ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 226 ทีมรักษาความปลอดภัย
บทที่ 226 ทีมรักษาความปลอดภัย
“ไม่ได้หรอก น้องสาว”
“เธอไม่เข้าใจหลักปฏิบัติจริง ๆ หรือไง?”
“ฉันแสดงท่าทีกับเธอขนาดนี้แล้ว นั่นหมายความว่ารถของเธอไม่มีสิทธิ์เข้ามา เพราะเธอไม่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้นำ เข้าใจไหม?”
“ถ้าเธอยังดื้อรั้นไม่หยุด ฉันจะเรียกพี่น้องคนอื่น ๆ มาอุ้มเธอโยนลงถนนซะ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบมองลั่วจือซินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเหยียดหยาม
ขณะที่พูด เขาก็เหลือบมองเสื้อผ้าของเธอไปด้วย
สายตาของเขามีแต่ความดูถูก
เดิมทีลั่วจือซินทำงานอยู่ในโรงพยาบาล เสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ตอนนี้จึงเป็นเพียงชุดลำลองธรรมดา
ไม่มีโลโก้แบรนด์หรูที่สะดุดตา แถมยังไม่ใช่ของจากแบรนด์ดัง
จึงไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจ้องจะหาเรื่องลั่วจือซินทุกวิถีทาง
ในสายตาของเขาตอนนี้ ลั่วจือซินดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าประตูนี้ด้วยซ้ำ
ลั่วจือซินไม่ได้โต้เถียงอะไร เพียงแค่เดินกลับไปที่รถของเธอ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ด้านหลังเห็นท่าทีนั้น ก็คิดว่าหญิงสาวยอมแพ้แล้ว เขาจึงชี้ไปที่เธอแล้วหัวเราะออกมา
“ฮ่า ๆ คราวหน้าก็ระวังให้ดีก็แล้วกัน”
“พวกเราที่นี่คือโหยวเหว่ย กรุ๊ป สถานที่วิจัยและพัฒนาที่สำคัญ”
“ยกเว้นรถรับส่งของบริษัทและรถของท่านผู้นำ รถคันอื่นห้ามเข้ามาโดยเด็ดขาด”
ลั่วจือซินหัวเราะอย่างเย็นชา
หากเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพกว่านี้สักหน่อย อารมณ์ของเธอคงไม่แย่ขนาดนี้
แต่ตอนนี้… มันสายเกินไปแล้ว
เธอพูดเสียงเย็นกับชายร่างกำยำสวมชุดสูทสีดำที่นั่งอยู่ในรถ
“ลงไปช่วยเขาเปิดด่านกั้นรถทีสิ”
หลังสั่งการเสร็จ ชายร่างกำยำห้าคนก็ลงมาจากรถแลนด์ครุยเซอร์ ทันที แล้วมุ่งหน้าไปยังประตูอย่างน่าเกรงขาม
เห็นได้ชัดว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่คาดคิดว่าภายในรถธรรมดาคันนี้จะมีคนอยู่จำนวนมาก และดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะมีฝีมือในการต่อสู้สูงด้วย
เห็นเช่นนั้น เขาจึงตะโกนเรียกคนอื่น ๆ พร้อมกับถามชายร่างกำยำเหล่านั้น
“พะ… พวกนายจะทำอะไร?”
“พวกเรา! มาช่วยกันหน่อยเร็ว! มีคนจะฝ่าด่านเข้ามาแล้ว!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับกำรีโมตในมือไว้โดยไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม ระหว่างตัวเขากับกลุ่มชายร่างกำยำ ยังมีด่านกั้นรถขวางเอาไว้อยู่
แม้ความรู้สึกปลอดภัยนี้จะดูไม่มั่นคงเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นแนวป้องกันสุดท้ายของเขา
เป็นจังหวะเดียวกับที่ทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทกำลังเดินตรวจการณ์อยู่ พวกเขาวิ่งมาที่หน้าประตูภายในพริบตาพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในมือ พลางจ้องมองผู้มาเยือนด้วยสายตาที่น่าเกรงขาม
“เสี่ยวหลิว นายดูแลรีโมตให้ดี อย่าให้พวกมันแย่งไปได้!”
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนตรงหน้าไม่น่าไว้วางใจ
หากปล่อยคนพวกนี้เข้าไปจริง ๆ เกรงว่าในอนาคตเขาคงได้ตกงานแน่
“ครับ!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่หน้าประตู ซึ่งก็คือชายที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวหลิว ตอบรับ
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยส่งสายตาอีกครั้ง บรรดาลูกน้องที่อยู่โดยรอบก็รีบไปหยิบโล่กันกระแทกและกระบองปราบจลาจล รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ จากบริเวณใกล้เคียง
เมื่อมีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในมือ พวกเขาสามารถมั่นใจได้ว่า ต่อให้คนธรรมดากรูเข้ามาห้าสิบคน พวกเขาก็สามารถต้านทานได้ ไม่ต้องพูดถึงชายฉกรรจ์เพียงแค่ห้าคนเหล่านี้เลย
แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาไม่คิดไม่ฝันก็เกิดขึ้น
จู่ ๆ ชายร่างกำยำห้าคนก็เดินไปที่ราวเหล็กของด่านกั้นรถ พวกเขาไม่ได้ก้าวข้ามหรือก้มลงลอดตัวเข้ามา แต่กลับกอดราวเหล็กแนบเข้ากับอกเอาไว้แน่น
เมื่อพวกเขาสบตาราวกับสื่อสารกัน ห้าร่างกำยำก็ออกแรงกันอย่างพร้อมเพรียงทันที
เปรี๊ยะ!
