ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 101 คว้าแชมป์?
ตอนที่ 101 คว้าแชมป์?
ด้วยวิธีการเช่นนี้ของหลินโสวจัว เขาพาผู้ชมย้อนรำลึกถึงเพลง ‘ดับทุกข์’ ผลงานเปิดตัวของไปตี้
เพลงนี้คือจุดเริ่มต้นความฝันของเขา และไปตี้ก็คือคนที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับความฝันนั้น
ณ เวลานี้ เขาไม่สนแล้วว่าจะได้อันดับเท่าไหร่ในรอบชิง
ในฐานะนักร้องรุ่นเยาว์ที่มายืนถึงตรงนี้ได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
วันนี้เขาแค่อยากรร้องเพลงเดียวที่มีความหมายที่สุดสำหรับเขาก็เท่านั้น
เพลงจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้อง
การสนับสนุนของหลินโสวจัวนั้นไร้เสียงแต่กลับยิ่งใหญ่กว่าเสียงใด
เพราะเพลงนี้คือเพลงแผ่วเบานุ่มนวลแนวถนัดของไปตี้
เขาไม่จำเป็นต้องปลุกเวทีให้ลุกเป็นไฟ ขอเพียงร้องจากใจจริงก็เพียงพอที่จะสะกดคนฟังแล้ว
ถึงสุดท้ายเขาอาจจะไม่ได้อยู่อันดับต้นๆ แต่ไม่มีใครปฏิเสธความยอดเยี่ยมของการแสดงนี้ได้เลย
จากนั้น นักร้องคนที่สอง หานเยว่ซวง ขึ้นเวที
ในฐานะนักร้องหญิงอายุน้อยที่สุดในรายการนี้ หานเยว่ซวงมีความนิยมในหมู่ผู้ชมไม่น้อย
ถึงขั้นที่สื่อขนานนามเธอว่า “ราชินีน้อยเสียงเหล็ก!”
เสียงสูงใสกังวาน! มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นราชินีเพลง!
คำวิจารณ์นี้ถือว่าสูงมากทีเดียว และหานเยว่ซวงก็ทำได้สมกับคำชมนี้จริงๆ
เพลงที่เธอเลือกรร้องในรอบชิงชนะเลิศ มีองค์ประกอบของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ดูทันสมัยวัยรุ่นมากๆ
ที่สำคัญที่สุดคือเธอยังเต้นบนเวทีอีกด้วย!
ใบหน้าที่เปี่ยมเสน่ห์น่าหลงใหล อายไลเนอร์สีดำ เสียงดนตรีในฟลอร์เต้นรำพลิ้วไหว
ในช่วงอินโทรที่เต็มไปด้วยจังหวะเร้าใจ ควันลอยฟุ้งขึ้นบนเวที
หานเยว่ซวงเริงระบำท่ามกลางเหล่านักเต้นประกอบ
พอจบเพลงเธอหันใบหน้าด้านข้างที่เปี่ยมเสน่ห์ให้ผู้ชมเห็น ปลายนิ้วที่ชี้แฝงความเยาะเย้ยเล็กน้อย
ทั้งหมดนี้คือการตีความและแสดงออกตามเนื้อเพลง
บรรยากาศทั้งฮอลล์ถูกดันถึงจุดสูงสุด ภายใต้แสงสปอตไลต์หลากสี เสียงกรีดและเสียงเชียร์ดังขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
“สมกับเป็นรอบชิงจริงๆ!”
“ไม่คิดเลยว่าหานเยว่ซวงจะเต้นได้ด้วย เพลงนี้ดึงจุดเด่นด้านความเป็นวัยรุ่นของเธอออกมาอย่างเต็มที่สุดๆ ฟังแล้วมันมาก ปล่อยไม้ตายจริงๆ แล้วสินะ!”
“มันสะใจ!”
“รอบนี้ถือเป็นการแสดงที่ดีที่สุดของหานเยว่ซวงตั้งแต่ลงแข่งมาเลย ถ้าอยู่ในรอบก่อนๆ นี่มีสิทธิ์คว้าอันดับหนึ่งได้เลยนะ!”
