ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 99 หากปรารถนาจะสวมมงกุฎ
ตอนที่ 99 หากปรารถนาจะสวมมงกุฎ
ภายในวงการกำลังถกเถียงกัน ส่วนชาวเน็ตก็กำลังพูดคุยกันอย่างหลากหลาย
เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับจางซีหยางและรอบชิงของ I Am a Singer
หัวข้อนี้ก็พุ่งขึ้นอันดับหนึ่งของคำค้นหายอดฮิตบนแพลตฟอร์มจี๋กวงในเวลาไม่นาน!
#จางซีหยางร้องเพลงใหม่ของไปตี้ในรอบชิง หัวข้อใต้โพสต์เต็มไปด้วยความคึกคัก
ทั้งที่ยังเหลืออีกหลายตอนกว่าจะถึงรอบชิง
แต่ความตื่นเต้นของทุกคนกลับถูกปลุกขึ้นมาแล้ว ราวกับเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงรอบชิง!
“ตั้งตารอเพลงใหม่ของไปตี้!”
“ไม่คิดเลยว่าในรอบชิงของ I Am a Singer จะได้เห็นจางซีหยางร่วมงานกับไปตี้เป็นครั้งที่สอง
ฉันว่าทั้งคู่เข้ากันดีนะ เพลงที่เคยร่วมงานกันก่อนหน้านั้นฉันชอบมากเลย”
“จางซีหยางจะคว้าแชมป์ได้ไหม?”
“แข่งมาหลายตอนแล้ว จางซีหยางก็อยู่ในสองอันดับแรกมาตลอด
แค่ไม่พลาดในรอบชิง ยังไงก็ต้องคว้าแชมป์แน่นอน”
“ให้ตายเถอะ พวกเธอได้ดูบทวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญออนไลน์หรือยัง
มีคนในวงการหลายคนเลยที่บอกว่า รอบนี้จางซีหยางดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“อย่าไปฟังพวกผู้เชี่ยวชาญเลย!”
“คำพูดของผู้เชี่ยวชาญนะก็แค่ลมปาก
ผลงานของไปตี้คุณภาพเฉลี่ยสูงทุกเพลง บวกกับความสามารถของจางซีหยางเอง
ยังไงก็ไม่น่ามีปัญหาในการคว้าแชมป์หรอกมั้ง?”
“เว้นแต่ว่าเพลงใหม่ของไปตี้จะตุบ”
“งั้นเธอก็ยังไม่เข้าใจสินะ การแข่งขันแบบนี้ไม่ได้ดูแค่คุณภาพเพลงเพียงอย่างเดียว
แต่ยังต้องดูสไตล์เพลงด้วย สไตล์ดนตรีของไปตี้ไม่ได้เปรียบเลยในเวทีแข่งขันแบบนี้
แถมยังมีข้อเสียโดยธรรมชาติด้วยซ้ำ ถ้าไม่เชื่อก็ลองฟังเพลงก่อนๆ ของเขาดูสิ”
“นี่เธอลอกคำพูดจากพวกผู้เชี่ยวชาญมาหรือไง?”
“แนะนำว่าผู้เชี่ยวชาญไม่ต้องแนะนำอะไร บางคนโดนล้างสมองไปหมดแล้ว”
“ฉันว่าที่พวกผู้เชี่ยวชาญพูดครั้งนี้ก็มีเหตุผลอยู่นะ
เว้นแต่ว่าไปตี้จะเขียนเพลงใหม่ที่เหมาะกับการแข่งขันให้จางซีหยางโดยเฉพาะ
ไม่อย่างนั้นดูจากสไตล์เพลงก่อนๆ ของเขาแล้ว มันก็ไม่เหมาะกับเวทีรอบชิงของ I Am a Singer จริงๆ แหละ”
“ไปตี้จะแต่งเพลงสำหรับการแข่งขันออกมาได้จริงเหรอ?”
“ดูจากสไตล์ผลงานที่ผ่านมาของไปตี้ก็น่าเป็นห่วงอยู่นะ
แต่ในเมื่อจางซีหยางตัดสินใจแล้ว ในฐานะแฟนคลับ ฉันก็สนับสนุน”
ภายใต้หัวข้อต่างๆ มากมาย ข้อถกเถียงเริ่มปรากฏขึ้น
เพราะตอนนี้จางซีหยางโด่งดังมาก ไม่ใช่แค่คนในวงการที่จับตามองเขา
ชาวเน็ตเองก็ติดตามเขา สื่อก็สนใจเขา
ทุกวันล้วนมีพาดหัวข่าวและประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับเขาออกมาเต็มไปหมด และวันนี้ก็ไม่ต่างกันเลย
‘I Am a Singer เตรียมจัดรอบชิง ต้นเดือนหน้า!’
