ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 100 จุดเริ่มต้นความฝัน
ตอนที่ 100 จุดเริ่มต้นความฝัน
อย่างไรเสีย นี่มันก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว
ถ้าจางซีหยางไม่ได้แชมป์ แฟนคลับของเขาต้องโกรธไปตี้แน่ๆ
เพราะจะโทษว่าเป็นเพราะแนวเพลงของไปตี้ไม่เหมาะกับการแข่งขันบนเวที
ถึงตอนนี้แฟนคลับของจางซีหยางจะยังไม่พูดอะไร
แสดงท่าทีเหมือนว่าพวกเราสนับสนุนการตัดสินใจทั้งสองฝ่ายอยู่ก็ตาม
เพราะสุดท้ายผลลัพธ์ก็ยังไม่ออกมา!
ขณะเดียวกันที่บ้าน แม่เริ่มเป็นกังวลแล้ว
“แม่เห็นคนในเน็ตพูดกันเยอะเลยนะว่า ถ้าจางซีหยางแพ้รอบชิง
จะให้เสี่ยวเฮยของเรารับผิดชอบ แบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเลย
ทำไมต้องให้เสี่ยวเฮยรับผิดชอบด้วยละ?”
“แม่…”
หลินเซิ่งเทียนหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
“แม่อย่าไปเชื่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญในเน็ตพวกนั้นเลย
อย่าว่าแต่จางซีหยางจะแพ้ไม่ได้เลย ต่อให้แพ้เสี่ยวเฮยก็ไม่ต้องรับผิดชอบแน่นอนครับ!”
หลินเซิ่งเทียนเองก็เคยกังวลมาก่อน
แต่หลังจากได้ฟังผลการร้องเพลงใหม่ของจางซีหยางตอนซ้อมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
เขาก็หมดความกังวลไปเลย
ในฐานะโปรดิวเซอร์รายการ หลินเซิ่งเทียนรู้ดีกว่าใครว่าเพลงใหม่ของน้องชายเขามีคุณค่าแค่ไหน!
เพลงนี้เหมาะกับเวทีสุดๆ!
แม่พูดอย่างไม่พอใจ
“แม่ไม่สนพวกนั้นหรอก ยังไงเสี่ยวเฮยของเราก็จะไม่เป็นแพะรับบาป ส่วนใครจะยังไงก็ช่าง”
“วางใจเถอะครับ”
หลินซีหัวเราแล้วกล่าวว่า
“จริงๆ แล้วก็แค่พวกผู้เชี่ยวชาญในวงการคิดว่าแนวเพลงของเสี่ยวเฮยไม่เหมาะกับการแข่งขัน
แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเพลงใหม่ของเสี่ยวเฮยเป็นแนวไหน”
นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เกิดจากความคิดแบบเดิมๆ
ใครจะไปนึกว่าเพลงใหม่ของไปตี้จะเปลี่ยนแนวไปอย่างสิ้นเชิง?
หรือจะพูดอีกอย่างคือ ใครจะไปคิดว่าไปตี้ ที่จนถึงตอนนี้ปล่อยผลงานที่มีแต่แนวเรียบง่าย
เน้นเสียงร้องเบาๆ กลับมาทำเพลงใหม่เป็นแนวร็อกไปซะได้?
ความต่างมันชัดเจนเกินไปแล้ว!
ราวกับเป็นคนละขั้วสุดขีด!
นี่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำของข้อมูล
แม้แต่หลินซีเอง พอได้ฟังเพลง ‘ดอกไม้ไฟ’ ครั้งแรกก็ยังตกใจ
ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเพลงใหม่ที่น้องชายแต่ง
ความเปลี่ยนแปลงของสไตล์งานยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ!
แน่นอน จะโวยวายก็โวยวายไป จะครึกโครมก็ครึกโครมไป
จวันเวลาก็ยังคงผ่านไปตามปกติ
หลินจือไปเองก็ขี้เกียจสนใจว่าเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ว่าเหล่านั้นจะพูดอะไร
แค่ตั้งใจเขียน ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ที่บ้านอย่างสบายใจ
ตอนนี้ใกล้เขียนครบสองแสนคำแล้ว
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ใกล้ถึงวันแข่งขันแล้ว อีกไม่กี่วันเวลาก็จะนับถอยหลัง
ยิ่งเวลาใกล้เข้ามาเท่าไหร่ บนโลกออนไลน์ก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งในและนอกวงการรวมถึงสื่อต่างไม่หยุดนิ่ง
หัวข้อสนทนาวนเวียนอยู่กับเรื่องการเลือกเพลงของจางซีหยางในรอบชิงทุกวี่วัน
สามวัน!
