บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #50 : เปลวไฟใต้ราชบัลลังก์
สายฝนโปรยลงเหนือเมืองหลวงตลอดทั้งคืน
ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับกำลังกดทับบางสิ่งเอาไว้
และในค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง…
ศพของพยานกรมคลังถูกพบใต้สะพานร้างนอกกำแพงเมือง
ลำคอถูกเชือดขาดอย่างเหี้ยมโหด
ไม่มีร่องรอยของคนร้าย
ไม่มีหลักฐานใดหลงเหลือ
ราวกับผู้ลงมือจงใจประกาศให้รู้ว่า—
“คนที่คิดเปิดปาก จะมีจุดจบเช่นนี้”
ข่าวดังสะเทือนไปทั้งราชสำนักในเช้าวันต่อมา
ฮ่องเต้กริ้วหนัก
สั่งให้กรมอาญาและตำหนักรัชทายาทร่วมกันสืบคดีทันที
ขุนนางหลายฝ่ายเริ่มหวาดหวั่น
เพราะนี่ไม่ใช่เพียงคดีฆาตกรรมธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันคือการ “ปิดปาก” ต่อหน้าราชสำนัก
และหมายความว่า…
คนที่อยู่เบื้องหลัง มีอำนาจมากพอจะเหยียบกหมายได้อย่างไม่เกรงกลัว
ตำหนักบูรพา
เซียวเหยียนยืนอยู่หน้าโต๊ะทรายจำลองแผนที่เมืองหลวง
ใบหน้าคมคายนิ่งสงัด
แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบจนคนสนิทไม่กล้าเอ่ยคำใด
“ตรวจสอบเส้นทางเมื่อคืนอีกครั้ง”
เขาเอ่ยเสียงต่ำ
“และส่งคนจับตาตระกูลหลิน”
คนสนิทชะงัก
“ใต้เท้า…สงสัยพวกเขาหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ข้าไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญ”
ดวงตาของเขาเย็นลงช้า ๆ
ตั้งแต่คดีเงินหลวง
ไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อน
จนถึงพยานที่ถูกฆ่า
ทุกอย่าง…
ล้วนมีเงาของ “ตระกูลหลิน” ซ่อนอยู่
และยิ่งสืบ
เขาก็ยิ่งรู้สึกว่า
หญิงสาวในหอเยว่เซียงผู้นั้น
กำลังเดินอยู่กลางวังวนอันตรายนี้เช่นกัน
ภายในหอเยว่เซียง
หลินเซียงหลัวนั่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง
แสงเช้าสะท้อนดวงตาคู่งามเป็นประกายเย็นเยียบ
ข่าวการตายของพยาน
ไม่ได้เหนือความคาดหมายของนางนัก
เพราะนางรู้อยู่แล้ว
เมื่อคนบางกลุ่มเริ่มจนมุม
พวกมันจะยิ่งกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า
“นายหญิง”
สาวใช้รีบเข้ามา
“เมื่อคืนมีคนแอบเข้ามาในหอเจ้าค่ะ”
หลินเซียงหลัวหรี่ตาลง
“จับได้หรือไม่”
“หนีไปได้ แต่ดูเหมือนกำลังค้นหาบางอย่าง”
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะแผ่ว
“เริ่มร้อนใจกันแล้วสินะ…”
แต่ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเคลื่อนไหว
อีกด้านหนึ่งของเมืองหลวง
ภายในตำหนักฮองเฮา
กลับเงียบจนน่าอึดอัด
ฮองเฮาหลินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องหอม
ปลายนิ้วเรียวงามกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
“ศพถูกเก็บเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”
นางเอ่ยถามเบา ๆ
นางกำนัลคนสนิทรีบก้มหน้า
“เพคะ ไม่มีร่องรอยหลงเหลือ”
ฮองเฮาหลับตาช้า ๆ
แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพเมื่อสิบปีก่อน
คืนไฟไหม้คืนนั้น…
เสียงกรีดร้อง
เปลวเพลิง
และดวงตาของเด็กหญิงคนหนึ่ง
เด็กคนนั้น…
ไม่ควรมีชีวิตอยู่
“หากเซียวเหยียนยังสืบต่อไป”
ฮองเฮาเอ่ยเสียงเย็น
“ก็อย่าโทษข้าที่ต้องลงมือกับเขาเช่นกัน”
ตกเย็น
เซียวเหยียนเดินทางมายังหอเยว่เซียงอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้มาอย่างปิดบัง
รถม้าของตำหนักบูรพาจอดเด่นอยู่หน้าหอ
จนผู้คนรอบด้านเริ่มซุบซิบกันไปทั่ว
หลินเซียงหลัวที่ได้ข่าวจึงเดินลงมาต้อนรับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ท่านเซียวมาที่นี่บ่อยเกินไปแล้ว”
นางเอ่ยเรียบ ๆ
“หากมีข่าวลือออกไป จะไม่ดีต่อชื่อเสียงท่าน”
เซียวเหยียนกลับหัวเราะเบา ๆ
“ชื่อเสียงของข้า ไม่สำคัญเท่าเจ้าคิด”
เขาก้าวเข้ามาใกล้
สายตาคมลึกจับจ้องนางไม่วาง
“แต่ข้ากลับอยากรู้…”
“เหตุใดเจ้าถึงดูไม่ตกใจกับเรื่องพยานเลยแม้แต่น้อย”
หัวใจของหลินเซียงหลัวนิ่งลงทันที
เขากำลังลองเชิงอีกแล้ว
หญิงสาวยิ้มบางใต้ผ้าคลุมหน้า
“คนในหอเช่นข้า ได้เห็นเรื่องความตายจนชินแล้ว”
“จริงหรือ”
เซียวเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ
ก่อนจะยื่นบางอย่างให้นาง
เมื่อหลินเซียงหลัวมองเห็นสิ่งนั้น
มือของนางก็ชะงักทันที
มันคือ…
“ปิ่นไม้ดอกเหมย”
ปิ่นเก่าแก่ที่ไหม้เกรียมไปครึ่งหนึ่ง
และเป็นของของมารดานาง
ดวงตาของหลินเซียงหลัวไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่
เซียวเหยียนเห็นทุกอย่างชัดเจน
“ข้าพบมันที่เรือนเก่าตระกูลหลิน”
เขาเอ่ยช้า ๆ
“และข้าคิดว่า…”
“เจ้าควรรู้จักมัน”
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงทันที
เหมือนแม้แต่สายลมก็หยุดพัด
หลินเซียงหลัวกำปิ่นไว้แน่น
ความทรงจำในวัยเด็กถาโถมกลับมาในพริบตา
มารดาของนางเคยสวมมัน
ในคืนก่อนเกิดเหตุไฟไหม้…
“ท่านเซียว”
เสียงของนางแผ่วลงกว่าทุกครั้ง
“ท่านกำลังสืบอะไรกันแน่”
เซียวเหยียนมองนางนิ่ง
ก่อนตอบช้า ๆ
“สืบความจริง”
“หรือไม่…”
เขาหยุดไปเล็กน้อย
สายตาคมลึกอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น
“ข้าอาจกำลังพยายามช่วยใครบางคน”
หัวใจของหลินเซียงหลัวสั่นวูบ
นางควรผลักเขาออกไป
ควรระวังตัว
ควรจำคำเตือนของนายท่าน
แต่ยิ่งเซียวเหยียนเข้าใกล้
กำแพงที่นางสร้างไว้กลับเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย
ทันใดนั้นเอง
เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นจากด้านนอกหอ!
ตูม—!
พื้นสั่นสะเทือนทันที
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว
เซียวเหยียนรีบดึงหลินเซียงหลัวเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ
ก่อนหันไปมองด้านนอก
เปลวไฟกำลังลุกไหม้รถม้าคันหนึ่งหน้าหอเยว่เซียง
และตรงกลางเปลวเพลิงนั้น…
มีตราสัญลักษณ์ของ “ตำหนักบูรพา”
ใครบางคน
กำลังเริ่มลงมือกับรัชทายาทอย่างเปิดเผยแล้ว
—จบตอนที่ 50—