บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #41 : เถ้าถ่านในอดีต
ยามสายของวันนั้น หอเยว่เซียงยังคงครึกครื้นเช่นทุกวัน
เสียงพิณดังแผ่วจากห้องด้านหน้า เสียงหัวเราะของแขกเหรื่อประสานกับกลิ่นกำยานจาง ๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ทั่วเรือนใหญ่
ทว่าลึกเข้าไปในเรือนด้านใน ซึ่งถูกปิดไว้สำหรับแขกพิเศษ กลับเงียบสงบราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง
ห้องรักษาแผลเล็ก ๆ ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย
บนโต๊ะไม้แกะสลักมีขวดหยกหลายใบวางเรียงกัน บ้างบรรจุครีมสมุนไพร บ้างเป็นน้ำยารักษาบาดแผล กลิ่นหอมอ่อนของดอกเหมยผสมสมุนไพรจีนลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ
หลินเซียงหลัวนั่งอยู่หลังโต๊ะ
ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังบดสมุนไพรในครกหินอย่างช้า ๆ
ดวงตาของนางสงบนิ่ง ทว่าเบื้องลึกกลับซ่อนความคิดมากมายเอาไว้
ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
หญิงสาวสองคนก้าวเข้ามา
สองพี่น้องจากตระกูลหลิน
หนึ่งในนั้นมีรอยแผลเป็นจาง ๆ อยู่บนแก้ม แม้จะใช้แป้งชั้นดีปกปิด แต่เมื่อมองใกล้ก็ยังเห็นรอยนูนเล็กน้อย
ทันทีที่เข้ามา ทั้งสองก็ทำความเคารพอย่างสุภาพ
“คารวะเถ้าแก่เนี้ย”
หลินเซียงหลัวเงยหน้าขึ้น
ริมฝีปากยกยิ้มอ่อน
“เชิญนั่ง”
เสียงของนางนุ่มนวลจนฟังไม่ออกแม้แต่น้อย ว่าภายใต้รอยยิ้มนี้กำลังซ่อนอะไรไว้
หญิงสาวทั้งสองนั่งลง
หลินเซียงหลัวหยิบขวดหยกใบเล็กขึ้นมา เปิดฝาออกอย่างช้า ๆ
ครีมสีอ่อนมีกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยออกมา
“ยานี้ทำจากรากโสมป่าผสมดอกเหมยขาว”
นางกล่าว
“ช่วยสมานผิวและลดรอยแผลเป็นได้ดี”
หญิงสาวที่มีแผลบนแก้มพยักหน้าอย่างดีใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนเถ้าแก่เนี้ยแล้ว”
หลินเซียงหลัวใช้ปลายนิ้วแตะยาขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะค่อย ๆ ทาลงบนแผล
ทันทีที่ยาแตะผิว
หญิงสาวคนนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อย
“อ๊ะ—!”