สองวัน!
หนึ่งวัน!
ในที่สุดก็มาถึงวันรอบชิงชนะเลิศ!
วันนี้ที่สถานที่ถ่ายทำของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หลินเซิ่งเทียนยุ่งอยู่ตลอด
เขาเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการนี้ และยังทำหน้าที่ผู้กำกับด้วย แต่ไม่ใช่ผู้กำกับหลัก
“ผู้ชมกำลังจะเข้ามาในห้องอัดรายการ!”
“ทุกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อม!”
“วันนี้ถ่ายทอดสด ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด ต้องคอยเช็กสภาพของศิลปินกันด้วยนะ”
“รับทราบ”
“ให้ทีมซับไตเติลส่งคนไปเพิ่มอีกหน่อย ซับของไลฟ์ต้องตรงกันแบบเรียลไทม์
ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกอย่างครั้งสุดท้ายให้เรียบร้อย”
“ผู้ชมกำลังทยอยเข้ามาแล้ว!”
“ตรวจสอบยืนยันตัวตนเรียบร้อย!”
“ผู้ชมทั้งหมดนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
ศิลปินทั้งเจ็ดคนก็เข้าห้องรอขึ้นแสดงครบแล้ว อุปกรณ์ทดสอบไม่มีปัญหา”
“พิธีกรพร้อม!”
ซองสื่อสารภายในของทีมงานมีแต่เสียงพูดคุยวุ่นวายโกลาหล
ทุกคนต่างมีสมาธิเต็มที่เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ในขณะที่หน้างานถ่ายทอดสด บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและคึกคัก
ผู้ชมในที่นั่งต่างก้มหน้ากระซิบคุยกัน
ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและตั้งตารอ
เพราะวันนี้คือวันถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศของ I Am a Singer ที่ทุกคนรอคอยมานานแสนนาน!
ที่นั่งผู้ชมแถวสอง
หลินจือไปนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างเยื้องตรงกลาง
พอดีกับที่เขาได้ยินเสียงผู้ชมทั้งข้างหน้า ข้างหลัง และด้านข้างพูดคุยกันอย่างชัดเจน
“ตื่นเต้นกับรอบชิงชนะเลิศสุดๆ เลย!”
“ฉันได้ยินว่าจะมีพิธีกรมืออาชีพตัวจริงมาด้วยนะ
แต่พิธีกรไม่ใช่ประเด็นหรอก วันนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นแชมป์”
“จางซีหยางนะสิ!”
“ต้องพี่จางอยู่แล้ว!”
“ผู้เชี่ยวชาญในเน็ตไม่ได้บอกเหรอว่าจางซีหยางจะร้องเพลงใหม่ของไปตี้
แต่แนวเพลงของไปตี้ไม่มีหวังจะได้แชมป์นะ
ตอนนี้ฉันออกจะเชียร์อาจารย์เซี่ยอวี่หลงมากกว่านะ
อย่างแรกเลยคือฝีมือเขานะไม่ต้องพูดถึง แทบจะติดท็อปสามทุกสัปดาห์
ถ้าไม่ใช่จางซีหยางเทพเกินไป เขาก็น่าจะได้ที่หนึ่งหลายครั้งแล้ว
แต่ตอนนี้ในรอบชิงจางซีหยางกลับทำพังซะเอง เซี่ยอวี่หลงก็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ได้แน่”
“นายเชื่อผู้เชี่ยวชาญเหรอ?”