‘จางซีหยางและไปตี้จะร่วมงานกันอีกครั้ง!’
‘จางซีหยางจะร้องเพลงใหม่ของไปตี้ในรอบชิง เพื่อช่วยพุ่งเป้าไปยังชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล!’
‘ผู้เชี่ยวชาญไม่มองว่าการเลือกเพลงของจางซีหยางในรอบชิงจะไปได้สวย!’
‘ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า จางซีหยางไม่ควรร้องเพลงใหม่ของไปตี้ในรอบชิง’
‘กระแสความดังของจางซีหยางในรอบชิงอาจดันเพลงใหม่ของไปตี้ขึ้นครองชาร์ตอีกครั้ง!’
‘ไปตี้กำลังตกอยู่ในกระแสดราม่า?’
ท่ามกลางกระแสถกเถียงและความเห็นมากมายจากหลายฝ่าย หลินซีตั้งใจโทรมาหาหลินจือไปเป็นพิเศษ
“กดดันไหม?”
“กดดันอะไรครับ?”
หลินจือไปถามกลับด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็เห็นเสียงวิจารณ์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตแล้วแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร
พวกผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอย่างนี้แหละ
ก่อนหน้านี้ ‘I Love Lyrics’ ก็โดนคนในวงการไม่เข้าใจไปสารพัดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
เอาเถอะ พี่สาวไม่รู้เลยว่าน้องชายมีหลายตัวตน
ในฐานะนักวางแผนของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ หลินจือไปเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
“นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
หลินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พี่แค่กลัวว่าคำดูถูกจากคนในวงการบางคนจะกระทบกับสภาพจิตใจของนาย
พวกนั้นไม่ค่อยน่าเชื่อถือหรอก บางครั้งสิ่งที่พูดออกมาก็ไม่ใช่สิ่งที่คิดจริงๆ แค่ต้องการเรียกกระแสเฉยๆ
ถ้านายจะอยู่ในวงการนี้ต่อไปก็จะเจอเรื่องแบบนี้อีกเยอะเลย”
“อืม”
หลินจือไปไม่ได้ใส่ใจจริงๆ มันยังอีกไกลนัก
ในเมื่อเขาตั้งใจจะสร้างจักรวรรดิแห่งวงการบันเทิง สิ่งที่จะต้องเผชิญในอนาคตต้องยิ่งใหญ่และหนักหนากว่านี้แน่
เขาเตรียมใจไว้นานแล้ว หากอยากสวมมงกุฎก็ต้องแบกรับน้ำหนักของมันให้ได้
“งั้นก็ดีแล้ว”
หลินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้านายรู้สึกกดดันเกินไป จะให้จางซีหยางเปลี่ยนเพลงก็ได้นะ
ยังไงเพลงของเราก็คุณภาพสูง ต่อให้ไม่อาศัยกระแสรอบชิงก็คว้าที่หนึ่งในชาร์ตประจำฤดูกาลได้อยู่ดี”
“ไม่เปลี่ยนครับ”
หลินจือไปตอบโดยไม่ลังเล เขารู้อยู่แล้วว่าการให้จางซีหยางร้อง ‘ดอกไม้ไฟ’ คือทางเลือกที่ดีที่สุด
แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเพลงด้วยละ?
หลังจากนั้น เจียงเฉิงโทรมาแล้วพูดว่า
“กระแสในวงการตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับเจ้านายเลยครับ จะชี้แจงหน่อยไหม
เจ้านายคงมีแผนรับมือแล้วใช่ไหมครับ?”
“ไม่ครับ”
“แล้วเพลงที่จะใช้ในรอบชิงชนะเลิศมั่นใจแค่ไหนครับ?”
“บนโลกนี้ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก”
“เจ้านายพูดแบบนี้ ผมก็สบายใจครับ”
เจียงเฉิงเห็นกับตาว่าหลินจือไปสร้างคุนเผิงขึ้นมาจนธุรกิจเติบโตได้ขนาดนี้
จึงรู้ดีว่าเจ้านายของตนแทบไม่เคยลงมือทำอะไรที่ไม่มีความมั่นใจเลย
ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์?