ราวเหล็กที่ดูแข็งแรงมั่นคง และเป็นเหมือนเกราะป้องกันของทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กลับหักโค่นลงในพริบตา
“เวรแล้ว!”
บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างอุทานด้วยความตกใจ
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าภาพที่เคยเห็นแต่ในภาพยนตร์ จะเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของพวกเขา
พละกำลังแบบนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อสิ้นดี!
ชายร่างกำยำในชุดสูทโยนราวเหล็กของด่านกั้นรถไปทางด้านข้าง พร้อมกับเสียงโครมคราม
บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งจะตั้งแถวเตรียมสกัดต่างก็เหงื่อแตกพลั่ก มือไม้เริ่มสั่นระริก
บางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และเอ่ยถามหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้าง ๆ
“หัวหน้า”
“เราต้องสู้จริง ๆ เหรอครับ?”
หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเงียบงัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาก็ตกใจเช่นกัน
เมื่อชายร่างกำยำในชุดสูทห้าคนเห็นว่าอุปสรรคถูกเคลียร์ออกแล้ว หนึ่งในนั้นก็กลับไปยังที่นั่งคนขับ
“คุณหนูครับ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”
“ขับรถ”
บรืน!
เครื่องยนต์ของรถเริ่มคำราม
อย่างไรก็ตาม รถแลนด์ครุยเซอร์สีดำคันนั้นไม่ได้พุ่งตัวไปยังลานจอดรถอย่างรวดเร็ว แต่กลับค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปตามถนนอย่างมั่นคง
ตัวถังขนาดใหญ่ของรถราวกับสัตว์ป่าดุร้ายสีดำ
ลั่วจือซินเปรียบดั่งราชินีที่ขี่สัตว์ร้าย มุ่งหน้าสู่ภายในบริเวณของโหยวเหว่ย กรุ๊ป
ชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำที่เหลือเดินตามความเร็วของรถอย่างช้า ๆ
ความรู้สึกที่ไม่ยอมจำนนต่อผู้ใดแผ่ปกคลุมไปทั่ว
บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งถืออุปกรณ์เตรียมสกัดกั้น พากันถอยไปสองข้างทาง ปล่อยให้ลั่วจือซินผ่านไปอย่างช้า ๆ
หลังจากที่รถแล่นผ่านไป ผู้คนโดยรอบก็เริ่มหายใจหอบถี่ เพราะเมื่อครู่ ทุกคนต่างก็รู้สึกหายใจไม่ออก
หลังจากที่ลั่วจือซินผ่านไป ชายร่างกำยำทั้งสี่ก็ยังคงไม่คิดจะจากไป
พวกเขาก้าวไปตรงหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ชื่อเสี่ยวหลิว ร่างกายสูงใหญ่ของพวกเขาบดบังแสงแดดรอบตัวไว้จนมิดชิด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวน้อยเงยหน้ามองด้วยความกลัว
แสงแดดบนท้องฟ้าถูกเงาของชายร่างกำยำทั้งสี่บังจนมิด
“อะ…อย่า ฉันไม่กล้าทำอีกแล้ว!”
“ฉันไม่ควรดูถูกคนอื่นเลย ฉันไม่ควร… อ๊ากก!!”
ด้านหลังรถของลั่วจือซิน ดังก้องไปด้วยเสียงร้องโหยหวน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็เห็นใจในโชคชะตาอันโหดร้ายของเสี่ยวหลิว
พวกเขามองอีกฝ่ายแล้วซุบซิบกันเบา ๆ
“ฉันบอกพวกนายแล้วไง ว่าการจดจำป้ายทะเบียนมันไม่ได้ผล!”
“ไม่เหมือนฉันเลย เวลาถึงตาฉันเฝ้าประตู เห็นรถคันไหนหรู ๆ ฉันก็ไม่กล้าไปยุ่งกับเขาเลย!”
ไม่กี่นาทีต่อมา
รถของลั่วจือซินจอดอยู่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของโหยวเหว่ย กรุ๊ป ชายร่างกำยำทั้งสี่เพิ่งจัดการกับงานที่อยู่ในมือเสร็จเรียบร้อย ก็รีบหันกลับมาที่เธอทันที
“คุณหนูต้องการให้ใครสักคนพาเราไปไหมครับ…”
“ไม่ เราจะขึ้นไปกันเอง”