ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 102 ดอกไม้ไฟ!!!
ตอนที่ 102 ดอกไม้ไฟ!!!
ในฐานะนักร้องลำดับที่หกของค่ำคืนนี้ เซี่ยอวี่หลงเพิ่งก้าวขึ้นเวทีก็ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
แต่ทันทีที่เขาเปิดเผยชื่อเพลงที่เลือกจะรร้อง เหล่าคนในวงการต่างก็ถึงกับตื่นตะลึง
แม้แต่ผู้ชมบางคนก็จำได้ในทันทีถึงระดับความยากแสนท้าทายของเพลงนี้!
“เพลงนี้เองเหรอ?”
“เพลงนี้มันทำไม?”
“แค่รู้ไว้ก็พอว่าเพลงนี้อยู่ในห้าอันดับแรกของเพลงป๊อปที่ยากที่สุดในฉินโจวเลยนะ ไม่ใช่ฉันพูดขึ้นมาเองนะ แต่เป็นการประเมินจากหนังสือเรียนดนตรีบางเล่มของทางการ เพลงนี้มีทั้งเทคนิคเบลแคนโต [1] และยังต้องมีการใส่ลูกเล่นแบบโคโลราตูรา [2] อีกด้วย แต่ฉันเองก็เพิ่งจะเคยได้ยินใครรร้องสดเพลงนี้ครั้งแรกเหมือนกัน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ฉันเคยฟังคนรร้องมาก่อนนะ……”
“มีคนรร้องก็ไม่แปลกหรอก แต่ทุกเวอร์ชันที่นายเคยได้ยินส่วนใหญ่จะถูกตัดทอนทั้งนั้น ไม่ปรับคีย์ลง ก็เรียบเรียงใหม่ลดความยาก ตอนนี้ฉันอยากรู้นักว่าเซี่ยอวี่หลงจะกล้ารรร้องโดยไม่ลดความยากไหม”
มีผู้ชมในงานบางคนที่มีความรู้!
และการแสดงก็เริ่มต้นท่ามกลางเสียงอุทานตกใจของผู้คน!
ทันทีที่เซี่ยอวี่หลงเปล่งเสียงออกมา คนที่ฟังเป็นก็รู้ได้ว่าเขาไม่ได้ลดคีย์ แต่ใช้คีย์ดั้งเดิมของต้นฉบับเต็มๆ เลย
เบลแคนโต! เสียงเทเนอร์!
จริงๆ แล้วแนวนี้ไม่ถือว่าเป็นเพลงป๊อป แต่เซี่ยอวี่หลงใช้เสียงเบลแคนโตแค่ท่อนแรก
พอเข้าสู่ท่อนฮุกก็เปลี่ยนไปใช้การรร้องแบบป๊อป
ท่อนที่สอง ลูกเล่นเสียงโคโลราตูรามาแล้ว!
คนที่ไม่ค่อยได้ฟังลูกเล่นเสียงพวกนี้ถึงกับตะลึงทันที แต่สำหรับคนที่ฟังบ่อยก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่อะไรนัก
ระดับการรร้องของเซี่ยอวี่หลงนับว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น
แต่การผสมผสานเสียงป๊อป เสียงเบลแคนโต และลูกเล่นโคโลราตูรากลับทำได้อย่างลงตัว
การเรียบเรียงเพลงทั้งหมดโดดเด่นไปด้วยความหรูหรา!
บนโลกออนไลน์:
‘มีคำพูดว่าปู่ก็คือปู่ เซี่ยอวี่หลงก็คือรุ่นเก่าแบบนั้นแหละ สมัยรุ่งเรืองเขาเคยยืนอยู่แถวหน้าของวงการได้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย เพลงนี้ลบภาพจำของทุกคนที่มีต่อเขาได้เลย!’
‘โคตรเจ๋ง!’
‘เจ๋งสุดๆ!’
‘ถึงจะไม่เข้าใจการรร้องแบบเบลแคนโตเท่าไหร่ แต่การรร้องแบบผสมผสานของเขามันน่าทึ่งจริงๆ ฟังแล้วรู้สึกแปลกใหม่มาก อีกอย่างเพลงนี้ยากมากจริงๆ คนที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักไม่มีทางเอาอยู่แน่ๆ!’
‘โคตรสุดยอดไปเลย!’
‘แชมป์!’
‘เซี่ยอวี่หลงต้องได้แชมป์แล้ว เขาเอาทุกอย่างที่เรียนรู้มาทั้งชีวิตใส่ลงไปในเพลงนี้ แม้จะมีข้อเสียตรงที่มันดูหลากหลายเกินไปหน่อย แต่ข้อดีมีมากกว่าข้อเสียเยอะเลย!’
