ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 425 แต่งเข้าตระกูลโจว
บทที่ 425 แต่งเข้าตระกูลโจว
ปักกิ่ง
ไป๋ปิงรีบร้อนกลับมาถึงบ้าน
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เธอก็เห็นคุณปู่คุณย่านั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเก้าอี้
ไป๋เก่อซานก็อยู่ข้าง ๆ กันด้วย
“พ่อคะ ที่บ้านเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่โทรเล่าให้ฉันฟังเลย”
หลังจากวางของเสร็จ เธอก็มานั่งลงต่อหน้าทั้งสามคน
เมื่อได้ยินคำถามของเธอ ไป๋เก่อซานกลับไม่ยอมพูด สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดขณะเอามือกุมหัว
ท่าทางดังกล่าวทำให้ไป๋ปิงยิ่งกระวนกระวาย
“เล่ามาสิคะ เกิดอะไรขึ้น ฉันพอจะช่วยได้ไหม?”
เธอถามซ้ำหลายครั้ง ในที่สุดไป๋เก่อซานก็ยอมบอกความจริง
“ครอบครัวเราประสบวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ไม่ได้ดูแลบริษัท พอรู้ตัวอีกทีทุกอย่างก็สายไปแล้ว”
หลังจากฟังรายละเอียด ไป๋ปิงก็เข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ ของครอบครัว
ตระกูลไป๋ทำธุรกิจด้านการแพทย์เช่นเดียวกับตระกูลหาน
ทว่าทั้งสองตระกูลมีแนวทางธุรกิจที่แตกต่างกัน ตระกูลไป๋ทำธุรกิจด้านการป้องกันเป็นหลัก ตัวยาที่มีชื่อเสียงในตลาดอย่าง ‘เสี่ยวขุยฮวา’ ก็เป็นของโดยตระกูลไป๋ ซึ่งมีชื่อเสียงระดับประเทศ
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การแพทย์บางชนิดที่ผลิตโดยตระกูลไป๋ด้วย ธุรกิจของครอบครัวไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ บริษัทของครอบครัวไม่เคยมีปัญหา ใครจะคิดว่าในช่วงเวลาสำคัญนี้กลับเกิดเรื่องขึ้นมา
“บริษัทนั้นมีไป๋เหมาเป็นคนดูแลใช่ไหม?”
ไป๋เหมาเป็นลูกชายคนที่สองของไป๋เก่อซาน ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วไป๋เก่อซานได้มอบหมายให้เขาดูแลบริษัท
ทุกอย่างดูสงบเรียบร้อยมาตลอด ไป๋ปิงก็ไม่เข้าใจว่าปัญหามาจากไหน
“พ่อคะ พอจะเล่าให้ฉันฟังแบบละเอียดได้ไหมคะ?”
ไป๋เก่อซานไม่ปิดบังอีกต่อไป เขายอมเล่าออกมาทุกอย่าง
“ตอนที่เพิ่งส่งบริษัทให้ไป๋เหมาดูแล เขาก็ตั้งใจดูแลดีอยู่ ฉันดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร ใครจะคิดว่าปีนี้เขาจะกล้าปลอมแปลงบัญชีบริษัท”
“แรก ๆ ก็แค่จำนวนเงินเล็กน้อย ฉันก็ไม่ได้สนใจ แต่ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งพบว่ามีเงินขาดหายไปจากบัญชีบริษัทจำนวนมาก”
ไป๋ปิงถอนหายใจ สีหน้าของคุณปู่คุณย่าดูย่ำแย่แบบนี้ แสดงว่าจำนวนเงินที่ขาดหายไปไม่ใช่น้อย ๆ
การขาดดุลนี้อาจทำให้ทั้งตระกูลไป๋ต้องล่มสลาย ไม่อย่างนั้นครอบครัวใหญ่ขนาดนี้คงไม่ถึงกับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ตอนนี้ใกล้สิ้นปีแล้ว อีกไม่นานก็ต้องเผชิญกับการตรวจสอบของซัพพลายเออร์*[1] ต่าง ๆ ถ้าไม่สามารถรวบรวมเงินให้ครบ ตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่จะล้มละลาย แต่ยังต้องเผชิญกับหนี้สินมหาศาลอีกด้วย แทบไม่มีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้เลย
ตอนนี้เวลาก็ยังกระชั้นชิด ใครจะคิดว่าไป๋เหมาจะกล้าปลอมแปลงบัญชีบริษัทของตัวเอง
ไป๋ปิงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ตอนนี้เธอแค่อยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ไป๋เหมากล้าปลอมแปลงบัญชี
ในความทรงจำของเธอนั้น ไป๋เหมาอาจจะโง่เขลาไปหน่อย แต่ก็ไม่น่าจะทำถึงขนาดนี้
“เขาถูกหลอกหรือว่ามีปัญหาส่วนตัวหรือเปล่าคะ?”
“เป็นเพราะเรื่องการพนันของเขานั่นแหละ ก่อนหน้านี้เขารับปากกับพ่อของเธอแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับพวกเพื่อนฝูงเลว ๆ นั่นอีก พ่อของเธอถึงได้มอบหมายให้เขาดูแลบริษัท แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่สำนึกผิด นอกจากจะยุ่งกับพวกนั้นแล้วยังสร้างหนี้พนันก้อนโตไว้อีกด้วย”
คุณย่าเปิดปากเล่าความจริงกับไป๋ปิง
ไป๋ปิงถอนหายใจยาวอีกครั้ง
ในที่สุดเธอก็เข้าใจภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปถามเขาว่าต้องการอะไร ต้องการเห็นครอบครัวนี้แตกแยกหรือไง เขาถึงจะพอใจ!”