คำพูดนี้ไม่ผิด หลักการนี้เป็นความจริง
แต่เท่าที่ผ่านมา สิ่งที่เจ้านายทำกลับประสบความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกครั้งเลยนะ!
เผชิญหน้ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลินจือไปไม่ออกมาตอบโต้
จางซีหยางก็ไม่พูดอะไร ส่วนทางฝั่งเสินฮว่าก็ยิ่งไม่แยแสเลยด้วยซ้ำ
มีคนในวงการเริ่มถอนหายใจว่า
“ไม่รู้ไปตี้คิดอะไรอยู่ ต้องแบกรับความเสี่ยงขนาดนี้ไปทำไม
ถ้าจางซีหยางแพ้รอบชิงเพราะเพลงใหม่ของไปตี้ไม่เข้ากับเวที ไปตี้ก็ต้องเป็นแพะรับบาปนะสิ”
“อาจเพราะเป็นหน้าใหม่เลยมีความหยิ่งในตัวเองละมั้ง”
“ถอยไม่ลงเสียหน้าไม่ได้”
“ช่วงเวลานี้ถ้ายังวางตัวไม่ลงก็ถือว่าโง่แล้วนะ
หรือว่าเขากำลังเดิมพันว่าจางซีหยางเก่งพอจะเอาชนะได้ในท้ายที่สุด”
“แล้วถ้าชนะขึ้นมาละจะเป็นยังไง?”
“คนอื่นก็จะพูดแค่ว่าจางซีหยางเก่ง ไม่ได้พูดว่าเพลงของเขาดี
เพราะสไตล์เพลงของเขาในเวทีแข่งขันมันเสียเปรียบอยู่แล้ว”
“ที่จริงฉันว่ามันก็ปกตินะ ดูอย่างไปตี้สิ ไม่เคยยึดติดว่าต้องปล่อยเพลงวันที่หนึ่ง ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล
นึกอยากลงก็ลง เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นคนหัวดื้อ แถมยังดูเหมือนจะเลียนแบบพวกพ่อเพลงด้วย”
“จริงๆ ฉันค่อนข้างชื่นชมเขานะ คนที่กล้าตั้งชื่อให้ตัวเองว่าไปตี้ ถ้าไม่มีความหัวดื้อแบบนี้สิถึงจะแปลก
แต่ความอวดดีและมั่นใจเกินตัวแบบนี้อาจทำร้ายเขาเองก็ได้”
“น่าเสียดายจริงๆ”
“เดาว่าเขาคงต้องไปเปิดไอดีใหม่แล้ว”
“ยังไงนักแต่งเพลงก็สมัครไอดีใหม่ได้อยู่แล้ว ถึงกล้าทำแบบไม่กลัวอะไรเลย
แค่เปลี่ยนไปใช้บัญชีใหม่ก็เริ่มต้นใหม่ได้แล้ว
ทุกคนจับตาดูไว้ให้ดีเลย ใครที่เป็นนักแต่งเพลงหน้าใหม่ที่ฉายแววมาแรงผิดปกติในอนาคต
บางทีอาจจะเป็นไอดีใหม่ของไปตี้ก็ได้”
บางคนพูดจากใจจริง บางคนก็พูดเพราะอิจฉาล้วนๆ
ไปตี้ก้าวขึ้นมาเร็วเกินไป ผลงานก็โดดเด่นเกินไป
จึงไม่แปลกที่ในวงการจะมีคนคิดร้ายใส่ และตั้งใจปั่นกระแสกัน
ช่วงเวลาต่อจากนี้ การแข่งขันของ I Am a Singer ยังดำเนินต่อไป โดยรอบชิงจะเริ่มในต้นเดือนหน้า
ในรอบที่เก้า จางซีหยางคว้าอันดับหนึ่ง!
ในรอบที่สิบ จางซีหยางก็ครองอันดับหนึ่งอีกครั้ง!
นี่เป็นครั้งที่หกแล้วที่จางซีหยางคว้าอันดับหนึ่งใน I Am a Singer
ในการแข่งขันสิบตอนที่ผ่านมาเหล่าจางคว้าอันดับหนึ่งไปถึงหกครั้ง
จนหลินจือไปเองยังตกใจ คาดว่ารายการนี้ไม่ว่าจะจัดอีกกี่ซีซัน ก็คงยากที่จะมีใครทำลายสถิตินี้ได้
เว้นแต่จะมีศิลปินระดับราชาเพลงมาลงแข่ง
ด้วยเหตุนี้ หลินจือไปถึงกับตั้งใจถามระบบเป็นพิเศษ
แล้วก็พบว่าในโลกก่อน I Am a Singer ที่จัดมาหลายซีซัน มีนักร้องอยู่คนหนึ่งที่พอจะเทียบกับจางซีหยางได้
เจสสิก้า! ราชินีเพลงระดับสากล!
