บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #49 : รอยร้าวใต้หน้ากาก
หลังจากหลินซูเหยาจากไป
บรรยากาศภายในหอเยว่เซียงก็กลับคืนสู่ความครึกครื้นอีกครั้ง
เสียงหัวเราะ เสียงพิณ และกลิ่นสุรา ยังคงหลอมรวมเป็นภาพลวงตาอันงดงามของเมืองหลวง
ทว่าเบื้องหลังความงดงามนั้น
กลับมีสายตาหลายคู่กำลังเฝ้ามองกันอย่างเงียบงัน
โดยเฉพาะสายตาของเซียวเหยียน
ที่ยังคงทอดมองแผ่นหลังของหลินเซียงหลัวไม่ละไปไหน
ราวกับกำลังพยายามมองทะลุผ่านผ้าคลุมหน้า
และผ่านกำแพงทั้งหมดที่นางสร้างขึ้น
“ท่านเซียว”
เสียงของคนสนิทดังขึ้นเบา ๆ ข้างกาย
“มีข่าวจากกรมคลังพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนละสายตาจากชั้นบน
ก่อนรับจดหมายลับมาเปิดอ่าน
เพียงไม่นาน
แววตาของเขาก็ค่อย ๆ เย็นลง
“พบเส้นทางเงินอีกสายแล้วหรือ”
คนสนิทพยักหน้า
“และปลายทาง…เกี่ยวข้องกับคนในวังหลัง”
ปลายนิ้วของเซียวเหยียนเคาะโต๊ะเบา ๆ
ช้า ๆ
เป็นจังหวะ
คล้ายกำลังคิดบางอย่าง
“ฮองเฮาคงเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง
ภายในจวนตระกูลหลิน
เสียงของหลินซูเหยาดังลั่นไปทั่วเรือน
“ท่านพ่อ!”
นางสะบัดถ้วยชาลงพื้นจนแตกกระจาย
“หญิงคณิกาชั้นต่ำผู้นั้นจงใจดูถูกข้าต่อหน้าท่านเซียว!”
ใบหน้าที่เคยงดงาม บัดนี้กลับมีร่องรอยแผลเป็นจาง ๆ หลงเหลืออยู่
แม้จะพยายามปกปิดเพียงใด
แต่มันก็เหมือนตราประทับแห่งความอัปยศ
และทุกครั้งที่มองกระจก
นางจะนึกถึงคืนที่ถูก “ใครบางคน” ลงมืออย่างโหดเหี้ยม
หลินเว่ยนั่งเงียบอยู่ด้านข้าง
ดวงตาคมลึกลงเล็กน้อย
เขาเองก็ยังตามหาคนผู้นั้นไม่พบ
ทั้งที่ตรวจสอบทุกทางแล้ว
แต่กลับไม่เหลือร่องรอยใดเลย
ราวกับอีกฝ่ายรู้วิธีลบตัวตนของตนออกจากโลกนี้
“พอได้แล้ว”
ท่านเจ้ากรมหลินเอ่ยเสียงต่ำ
“ช่วงนี้อย่าสร้างปัญหาเพิ่ม”
“ทางวังกำลังเริ่มสืบเรื่องเก่า”
ประโยคนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันที
แม้แต่หลินซูเหยา ยังชะงักไปชั่วครู่
“เรื่อง…ไฟไหม้?”