“เอาเลย!”
“หานเยว่ซวงสู้ๆ!”
“นี่งัดไม้ตายออกมาแล้วสินะ!”
“หานเยว่ซวงมีแววจะได้เป็นหนึ่งในผู้นำนักร้องหญิงรุ่นใหม่แห่งฉินโจว ในรุ่นเดียวกันแทบจะหาใครที่เก่งกว่าเธอไม่ได้เลย!”
“คงไม่ใช่จะคว้าแชมป์ได้จริงๆ หรอกนะ?”
“รอดูการแสดงคนต่อไปก่อนเถอะ นี่มันคือแผน ไม่ใช่แค่หานเยว่ซวงคนเดียวที่เก็บไม้ตายไว้หรอก วันนี้ต้องมันสุดๆ แน่”
นี่แหละรอบชิงชนะเลิศ! เวทีสวยงามตระการตายิ่งกว่าเดิม!
ผู้ชมตื่นเต้นเร้าใจกว่าเดิม! ทุกคนพากันโบกแท่งไฟ!
แม้แต่หลินจือไปเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะซึมซับบรรยากาศ เพลิดเพลินกับการแสดงบนเวที
หานเยว่ซวงคนนี้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้เขาประทับใจจริงๆ
จากนั้น นักร้องคนที่สาม ซุนกู้ ขึ้นเวที
ซุนกู้เคยรร้อง ‘แสงจันทรา’ ตอนที่เขามาเสริมในรายการไปแล้ว คราวนี้จึงรร้องซ้ำอีกไม่ได้
แต่เขาเตรียมตัวสำหรับรอบชิงอย่างเต็มที่
เลือกรร้องเพลงเก่าที่มีระดับความยากสูงมาก พร้อมงัดเทคนิคการรร้องทุกอย่างออกมาอย่างถึงที่สุด!
บนโลกออนไลน์:
‘ถ้าวัดกันที่เทคนิคอย่างเดียว ซุนกูไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกราชาเพลงเลย จุดอ่อนของเขาคือเสียงยังขาดอารมณ์ไปหน่อย แต่เพลงนี้ถือว่าเทคนิคกับอารมณ์ผ่านทั้งคู่’
‘สุดยอดมาก!’
‘นี่คือการแสดงที่ดีที่สุดตั้งแต่เขาเข้าร่วมการแข่งขันเลยนะ ดีกว่าตอนรร้อง ‘แสงจันทรา’ อีก นี่แหละเสน่ห์ของการใช้เทคนิคขั้นสุด!’
‘ฉันชอบโชว์นี้!’
‘ในบรรดาการแสดงสดทั้งหมดของซุนกู้ เพลงนี้ติดท็อปทรีได้เลย หรือจะบอกว่าอันดับหนึ่งก็ไม่ถือว่าเกินไป แทบจะเป็นโชว์ที่เกินมาตรฐานตัวเองจริงๆ’
‘ว้าว!’
‘นักร้องคนอื่นๆ ที่อยู่หลังเวทีก็ชมเหมือนกัน!’