เธอคือคนที่ชาวเน็ตเรียกขานกันว่า ‘เจนิ่ว’ [1]
เธอลงแข่งข้ามประเทศแล้วคว้าที่หนึ่งได้ถึงห้าครั้งจากสิบเอ็ดตอน
แต่ผลงานของจางซีหยางดูจะเหนือชั้นกว่าเธอเสียอีก
เพราะเขาเป็นศิลปินที่มีทั้งความนิยมสูงสุดและมีทักษะการร้องยอดเยี่ยมที่สุดในรายการ
ถือเป็นระดับราชาเพลงมาลงแข่ง ย่อมเป็นการกดคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น
ในที่สุด! ใกล้สิ้นเดือนแล้ว!
รอบที่สิบเอ็ดเริ่มต้น! รอบนี้คือรอบรองชนะเลิศของ I Am a Singer!
รอบรองชนะเลิศเป็นบทโหมโรงก่อนถึงรอบชิง
ทำให้ผู้ชมที่ติดตามรอบนี้มีมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา
แต่ในที่สุดอันดับหนึ่งของรอบนี้กลับตกเป็นของเซี่ยอวี่หลง
ส่วนจางซีหยางได้อันดับสอง จึงไม่ได้ทิ้งห่างผู้เข้าแข่งขันคนอื่นอีกต่อไป
น่าเสียดายมาก เพราะต้องรู้ว่าคะแนนรอบชิงชนะเลิศจะคิดรวมกับคะแนนของรอบรองนี้ด้วย
หมายความว่าถึงจะได้คะแนนสูงสุดในรอบชิง ก็อาจไม่ได้แชมป์เสมอไป
รอบนี้สิ้นสุดลง การถกเถียงบนโลกออนไลน์เป็นไปอย่างดุเดือด
หนึ่งคือเพราะรอบชิงจะเริ่มต้นในเดือนหน้าแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน
สองคือเพราะจางซีหยางในตอนนี้ไม่ได้อันดับหนึ่งต่อเนื่อง
ซึ่งจะส่งผลต่อคะแนนในรอบชิงของเขาอย่างแน่นอน!
“น่าเสียดายจริงๆ”
“จางซีหยางได้อันดับหนึ่งมาหกตอน แตรอบรองกลับได้ที่สอง
แบบนี้ส่งผลต่อคะแนนในรอบชิงแน่ๆ”
“รอบชิงยังจะไม่เปลี่ยนเพลงอีกเหรอ?”
“อย่างน้อยผู้เชี่ยวชาญก็พูดถูกอย่างหนึ่งนะ
ถ้าจางซีหยางใช้เพลงใหม่ของไปตี้ในรอบชิง แล้วแพ้เพราะสไตล์เพลงของไปตี้ไม่เข้ากับเวที
สุดท้ายไปตี้ก็ต้องเป็นแพะรับบาปนะสิ”
“ฉันก็ห่วงอยู่เหมือนกัน”
“อย่างอื่นช่างมันก่อน ถ้าจางซีหยางใช้เพลงของไปตี้แล้วแพ้ขึ้นมา
แฟนๆ ของจางซีหยางจะไม่โกรธจนเกลียดไปตี้เข้าไส้เลยเหรอ?”
“ถ้าฉันเป็นไปตี้คงไม่ยอมเป็นแพะรับบาปแน่ๆ”
“อาจารย์ไปตี้นี่ใจถึงจริงๆ นะ ตอนนี้ยังไม่ยอมถอยเลย คงอยากจะงัดกับผู้เชี่ยวชาญให้ถึงที่สุด
ไม่รู้ว่าเขามีไม้ตายอะไรให้พึ่งพิง หรือว่าโดนกระแสสังคมกดดันจนถอยไม่ได้?”
ทุกคนต่างสงสัยว่า ไปตี้จะกลายเป็นแพะรับบาปหรือเปล่า?
[1] เจนิ่วมาจากคำว่า 结石姐 (เจียสือเจีย) ที่อ่านเร็วๆ จะคล้ายกับ Jessie J ซึ่ง 姐 (เจี่ย) หมายถึง พี่สาว/นิว