ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน - บทที่ 220 ชัยชนะ (2)
ค่ายกลรบภายใต้การนำของจ้าวหนิงและหยางเจียนี บดขยี้เนินเขายุทธศาสตร์ลูกหนึ่งจนราบคาบ ก่อนกรีธาทัพเข่นฆ่าทะลวงลึกเข้าสู่ช่องเขาแคบชัน
ชัยภูมิหุบเขาคับแคบ ไม่อาจกางปีกทัพแผ่ขยาย ทว่านี่กลับกลายเป็นคมดาบชั้นดีให้จ้าวหนิงและหยางเจียนีทะลวงฟันดุจหอกแหลม ฉีกกระชากค่ายกลและบั่นคอขุนพลศัตรูอย่างเด็ดขาด
ยามไร้ปราการสูงชันกีดขวาง ทหารเดนตายเบื้องหลังย่อมหลุดพ้นจากสภาวะเสียเปรียบ พวกเขาสืบเท้าก้าวตามประกบยอดฝีมือทั้งสองอย่างกระชั้นชิด
ทัพจ้าวหนิงสาดสายเลือดเบิกทาง รุกคืบทะลวงลึกดุจลิ่มเหล็กตอกตรึงเข้ากลางค่ายทัพเป่ยหู ระยะห่างจากยอดเขาหลักร่นถอยลงทุกขณะ ดึงดูดสายตาและกำลังพลส่วนใหญ่ของศัตรูให้หันขวับมามอง
แม้การทะลวงจะดุดัน ทว่านี่คือการเอาตัวรอดลุยเดี่ยว กองทัพเยี่ยนเหมินที่กรำศึกอยู่สองปีกซ้ายขวาไม่อาจรุกคืบตามได้ทันแม้แต่ก้าวเดียว
ทัพเป่ยหูบนเนินเขาสองปีกสบช่องเห็นทัพจ้าวหนิงถลำลึก จึงโฉบทะยานลงมาดุจฝูงแร้ง หมายตัดเส้นทางถอย ปิดประตูตีแมวแล้วกวาดล้างให้สิ้นซาก
ขบวนรบเบื้องหลังจ้าวหนิงเรียวยาวดุจงูไร้ปีก หากโดนทัพเป่ยหูประกบขนาบตีจากสองฝั่ง ย่อมไม่อาจต้านทานแรงปะทะ
จุดจบย่อมหนีไม่พ้นการถูกสับตีกระจายเป็นท่อนๆ แล้วรุมสังหารหมู่อย่างอนาถกลางหุบเขา
ทว่าจ้าวหนิงกลับคลุ้มคลั่งไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม นำทัพบดขยี้ตะลุยไปเบื้องหน้า ราวกับปณิธานแน่วแน่ว่าหากไม่เหยียบยอดเขาเป้าหมายจะไม่มีวันหยุดยั้ง โดยไม่นำพาเลยว่าต่อให้ดิ้นรนไปถึงก็ไม่อาจพลิกชะตาฟ้าดิน
ทว่าชั่วพริบตานั้นเอง ความพลิกผันพลันบังเกิด
ยามสรรพชีวิตจับจ้องการทะลวงคลั่งของจ้าวหนิง เนินเขาหลักของทัพเป่ยหูพลันถูกประกายดาวมฤตยูร่วงหล่นปกคลุมเต็มฟากฟ้า
ประกายดาวนับพันร้อยเรียงเป็นห่าฝนดาวตกอันวิจิตรทว่าแฝงรังสีอำมหิต วินาทีที่ศรทะลวงร่างทัพเป่ยหู โลหิตสาดกระเซ็นย้อมปฐพีเป็นสาย เลือดเนื้อฉีกขาดส่งเสียงโหยหวนระงมดุจขุมนรกแตก บรรเลงท่วงทำนองมรณะเขย่าขวัญผู้คน
ทัพเป่ยหูบนเนินเขาทุกลูกต้องหันขวับกลับไปมอง ภาพที่ประจักษ์คือห่าฝนดาวตกดิ่งพสุธาระลอกแล้วระลอกเล่า ทัพหลักบนยอดเขานั้นล้มตายเกลื่อนกลาดดุจใบไม้ร่วง ไม่อาจประเมินตัวเลขได้
ปราการทัพที่เคยตั้งตระหง่านหนาแน่นดุจพงไพร บัดนี้ราบคาบปานวัชพืชต้องพายุคลั่ง ไพร่พลบ้างทิ้งอาวุธวิ่งหนีตายก่อนถูกศรทะลวงร่างสิ้นใจ ทหารที่แข็งขืนชูโล่กำบังล้วนพบจุดจบเดียวกัน… โล่แหลกสลาย ร่างฉีกกระจุย
ฝนดาวตกที่พุ่งดิ่งฉับพลัน แท้จริงคือเกาทัณฑ์อาคมที่สลักอักขระเจิดจ้า มันแหวกอากาศมาในพริบตา รวดเร็วจนตาเนื้อไม่อาจจับจ้อง ยามที่ทัพเป่ยหูได้สติ เกาทัณฑ์เหล่านั้นก็สูบเลือดเจาะทะลวงร่างสหายบนยอดเขาไปเสียแล้ว
ไม่ว่าทหารเลวหรือผู้บำเพ็ญเพียร ไร้เกราะกำบังหรือสวมเกราะหนักรัดกุม ล้วนมีจุดจบเพียงหนึ่งเดียวเมื่อเผชิญหน้ากับศรอาคม… ร่างถูกเจาะทะลุและล้มตึงจมกองเลือด
วินาทีนั้น สรรพสายตาของทัพเป่ยหูทุกลาดเขา ล้วนตวัดมองย้อนกลับไปยังทิศทางมฤตยู
ดวงตะวันอัสดงทาบทับเหลี่ยมเขา เงาทะมึนของเทือกเขาสลับซับซ้อนเบื้องหน้าทอดยาวเป็นผืนกว้าง แสงสุดท้ายแห่งตะวันรอนยังคงอาบไล้ยอดเขา ทว่าราตรีมืดมิดกำลังรุกคืบกลืนกินปฐพี
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม ประกายอักขระจากเกาทัณฑ์อาคมยิ่งสว่างวาบแทงตา
ครั้นจับทิศทางต้นตอได้ถนัดตา ทหารเป่ยหูแทบทั้งหมดล้วนเบิกตาถลน อ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อดุจถูกสาป
มันมาจากยอดเขาอีกลูกที่ไกลออกไปถึงห้าร้อยก้าว ชัยภูมิสมรภูมิคับแคบ ยอดเขานั้นจึงมิได้ตั้งตระหง่านกางกั้นปากหุบเขา ทว่ากลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับเทือกเขาสูงชันสองฟากฝั่ง
ด้วยเหตุนี้ จุดซุ่มยิงจึงตั้งอยู่สูงตระหง่านเหนือยอดเขาหลักของทัพเป่ยหูเสียอีก
สิ่งที่ทำให้ไพร่พลเป่ยหูขวัญผวา มิใช่ความสูงชัน ทว่าคือระยะทาง
ห้าร้อยก้าว… นี่ย่อมไม่ใช่ระยะทำการของเกาทัณฑ์ธรรมดา
เว้นเสียแต่หน้าไม้เตียงที่ใช้ถล่มหรือพิทักษ์เมือง ศาสตราประเภทเกาทัณฑ์และหน้าไม้ทั่วไปไม่มีทางส่งปลายศรทะยานไกลถึงเพียงนี้
ต่อให้เป็นเกาทัณฑ์เช่อเตียวของจ้าวหนิง ระยะยิงหวังผลยังอยู่เพียงหกร้อยก้าว ก่อนหน้านี้เขาจึงปักหลักลอบสังหารอยู่ตามแนวกำแพงในรัศมีห้าร้อยก้าวเป็นหลัก
แม้แต่เกาทัณฑ์เทียนหลางอันลือชื่อของทัพเทียนหยวน หากจะทะลวงระยะนี้ได้ ย่อมต้องเป็นเกาทัณฑ์อาคมระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้น
ธนูในมือมัจจุราชกลุ่มนั้นใช่เกาทัณฑ์เทียนหลางหรือไม่ ทหารเป่ยหูสุดจะหยั่งรู้ แต่สิ่งที่พวกเขากระจ่างแจ้งคือ เกาทัณฑ์เพชฌฆาตเหล่านี้ล้วนแฝงอักขระอาคมระดับสูง หากมิใช่เช่นนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรเป่ยหูบนยอดเขาคงไม่สิ้นใจในดาบเดียวเมื่อถูกทะลวง
ขณะสรรพสายตาจ้องเขม็ง อาศัยแสงอัสดงรำไร พวกเขามองเห็นเส้นสายสีดำทอดตัวยาวลงมา
เส้นทมิฬเหล่านั้นผูกติดกับศรอาคมที่ปักตรึงลึกทะลวงโขดหินและพฤกษาใหญ่บนยอดเขาที่กำลังแตกตื่น ทอดยาวดิ่งตรงจากยอดเขาเบื้องบน
นั่นมิใช่เส้นสายธรรมดา แต่เป็นเชือกป่านเหนียวหนึบ
ยอดฝีมือในชุดคลุมสะบัดพลิ้ว รูดจับเชือกไถลร่างทะยานลงมาจากยอดเขาด้วยความเร็วปานดาวตก ภายใต้การยิงคุ้มกันของศรอาคมเหนือหัว พวกเขาลอยข้ามหุบเหว ทิ้งตัวลงกระแทกยอดเขาเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ไพร่พลเป่ยหูที่บาดเจ็บล้มตายดุจขยะบนยอดเขา กำลังตื่นตระหนกจนค่ายกลแตกพ่าย
ทันทีที่สองเท้าเหยียบพื้น ยอดฝีมือเยี่ยนเหมินพลันจับกลุ่มประสานค่ายกลขนาดย่อม ชักศาสตราสับสังหารทหารเป่ยหูที่เพิ่งได้สติ กวาดล้างพวกที่พยายามต่อต้าน และบดขยี้กบฏที่วิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างเหี้ยมโหด
เมื่อแหงนมองจากหุบเหวเบื้องล่าง ผู้บำเพ็ญเพียรที่ร่วงหล่นดุจวิญญาณแค้น โดยมีดวงตะวันสีโลหิตเป็นฉากหลัง ท่วงท่าโหมสับเข่นฆ่าปานมัจจุราชนั้น ช่างดูน่าครั่นคร้ามราวกับเทพสงครามจุติ
ทุกท่วงท่าปราดเปรียวดุจพยัคฆ์คลั่ง พลังฝึกปรือกล้าแข็ง ดาบเหิงเตาในมือล้วนเป็นศาสตราปราณอาบอักขระสว่างวาบ พวกเขาสอดประสานรัดกุม บุกตะลุยเด็ดขาด แยกย้ายฉีกกระชากและรวมศูนย์เข่นฆ่าท่ามกลางข้าศึกที่แตกตื่น ราวกับเดินเล่นในดินแดนร้าง
ทหารเป่ยหูที่ขวางทางล้วนถูกกระแทกกระเด็นและบั่นคอขาดวิ่นในดาบเดียว โลหิตสาดกระเซ็นย้อมแสงอัสดง ภาพการชำแหละเลือดเนื้อนี้ดุดันระทึกขวัญ ทว่ากลับแฝงสุนทรียภาพแห่งความโหดร้ายอย่างถึงแก่น
ยิ่งมัจจุราชโรยตัวลงมามากเท่าใด จำนวนทหารเป่ยหูที่หยัดยืนได้ยิ่งร่อยหรอลงเท่านั้น
ค่ายหลักนับพันชีวิต เพียงเผชิญห่าฝนศรอาคมระลอกแรกก็ถูกกวาดล้างไปกว่าครึ่ง ยามเสียขวัญ ฐานที่มั่นพลันถูกผู้บำเพ็ญเพียรเยี่ยนเหมินยึดครองอย่างเบ็ดเสร็จ
เดนตายเป่ยหูที่เหลือรอดสูญเสียสติสัมปชัญญะ พากันลื่นไถลกลิ้งตกลงมาจากลาดเขาหนีตายหัวซุกหัวซุน
ในที่สุดทัพเป่ยหูทั่วสารทิศก็กระจ่างแก่ใจ… กองกำลังมัจจุราชพันกว่าคนนี้ ทุกชีวิตล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณขึ้นไปทั้งสิ้น
นี่คือคมดาบสุดยอดที่แกร่งกร้าวและอำมหิตที่สุด
ขุนพลผู้นำทัพตวัดดาบยาวฟาดฟัน หักธงแม่ทัพเป่ยหูบนยอดเขาจนสะบั้นครึ่ง
หายนะบังเกิดในชั่วอึดใจ ทัพเป่ยหูบนเนินเขาทุกลูกที่ประจักษ์ฉากนี้ ล้วนวิญญาณหลุดลอยอกสั่นขวัญแขวน
“พวกมันเป็นใคร หรือเป็นปิศาจจากขุมนรก”
“พวกมันโผล่มาจากไหน”
“เกาทัณฑ์อาคมมหาศาลปานนี้ พวกมันเป็นยอดฝีมือจากขุมกำลังใด”
“มีแค่พวกมัน หรือยังมีทัพอื่นซุ่มรออยู่อีก”
“ธงแม่ทัพหักสะบั้นแล้ว หรือท่านแม่ทัพใหญ่สิ้นชีพแล้ว”
“แม่ทัพตายแล้ว พวกเราจบสิ้นแล้ว”
“พวกมันทะลวงลงมาแล้ว”
ไพร่พลเป่ยหูส่วนใหญ่ขวัญผวาแตกกระเจิง แม้บรรดานายกองและขุนพลจะแผดเสียงตะคอกบัญชาการสุดเสียงเพื่อกู้สถานการณ์ ทว่าไม่อาจรั้งจิตใจที่แตกสลายของไพร่พลได้อีกต่อไป
ยามเหลียวมองค่ายกลที่กำลังคลุ้มคลั่งบดขยี้ของจ้าวหนิง ทุกคนพลันเบิกตาโพลง… จ้าวหนิงมิได้นำทัพมารนหาที่ตาย แต่มันจงใจกระซวกศูนย์กลางทัพและฉีกค่ายกลให้ทะลุปรุโปร่ง
ยามนี้ พวกมันไม่เพียงสูญเสียยอดเขาค่ายหลัก ไร้เงาแม่ทัพบัญชาการ ทั้งยังถูกขนาบตีหน้าหลัง สถานการณ์ที่ปริ่มน้ำอยู่แล้ว ยังถูกทัพจ้าวหนิงเสียบทะลวงจากแกนกลาง
ขนาบซ้ายขวา ถูกผ่ากลาง ปราการทัพเป่ยหูพินาศย่อยยับจนไม่อาจเรียกว่าแนวป้องกัน
วินาทีนี้ ทัพชี่ตันสูญสิ้นขวัญกำลังใจ ไพร่พลหาเส้นทางหนีตายหัวซุกหัวซุน
ทัพเทียนหยวนยังพอกัดฟันหยัดยืน มิกล้าละทิ้งฐานที่มั่น ทว่าแววตาล้วนซุกซ่อนความหวาดผวา
ทว่าชั่วอึดใจนั้น บริเวณสันทรายของเทือกเขาสองฝั่ง พลันบังเกิดแสงคบเพลิงลุกพรึบสว่างไสว ภายใต้รัตติกาล แสงไฟสะท้อนพฤกษาที่สั่นไหวรุนแรง เงาทะมึนในนั้นสาดซัดดุจมีไพร่พลนับแสนทะยานโหมลงมาจากกลางเขา
วินาทีนี้ ต่อให้นายกองทัพเทียนหยวนจิตใจศิลาปานใด สองขายังต้องสั่นสะท้าน
ราตรีมืดมิดกลืนกินผืนป่า ใครเล่าจะหยั่งรู้ว่าในเงามืดนั้น มีมัจจุราชซุ่มซ่อนอยู่มากน้อยเพียงใด
ชัยภูมิเหล่านั้นไม่ควรมีศัตรูเร้นกาย ทว่ายอดฝีมือพันคนนั่นก็แหวกม่านอากาศโผล่มาแล้ว
ไม่มีผู้ใดกล้าเอาหัวรับประกัน ว่ากองทัพเยี่ยนเหมินมิได้ฉวยโอกาสตอนทัพหน้าปะทะเดือด ลอบส่งกองกำลังทะลวงหลังเขาเพื่อเปิดฉากสังหารหมู่กะทันหัน
แม้ความน่าจะเป็นจะริบหรี่ ทว่าผู้ใดจะกล้าเอาชีวิตไปล้อเล่นกับพญามัจจุราช
ยิ่งไปกว่านั้น หากมิได้นัดแนะเตรียมกองหนุนสอดประสาน ทัพจ้าวหนิงจะกล้าบ้าบิ่นทะลวงเดี่ยวเข้ากลางดงศัตรูได้อย่างไร
“พวกเราโดนล้อมแล้ว”
“ถอยร่นเดี๋ยวนี้”
“หนีตายเร่งด่วน”
“รั้งอยู่มีแต่ตายโหงกันหมด”
“หนีเอาชีวิตรอด”
ทัพแรกที่ขวัญกระเจิงคือทัพชี่ตัน พวกมันทิ้งอาวุธวิ่งเตลิดลงจากลาดเขา แตกพ่ายดุจทำนบพังทลาย
สบช่องศัตรูถอยร่น กองทัพเยี่ยนเหมินทุกลานรบพลันทะยานขึ้นยอดเขา แผดเสียงโห่ร้องกึกก้อง ไล่ต้อนสับสังหาร ปราการทัพเป่ยหูถูกฉีกกระชากจนพรุนไปทั่วสารทิศ
ภายใต้เสียงกลองรบเร่งเร้า ไพร่พลเยี่ยนเหมินนับไม่ถ้วนดาหน้าพุ่งกระซวกไปเบื้องหน้าดุจคลื่นคลั่ง
ทหารชี่ตันที่หนีตายหัวซุกหัวซุน ย่อมเสียหลักพุ่งชนค่ายกลทัพเทียนหยวนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไพร่พลสองทัพเหยียบย่ำผลักไสกันเอง บังเกิดความโกลาหลวินาศสันตะโร เสียงด่าทอเกรี้ยวกราดสลับเสียงโหยหวนระงมไปทั่ว
สมรภูมิคลุ้มคลั่งประดุจกระทะทองแดง
ต่อให้ทหารเดนตายทัพเทียนหยวนจะแข็งแกร่งปานใด วินาทีนี้ย่อมมิอาจฝืนต้านทาน แม้จะเหี้ยมหาญทว่าย่อมรู้จักขยาดกลัว ยามทัพชี่ตันพังทลาย พวกมันจึงแห่แหนร่วมขบวนหนีตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงคำรามเข่นฆ่าของทัพเยี่ยนเหมินสะเทือนเลื่อนลั่นถึงขีดสุดนับแต่เปิดศึก ทหารทุกนายคล้ายวิญญาณคลั่งประทับร่าง สองเท้าเหยียบสายลมไล่กวดกระซวกศัตรูสุดหล้า
กรำศึกนองเลือดมาหลายทิวาราตรี ไพร่พลล้มตายเกลื่อน แบกรับความกดดันสาหัสจนสติแทบขาดผึง บัดนี้ศัตรูพ่ายแพ้ราบคาบ ทัพใหญ่พลิกกระดานคว้าชัย มีหรือจะยอมปล่อยเหยื่ออันโอชะให้หลุดมือ
ทหารเยี่ยนเหมินพุ่งถีบศัตรูคว่ำคะมำ หูทวนลมต่อเสียงอ้อนวอนขอชีวิต ดาบยาวฟันฉับเด็ดหัวศัตรูมาแขวนเอว ก่อนทะยานร่างทะลวงฟันกอบโกยผลงานต่อไป
ยอดฝีมือระดับราชันย์ทัพเป่ยหูเคลื่อนไหวแล้ว พวกมันทะยานร่างดิ่งสู่ยอดเขาที่เพิ่งเสียให้แก่ทัพเยี่ยนเหมินพันคน หมายล้างบางยอดฝีมือเยี่ยนเหมินเพื่อกอบกู้สมรภูมิ
จ้าวเป่ยวั่งลงมือ จ้าวเจิ้นจงเคลื่อนไหว ทั้งสองทะยานร่างเข้าปะทะยอดฝีมือราชันย์เป่ยหูกลางเวหา ท้องฟ้าเหนือสมรภูมิพลันบิดเบี้ยว อสนีบาตฟาดฟัน คลื่นปราณสีนิลจากดาบเชียนจวินกระซวกฟ้าดิน สาดซัดดุจคลื่นคลั่งมหรรณพ
ตีนเขาหลัก กองทัพเทียนหยวนระดับหัวกะทิยังคงดื้อด้านดิ้นรน พวกมันรับบัญชาจากแม่ทัพใหญ่ที่รอดตายหวุดหวิด ด้านหนึ่งพยายามสกัดคลื่นมนุษย์ที่พ่ายหนี กวาดต้อนทหารเทียนหยวนให้กลับมารวมศูนย์จัดค่ายกล
อีกด้านหนึ่งกวาดต้อนไพร่พลนับพัน โถมบุกยอดเขาหวังชิงธงแม่ทัพคืนมาปลุกขวัญทหาร
ทว่ายอดเขาถูกยอดฝีมือเยี่ยนเหมินพันคนยึดครองเบ็ดเสร็จ พวกเขาอาศัยชัยภูมิเหนือกว่า จัดตั้งค่ายกลกำแพงเหล็ก ง้างเกาทัณฑ์อาคมผลึกม่วงกุมชะตาชีวิต ลาดเขาสูงชันดุจหน้าผา ทหารเทียนหยวนที่โถมขึ้นมาล้วนถูกสอยร่วงเป็นศพกลางคัน
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณที่ถูกเคี่ยวกรำโดยตระกูลจ้าว ต่อให้มิใช่มือขมังธนูระดับยิงทะลุใบหลิวร้อยก้าว ทว่าเมื่อปะทะกับคลื่นมนุษย์อัดแน่นปานฝูงมด การง้างสายสาดศรให้ทะลวงเป้าหมายทุกดอกย่อมง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ
ศพทหารเทียนหยวนร่วงหล่นกลิ้งไถลขวางทาง สร้างอุปสรรคให้กองหนุนที่พยายามดิ้นรนปีนป่าย
ยอดฝีมือเทียนหยวนหลายร้อยคนถูกรวบรวมอย่างฉับไว ภายใต้การนำของยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิด พวกมันโถมทะลวงจุดอับอย่างบ้าคลั่ง ท้ายที่สุดก็สับกระจุยเปิดรอยรั่ว ทะยานขึ้นสู่ยอดเขาเปิดฉากห้ำหั่นประชิดตัวกับขุมกำลังเยี่ยนเหมิน
เบื้องหน้าธงแม่ทัพที่หักสะบั้น จ้าวเลี่ยและจ้าวซวิ่นสบประสานสายตาเพียงเสี้ยววิ จ้าวเลี่ยทะยานร่างล่วงหน้า นำขบวนผู้บำเพ็ญเพียรดาหน้าเข้าโหมกระหน่ำศัตรู