ผู้ชมในฮอลล์อาจจะไม่ได้เห็นหลังเวที แต่คนดูทางทีวีสามารถเห็นได้ เพราะถ่ายทอดสดมีการตัดภาพบางส่วนจากห้องเตรียมตัวมาให้ดู
“ฉันรู้สึกกดดันจัง”
หานเยว่ซวงที่เพิ่งรร้องเพลงจบยังอยู่ในเมคอัพจัดเต็ม พอได้ฟังซุนกู้รร้องก็ถึงกับยกมือตบอกเบาๆ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
“เทคนิคเขาดีจริงๆ”
เซี่ยอวี่หลงพยักหน้ากล่าวอย่างจริงจัง
ข้างๆ กันคือห้องเตรียมตัวของเยว่ซานหลาน
เธอก็แต่งหน้ามาทำให้ดูสวยขึ้นมาก ขณะที่ดูการแสดงก็เอ่ยว่า
“เสี่ยวซุนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์หายากของวงการนักร้องรุ่นใหม่แห่งฉินโจวจริงๆ”
ขณะนั้นเอง กล้องตัดไปที่จางซีหยาง
วันนี้จางซีหยางสวมแจ็กเก็ตหนังสีดำ นั่งหลับตาพักในห้องเตรียมตัวที่เงียบสงบ
ผู้จัดการก็ไม่ได้รบกวนเขา เพียงแค่พูดกับทีมงานเบาๆ ว่า
“วันนี้อาจารย์จางเงียบผิดปกติมากเลย”
บรรยากาศในห้องเตรียมตัวเย็นยะเยือก
จางซีหยางที่ทุกคนคุ้นเคยนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างสบายๆ ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกห่างเหิน กลับอบอุ่นเป็นกันเอง
แต่คืนนี้เขาดูแตกต่างไปจากปกติ เหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไปที่ใครก็ไม่อาจอธิบายได้
ผู้เข้าแข่งขันถัดจากซุนกู้เป็นคนที่มาแทนช่วงหลังและโชคดีหลุดเข้ารอบชิงมาได้
เขาเองก็รู้ว่าทั้งด้านเทคนิคและการรร้องยังไม่เท่าผู้แข่งขันคนอื่นๆ จึงเลือกเพลงที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก
เพียงแต่ถ้าพูดถึงอารมณ์ลึกซึ้งกินใจก็ยังสู้หลินโสวจัวไม่ได้อยู่ดี ทำให้กระแสตอบรับจากคนดูไม่ร้อนแรงเท่าหลายคนก่อนหน้านี้
จนกระทั่ง… เยว่ซานหลาน ขึ้นเวที!
ในฐานะผู้เข้าแข่งขันลำดับที่ห้าของวันนี้
เยว่ซานหลานแค่ปรากฏตัวบนเวทีก็เรียกพลังความตื่นเต้นจากผู้ชมกลับมาได้แล้ว
โดยเฉพาะหลังจากการแสดงก่อนหน้านี้ที่อารมณ์เริ่มแผ่วลง ทุกคนจึงหวังว่าเวทีจะระเบิดความตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง!
ตู้ม!
เยว่ซานหลานไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง แค่ท่อนอินโทรก็เป็นเสียงฟ้าฟ้าร้องคำรามดังสนั่น
จินตนาการได้เลยว่านี่ต้องเป็นเพลงที่เธอสามารถโชว์พลังเสียงสูงได้ถึงขีดสุดแน่ๆ!
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ บรรยากาศของเพลงนี้ของเยว่ซานหลาน ราวกับภูเขาไทซานโถมทับ
ความกดดันรุนแรงแผ่ซ่านออกมาปะทะใบหน้า เสียงรร้องที่หนาแน่นทรงพลังนั้นพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งสงคราวราวกับต้องมนตร์!
“มังกรผู้ยิ่งใหญ่กลางป่า! อสนิบาตเมฆาฟ้าคำรน! คลื่นลมพายุฝนหิมะ! ในค่ำคืนแห่งอ้างอัน!”
นี่คือผลงานตัวแทนของราชินีเพลงคนหนึ่ง ไม่ใช่เพลงรักแบบดั้งเดิม แม้จะพูดถึงความรักก็จริง
แต่ในขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองและเสื่อมสลายของราชวงศ์ยุคโบราณด้วย
ซึ่งหากเป็นเสียงรร้องบางเบาทั่วไปคงไม่สามารถรองรับเพลงนี้ได้เลย
แต่เยว่ซานหลานกลับทำได้ เธอไม่ด้อยไปกว่าศิลปินต้นฉบับแม้แต่น้อย!
ด้านล่างเวที ผู้ชมรู้สึกสะเทือนใจอย่างแรง!
“ตอนที่ฉันฟังเพลงนี้ครั้งแรกก็รู้สึกสะเทือนใจแล้วนะ คิดมาตลอดว่าไม่มีใครนอกจากต้นฉบับที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นได้ แต่แม่เยว่ทำลายความเชื่อเดิมของฉันไปเลย”
“เก่งเกินไปแล้ว!”
