บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #52 : คนของนายท่าน
เสียงขลุ่ยแหลมสูงยังคงดังแว่วมาจากความมืดด้านนอก
ฟิ้ววว—
เป็นเสียงสัญญาณที่หลินเซียงหลัวไม่มีวันลืม
เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ทุกครั้งที่เสียงนี้ดังขึ้น
หมายความว่า “นายท่าน” กำลังเรียกตัวนาง
และไม่เคยมีครั้งใด…เป็นเรื่องเล็ก
ภายในห้องเงียบงันลงทันที
เซียวเหยียนสังเกตเห็นสีหน้าของนางเปลี่ยนไปชัดเจน
ดวงตาคมลึกค่อย ๆ หรี่ลง
“เจ้ารู้ว่าใครอยู่ข้างนอก”
ไม่ใช่คำถาม
แต่เป็นการยืนยัน
หลินเซียงหลัวกำมือแน่นใต้แขนเสื้อ
ก่อนค่อย ๆ ดึงมือกลับจากมือของเขา
“คืนนี้ท่านควรกลับตำหนักได้แล้ว”
นางหลบสายตา
แต่เซียวเหยียนกลับไม่ขยับ
“แล้วหากข้าไม่กลับ”
น้ำเสียงนั้นต่ำและนิ่ง
จนหัวใจของนางสั่นไหวอย่างประหลาด
“เซียงหลัว”
“เจ้ากำลังปิดบังอะไรข้าอยู่กันแน่”
สายลมกลางคืนพัดม่านบางปลิวไหว
แสงเทียนสั่นระริก
หลินเซียงหลัวนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบางออกมา
เป็นรอยยิ้มที่งดงาม
แต่กลับดูห่างไกลเหลือเกิน
“บางเรื่อง…”
“ท่านไม่รู้ อาจจะดีกว่า”
เซียวเหยียนจ้องนางนิ่ง
ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“แต่ข้าไม่ชอบถูกผลักออก”
เขาเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ
ใกล้จนหลินเซียงหลัวได้กลิ่นจันทน์อ่อน ๆ จากตัวเขา
“โดยเฉพาะจากเจ้า”
หัวใจของนางสั่นแรงขึ้นอีกครั้ง
แต่วินาทีนั้นเอง—
ฟึ่บ!
เงาดำสายหนึ่งพลันพุ่งเข้ามาทางหน้าต่าง!
เซียวเหยียนหันกลับไปแทบจะพร้อมสัญชาตญาณ
กระบี่ในมือชักออกในพริบตา
เคร้ง!
ประกายไฟแลบวาบกลางอากาศ
ชายชุดดำถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนคุกเข่าลง
“นายหญิง”
น้ำเสียงนั้นเย็นเรียบ
“นายท่านให้มารับตัวท่าน”
หลินเซียงหลัวนิ่งไป
ส่วนเซียวเหยียนกลับเย็นเยียบลงทันที
“คนของเจ้าสินะ”
เขาเอ่ยช้า ๆ
สายตาคมกริบจ้องชายชุดดำตรงหน้าอย่างไม่ปิดบังแรงกดดัน
“กล้าบุกเข้ามาในหอเยว่เซียงต่อหน้าข้า”
ชายชุดดำไม่ตอบ
เพียงก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม
“นายท่านกล่าวว่า เรื่องบางเรื่อง ไม่ควรให้องค์…ท่านเซียวเข้ามาเกี่ยวข้อง”
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที
เซียวเหยียนหัวเราะแผ่ว
แต่ดวงตากลับไร้รอยยิ้ม
“น่าสนใจ”
“คนผู้นั้นรู้ฐานะข้า แต่ยังกล้าส่งคนมา”
เขาหันกลับมามองหลินเซียงหลัว
“เจ้าจะไปกับมันหรือ”
คำถามนั้นทำให้นางชะงัก
เพราะนี่เป็นครั้งแรก…
ที่นางเห็นแววตาเช่นนี้จากเซียวเหยียน
ไม่ใช่ความสงสัย
ไม่ใช่การลองเชิง
แต่เป็น…
ความไม่พอใจ
ราวกับเขากำลังโกรธที่นางเลือกจะเดินห่างจากเขาอีกครั้ง
หลินเซียงหลัวหลุบตาลงเล็กน้อย
“ข้าต้องไป”
เซียวเหยียนเงียบไปชั่วขณะ
ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ดี”
“อย่างน้อยเจ้าก็ยอมพูดตรง ๆ กับข้าสักครั้ง”
