหวตามลม
ดวงตาคมลึกจับจ้องภาพตรงหน้า
บุรุษผู้นั้นคือ
เซียวเหยียน
แสงจันทร์สาดลงบนใบหน้าของเขา
ทำให้สีหน้าที่สงบนิ่งยิ่งดูเย็นชา
หลินเซียงหลัวเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ท่านมาได้อย่างไร”
เซียวเหยียนเดินเข้ามาใกล้
สายตาของเขากวาดมองเซวียอวี้เฉินช้า ๆ
ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“ข้าเพียงผ่านมา”
คำพูดนั้นเรียบง่าย
แต่ใครก็รู้ว่าไม่ใช่ความจริง
เซวียอวี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“องค์ชายเซียว”
น้ำเสียงของเขาสุภาพ
แต่แฝงความระแวง
“การตามสตรีกลางดึกเช่นนี้ ดูไม่ค่อยเหมาะนัก”
มุมปากของเซียวเหยียนยกขึ้นเล็กน้อย
“แม่ทัพเซวียต่างหาก”
“ที่ดูสนใจสตรีของเมืองหลวงข้ามากเกินไป”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเย็นลงทันที
ลมกลางคืนพัดแรงขึ้นเล็กน้อย
หลินเซียงหลัวมองทั้งสองคนสลับกัน
ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“ดูเหมือนคืนนี้ท่านทั้งสองจะไม่ยอมพูดกันดี ๆ”
เซวียอวี้เฉินยังคงมองนาง
ก่อนพูดช้า ๆ
“ข้าขอถามอีกครั้ง”
“หยกชิ้นนั้น…”
“เจ้ามีมันมาตั้งแต่เมื่อใด”
หลินเซียงหลัวตอบอย่างสงบ
“ตั้งแต่จำความได้”
เซวียอวี้เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“ถ้าเช่นนั้น…”
“เจ้าคงเป็นคนที่ข้าตามหามานาน”
หลินเซียงหลัวนิ่งเล็กน้อย
แต่ยังไม่ตอบ
เซียวเหยียนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
หรี่ตาลงช้า ๆ
คำพูดนั้น
ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก
สุดท้าย
เซวียอวี้เฉินก็ถอยออกไปหนึ่งก้าว
สายตาของเขายังคงมองนางอย่างลึกซึ้ง
“คืนนี้พอแค่นี้ก่อน”
เขาพูดเบา ๆ
“แต่ข้าจะต้องรู้ความจริงให้ได้”
จากนั้นเขาก็ค้อมศีรษะเล็กน้อย
ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ทิ้งไว้เพียง
หลินเซียงหลัว
และเซียวเหยียน
ลมกลางคืนพัดผ่านศาลา
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง
เซียวเหยียนมองนาง
สายตาคมลึก
“ดูเหมือนเจ้าจะมีความลับมากกว่าที่ข้าคิด”
หลินเซียงหลัวยิ้มบาง
“ทุกคนล้วนมีความลับ”
เซียวเหยียนจ้องนางอยู่นาน
ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“ดึกแล้ว”
“ข้าจะไปส่งเจ้า”
หลินเซียงหลัวเลิกคิ้วเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ทั้งสองเดินออกจากศาลา
กลับเข้าสู่ถนนเงียบสงบของเมืองหลวง
ไม่นานนัก
หอเยว่เซียงก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
โคมแดงแขวนเรียงรายส่องแสงอบอุ่น
หลินเซียงหลัวหยุดเดิน
หันมามองเขา
“ขอบคุณที่มาส่ง”
เซียวเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า
สายตาของเขามองนางนิ่ง
ก่อนจะพูดเบา ๆ
“บุรุษคนนั้น”
“เจ้าสนิทกับเขามากหรือ”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
“ท่านกำลังหึงหรือ”
คำถามนั้นทำให้เซียวเหยียนชะงักเล็กน้อย
แต่เพียงชั่วครู่
เขาก็หันหน้าหนีเล็กน้อย
“ข้าเพียงเตือนเจ้า”
“อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ”
หลินเซียงหลัวมองเขา
แววตาเหมือนมีรอยยิ้มซ่อนอยู่
“เช่นนั้น…”
“ข้าควรไว้ใจท่านหรือไม่”
คำถามนั้นทำให้เซียวเหยียนเงียบไป
ครู่หนึ่ง
เขาจึงตอบเบา ๆ
“ถ้าเป็นข้า…”
“อย่างน้อยก็จะไม่ทำร้ายเจ้า”
สายลมพัดผ่านระหว่างทั้งสอง
หลินเซียงหลัวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะยิ้มบาง
“ดึกแล้ว ท่านองค์ชาย”
“กลับตำหนักของท่านเถิด”
นางหันหลัง
เดินเข้าไปในหอเยว่เซียง
โคมแดงส่องเงาของนางไกลออกไปเรื่อย ๆ
เซียวเหยียนยังคงยืนอยู่ที่เดิม
สายตามองตามเงาร่างนั้น
ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“หลินเซียงหลัว…”
“เจ้าซ่อนอะไรไว้กันแน่”
คืนนี้
ทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันไป
แต่ความลับที่ผูกพันพวกเขาไว้
กำลังค่อย ๆ เปิดเผยทีละน้อย
และเมื่อถึงวันที่ความจริงทั้งหมดปรากฏ
ไม่มีใครรู้เลยว่า
ใครจะเป็นผู้ชนะ
บนกระดานหมากแห่งชะตากรรมนี้