บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #5 : เทศกาลโคมไฟใต้แสงจันทร์
คืนเพ็ญเดือนแรกของปี
เมืองหลวงสว่างไสวราวกับถูกแต้มแต่งด้วยดวงดาวนับพัน
ถนนสายหลักถูกประดับด้วยโคมไฟสีแดงแขวนเรียงยาวสุดสายตา
สะพานหินเหนือคลองสะท้อนแสงไฟระยิบระยับในผิวน้ำ
เสียงดนตรี เสียงหัวเราะ และเสียงพ่อค้าเรียกลูกค้าดังคลอไปทั่วทั้งเมือง
คืนนี้คือ
เทศกาลโคมไฟของเมืองหลวง
งานใหญ่ที่สุดของปีที่ผู้คนทุกชนชั้นต่างออกมาชมความงดงามของเมือง
และในลานกว้างกลางเมือง
มีเวทีขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นใต้ต้นไม้โบราณ
โคมไฟนับร้อยดวงส่องสว่างรอบเวที
ผ้าแพรสีแดงพลิ้วไหวตามสายลมยามค่ำ
คืนนี้จะมีการแสดงดนตรีของหญิงงามจากตระกูลใหญ่หลายตระกูล
เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้น
“ต่อไปคือคุณหนูจากตระกูลจาง!”
เสียงปรบมือดังขึ้น
หญิงสาวในชุดงดงามเดินขึ้นเวที นางบรรเลงพิณอย่างไพเราะ
ผู้คนต่างชื่นชม
ต่อมา
“คุณหนูจากตระกูลหลิว!”
เสียงขลุ่ยอ่อนหวานดังขึ้นอีกครั้ง
การแสดงดำเนินต่อเนื่องหลายคน
แต่ในหมู่ผู้ชม
มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่เงียบ ๆ
หลินเหว่ย
สายตาของเขามองการแสดงอย่างไม่ใส่ใจนัก
จนกระทั่งเสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“การแสดงต่อไป…”
“จาก หอเยว่เซียง”
เพียงคำนี้
ผู้คนรอบเวทีก็เริ่มฮือฮา
“หอเยว่เซียงหรือ?”
“ได้ยินว่าหญิงผู้นั้นไม่เคยเปิดหน้าให้ใครเห็น”
“จริงหรือไม่”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วลาน
ทันใดนั้น
เสียงพิณเบา ๆ ก็ดังขึ้น
ทำนองแรกแผ่วเบาราวกับสายลมยามค่ำ
ผู้คนค่อย ๆ เงียบลงโดยไม่รู้ตัว
เงาร่างของหญิงสาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนเวที
นางสวมอาภรณ์สีขาวปักลายเงิน
ผ้าคลุมบางปิดใบหน้าไว้
แสงโคมไฟสะท้อนผ่านผ้าโปร่ง ทำให้เห็นเพียงเงาร่างงดงาม
หญิงสาวนั่งลงหน้าโต๊ะพิณ
ปลายนิ้วเรียวแตะสายพิณเบา ๆ
เสียงดนตรีเริ่มไหลริน
ท่วงทำนองอ่อนโยนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
ทันใดนั้น
สายลมยามค่ำก็พัดผ่าน
กลีบ ดอกเหมย จากต้นไม้ใกล้เวทีปลิวลงมาช้า ๆ
ร่วงโรยกลางแสงโคมไฟ
ราวกับหิมะสีชมพูโปรยปราย
พร้อมกันนั้น
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยกระจายอยู่ในอากาศ
กลิ่นนั้นหอมลึกและบริสุทธิ์
ไม่เหมือนน้ำหอมใด
แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบอย่างประหลาด
ผู้คนรอบเวทีต่างเงียบกริบ
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวบนเวที
เสียงพิณของนางค่อย ๆ สูงขึ้น
ราวกับเล่าเรื่องราวของฤดูใบไม้ผลิที่กำลังตื่นขึ้น
และในขณะนั้นเอง
ฝูงผีเสื้อสีอ่อนจากสวนดอกไม้ใกล้ลานก็เริ่มบินเข้ามา
พวกมันลอยวนอยู่เหนือเวที
ราวกับถูกเสียงพิณเรียกหา
กลีบดอกเหมยโปรยปราย
ผีเสื้อบินวน
เสียงพิณไพเราะกังวาน
ภาพตรงหน้าราวกับภาพฝัน
ผู้คนจำนวนมากถึงกับลืมหายใจ
มุมหนึ่งของลาน
หลินเหว่ยมองภาพนั้นอย่างนิ่งงัน
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยผ่านสายลม
ทันใดนั้น
หัวใจของเขาก็สะดุด
กลิ่นนี้…
คุ้นเคยอย่างประหลาด
ในความทรงจำเลือนรางของเขา
เคยมีเด็กหญิงคนหนึ่ง
ที่มีกลิ่นหอมเช่นนี้ติดตัว
เด็กหญิงผู้อ่อนโยนและเงียบขรึม
เด็กหญิงที่…
ตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
หลินเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
สายตาของเขามองไปยังหญิงสาวบนเวทีอีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นเขาก็ส่ายหัวเบา ๆ
เป็นไปไม่ได้
เด็กคนนั้นอ่อนแอและขี้กลัว
ต่างจากหญิงลึกลับผู้นี้โดยสิ้นเชิง
บนเวที
เสียงพิณค่อย ๆ จบลง
กลีบดอกเหมยยังคงปลิวลงมาอย่างช้า ๆ
ก่อนที่ทั้งลานจะเงียบไปเพียงชั่วครู่
แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้นราวกับคลื่น
ผู้คนต่างตื่นตะลึงกับการแสดงเมื่อครู่
บางคนถึงกับพูดออกมาเบา ๆ
“ราวกับเทพธิดาลงมาเล่นดนตรี…”
ใต้ผ้าคลุมบาง
หลินเซียงหลัวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
สายตาของนางกวาดมองผู้คนในลาน
ก่อนจะหยุดลงที่ชายผู้หนึ่ง
หลินเหว่ย
พี่ชายต่างมารดาของนาง
มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นเล็กน้อย
รอยยิ้มที่ไม่มีใครมองเห็น
เกมของนาง
กำลังเริ่มขึ้น