น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบเฉย
แต่กลับทำให้หัวใจของนางหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
ท้ายที่สุด
หลินเซียงหลัวก็เดินออกจากห้องไปพร้อมชายชุดดำ
โดยมีสายตาของเซียวเหยียนมองตามอยู่เงียบ ๆ
จนเงาร่างของนางหายไปในความมืด
องครักษ์คนสนิทรีบเดินเข้ามา
“ใต้เท้า จะให้ตามไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเหยียนยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเสียงต่ำ
“ไม่ต้อง”
“คืนนี้…ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”
ว่าแท้จริงแล้ว
คนที่อยู่เบื้องหลังนาง
เป็นใครกันแน่
นอกเมืองหลวง
รถม้าสีดำแล่นฝ่าความมืดไปอย่างรวดเร็ว
ภายในรถเงียบสงัด
หลินเซียงหลัวนั่งนิ่งอยู่ด้านใน
แววตาเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง
“เหตุใดนายท่านต้องรีบเรียกข้ากลับ”
นางเอ่ยถาม
ชายชุดดำที่นั่งอยู่หน้ารถม้าตอบเสียงต่ำ
“ทางวังเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
“และ…”
เขาชะงักเล็กน้อย
“องค์…ท่านเซียว กำลังสืบมาถึงตัวนายท่าน”
ปลายนิ้วของหลินเซียงหลัวกระตุกเบา ๆ
“แล้วนายท่านต้องการสิ่งใด”
“ให้ท่านตัดขาดจากเขา”
สิ้นคำตอบนั้น
บรรยากาศทั้งคันรถก็เงียบลงทันที
สายลมเย็นพัดผ่านม่านหน้าต่าง
แต่กลับไม่เย็นเท่าความรู้สึกในใจนาง
ตัดขาด…
ง่ายเพียงนั้นจริงหรือ
ไม่นานนัก
รถม้าก็มาหยุดหน้าจวนร้างกลางป่าไผ่
สถานที่แห่งนี้เงียบสงัด
มีเพียงแสงโคมสีแดงสลัว ๆ แขวนอยู่ใต้ชายคา
หลินเซียงหลัวเดินเข้าไปด้านในช้า ๆ
และทันทีที่ประตูเปิดออก—
ร่างของชายผู้หนึ่งก็นั่งอยู่กลางห้อง
เขาสวมอาภรณ์สีดำเข้ม
ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกเงามืดบดบัง
แต่เพียงนั่งอยู่เฉย ๆ
กลับแผ่แรงกดดันน่าหวาดหวั่นออกมา
หลินเซียงหลัวคุกเข่าลงช้า ๆ
“นายท่าน”
ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบในทันที
เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ
ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ
“เจ้าลืมคำเตือนของข้าแล้วหรือ”
หัวใจของหลินเซียงหลัวนิ่งลง
“ข้าไม่เข้าใจ”
“ไม่เข้าใจ?”
ชายลึกลับหัวเราะแผ่ว
“ข้าบอกเจ้าแล้ว…”
“อย่าเข้าใกล้เซียวเหยียน”
น้ำเสียงนั้นยังคงเรียบนิ่ง
แต่กลับเย็นเยียบจนแม้แต่เปลวเทียนยังเหมือนสั่นไหว
“หรือเจ้าเริ่มหวั่นไหวกับเขาแล้วจริง ๆ”
คำถามนั้นทำให้หลินเซียงหลัวกำมือแน่นทันที
นางเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเสียงเบา
“ข้าไม่เคยลืมเป้าหมาย”
ชายลึกลับมองนางนิ่ง
ก่อนค่อย ๆ วางถ้วยชาลง
“ดี”
“เพราะอีกไม่นาน…”
“ถึงเวลาที่เราจะเปิดฉากกับราชสำนักแล้ว”
ดวงตาของหลินเซียงหลัวไหววูบ
ชายลึกลับยกยิ้มบางภายใต้เงามืด
ก่อนเอ่ยประโยคต่อมา ที่ทำให้หัวใจของนางเย็นวาบ
“และคนแรกที่ต้องตาย…”
“คือฮองเฮา”
—จบตอนที่ 52—