บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #42 : แขกเก่าของหอเยว่เซียง
ค่ำคืนในเมืองหลวงยังคงสว่างไสวด้วยแสงโคมแดง
หอเยว่เซียงเต็มไปด้วยเสียงพิณ เสียงหัวเราะ และกลิ่นสุราหอมกรุ่น
แต่ในมุมหนึ่งของหอ
บรรยากาศกลับเงียบงันกว่าที่อื่น
บุรุษในชุดสีครามเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง
ใบหน้าคมคาย แววตาเฉียบลึก
คนผู้นั้นคือ
หลินเว่ย
ทันทีที่เขาเดินเข้ามา
สาวใช้หลายคนก็รีบก้มศีรษะทำความเคารพ
เพราะเขาไม่ใช่แขกแปลกหน้า
หลินเว่ยเคยมาที่หอเยว่เซียงหลายครั้ง
และเคยพบกับ เถ้าแก่เนี้ยผู้ลึกลับของหอ มาแล้ว
เพียงแต่
เขาไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง
เพราะทุกครั้งที่พบกัน
นางจะสวมผ้าปิดหน้าเสมอ
หลินเว่ยกวาดสายตามองรอบหอ
ก่อนจะถามสาวใช้เสียงเรียบ
“เถ้าแก่เนี้ยอยู่หรือไม่”
สาวใช้รีบตอบ
“นายหญิงทราบว่าท่านจะมาแล้วเจ้าค่ะ”
“เชิญท่านขึ้นไปด้านบน”
หลินเว่ยไม่ได้แปลกใจ
เพราะเถ้าแก่เนี้ยของหอนี้
มีข่าวเร็วราวกับรู้ทุกอย่างล่วงหน้า
เขาก้าวขึ้นบันไดไปอย่างเงียบ ๆ
ชั้นบนของหอเงียบกว่าด้านล่าง
แสงโคมส่องนวลตา
ประตูห้องหนึ่งเปิดอยู่เล็กน้อย
ภายในนั้น
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง
ผ้าแพรบางปิดใบหน้าของนาง
ลมยามค่ำพัดชายแขนเสื้อของนางไหวเบา ๆ
หลินเว่ยหยุดอยู่ที่หน้าประตู
“เถ้าแก่เนี้ย”
เสียงของเขาเรียบเย็น
หลินเซียงหลัวหันกลับมา
ดวงตาที่มองเขาสงบนิ่ง
“ท่านหลินเว่ย”
เสียงของนางยังคงนุ่มนวลเช่นเดิม
“ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าท่านต้องมา”
หลินเว่ยเดินเข้ามาในห้อง
สายตาของเขาจับจ้องนางอย่างพิจารณา
“เจ้าบอกน้องสาวข้าว่ามีข่าว”
“ข่าวอะไร”
หลินเซียงหลัวเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา
ก่อนจะรินชาให้เขาหนึ่งถ้วย
“ก่อนอื่น”
นางกล่าวเบา ๆ
“ข้าอยากถามท่านก่อน”
หลินเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ถามอะไร”
หลินเซียงหลัวมองเขาตรง ๆ
“ท่านยังต้องการกำจัดรัชทายาทอยู่หรือไม่”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องนิ่งลงทันที
หลินเว่ยหรี่ตา
“เจ้าพูดเรื่องอะไร”
หลินเซียงหลัวยิ้มบาง
“ท่านอย่าลืมสิ”
“เมื่อก่อนท่านเคยติดต่อกับนายท่านของข้า”
“เพื่อพูดคุยเรื่องนี้”
ดวงตาของหลินเว่ยเย็นลงทันที
เขามองนางนิ่ง
“เจ้ากล้าพูดเรื่องนี้ที่นี่หรือ”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
“หอเยว่เซียงของข้า”
“ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน”
ครู่หนึ่ง
หลินเว่ยจึงพูดขึ้นช้า ๆ
“แล้วข่าวที่เจ้าพูดถึงคืออะไร”
หลินเซียงหลัวหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ
ก่อนตอบอย่างเรียบเฉย
“รัชทายาทเริ่มสืบเรื่องไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อนแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หลินเว่ยชะงัก
แววตาของเขาแข็งขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าหมายความว่าอะไร”
หลินเซียงหลัวมองเขาอย่างลึกซึ้ง
“ข้าหมายความว่า…”
“ถ้าความจริงในคืนนั้นถูกเปิดเผย”
“ตระกูลหลินของท่าน”
“อาจไม่ปลอดภัย”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
หลินเว่ยกำถ้วยชาแน่น
เขารู้ดีว่า
เรื่องไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน
มีบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดเผย
เขาจ้องนางเขม็ง
“เหตุใดเจ้าถึงบอกเรื่องนี้กับข้า”
หลินเซียงหลัวหัวเราะเบา ๆ
“เพราะข้ากำลังทำการค้า”
“ข่าว…ก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่ง”
หลินเว่ยนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ถ้าเจ้าโกหกข้า…”
เขาพูดเสียงต่ำ
“เจ้าจะเสียใจ”
หลินเซียงหลัวเพียงยิ้ม
“ข้าไม่เคยขายข่าวปลอม”
หลินเว่ยหันหลังเดินออกจากห้อง
แต่ก่อนจะออกไป
เขาก็หยุดก้าวหนึ่ง
ก่อนพูดขึ้น
“เถ้าแก่เนี้ย”
“เจ้า…”
เขาหันกลับมามองนางอีกครั้ง
“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเคยเห็นเจ้ามาก่อน”
หลินเซียงหลัวนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“บางที”
“ท่านอาจเคยเห็นข้าในความฝัน”
หลินเว่ยไม่ตอบอะไร
เขาเพียงเดินจากไป
หลังจากประตูปิดลง
หลินเซียงหลัวจึงถอนหายใจเบา ๆ
ดวงตาของนางมองไปยังความมืดนอกหน้าต่าง
“ท่านพี่…”
นางพึมพำในใจ
แต่ไม่นาน
แววตาของนางก็กลับมาเย็นเฉียบอีกครั้ง
เกมหมากที่นางวางไว้
กำลังจะเดินเข้าสู่ก้าวสำคัญ
และเมื่อถึงวันนั้น
ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน
จะต้องเผชิญกับความจริง
อย่างไม่มีทางหลบหนี