ไป๋ปิงตั้งใจจะลุกออกไป ทว่าในตอนนั้นเอง ไป๋เหมาก็เดินโซเซเข้ามาในบ้านอย่างหน้าตาเฉย
เมื่อเห็นท่าทางไม่สนใจอะไรของเขา ไป๋เก่อซานก็พลันโกรธจัด
“ไอ้สารเลว! นี่แกยังมีหน้ากลับมาบ้านอีกเหรอ?!”
เขาผิดหวังในตัวลูกชายคนนี้ที่สุด ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้แต่กลับไม่สำนึกผิด แถมยังทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โธ่พ่อ ผมก็แค่เอาเงินจากบัญชีมาใช้หน่อยเดียว เติมคืนไปก็จบแล้ว จะมีอะไรกันนักหนา?”
“ยังไงก็บริษัทของครอบครัวเราเอง ไม่มีใครว่าอะไรหรอกน่า”
“โอ้ พี่สาวกลับมาพอดี งั้นก็ควรจะช่วยครอบครัวบ้างนะ ผมช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวมานานแล้ว ในขณะที่พี่ไปอยู่ข้างนอกไม่สนใจอะไรเลย”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนพูดไม่ออก
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สำนึกเลยว่าทำผิด
คุณปู่คุณย่าของไป๋ปิงโกรธจนตัวสั่น เธอจึงรีบปลอบสองผู้เฒ่าไม่ให้โกรธไปมากกว่านี้
สถานการณ์มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ควรให้ร่างกายทรุดโทรมไปอีก
“นายนี่มันโง่เง่าจริง ๆ นายรู้ไหมว่าคราวนี้นายก่อเรื่องใหญ่ขนาดไหน?”
“โธ่พี่ ไม่ต้องโกรธหรอก ฟังผมก่อน ผมมีวิธีแก้ปัญหาจริง ๆ ผมคุยกับตระกูลโจวเรียบร้อยแล้ว ถ้าพี่แต่งเข้าตระกูลโจว ปัญหาของครอบครัวเราก็จะหมดไปทันที”
น้องชายสารเลวคนนี้ถึงกับเอาความคิดนี้มาใช้กับพี่สาว เรื่องนี้ทำให้ไป๋เก่อซานทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาคว้าที่เขี่ยบุหรี่ขึ้นมาแล้วพุ่งมันใส่ไป๋เหมาทันที
ทว่าไป๋เหมาหลบได้ทัน เขาไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับพูดจายั่วโมโหทุกคนต่อไป
“พี่ควรจะรู้ว่าตระกูลโจวมีอำนาจในปักกิ่งขนาดไหน การแต่งเข้าไปจะไม่ทำให้พี่ต้องลำบาก ถือว่าเป็นโชคดีซะด้วยซ้ำ”
“นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะทำอะไรเพื่อครอบครัวเราได้นะ”
ไป๋เก่อซานได้ยินดังนั้นก็ปาที่เขี่ยบุหรี่อีกอันออกไป
“ไอ้สารเลว! แกน่ะหุบปากซะ! ตระกูลเราไม่ได้ตกต่ำถึงขนาดที่ต้องทำแบบนี้”
“ตระกูลโจวมีเจตนาไม่ดี หลายคนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา มีแค่แกที่เป็นไอ้โง่ที่ถูกพวกเขาหลอกแล้วกลับช่วยพวกเขานับเงิน”
“ถ้าผมเป็นไอ้โง่ พ่อก็คงเป็นไอ้แก่โง่สินะ”
คำพูดนี้เกือบทำให้ไป๋เก่อซานเป็นลม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายของเขาถึงได้เลวร้ายแบบนี้
เมื่อเห็นความโกรธในดวงตาของไป๋เก่อซานทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไป๋เหมาก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ ทว่าก่อนออกไป เขายังหันมามองไป๋ปิง
“พี่สาว เตรียมตัวให้ดีนะ จะเลือกแต่งเข้าตระกูลโจวเพื่อแก้ปัญหาครั้งนี้ หรือยอมให้ครอบครัวล้มละลาย มีแค่สองทางนี้เท่านั้น ผมจะไม่บังคับพี่ ครั้งนี้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับพี่แล้ว”
“จะเลือกอย่างไร พี่ตัดสินใจเอาเองนะ”
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจใคร เดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
คุณปู่คุณย่าของไป๋ปิงทนไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาหายใจถี่และกุมหน้าอกก่อนจะล้มลง
ไป๋ปิงที่กำลังจะวิ่งตามไป๋เหมาเห็นเหตุการณ์นี้ จึงรีบวิ่งมาหาสองผู้เฒ่าและปลอบใจไม่ให้กังวล
สุดท้ายเธอก็ให้พี่เลี้ยงโทรเรียกรถพยาบาลเพื่อพาพวกท่านไปโรงพยาบาล
พวกท่านไม่ควรได้รับความเครียดเพิ่ม ปัญหาของบริษัทไม่ควรกดดันท่านทั้งสองเพราะอายุมากแล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่เมืองจิน
หานชิงอวี่มาที่ห้องของฉินซานไห่ เพื่อปรึกษาเรื่องการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย
ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่เขาต้องคุยกับฉินซานไห่
ก่อนจะเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัย ต้องเตรียมการไว้ให้พร้อม
แต่ยังไม่ทันได้เริ่มพูดอะไร ก็มีเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
ทั้งสองจึงต้องหยุดพักการสนทนา
“เข้ามาได้”
หลินหม่านชางได้ยินดังนั้นจึงเปิดประตูเดินเข้ามา
[1] ซัพพลายเออร์ (Supplier) คือผู้ผลิตสินค้าและนำมาจำหน่ายให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่ได้ยื่นใบสั่งซื้อสินค้าให้