ชาวเน็ตอึ้งกันไปหมด! การแสดงของเซี่ยอวี่หลงในรอบนี้สร้างความตื่นตะลึงได้ยิ่งกว่ารอบที่เยว่ซานหลานเคยทำไว้เสียอีก
ก่อนหน้านี้ในอินเทอร์เน็ตเคยพูดกันว่าเซี่ยอวี่หลงเป็นเพชรเม็ดงามที่หล่นหายไปของวงการเพลง
ในสมัยนั้นเขาเคยมีความหวังจะพุ่งสู่ตำแหน่งราชาเพลงได้ แต่ตอนนี้อายุมากแล้วจึงไม่มีหวังอะไรอีก
แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ความสามารถของเขาแทบไม่ต่างจากราชาเพลงเลย!
ที่บ้านของหลินจือไป หลินซีถึงกับตัวชา!
รู้อยู่แล้วว่ารอบชิงชนะเลิศจะต้องดุเดือดแบบดาวอังคารชนบลูสตาร์แน่ๆ
แต่พอเห็นไม้ตายสุดท้ายของนักร้องแต่ละคนก็ยังทำให้เธอช็อกอยู่ดี
นี่เซี่ยอวี่หลงแอบเก็บเพลงที่ดีที่สุดของตัวเองไว้สุดท้ายจริงๆ!
“เสี่ยวเฮยจะชนะได้ไหม?” แม่ถามคำถามนี้อยู่ตลอด
ส่วนพ่อถามว่า “ทำไมจางซีหยางไม่พูดอะไรเลยละ?”
ตอนเซี่ยอวี่หลงรร้องเพลงนี้ ถ่ายทอดสดก็ตัดภาพไปที่สีหน้าของนักร้องแต่ละคนในห้องพักหลังเวทีตามลำดับ
ทุกคนต่างแสดงความชื่นชม ยกเว้นจางซีหยางเพียงคนเดียวที่ยังคงเงียบสนิท
เป็นความสงบที่ลึกสุดขั้ว จนไม่มีใครเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“เขากำลังเตรียมตัว…”
หลินซีจ้องมองจางซีหยางในทีวี พลางรู้สึกได้ลางๆ ว่านี่คือการรวบรวมอารมณ์ทั้งหมดไว้เพื่อระเบิดมันบนเวทีในท้ายที่สุด
การแสดงของเซี่ยอวี่หลงยอดเยี่ยมมาก
แต่หลินซีก็ไม่สงสัยเลยว่าจางซีหยางจะควบคุมเพลงในระดับนี้ได้เหมือนกัน
เพราะในการแสดงของจางซีหยางทุกรอบที่ผ่านมา เขาเลือกแต่เพลงที่มีความยากสุดๆ ทั้งนั้น
และยังผสมผสานแนวเพลงหลายรูปแบบได้อย่างไร้ที่ติ
ในแง่หนึ่งก็เหมือนว่ารอบนี้เซี่ยอวี่หลงเลียนแบบวิธีการจัดการเพลงของจางซีหยางก่อนหน้านี้
ซึ่งเขาใช้วิธีนี้คว้าอันดับหนึ่งมาแล้วหลายครั้ง!
และวันนี้ เซี่ยอวี่หลงมีความเป็นจางซีหยางอยู่หน่อยๆ
แต่จางซีหยางกลับดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนตัวเอง
หลินซีก็ไม่อาจบอกได้ว่านี่เป็นเรื่องดีหรือเปล่า แต่เธอก็ยังคงเชื่อมั่นในจางซีหยาง
เพราะเวทีนี้ไม่ใช่ว่าใครรร้องเพลงที่ยากกว่าก็จะชนะ
ถ้าวัดกันแค่ความยากละก็ เพลงที่ซุนกู้รร้องก็ใช่จะง่ายเสียเมื่อไหร่?
สิ่งที่หลินซีคิดก็ตรงกับความเห็นของคนในวงการเช่นกัน
หลายคนฟังออกว่า การแสดงของเซี่ยอวี่หลงรอบนี้มีกลิ่นอายแบบเดียวกับจางซีหยางก่อนหน้านี้!
“นี่มันสุดยอดจริงๆ”
“เซี่ยอวี่หลงกลายเป็นจางซีหยางไปแล้ว นี่มันคือสูตรสำเร็จที่จางซีหยางเคยใช้คว้าชัยมาก่อน แต่จางซีหยางกลับดูไม่ค่อยเหมือนตัวเองซะงั้น?”
