บุพผาพิษแห่งหอเย่วเซียง - ตอนที่ #59 : ความจริงคือมีด… และความรักคือคนถือมัน
ทั่วทั้งตำหนักใหญ่เงียบงัน
ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ
คำพูดของเซียวอีเฉินยังลอยอยู่กลางอากาศ
“หญิงผู้นี้…คือสายเลือดคนสุดท้ายของแคว้นชางเยว่”
เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระลอก
ชางเยว่
ชื่อที่เคยรุ่งเรือง
ชื่อที่ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์
ชื่อที่หายไปพร้อมกับคืนไฟไหม้เมื่อสิบกว่าปีก่อน
และตอนนี้—
กลับมายืนอยู่กลางราชสำนัก
ในฐานะหญิงผู้หนึ่ง
เจ้าของหอเยว่เซียง
หลินเซียงหลัวยืนตรง
ไม่ถอย
ไม่แก้ตัว
นางรู้ดี
เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว
ไม่มีหน้ากากใดปิดได้อีก
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา
แววพระเนตรลึกเกินจะอ่าน
“เซียวอีเฉิน”
“เจ้ามั่นใจหรือ”
เซียวอีเฉินก้าวออกมา
ก่อนคุกเข่าลง
“หม่อมฉันมีหลักฐาน”
เขาหยิบผ้าไหมผืนหนึ่งออกมา
คลี่ช้า ๆ
เป็นภาพวาดเก่า
สตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ริมทะเลดอกเหมย
งดงาม อ่อนโยน
และ—
หน้าตาเหมือนหลินเซียงหลัวอย่างน่าตกใจ
ใต้ภาพมีตราประทับของราชวงศ์ชางเยว่
ทั้งงานเงียบสนิท
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนาน
ก่อนรับสั่งเรียบ
“แล้วเหตุใด…เจ้าจึงเพิ่งพูดตอนนี้”
เซียวอีเฉินเงยหน้า
ก่อนตอบชัดถ้อยชัดคำ
“เพราะมีคนพยายามฆ่านางมาตลอด”
“และหม่อมฉันเพิ่งแน่ใจ…ว่านางปลอดภัยพอจะยืนตรงนี้”
คำตอบนั้นทำให้หลายสายตาเปลี่ยนไป
แต่ในตอนนั้น—
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น
ทุกคนหัน
ฮองเฮา
พระนางยิ้มอ่อนโยนดังเดิม
ก่อนวางถ้วยชา
“เรื่องน่าซาบซึ้ง”
“แต่…”
พระนางมองหลินเซียงหลัว
“ต่อให้เป็นจริง”
“เกี่ยวอะไรกับราชสำนัก”
ประโยคนั้นทำให้หลายคนพยักหน้า
ใช่
ต่อให้เป็นสายเลือดชางเยว่
แล้วอย่างไร
ประเทศนั้นล่มไปแล้ว
หลินเซียงหลัวเงียบ
แต่เซียวอีเฉินกลับยิ้ม
ก่อนลุกขึ้น
พูดประโยคถัดมา
ช้า
ชัด
เหมือนฟ้าผ่า
“เพราะการล่มของชางเยว่”
เขาหันมองฮองเฮา
“ไม่ได้เกิดจากสงคราม”
ทั้งตำหนักเงียบ
เซียวอีเฉินเอ่ยต่อ
“แต่เกิดจากคนในราชสำนักต้าฉิน”
“ที่ร่วมมือกันวางเพลิงและกำจัดผู้รู้ความจริง”
ฮือ—
ทั้งงานปั่นป่วน
ฮองเฮานิ่ง
แต่ปลายนิ้วขาวเรียวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
เซียวเหยียนยืนมองทุกอย่าง
ไม่พูด
จนกระทั่ง—
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านนอก
“พูดได้ดี”
ทุกคนชะงัก
ชายชุดดำเดินเข้ามา
ไม่รีบร้อน
ก้าวทีละก้าว
ไม่มีใครหยุดเขาได้
เพราะองครักษ์ที่เข้าขวาง—
กลับล้มลงหมดโดยไม่รู้ตัว
ทั้งตำหนักตึงเครียด
หลินเซียงหลัวตัวแข็ง
นายท่าน
เขามาเอง
ชายชุดดำหยุดกลางลาน
เงยหน้าขึ้น
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“พวกเจ้าชอบเปิดเผยความจริงนัก”
“เช่นนั้น…”
เขายกมือขึ้น
ถอดหน้ากาก
ทั่วทั้งตำหนักเงียบกริบ
หลินเซียงหลัวเบิกตากว้าง
เซียวเหยียนนิ่ง
เพราะใบหน้านั้น—
พวกเขารู้จัก
ไม่ใช่คนแปลกหน้า
ไม่ใช่ศัตรูจากที่ใด
แต่คือ…
อัครเสนาบดีหลิง
พี่ชายแท้ ๆ ของฮองเฮา
ชายผู้ภักดีต่อราชสำนักมาตลอด
ชายที่ทุกคนคิดว่าเป็นคนดี
ฮองเฮาค่อย ๆ หลับตา
ก่อนถอนหายใจ
ราวกับสิ่งที่กลัวมานาน
มาถึงแล้ว
หลินเซียงหลัวเสียงสั่น
“ท่าน…”
อัครเสนาบดีหลิงมองนาง
สายตาอ่อนลงเพียงเสี้ยวหนึ่ง
“ข้าขอโทษ”
“แต่เจ้าต้องอยู่รอด”
นางชะงัก
เขาพูดต่อ
“คืนไฟไหม้…”
“คนที่พาเจ้าออกมา คือข้า”
ทุกคนเงียบ
เขายิ้มบาง
“ข้าเก็บเจ้าไว้”
“เลี้ยงดูเจ้า”
“เพราะมารดาเจ้าขอร้อง”
เซียวเหยียนหรี่ตา
“แล้วเหตุใดต้องสร้างเรื่องทั้งหมด”
อัครเสนาบดีหลิงหัวเราะ
ก่อนหันไปมองฮองเฮา
“เพราะข้าสัญญากับพี่สาว…”
“ว่าจะทำให้นางได้ทุกอย่าง”
ทั้งตำหนักเงียบ
ฮองเฮาหลับตา
เขาพูดต่อ
เสียงนิ่ง
“แต่วันหนึ่ง…”
“ข้ารู้ว่านางฆ่าฮองเฮาองค์ก่อน”
“ฆ่ามารดาของเด็กคนหนึ่ง”
“และสั่งเผาทั้งชางเยว่”
สายตาของเขาเปลี่ยน
เย็นลง
“ข้าจึงเลี้ยงเด็กอีกคนขึ้นมา”
เขามองหลินเซียงหลัว
“เพื่อให้มาหยุดทุกอย่าง”
หลินเซียงหลัวตัวสั่น
ทั้งชีวิตของนาง
คือหมาก?
เซียวเหยียนมองนิ่ง
ก่อนเดินมาหยุดข้างนาง
เขาพูดโดยไม่มองใคร
“แล้วตอนนี้”
เขายื่นมือ
จับมือนาง
ท่ามกลางทุกสายตา
“ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง”
เขามองนางตรง ๆ
“เจ้าจะเลือกอะไร”
“แค้น”
หรือ
“อนาคต”
ลมกลางคืนพัดผ่าน
ทั่วทั้งตำหนักเงียบงัน
และหลินเซียงหลัว—
ค่อย ๆ มองมือที่เขายื่นมา
โดยยังไม่ตอบ
—จบตอนที่ 59—