หลินเว่ยเอ่ยขึ้นช้า ๆ
ผู้เป็นพ่อไม่ตอบในทันที
แต่สีหน้าที่เคร่งเครียดกลับชัดเจนพอแล้ว
“หากเรื่องเมื่อสิบปีก่อนถูกขุดขึ้นมา”
“ตระกูลหลินจะไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่จบไม่สวย”
ภายในห้องหนังสือ
หลังทุกคนแยกย้าย
หลินเว่ยยังคงนั่งอยู่ตามลำพัง
สายลมพัดม่านบางปลิวไหว
แต่ความคิดของเขากลับหนักอึ้ง
ภาพหญิงสาวในชุดแดงจากหอเยว่เซียง
ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ทั้งน้ำเสียง
ท่าทาง
รวมถึงแววตาคู่นั้น…
มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
คุ้นเคย…
จนหัวใจเริ่มหวาดกลัว
“หรือจะเป็นไปไม่ได้…”
เขาพึมพำเบา ๆ
เพราะคนผู้นั้น
ควรตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน
ค่ำคืนเดียวกัน
หอเยว่เซียงยังคงสว่างไสว
หลินเซียงหลัวนั่งอยู่ภายในห้องส่วนตัว
บนโต๊ะตรงหน้า คือป้ายหยกเก่าแก่ชิ้นหนึ่ง
นางใช้ปลายนิ้วลูบมันเบา ๆ
ดวงตาเงียบลึก
ความทรงจำในวัยเด็กค่อย ๆ ผุดขึ้นมาทีละน้อย
เสียงหัวเราะของมารดา
อ้อมกอดอ่อนโยน
และเปลวไฟในคืนนั้น…
ไฟที่เผาทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่ชีวิตเดิมของนาง
“นายหญิง”
สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามา
“มีคนมาขอพบเจ้าค่ะ”
หลินเซียงหลัวเก็บป้ายหยกทันที
“ใคร”
สาวใช้ลังเลเล็กน้อย
ก่อนตอบเบา ๆ
“ท่านเซียวเจ้าค่ะ”
ดวงตาของนางไหววูบ
“เขามาอีกแล้วหรือ…”
ไม่นานนัก
เซียวเหยียนก็เดินเข้ามาในห้อง
คืนนี้เขาดูต่างจากทุกครั้ง
ไม่มีรอยยิ้มบาง ๆ
ไม่มีท่าทีผ่อนคลาย
มีเพียงความเงียบที่กดดันจนยากหายใจ
“ดึกแล้ว ท่านเซียวมีธุระหรือเจ้าคะ”
หลินเซียงหลัวเอ่ยถามเรียบ ๆ
เซียวเหยียนไม่ตอบทันที
สายตาของเขากลับหยุดอยู่บนโต๊ะไม้
ตรงตำแหน่งที่นางเพิ่งเก็บป้ายหยกไป
“เจ้าซ่อนอะไรไว้”
คำถามนั้นตรงเกินไป
หลินเซียงหลัวยิ้มบาง
“ในหอเช่นนี้ ทุกคนล้วนมีความลับ”
เซียวเหยียนก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ
“รวมถึงเจ้าด้วยหรือ”
“รวมถึงท่านเช่นกัน”
คำตอบนั้นทำให้เขาหัวเราะแผ่ว
ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เมื่อคืน ข้าเกือบจับตัวคนช่วยพยานได้”
หัวใจของหลินเซียงหลัวกระตุกเบา ๆ
แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
“แล้วจับได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ได้”
เขาตอบ
ก่อนจ้องนางนิ่ง
“แต่ข้าได้กลิ่นหอมชนิดหนึ่ง”
“กลิ่นเดียวกับที่อยู่บนตัวเจ้า”
บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที
ลมหายใจของทั้งสองใกล้กันขึ้นเรื่อย ๆ
อันตราย
และคลุมเครือ
หลินเซียงหลัวรู้ดี
เซียวเหยียนกำลังเดินเข้ามาใกล้ความจริงทุกที
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป
สักวัน…
เขาอาจรู้ทุกอย่าง
“ท่านเซียว”
นางเอ่ยขึ้นแผ่วเบา
“บางครั้ง การรู้ความจริงมากเกินไป”
“อาจไม่ใช่เรื่องดี”
เซียวเหยียนมองนางนิ่ง
ก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ
ปลายนิ้วของเขาแตะชายผ้าคลุมหน้าของนางเบา ๆ
“แล้วถ้าข้าอยากรู้ล่ะ”
น้ำเสียงนั้นต่ำลึก
อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
จนหัวใจของหลินเซียงหลัวสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
แต่วินาทีนั้นเอง
เสียงระฆังเตือนภัยจากด้านล่างกลับดังขึ้นกะทันหัน
ทั้งสองชะงักพร้อมกัน
ก่อนคนสนิทของเซียวเหยียนจะรีบพุ่งเข้ามา
“นายท่าน!”
“เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“พยานกรมคลัง…ถูกพบเป็นศพ!”
ดวงตาของเซียวเหยียนพลันเย็นเฉียบ
ส่วนหลินเซียงหลัวกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ
ช้าไปหนึ่งก้าว…
เพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น
เกมนี้
เริ่มมีคน “ปิดปาก” กันแล้ว
และต่อจากนี้
ทุกก้าวที่พวกเขาเดิน
จะยิ่งอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า
—จบตอนที่ 49—