“สถานการณ์นี้มันแปลกชอบกลจริงๆ”
“ฉันตกใจมากที่เซี่ยอวี่หลงเลือกเพลงนี้ แต่ถ้าเป็นจางซีหยางเลือก ฉันจะไม่แปลกใจเลย แต่จางซีหยางดันไม่เลือก”
“เยว่ซานหลานยังพูดเลยว่า เพลงที่เซี่ยอวี่หลงเลือกและวิธีที่เขาแสดงในรอบนี้ มีกลิ่นอายของจางซีหยางอย่างชัดเจน”
“เหล่าเซี่ยคงคว้าแชมป์แล้วละ”
ดูจากปฏิกิริยาของผู้ชมในห้องส่งก็เห็นได้ชัดเลยว่า
หลังจากเซี่ยอวี่หลงรร้องจบ เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มทั่วทั้งฮอลล์ กระแสตอบรับดีกว่าหลายคนก่อนหน้านั้นมาก!
เซี่ยอวี่หลงรร้องจบ ก็โค้งคำนับก่อนเดินออกจากเวที
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังต่อเนื่องไม่หยุด สองพิธีกรได้เดินขึ้นมาบนเวที
หนึ่งในพิธีกรพูดขึ้นว่า
“ช่างเป็นการแสดงที่น่าทึ่งจริงๆ นะครับ นี่แหละคุณภาพระดับท็อปที่มีเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศของ ‘I Am a Singer’ แต่ละเพลงที่ได้ฟังทำเอาผมใจเต้นแรงเหมือนกับผู้ชมทุกคนในวันนี้เลยครับ”
พิธีกรอีกคนกล่าวว่า
“หลังจากที่พวกเราได้ชมการแสดงที่ยอดเยี่ยมของอาจารย์เซี่ยอวี่หลงแล้ว
ต่อไปก็ขอเชิญนักร้องคนสุดท้ายของเราในค่ำคืนนี้
เชื่อว่าผมไม่ต้องแนะนำ ทุกคนก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าเขาคือใคร ใช่ไหมครับ?”
พูดจบ พิธีกรทั้งสองคนก็ยื่นไมโครโฟนไปทางผู้ชม
เสียงดังสนั่นก็ระเบิดออกมาจากที่นั่งผู้ชมในทันที
ทุกเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้า หลายคนถึงกับตั้งตารอเขาตั้งแต่เข้ามาในฮอลล์แล้ว
“จางซีหยาง!”
“จางซีหยาง!”
“จางซีหยาง!”
นี่ก็คือพลังของนักร้องที่ดังที่สุดใน ‘I Am a Singer’
ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญจะวิจารณ์แง่ลบอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าจางซีหยางเป็นผู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้เลย
“ทุกคนต้อนรับกันอย่างล้นหลามเลยทีเดียวนะครับ”
พิธีกรฝั่งซ้ายกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ก่อนการแข่งขัน ทุกคนคงรู้กันแล้วว่า เพลงที่อาจารย์จางซีหยางจะรร้องนั้น
เป็นเพลงใหม่ที่ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองโดยอาจารย์ไปตี้
ดูเหมือนจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายบนโลกออนไลน์ด้วยใช่ไหมครับ?”
พิธีกรฝั่งขวากล่าวว่า
“โบราณว่าไว้ให้ผลงานเป็นตัวพิสูจน์ การตอบโต้ที่ดีที่สุดต่อข้อกังขาทั้งหลายก็คือผลงานของเรานี่เอง
ต่อไปขอเชิญพวกเราทุกคนปรบมือดังๆ ต้อนรับนักร้องคนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ จางซีหยาง!”
แปะๆๆ! เสียงปรบมือดังกึกก้องเป็นระลอก!
ที่ห้องเตรียมตัวหลังเวที จางซีหยางที่กำลังหลับตาพักจิตใจอยู่ลืมตาขึ้นทันที
สายตาคู่นั้นคล้ายมีประกายบางอย่างที่สะกดคนได้อย่างน่าประหลาด
ผู้จัดการที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งประหม่าและตื่นเต้นไปพร้อมกัน
“ถึงคิวคุณแล้วครับ!”
จางซีหยางพยักหน้าเล็กน้อย ยังคงไม่แสดงสีหน้ามากนัก
ขณะเดินผ่านทางเดินไปยังเวที กล้องของทีมถ่ายทำก็จับภาพเขาตลอด
หน้าจอโทรทัศน์ บนโลกออนไลน์:
‘จางซีหยางคืนนี้ดูมีออร่าน่าเกรงขามแบบอธิบายไม่ถูกเลย เมื่อกี้ตอนที่เขาลืมตา ฉันตกใจสะดุ้งเลย!’