“ต่อให้นายไม่เชื่อไปตี้ ก็น่าจะเชื่อจางซีหยางบ้างนะ
สองคนนั้นไม่ใช่คนโง่ซะหน่อย จะทำอะไรโดยที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ได้ยังไง
พวกเขาต้องมั่นใจพอสมควรถึงกล้าเล่นแบบนี้แน่ๆ”
“ก็จริงของนาย”
“นายก็แค่พวกประเภทคล้อยตามคนอื่นไปเรื่อย เห็นใครพูดอะไรก็ว่าตามกันหมด
ตอนนี้บนโลกออนไลน์มีหลายคนที่ขาดความสามารถในการคิดเอง
ถ้าถามว่าใครจะได้แชมป์ การแข่งขันมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกคนมีโอกาสทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นจางซีหยาง เยว่ซานหลาน หรือเซี่ยอวี่หลง ใครได้แชมป์ฉันก็ไม่แปลกใจเลย”
“จางซีหยางยังคงเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง”
หลินจือไปฟังเสียงกระซิบกระซาบของผู้ชมในห้องส่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมา
ผู้เชี่ยวชาญพยายามจะชี้นำกระแสอย่างหนัก แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อในตัวไปตี้และจางซีหยางอยู่ดี
หลังเวที
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว หลินเซิ่งเทียนมองดูเวลาแล้วพูดขึ้นว่า
“เริ่มนับถอยหลังถ่ายทอดสดได้ เตรียมเชื่อมต่อสัญญาณไลฟ์”
ห้า!
สี่!
สาม!
สอง!
หนึ่ง!
เมื่อนับถอยหลังเสร็จสิ้น! สัญญาณถ่ายทอดสดก็ถูกเชื่อมต่อแล้ว!
แสงไฟในงานสว่างวาบขึ้นอย่างอลังการในพริบตา!
พิธีกรชื่อดังสองคนจากเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์เดินขึ้นเวที
“ขอต้อนรับผู้ชมทางบ้านและผู้ชมในห้องส่งทุกท่านเข้าสู่รายการ I Am a Singer
ที่ได้รับการสนับสนุนหลักโดยแบรนด์น้ำดื่มหลงเฉวียน!”
“เราถ่ายทอดสดจากห้องส่งให้ทุกท่านได้รับชม!”
วินาทีที่สัญญาณถ่ายทอดสดเชื่อมต่อสำเร็จ
ผู้ชมมากมายนับไม่ถ้วนที่กำลังชมผ่านเสินฮว่าวิดีโอต่างก็ตื่นเต้นสุดขีด
ข้อความบนหน้าจอออนไลน์พุ่งกระฉูด!
‘เริ่มแล้วๆ!’
‘หานเยว่ซวงสู้ๆ!’
‘จางซีหยางลุยเลย!’
‘อาจารย์จางซีหยางต้องชนะ!’
‘เยว่ซานหลาน ก้าวข้ามขุนเขา!’
‘ไม่มีใครเชียร์กำไล งั้นฉันเชียร์เองละกัน’
‘สงสารซุนกู้ ไม่มีแฟนคลับมาบ้างเลยเหรอ…’
‘แฟนคลับซุนกูรายงานตัว!’
‘ตั้งตารอจางซีหยางร้องเพลงใหม่ของไปตี้!’
‘ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า…’
‘ไม่ต้องไปสนใจพวกผู้เชี่ยวชาญไร้สาระพวกนั้นหรอก
ฉันเป็นติ่งหัวปักหัวปำของไปตี้ รอบนี้ต้องเชื่อไปตี้ เชื่อในฝีมือของจางซีหยาง!’
คอมเมนต์บนหน้าจอลอยเต็มพรึ่บไปหมด!
นี่แหละรายการวาไรตี้ระดับปรากฏการณ์อันดับหนึ่งของฉินโจว
กระแสความร้อนแรงของรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ I Am a Singer ออกอากาศมา!
บนโลกออนไลน์ ผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังดูไลฟ์ไปด้วย คุยกันไปด้วย
คาดเดาผลการจัดอันดับการแข่งขันวันนี้กันต่างๆ นานๆ
แน่นอนวาก็มีอีกหลายคนที่สงสัยว่าเพลงใหม่ของไปตี้ที่จางซีหยางจะร้องนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตเท่านั้น คนในวงการก็กำลังชมไลฟ์อยู่พร้อมกัน
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนดูรายการไปพลาง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นลงบนกลุ่มแชทในวงการไปพลาง
เช่นวันนี้เหล่านักร้องจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมา เพราะการตัดสินรอบชิงคือช่วงที่จะต้องทุ่มสุดตัว
ในที่สุด! ความคึกคักสิ้นสุดลง!