“เก่งจนกลัวเลยอะ!”
“ว้าว!”
“ที่สำคัญคือแม่เยว่ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ยังมั่นคงด้วย ช่วงเปลี่ยนผ่านจากท่อนรร้องหลักไปท่อนฮุกของเพลงนี้รร้องยากมาก แต่เธอจัดการได้สบายๆ เลย!”
พร้อมกันนี้ หอพักมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
“ตอนแรกฉันคิดว่าหานเยว่ซวงกับซุนกู้มีลุ้นแย่งแชมป์กันแล้ว แต่พอเยว่ซานหลานออกมา ทั้งคู่ก็แทบหมดหวังเลย นี่แหละที่เขาว่า ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า!’”
“ระเบิดเวทีแล้ว!”
“แม่เยว่!”
“เยว่ซานหลานสมกับที่เป็นตัวเต็งสามอันดับแรกมาตลอดจริงๆ เพลงนี่ก็ถือเป็นรอบที่เธอแสดงได้ดีที่สุดเลย ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างแท้จริง!”
ยังคงเป็นด้านหน้าจอโทรทัศน์ ที่บ้านของหลินจือไป พ่อแม่กับพี่สาวก็กำลังดูการแข่งขันอยู่
พวกเขาไม่ได้ไปดูที่ห้องส่ง เพราะรู้สึกตื่นเต้นเกินไป แต่ไม่คิดเลยว่าดูผ่านทีวีที่บ้านจะตื่นเต้นไม่แพ้กัน
หรืออาจจะตื่นเต้นกว่าด้วยซ้ำ
“นี่มันดีเกินไปแล้ว”
“จางซีหยางจะชนะได้ไหมนะ?”
“จางซีหยางรร้องเพลงใหม่ของเสี่ยวเฮย มีคนในเน็ตบอกว่าเพลงใหม่ของเสี่ยวเฮยไม่เหมาะกับการแข่งขัน ถ้าแพ้ขึ้นมาละก็…”
“วางใจเถอะค่ะ”
หลินซีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวว่า
“รอบชิงก็แบบนี้แหละ ทุกคนจะงัดไม้ตายออกมาจนหมด
เยว่ซานหลานเก่งก็จริง แต่เซี่ยอวี่หลงกับจางซีหยางไม่เก่งเหรอ
ถ้าคู่แข่งไม่เก่งขนาดนี้ จะเห็นคุณค่าของแชมป์ได้ยังไงละคะ?”
พ่อกับแม่พยักหน้า ไม่ได้ประหม่าเท่าเดิมแล้ว
แต่มือของหลินซีกลับกำไว้แน่น เห็นได้ชัดว่าเธอเองไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ปากพูดเลย
แท้จริงแล้วลึกๆ เธอกังวลมาก ไม่ใช่กังวลเรื่องคุณภาพเพลงของหลินจือไป
แน่นอนว่าเพลงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่เพลงเพลงหนึ่งจะสะกดใจผู้ชมได้ไหม
ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับตัวเพลง แต่ยังขึ้นอยู่กับการถ่ายทอดของนักร้องด้วย
จางซีหยางจะคุมอยู่ไหม?
ในสถานการณ์ปกติจางซีหยางควบคุมได้อยู่แล้ว
แต่จากภาพที่เห็นหลังเวที วันนี้จางซีหยางดูเงียบผิดปกติอย่างกับว่าเขากำลังรวบรวมอารมณ์หรือสภาพไม่ดีจริงๆ กันแน่
อย่างไรก็ตาม แม้จะดูผ่านหน้าจอก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มหาศาลมาก
ในวงการ:
“ดูเหมือนรายการแข่งรร้องเพลงสำหรับนักร้องมืออาชีพที่ขึ้นถึงเพดานสูงสุดในวงการเราก็คือ ‘I Am a Singer’ แล้วละ รายการเพลงอื่นๆ โดนรายการนี้บดขยี้ไปหมดในแง่ของความเป็นมืออาชีพบนเวที”
“หานเยว่ซวง!”
“เยว่ซานหลาน!”
“แล้วยังมีซุนกู่อีก!”
“แต่ละคนทำผลงานได้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะเยว่ซานหลานในรอบนี้ เรียกได้ว่าราศีแชมป์จับจริงๆ ก็ต้องดูว่าเซี่ยอวี่หลงจะโค่นเธอได้ไหม”
ระหว่างถกเถียงกัน คนในวงการต่างก็สังเกตว่าจางซีหยางในภาพที่ปรากฏผ่านกล้องนั้นดูต่างไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด
ตลอดการแข่งขันจนถึงตอนนี้เขายังไม่พูดอะไรสักคำ ขณะที่นักร้องคนอื่นต่างพูดชื่นชมการแสดงของคู่แข่ง
แต่เขากลับดูเหมือนแยกตัวออกจากโลกใบนี้ไปแล้ว นอกจากช่วงหนึ่งที่หยิบน้ำมาดื่ม
แม้แต่แววตาก็ยังไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลย ถึงขั้นดูเย็นชาเล็กน้อย?
“เขาคิดอะไรอยู่?”
“ใครจะไปรู้ว่าจางซีหยางคิดอะไรอยู่ แต่เดาว่าคงเสียใจอยู่ละมั้ง คู่แข่งแต่ละคนไม่ใช่ธรรมดาเลย ผลงานการแสดงเรียกได้ว่าเหนือขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เขากลับจะรร้องเพลงใหม่ของไปตี้”
“น่าเสียดายจริงๆ”
“เพลงใหม่ของไปตี้ไม่น่าจะคุณภาพแย่หรอก เพราะแต่ละเพลงที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้ดีมากในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล แต่สไตล์เพลงของเขาอาจจะจำกัดศักยภาพของจางซีหยางได้”
“พูดอะไรตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว”
“เขาน่าจะกำลังเครียดอยู่”
“ตอนนี้มีคนในเน็ตโจมตีพวกเรากันเยอะมาก นี่แหละคำเตือนที่จริงใจย่อมขัดหู แฟนคลับไปตี้เยอะ แฟนคลับจางซีหยางยิ่งเยอะกว่า คนพวกนี้ทนฟังความจริงไม่ไหวแล้ว”
“ดูสิ”
“เซี่ยอวี่หลงขึ้นเวทีแล้ว!”
“ให้ตาย เซี่ยอวี่หลงจะรร้องเพลงนี้จริงๆ เหรอ?”
“เพลงนี้ยากกว่าเพลงของเยว่ซานหลานอีกนะ ถึงขั้นถูกบรรจุไว้ในตำราของสถาบันดนตรีใหญ่ๆ เป็นหนึ่งในเพลงป๊อปที่ได้รับการยอมรับว่ายากที่สุด นี่คือการท้าทายขีดจำกัดตัวเอง ต้องทุ่มสุดตัวเลยนะ!”
ใช่แล้ว เซี่ยอวี่หลงขึ้นเวทีแล้ว
แต่เพลงที่เซี่ยอวี่หลงเลือกกลับทำให้ทุกคนลุ้นกันตัวเกร็ง
เพราะนี่เป็นผลงานทิ้งท้ายของพ่อเพลงผู้ล่วงลับไปแล้ว
โดยผู้รร้องต้นฉบับเมื่อยี่สิบปีก่อนคือนักร้องระดับราชาเพลง
ปัจจุบันเขาอายุมากจนวางมือจากวงการเพลงไปแล้ว และนับแต่นั้นมาแทบไม่มีใครกล้ารรร้องเพลงนี้อีกเลย
เพราะไม่กล้า! แม้แต่ระดับราชาเพลงเองก็ยังไม่กล้ารรร้องเพลงนี้ง่ายๆ
แต่หากรร้องออกมาได้ดีละก็ คืนนี้เซี่ยอวี่หลงอาจจะ… คว้าแชมป์?