บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #6 : ใบหน้าหลังม่าน
เสียงปรบมือยังคงดังก้องทั่วลานเทศกาล
กลีบดอกเหมยยังคงโปรยปรายจากกิ่งไม้เหนือเวที
หญิงสาวในผ้าคลุมบางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากหน้าโต๊ะพิณ
เสียงพิณสุดท้ายยังคงกังวานอยู่ในความทรงจำของผู้คน
หลายคนยังคงจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา
แต่หลินเซียงหลัวกลับเดินลงจากเวทีอย่างเงียบงัน
ราวกับนางเพียงแค่ผ่านเข้ามาในงานเท่านั้น
ด้านหลังเวที
ทางเดินแคบทอดยาวไปสู่สวนเล็ก ๆ
แสงโคมไฟส่องสลัว
นางกำลังจะกลับไปยังรถม้าของหอเยว่เซียง
ทันใดนั้น
เสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากลานด้านหน้า
“จับมันไว้!”
เสียงผู้คนร้องตะโกน
ฝูงชนเริ่มแตกตื่น
ชายสวมหน้ากากสองสามคนพุ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา
ดูเหมือนจะเป็นพวกหัวขโมยที่อาศัยจังหวะงานเทศกาลก่อความวุ่นวาย
ผู้คนเริ่มวิ่งหนี
หลินเซียงหลัวหยุดฝีเท้าเล็กน้อย
แต่ยังไม่ทันจะก้าวถอย
ชายผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางนาง
ในชั่วขณะนั้นเอง
มือแข็งแรงคู่หนึ่งคว้าข้อมือของนาง
ดึงร่างของนางเข้าไปหลบด้านข้าง
แผ่นหลังของนางชนเข้ากับอกของคนผู้นั้น
เสียงลมหายใจของเขาอยู่ใกล้เพียงเอื้อม
“ระวัง”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้หู
หลินเซียงหลัวชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
และในวินาทีนั้นเอง
สายลมก็พัดผ่าน
ผ้าคลุมหน้าของนางถูกลมยกขึ้นเพียงชั่วครู่
แสงโคมไฟส่องผ่าน
เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาว
เพียงเสี้ยววินาที
แต่ก็เพียงพอ
ให้ชายตรงหน้าชะงักงัน
ดวงตาของเซียวเหยียนนิ่งค้าง
ราวกับลืมหายใจ
เขาเคยเห็นหญิงงามมามากมาย
แต่ใบหน้าตรงหน้าในยามนี้
กลับงดงามจนเกินคำบรรยาย
ผิวพรรณขาวเนียนราวหยก
ดวงตาลึกสงบเหมือนสายน้ำยามค่ำ
ความงามของนางไม่ได้หวานหรือบอบบาง
แต่เป็นความงามที่สง่างามและเย็นลึก
ราวกับดอกเหมยที่เบ่งบานกลางหิมะ
ทันใดนั้น
ผ้าคลุมหน้าก็ถูกมือเรียวของนางดึงกลับลงมาปิดทันที
หลินเซียงหลัวถอยออกจากอ้อมแขนของเขา
ดวงตาของนางกลับมาเย็นสงบเหมือนเดิม
“ขอบคุณ”
นางเอ่ยเพียงสั้น ๆ
ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เซียวเหยียนยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
ราวกับยังไม่ทันตั้งสติ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยผ่านสายลม
กลิ่นเดียวกับที่เขาเคยได้กลิ่นในหอเยว่เซียง
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย
หญิงผู้นี้
ต้องไม่ธรรมดาแน่
“เดี๋ยวก่อน”
เขาเอ่ยขึ้น
หลินเซียงหลัวหยุดฝีเท้าเพียงครู่เดียว
แต่ไม่ได้หันกลับมา
เซียวเหยียนหยิบสิ่งหนึ่งออกจากแขนเสื้อ
เป็น ป้ายหยกเล็ก ๆ
เขาวางมันไว้บนโต๊ะหินข้างทาง
“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการพบข้า”
“นำสิ่งนี้มา”
น้ำเสียงของเขาสงบ
หลินเซียงหลัวเหลือบตามองเพียงครู่เดียว
ก่อนจะเอ่ยตอบเรียบ ๆ
“ข้าเกรงว่าจะไม่มีวันนั้น”
แล้วนางก็เดินจากไป
ผ้าคลุมสีขาวพลิ้วไหวไปตามสายลม
หายไปท่ามกลางแสงโคมไฟของเทศกาล
เซียวเหยียนมองตามเงาร่างนั้น
ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้
ไม่เพียงงดงาม
แต่ยังเต็มไปด้วยความลับ
และสัญชาตญาณของเขาบอกว่า
ความลับของนาง
อาจเกี่ยวข้องกับคดีที่เขากำลังสืบอยู่