นางเผลอกำมือแน่น
ดวงตาเบิกกว้าง
“แสบ…”
หลินเซียงหลัวกลับยังคงทายาอย่างสงบ
ราวกับไม่ได้ใส่ใจกับเสียงครางนั้นเลย
“ยาที่ดีมักเป็นเช่นนี้”
นางกล่าวเรียบ ๆ
“แผลที่ลึก…ต้องใช้ยาที่แรงพอ”
หญิงสาวพยายามฝืนทน
แม้ความแสบจะแล่นผ่านใบหน้าเหมือนไฟลาม
หลินเซียงหลัวทายาไปอย่างช้า ๆ
จากนั้นก็เอ่ยขึ้นเหมือนพูดคุยตามมารยาท
“เมืองหลวงช่วงนี้วุ่นวายไม่น้อย”
หญิงสาวอีกคนพยักหน้า
“ใช่ พวกเราก็ได้ยินข่าวลือมากมาย”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าเคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องหนึ่ง…”
นางหยุดเล็กน้อย
เหมือนกำลังคิด
“ไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อสิบปีก่อน”
คำพูดนั้นทำให้สองพี่น้องชะงักไปเล็กน้อย
หลินเซียงหลัวทำทีเหมือนไม่ทันสังเกต
“ได้ยินว่าเกิดขึ้นที่จวนใหญ่ของตระกูลหนึ่ง”
“หลายคนเสียชีวิต”
หญิงสาวที่มีแผลบนแก้มเผลอพูดออกมา
“ก็สมควรแล้ว—”
นางหยุดกะทันหัน
สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลินเซียงหลัวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ดวงตาของนางนิ่งลึก
“สมควร…หรือ”
หญิงสาวรีบแก้ตัว
“ข้า…หมายถึงเรื่องมันผ่านไปนานแล้ว”
แต่ในใจของหลินเซียงหลัวกลับเย็นเฉียบ
สมควรแล้ว
คำพูดนั้นราวกับมีดบาง ๆ กรีดผ่านหัวใจ
เพียงแวบเดียว
ภาพเปลวเพลิงในอดีตก็ลุกวาบขึ้นในความทรงจำ
เสียงไม้ล้ม เสียงคนร้อง
และกลิ่นควันไฟที่ไม่มีวันลืม
แต่นางกลับเพียงยิ้มอ่อน
ราวกับไม่ได้คิดอะไร
หญิงสาวอีกคนเริ่มมองนางอย่างพิจารณา
“เถ้าแก่เนี้ย…”
นางเอ่ยช้า ๆ
“เหตุใดท่านจึงสนใจเรื่องนี้”
บรรยากาศในห้องเงียบลง
หลินเซียงหลัวรู้ดี
พวกนางเริ่มระแวง
แต่เพียงชั่วพริบตา
นางก็หัวเราะเบา ๆ
“ก็แค่เรื่องเล่าของเมืองหลวง”
“หอเยว่เซียงของข้ามีแขกมากมาย ใคร ๆ ก็พูดถึง”
จากนั้นนางก็เปลี่ยนเรื่องทันที
“จริงสิ”
นางพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“พี่ชายของพวกเจ้าช่วงนี้คงยุ่งไม่น้อย”
สองพี่น้องชะงัก
“เถ้าแก่เนี้ยรู้จักพี่ชายของเราด้วยหรือ”
หลินเซียงหลัวยกยิ้มบาง
“เคยพบกันเพียงครั้งเดียว”
นางกล่าวช้า ๆ
“ดูเหมือนเขาจะกำลังตามหาใครบางคนในเมืองหลวง”
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากัน
หลินเซียงหลัวจึงพูดต่อ
“ถ้าเขาอยากได้ข่าว…”
“ก็มาที่หอเยว่เซียงสิ”
นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ
“บางทีสิ่งที่เขาตามหา…”
“อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิดก็ได้”
หลังจากรักษาแผลเสร็จ
สองพี่น้องก็ลุกขึ้นลา
เมื่อประตูปิดลง
ห้องทั้งห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
หลินเซียงหลัววางขวดหยกลง
ดวงตาของนางค่อย ๆ เย็นลง
สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“นายหญิง…”
“พวกนางสงสัยหรือไม่”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
“สงสัยบ้างก็ดี”
นางมองไปทางประตู
แววตาลึกซึ้ง
“ปลาถ้าจะติดเบ็ด…”
“ก็ต้องปล่อยให้มันคิดว่าตัวเองฉลาด”
ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง
ม่านบางพลิ้วไหว
หลินเซียงหลัวลุกขึ้นยืน
ก่อนจะกล่าวช้า ๆ
“เตรียมห้องรับแขกไว้”
สาวใช้ชะงัก
“นายหญิง…?”
หลินเซียงหลัวหันมองไปยังทิศของจวนตระกูลหลิน
แววตาของนางสงบนิ่ง
แต่ลึกลงไปเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความแค้น
“ไม่นานหรอก”
“พี่ชายของพวกนาง…”
“จะมาหาข้าด้วยตัวเอง”
และเมื่อถึงวันนั้น
ความลับที่ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านเมื่อสิบปีก่อน
ก็จะเริ่มถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง