ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน - บทที่ 222 ชัยชนะ (4)
แรงปะทะรุนแรงกระชากสติจ้าวหนิงคืนร่าง สัมผัสแรกคือความเจ็บปวดเสียดแทงขั้วหัวใจ ท้องน้อยคล้ายถูกเจาะทะลวง
เขาเบิกตาเห็นเป้าหมายที่ตนพุ่งชน ผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณต้นกำเนิดขั้นต้น
ดาบยาวศัตรูเสียบทะลุเอวเขา ใบหน้ามันแสยะยิ้มผยองบิดเบี้ยวอำมหิต
จ้าวหนิงเมินบาดแผล เสี้ยววินาทีนั้นเขาเชิดหน้า รีดเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย โขกหน้าผากอัดกระแทกดั้งจมูกอีกฝ่ายเต็มแรง
ท่ามกลางเสียงโหยหวน จ้าวหนิงกะพริบตาเรียกสติ ทัศนวิสัยฟื้นคืนฉับไว เขาที่สูญทวน ชักดาบเหิงเตาข้างเอว ตวัดบั่นคอศัตรูหลุดกระเด็นในดาบเดียว
บัดนี้ยังไร้จังหวะสำรวจแผลหน้าท้อง สัมผัสได้เพียงเลือนรางว่าคงไม่ถึงตาย อย่างน้อยเกราะหมื่นไหมยังรับแรงทะลวงไว้ส่วนหนึ่ง
สองเท้าสำแดงวิชาตัวเบาเบี่ยงหลบดาบมรณะ หยั่งเท้าตั้งหลักมั่น ดาบเหิงเตาตวัดสับแขนผู้บำเพ็ญเพียรอีกคนขาดสะบั้น
ยังไม่ทันสืบเท้าต่อ ร่างกายคล้ายถูกวัวกระทิงพุ่งชน ปลิวกระเด็นออกด้านข้างหลายก้าว
ผู้บำเพ็ญเพียรเทียนหยวนหนาแน่นเกินไป ทัพหน้าอย่างจ้าวหนิงตกอยู่ในวงล้อมถูกรุมทึ้ง องครักษ์ข้างกายล้วนติดพันยอดฝีมือ ไม่อาจปลีกตัวสอดประสาน
จังหวะกระเด็นลอยเคว้ง ดาบและขวานศึกนับไม่ถ้วนกระหน่ำฟัน กรีดร่างเขาสร้างบาดแผลฉกรรจ์
พริบตานั้น ร่างกายประดุจถูกสับแหลกเหลว อวัยวะภายในปั่นป่วน รสคาวเลือดตีตื้น แม้ขบกรามแน่น โลหิตยังทะลักล้นซอกฟัน
สาหัสสุดคือน่องขา ไม่รู้ถูกสิ่งใดกระแทก คาดว่าเป็นด้ามหอก ความเจ็บปวดร้าวลึกทำเอาคิดว่าขาขาดสะบั้น ร่างโอนเอนไร้ศูนย์ถ่วง ร่วงทรุดกระแทกพื้นในฉับพลัน
เสี้ยววิแผ่นหลังอัดกระแทก เงาดาบและประกายขวานกระหน่ำสับลงมาดุจห่าฝน รวดเร็วเกินต้านทาน ไร้ช่องว่างให้หลบหลีก
ท่ามกลางประกายเจิดจ้าของศาสตราปราณ โลกเบื้องหน้าพร่ามัวซ้อนทับอดีตชาติ หวนคืนสู่เมืองหลวงอันคละคลุ้งด้วยควันไฟสงคราม
ภาพเดิมซ้อนทับ เขาทรุดกองกับพื้นหลังถูกยอดฝีมือเทียนหยวนฟัน ฟุบจมกองเลือดปะปนซากแขนขา กาลนั้นเขาสิ้นหวัง คับแค้น และไร้พลังต่อต้านเช่นเดียวกัน
ไร้พลังสยบศัตรู ไร้อำนาจพลิกชะตาสงคราม ท่ามกลางความโศกเศร้าอาวรณ์ ศีรษะของเขาถูกบั่นปลิวหลุดจากบ่า
ภาพสุดท้ายยามโลกหมุนคว้าง คือจ้าวยวี่เจี๋ยบนหอสังเกตการณ์ อาภรณ์และเส้นผมปลิวไสว ร่ำสุราเคียงข้างเซียวเยี่ยนอย่างเบิกบานใจ
จ้าวชี่เยว่แกว่งขวานยักษ์ ฝ่าวงล้อมเทียนหยวนอย่างบ้าคลั่ง มุ่งหมายทะลวงมาช่วยเขา ทว่ากลับถูกกระบี่ลอบแทงทะลุหลังเจาะขั้วหัวใจ ร่างกายและแววตาของนางดับวูบพร้อมกัน
คือสายเลือดตระกูลจ้าวนับไม่ถ้วนทอดร่างสิ้นใจเคียงข้าง
คือร่างไร้หัวของตนที่โลหิตฉีดพุ่งจากลำคอ
คือทหารเทียนหยวนหัวร่อคลุ้มคลั่งฉลองชัย คือราษฎรต้าฉีนับแสนถูกไล่เข่นฆ่า อุ้มทารกหนีตายก่อนถูกฟันร่วงจมกองเลือด
หัวใจจ้าวหนิงปวดร้าวปริดังถูกขยี้ ประดุจศรหมื่นดอกทะลวงทรวงอก
หวนคืนชาตินี้ หมายมั่นพลิกชะตากรรม ปกป้องสายเลือดตระกูลที่เคยติดค้างสุดคณา
เหยียบสมรภูมิครานี้ หมายมั่นพลิกกระดานศึก นำทัพเยี่ยนเหมินบดขยี้ศัตรู กอบกู้แผ่นดินเกิด
นำยอดฝีมือตระกูลจ้าวทะลวงฟัน หมายมั่นฉกฉวยจังหวะพลิกผัน บดขยี้การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเทียนหยวน คว้าชัยชนะเบ็ดเสร็จ
ท้ายที่สุด… ก็ยังคว้าน้ำเหลวหรือ
ท้ายที่สุด… ก็ต้องตายอนาถกลางวงล้อมหรือ
ท้ายที่สุด… ทุกสิ่งยังไร้การเปลี่ยนแปลงหรือ
ท้ายที่สุด… การเกิดใหม่ชาตินี้ ช่างไร้ความหมายสิ้นดี!
จ้องมองศาสตราปราณที่กำลังสับร่าง หางตาจ้าวหนิงปริแตก น้ำตาโลหิตสองสายหลั่งริน เขาไม่ยินยอม เขาไม่ยอมรับ!
แต่เขา… เหลือปัญญาทำสิ่งใดได้
วินาทีเป็นตาย ทัศนวิสัยพลันพร่ามัว ดาบและขวานมลายหาย แสงอาคมเจิดจ้าถูกแทนที่ด้วยสองร่างที่หงายหลังตึง แทนที่ด้วยเงาร่างหนึ่งซึ่งพุ่งชนผู้บำเพ็ญเพียรจนกระเด็นกลิ้ง
ใต้จันทร์เสี้ยวและธารดารา คือเงาร่างปราดเปรียว ไร้หมวกเกราะ เกราะปริขาด เสื้อคลุมศึกอาบโลหิต และเส้นผมสยายยุ่งเหยิง… เฉกเช่นเดียวกับเขา
พริบตานั้นกาลเวลาดุจหยุดนิ่ง สรรพสิ่งชะงักงัน
จ้าวหนิงเพิ่งตระหนัก แท้จริงแล้วค่ำคืนนี้… จันทร์กระจ่างยิ่งนัก
นัยน์ตาเบิกโพลง สติสัมปชัญญะเลือนรางพลันกระจ่างแจ้ง จิตสังหารในอกปะทุดุจภูเขาไฟ เขาดดีดตัวพรวดจากพื้น ดาบเหิงเตาตวัดฟันฉับพลัน!
ประกายดาบทะลวงหน้าอกผู้บำเพ็ญเพียรเทียนหยวน สาดละอองเลือดระลอกแล้วระลอกเล่า ซัดร่างพวกมันปลิวกระเด็นถ้วนหน้า
ยามหันมองหยางเจียนี นางล้มพับกองรวมกับซากศพผู้บำเพ็ญเพียรเป่ยหูที่ถูกชนกระเด็น
ศัตรูเป่ยหูสิ้นลม นางเองก็หน้าซีดเผือดดั่งกระดาษ ลมหายใจรวยริน ประจักษ์ชัดว่าชั่วพริบตาก่อนล้มกลิ้ง สองฝ่ายได้ห้ำหั่นแลกเลือดกันอย่างดุเดือด
ผู้บำเพ็ญเพียรเยี่ยนเหมินคลุ้มคลั่งทะยานผ่านร่างทั้งสอง โถมตะครุบศัตรูเป่ยหูลงพื้น บ้างทะลวงซ้ายขวา ฟาดฟันดาบท่ามกลางพายุโลหิตและหยาดฝนคาวเลือด
จ้าวหนิงฉวยดาบม่อเตาจากมือหยางเจียนี ส่งร่างนางให้คนตระกูลจ้าวเบื้องหลัง หมุนกายโผทะยานขึ้นนำขบวนอีกครา
เบื้องหน้ายังเป็นคลื่นมนุษย์มืดฟ้ามัวดิน
เขากวัดแกว่งดาบม่อเตา บุกทะลวงสังหาร!
คล้ายภาพลวงตา โลหิตอุ่นสาดกระเซ็นประทับใบหน้า บาดแผลสาหัสจนสติชาชิน ศาสตราปราณที่ฟันกระทบร่าง หาได้เจ็บปวดเฉกเช่นกาลก่อน
ดาบม่อเตาผ่ากะโหลกจรดหว่างขา สับร่างผู้บำเพ็ญเพียรเทียนหยวนขาดสองท่อน ท่ามกลางเครื่องในกระจายเกลื่อน จ้าวหนิงเงยหน้า ค่ายหลักบนเนินเขาพลุกพล่านห่างเพียงร้อยก้าว
ฆ่า!
บนค่ายหลักมีท่านอาสี่จ้าวซวิ่น ท่านอาห้าจ้าวเลี่ย และสายเลือดตระกูลจ้าวอีกคณานับ
เขาต้องทะลวงเส้นทางเชื่อมสู่เนินเขา เบิกทางให้กองทัพเยี่ยนเหมินบดขยี้วงล้อมเทียนหยวน และสกัดช่วยญาติมิตร ณ จุดนั้น
ฉึก!
ศรอาคมทะลวงไหล่ซ้าย ทว่าสองเท้าหยั่งรากมั่น ร่างกายชะงักเพียงเสี้ยววิ ดาบม่อเตากวาดตัดลำตัว สองผู้บำเพ็ญเพียรเทียนหยวนขาดสะบั้นกลางอก ปลิวกระเด็นกระจุยกระจาย
บุก!
ห่างตีนเขาเจ็ดสิบก้าว!
ต้องถึงให้ไวที่สุด ก่อนที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณนับพันจะตกตายจนสิ้น!
นั่นคือพี่น้องร่วมรบ คือรุ่งอรุณแห่งชัยชนะของทัพใหญ่ ต้องไปให้ทันกาล จึงจะเผด็จศึกขยี้เทียนหยวนไม่ให้เหลือซาก
“ฆ่า”
ผู้บำเพ็ญเพียรเทียนหยวนคำรามโถมเข้าใส่ ยอดฝีมือวิญญาณต้นกำเนิดขั้นกลางพุ่งหอกทะลวงอกจ้าวหนิง
จ้าวหนิงไร้การหลบหลีก เงื้อดาบม่อเตาสับประหาร!
หอกยาวทะลวงอก ดาบม่อเตาผ่าร่างศัตรูขาดสองท่อน ผู้บำเพ็ญเพียรเยี่ยนเหมินโถมขนาบซ้ายขวา ปะทะเดือดกับศัตรูกลางอากาศ
เงยหน้าอีกครา ห้าสิบก้าว
แสงศาสตราปราณบนเนินเขายังสว่างวาบ สายเลือดตระกูลยังอาบเลือดต้านทาน พวกเขายังหยัดยืนรักษาที่มั่น!
ทะลวงต่อไป สับสลายแนวรบ ถีบศัตรูเบื้องหน้าหงายผึ่ง! ท่าเท้าเหินเวหาเบี่ยงหลบวงล้อม ดาบม่อเตาผ่าร่างคนกระโจน เหยียบซากศพทะลวงมุ่งหน้า
สามสิบก้าว
ลูกศรสี่ดอกปักคาค้าง เลือดไหลรินไม่หยุดหย่อน สองแขนเหวอะหวะเนื้อปริแตก การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง
ปราณแท้เหือดแห้งถึงก้นบึ้ง เส้นลมปราณปวดร้าวดั่งถูกฉีกทึ้ง สองเท้าหนักอึ้งประดุจศิลาถ่วง ทุกการหอบหายใจ ลำคอเจ็บปวดราวฉีกขาด ช่องท้องดั่งระเบิดปริแตก
เคร้ง!
ดาบม่อเตาปัดหอกทะลวงเบี่ยงวิถี กระบี่ฟันหน้าขาหักสะบั้น ทว่ายังมีคมดาบกรีดลึกต้นขา โลหิตชุ่มเปลือกตา ทัศนวิสัยแดงฉานดั่งทะเลเลือด เงาร่างเลือนราง สองขายิ่งหนักอึ้ง
กัดฟันรุดหน้า!
เร็วเข้า รีดเร้นพละกำลังหยดสุดท้ายให้เร็วยิ่งขึ้น!
ประกายปราณแท้บนเนินเขาหรี่แสงลง ต้องรีบฝ่าวงล้อมสังหารให้ถึงไวที่สุด
ต้องเร็ว จึงจะพยุงชีพจ้าวซวิ่นและพวกพ้อง!
ต้องเร็ว พี่น้องร่วมรบจึงไม่สิ้นสูญ!
ต้องเร็ว จึงจะกำชัยชนะ!
ต้องเร็ว เมืองหลวงจึงไม่แตกพ่าย!
ต้องเร็ว จ้าวชี่เยว่จึงไม่ถูกทะลวงขั้วหัวใจ!
ต้องเร็ว สายเลือดตระกูลจึงรอดพ้นความตาย!
ต้องเร็ว จ้าวเสวียนจีจึงไม่ตรอมใจสิ้น!
ต้องเร็ว จ้าวเป่ยวั่งและหวังโหรวฮวาจึงไม่ทอดร่างกลางชายแดน!
ต้องเร็ว ราษฎรต้าฉีจึงไม่ต้องอุ้มทารกจมกองเลือดซ้ำรอยเดิม!
ต้องเร็ว จึงจะขยี้จ้าวยวี่เจี๋ยที่เริงร่าบนกำแพงเมือง!
ต้องเร็ว จึงจะค้ำยันฟ้าดิน กอบกู้ตระกูลที่จวนเจียนพังทลาย!
ต้องเร็ว การจุติชาตินี้จึงบังเกิดผล!
ต้องเร็ว จึงจะฉีกกระชากโศกนาฏกรรม!
ต้องเร็ว จึงจะบรรลุปณิธาน!
ทหารโล่ยักษ์หลายคนกระแทกร่างจ้าวหนิงล้มหงาย เลือดพุ่งกระฉูดจากปาก เส้นเลือดดำปูดโปน ชั่วพริบตาที่สูญเสียการทรงตัว ท่าเท้าเหินเวหาพลันรีดเค้นทะยานอีกครา
ทะลวง ทะลวง สับทะลวงเข้าไป!
ดาบม่อเตากวาดสับ
ดาบม่อเตาผ่าโล่ยักษ์ย่อยยับ
ดาบม่อเตาซัดร่างศัตรูป่นปี้
ดาบม่อเตาบั่นคอผู้บำเพ็ญเพียร
ดาบม่อเตากรีดทางเลือดเป็นเส้นตรง
ดาบม่อเตากวาดล้างศัตรูเบื้องหน้าจนสิ้นซาก!
“ผู้ใดขวางข้า… ตาย!”
จ้าวหนิงแผดเสียงกึกก้อง นัยน์ตาแดงฉานดุจภูตผี ทั่วร่างอาบโลหิตดั่งมารจุติ กระโจนทะยานขึ้นเบื้องบน
……
จ้าวซวิ่นใบหน้าเขียวคล้ำ ขบกรามแทบแหลกละเอียด หางตามีน้ำตาโลหิตเอ่อล้น
วินาทีนี้เพลิงในอกโหมกระหน่ำดั่งเกลียวคลื่น ความแค้นพวยพุ่งเทียมฟ้า จิตสังหารอาฆาตปาลาเข้มข้นสุดพรรณนา
ทว่าหินศิลาที่ทับถมในใจพลันร่วงหล่น แท้จริงเรื่องบัดซบที่ทำลายเกียรตตระกูลจ้าว หาใช่ความผิดเขาทั้งหมด แต่เป็นหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดล่อ
แม้เยาว์วัยคึกคะนอง ทว่าเนื้อแท้เขาหลั่งเลือดเพื่อตระกูลจ้าว เรื่องราวในอดีต… เขาหาได้เนรคุณตระกูล ต่อให้มีส่วนผิด ความทุกข์ทรมานนับสิบปีก็ชดใช้บาปกรรมสิ้นแล้ว
แม้ตัวตาย ท้ายสุดเขาก็สิ้นห่วงเสียที
ทว่าปาลาต้องตาย เผ่าเทียนหยวนต้องพินาศ
จ้าวซวิ่นระเบิดจิตสังหารดิบเถื่อนสุดขีด อาศัยเจตจำนงและความมุ่งมั่นเหนือมนุษย์ รีดเค้นพละกำลังขับเคลื่อนร่างสาหัส ดีดตัวพรวดจากพื้น!
สองเท้าสำแดงท่าเท้ากระจกวารีทะลุขีดจำกัดเดิม เข้าประชิดปาลาในพริบตา มือชักดาบเหิงเตาสำรองข้างเอว แทงสวนปาลาที่กำลังเงื้อดาบสับลงมาสุดแรง!
ฉึก!
ปลายดาบทะลวงหน้าอกปาลา นัยน์ตามันเบิกโพลง สีหน้าเย่อหยิ่งเย้ยหยันมลายสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด
มันคาดไม่ถึงว่าสภาพร่อแร่เช่นนั้นจะโต้กลับได้ ทว่ามันยังคงเป็นวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลาย แม้ดาบเหิงเตาเสียบหน้าอก แต่อีกฝ่ายสิ้นเรี่ยวแรง หลังทะลวงปราณคุ้มกัน ดาบฝังเนื้อไม่ลึกพอเจาะขั้วหัวใจ บาดแผลหาได้ปลิดชีพ
ทว่าดาบยาวในมือปาลายังคงสับฟันดุดัน หมายผ่ากะโหลกจ้าวซวิ่นเป็นสองซีก คมดาบสัมผัสหน้าผากจ้าวซวิ่น กรีดเส้นเลือดสายหนึ่งให้ปริแตก
ทว่าคมดาบพลันชะงักงัน ไม่อาจผ่ากะโหลกจ้าวซวิ่นได้อีก
เพราะประกายดาวสีครามอมเขียวจุดหนึ่ง… พุ่งทะลวงลำคอปาลาตัดขั้วชีวิตไปแล้ว!
สีหน้าปาลาแข็งค้าง ร่างกายเกร็งกระตุก ก่อนจะทรุดฮวบคุกเข่าเบื้องหน้าจ้าวซวิ่น
จ้าวซวิ่นเบิกตากว้างฉงนสงสัย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นปิติและสะใจสุดแสน เขาทอดตามองปาราล้มกลิ้งสิ้นสภาพ
ก่อนสิ้นลม นัยน์ตาปาลาฉายแววตื่นตะลึง งุนงง และหวาดกลัวฝังราก ยามเห็นศัตรูคู่แค้นตกตาย จ้าวซวิ่นแสยะยิ้มปลาบปลื้มจากก้นบึ้งวิญญาณ
เขาเซถอยสองก้าว รีดเร้นแรงเฮือกสุดท้ายคว้าเสาธงเทียนหยวนที่หักโค่น ฝืนหยัดยืนไม่ยอมล้ม
โลหิตทะลักจากหน้าผากย้อมใบหน้าแดงฉาน เลือดมุมปากไหลรินเป็นทาง เขาฝืนคอเงยหน้ามองเบื้องหน้า
ท่ามกลางทัศนวิสัยสีเลือด กองกำลังเทียนหยวนมหาศาลบัดนี้ถูกทหารเกราะเยี่ยนเหมินกองหนึ่ง พุ่งทะยานสับทะลวงฝ่าวงล้อมเข้ามา
ขุนพลหนุ่มผู้เพิ่งกระโจนทิ้งตัวลงพื้น ชุดเกราะอาบโลหิต เกลื่อนรอยดาบขวานกระหน่ำฟัน ซ้ำยังประดับด้วยเศษเนื้อศัตรู
วินาทีที่สบตาจ้าวหนิง จ้าวซวิ่นตระหนักแน่… ภารกิจเขาลุล่วงแล้ว
เขาไม่เพียงชิงธงสำเร็จ ทว่ายังหยัดยืนปกป้องจนอีกฝ่ายทะลวงมาถึง และยึดครองสมรภูมิแห่งนี้เบ็ดเสร็จ
แม้ไม่อาจยลสมรภูมิหน้าเนินเขา ทว่าจ้าวซวิ่นประจักษ์ชัด ทัพเป่ยหูพ่ายแพ้แล้ว เยี่ยนเหมินกำชัยแล้ว
แม้ไร้เรี่ยวแรง ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มโล่งใจ แฝงความภาคภูมิเต็มเปี่ยม
จ้าวซวิ่นผู้นี้ อดีตคืออัจฉริยะวัยเยาว์ พรสวรรค์บำเพ็ญเพียรไร้เทียมทาน เคยประจักษ์ทิวทัศน์บนจุดสูงสุดของโลกหล้า
กาลนั้นเขาเย่อหยิ่งจองหอง ไม่เห็นหัวผู้ใด ทว่ากลับสะดุดล้มกลางทุ่งหญ้า ร่วงจากเมฆาสู่ก้นนรก เพียงเพราะไม่อาจยอมรับความตกต่ำ กลายเป็นคนสามัญชั่วชีวิต จึงจมปลักล้มลุกคลุกคลานนับสิบปี
กลืนสุราหวังกลบฝังรอยแผล ทว่าสัจธรรมกลับตอกย้ำ… ชักดาบสะบั้นวารี วารียิ่งรินไหล กรอกเมรัยดับระทม ระทมยิ่งฝังรากลึก
กลางคืนวันอันมืดมิด เขาตระหนักแจ้ง ปณิธานยิ่งใหญ่ทว่ากลับปล่อยปละละเลยจนตกต่ำกลายเป็นสวะที่ตนยังขยะแขยง… นั่นคือความทุกข์ระทมกรีดขั้วหัวใจที่สุด
บัดนี้เขาฟื้นคืนสู่ด่านชายแดน ร่วมมหาศึก มีวาสนานำทัพคุมปราณนับพัน ภายใต้แผนจ้าวหนิง บุกทะลวงฉับพลันยามสมรภูมิวิกฤตสุดขีด
พวกเขาดั่งทหารเทพจุติ บุกยึดค่ายชิงธง เบิกทางทัพใหญ่ฝ่าวงล้อม สอดประสานทัพทะลวงของจ้าวหนิง ขยี้เป่ยหูราบคาบ กำชัยเบ็ดเสร็จ
ความชอบครานี้ พอกู้เกียรติต่อตระกูลจ้าว ญาติมิตรที่ห่วงใยหาต้องผิดหวังซ้ำ และเพียงพอตอบคำถามตนเอง ปลดเปลื้องความเกลียดชังในวาระสุดท้าย
ยิ่งกว่านั้น เขาสังหารปาลา ฆาตกรที่ผลักชีวิตเขาลงสู่ความมืดมิด
แม้ชีวิตนี้อุดมด้วยความสูญเสีย ทว่ายามวาระสุดท้ายมาเยือน กลับไร้สิ่งใดให้ยึดติด
“ท่านอาสี่ ท่าน… เป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวหนิงเหนื่อยล้าเจียนขาดใจ ประคองร่างโอนเอนของจ้าวซวิ่น เขาสัมผัสพลังชีวิตที่เหือดแห้ง หัวใจปวดร้าว “ท่านอาสี่…”
จ้าวซวิ่นส่ายหน้าแผ่วเบา สัญญาณห้ามวาจามากความ นัยน์ตากวาดมองสมรภูมิอาบแสงปราณและซากศพ รอยยิ้มมุมปากยิ่งแจ่มชัด
เขารีดเร้นแรงหยดสุดท้าย ส่งมอบธงเทียนหยวนแก่จ้าวหนิงที่อาบโลหิต รอยยิ้มเลือนหาย สีหน้าแปรเป็นเคร่งขรึม เอ่ยทีละคำหนักแน่น
“ข้า คุณชายซวิ่นแห่งตระกูลจ้าว หาใช่สวะ ทว่าคือ… นักรบผู้หนึ่ง”
พยางค์สุดท้ายแผ่วจาง มือที่กุมเสาธงตกลงข้างลำตัว ศีรษะพับลงจรดอก ร่างกายแข็งทื่อ
จวบจนวินาทีนี้… เขาก็ยังหยัดยืนไม่ยอมล้ม
หัวใจจ้าวหนิงบีบรัด น้ำตารินไหลเป็นสาย กำเสาธงแน่น หมุนกายเผชิญสมรภูมิ ท่ามกลางสายตาทหารหาญเยี่ยนเหมินที่เพิ่งสับขยี้เทียนหยวนแตกพ่าย เขาชูธงแม่ทัพขึ้นฟ้า แผดเสียงคำรามแหบพร่า ประกาศกร้าวต่อปฐพี
“ผู้ชิงธง… คุณชายซวิ่นแห่งตระกูลจ้าว!”