นักร้องคนแรกของค่ำคืนนี้ขึ้นเวทีแล้ว คนที่จับได้หมายเลขหนึ่งก็คือหลินโสวจัว
หลังจากเขาขึ้นเวทีไปได้ไม่นาน ผู้ชมในงานก็ได้ยินท่วงทำนองที่คุ้นเคยดังขึ้น
“เมื่อเธอก้าวสู่สถานแห่งความสุขนี้
แบกความฝันความคิดทั้งหมดไว้
ใบหน้ามากมาย แต่งแต้มหลากสีสัน
ไม่มีใครสักคนจดจำเธอได้…”
เพลงที่หลินโสวจัวเลือกแสดงกลับเป็นผลงานสร้างชื่อของเขา ‘ดับทุกข์’
หลินโสวจัวร้องด้วยความตั้งใจมาก ตลอดทั้งเพลงไม่มีการดัดแปลงใดๆ
ใช้ดนตรีและการเรียบเรียงต้นฉบับทั้งหมด เหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่างด้วยวิธีนี้
ในช่วงเวลานี้เอง ไม่ต้องใช้คำพูดใดมากมาย ทุกคนต่างเข้าใจความหมายของหลินโสวจัว
การเลือกเพลง ‘ดับทุกข์’ มาร้องในรอบชิงชนะเลิศเป็นทั้งการคารวะไปตี้
และยังเป็นการแสดงออกว่าเขาสนับสนุนไปตี้อีกด้วย เพราะนี่คือผลงานชิ้นแรกของไปตี้เลยนะ!
บนโลกออนไลน์ ผู้คนมากมายพูดคุยกัน
‘มีแต่คนบอกว่าจางซีหยางมีน้ำใจมากคุณธรรม
แต่กำไลข้อมือ (หลินโสวจัว) ของพวกเราก็ไม่แพ้กันเลยนะ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเลยว่าสนับสนุนอาจารย์ไปตี้!’
‘ตกแฟนคลับ!’
‘ร้องเพลงนี้ในรอบชิง อาจไม่ใช่ไพ่ที่ดีอะไร ทุกคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
แต่ฉันกลับน้ำตาซึมนิดๆ อาจเป็นเพราะฉันอ่อนไหวง่ายละมั้ง’
‘สนับสนุนไปตี้’
‘ในฐานะแฟนของจางซีหยาง ฉันทนไม่ได้ต้องพูดอะไรหน่อย
ตอนนี้มีคนในเน็ตพูดกันเยอะเลยว่า ถ้าพี่จางแพ้เพราะเพลงใหม่ของไปตี้ไม่เหมาะกับการแข่งขัน
พวกเราจะเกลียดไปตี้ไปเลย ซึ่งนั่นเป็นการคาดเดาหรืออาจจะถึงขั้นใส่ร้ายกันมากกว่า
พวกเราจะไม่ให้ไปตี้เป็นแพะรับบาปแน่’
‘ทำไมละ?’
‘เพราะที่จางซีหยางกลับมาโด่งดังได้อีกครั้งก็เป็นเพราะเพลงของไปตี้
ยิ่งไปกว่านั้นจางซีหยางเองยังเคยพูดไว้ว่าที่เขามารายการ I Am a Singer ก็เพราะได้รับคำเชิญจากอาจารย์ไปตี้
ถ้าไม่มีไปตี้ เกรงว่าทุกคนอาจลืมไปแล้วว่าจางซีหยางเป็นใคร
อย่ามองแฟนคลับของจางซีหยางอย่างเราเป็นพวกเนรคุณเลยนะ’
‘ไม่มีใครจำเป็นต้องรับผิดแทนใคร’
‘อาจารย์ทุกท่านที่เข้าร่วมต่างก็มีความสามารถโดดเด่นกันทั้งนั้น
รอบชิงชนะเลิศแข่งกันด้วยความสามารถล้วนๆ แพ้ก็ไม่ต้องไปโทษใคร
นี่ไม่ใช่เหรอคือเหตุผลที่เราชอบรายการนี้?
ให้พวกผู้เชี่ยวชาญเงียบปากไปเถอะ เรามาฟังเพลงให้สบายใจกันดีกว่า
ขอแค่เพลงเพราะ กระแสสังคมหรือดราม่าอะไรก็ไม่มีความหมาย!’
บนเวที หลินโสวจัวร้องเพลง ‘ดับทุกข์’ จบแล้ว
เขาไม่ได้ตะโกนออกไมค์ว่า ‘ผมสนับสนุนอาจารย์ไปตี้’ อะไรแบบนั้น
เพียงโค้งให้ผู้ชมด้านล่างแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า
“เพลงนี้…คือที่ที่ความฝันของผมเริ่มต้นขึ้น”