‘แววตาอย่างกับคมมีด!’
‘ใครทำให้จางซีหยางโกรธเหรอ?’
‘คงเป็นเพราะคำพูดของพวกผู้เชี่ยวชาญในเน็ตที่ทำให้จางซีหยางไม่สบอารมณ์ละมั้ง ใครจะไปดีใจได้ การแข่งยังไม่เริ่มก็โดนวิจารณ์ซะยับแล้ว?’
‘จางซีหยางสู้ๆ!’
‘สั่งสอนผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นเลย!’
‘ถึงเพลงของไปตี้จะเป็นแนวโทนต่ำเสียงเบา แต่ฉันคิดว่าจางซีหยางสามารถรร้องออกมาให้ต่างจากคนทั่วไปได้ ความสามารถของเขาน่ะมันชัดอยู่แล้ว!’
‘แต่ยังไงจางซีหยางก็ดูแปลกไปนะ’
‘ตอนนี้ฉันเริ่มเป็นห่วงสภาพจิตใจเขาแล้วสิ’
‘เมื่อก่อนจางซีหยางก็มักจะยิ้มแย้มตลอด อย่างน้อยก็ยังดูเป็นมิตรกับคนรอบข้าง แต่วันนี้เขากลับดูเหมือนปิดตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัวเลย’
ทุกคนต่างดูออก แต่ผู้ชมในฮอลล์ไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเวที จึงไม่รู้เลยว่าวันนี้จางซีหยางอยู่ในบรรยากาศกดดัน
พอเขาขึ้นเวที ทุกคนก็พากันปรบมือเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
กลางเวที แสงไฟรวมตัวส่องลงมา จางซีหยางกวาดตามองไปรอบฮอลล์
ขณะถือไมโครโฟนอยู่ในมือ ตอนที่หลายคนคิดว่าเขาจะพูดอะไรบางอย่าง
เขากลับพูดเพียงแค่สามคำอย่างเรียบง่ายว่า
“ดอกไม้ไฟ”
พูดจบ จางซีหยางก็พยักหน้าให้วงดนตรีสด เป็นสัญญาณให้เริ่มได้
จนกระทั่งเสียงอินโทรดังขึ้น หน้าจอและจอใหญ่ด้านหลังเวทีก็ปรากฏข้อความข้อมูลเพลงขึ้นมา
ทุกคนถึงได้รู้ว่า ‘ดอกไม้ไฟ’ ที่จางซีหยางเพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่นั้นคือชื่อเพลงที่เขาจะรร้อง
ชื่อเพลง: ดอกไม้ไฟ
เนื้อร้อง: ไปตี้
ทำนอง: ไปตี้
เรียบเรียง: ไปตี้
ขับรร้อง: จางซีหยาง
แสงไฟส่องสะท้อนดวงตาของจางซีหยางเปล่งประกายแวววาว
ส่วนหลินจือไปที่นั่งอยู่ในที่นั่งผู้ชมก็มองไปยังเวทีไม่ละสายตา
ฟังเสียงอินโทรเพลงที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากนุ่มนวลเป็นจังหวะกลองที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ตึกๆๆๆๆๆ เหมือนกำลังเคาะลงบนหัวใจ
สีหน้าของผู้ชมดูแปลกใจเล็กน้อย ผู้ชมทางโทรทัศน์ก็ตะลึงไปเช่นกัน
ส่วนคนในวงการถึงกับสะดุ้งในใจ สไตล์การเรียบเรียงเพลงนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากผลงานก่อนๆ ของไปตี้
ในแนวเพลงของไปตี้ ทำไมถึงได้มีจังหวะกลองที่ดังยาวแบบนี้ในอินโทรได้… แปลกๆ
แสงไฟเคลื่อนไหวไปมา จางซีหยางเงยหน้าขึ้นเบาๆ น้ำเสียงทรงพลังแต่แฝงด้วยความแหบพร่าเล็กน้อย
เนื้อรร้องของท่อนหลักปรากฏขึ้นบนจอใหญ่ และดังกระหึ่มก้องไปทั้งฮอลล์และบ้านของผู้ชมทางทีวี
“นี่คือการแสดงที่ไร้บทสรุป
รวมความไร้สาระและความบ้าคลั่ง
เหมือนเด็กคนหนึ่งที่เปี่ยมด้วยความโศกเศร้า
เงียบงัน หลับใหลบนพื้นดิน”
เนื้อรร้องท่อนนี้ดูเหมือนไม่ได้ชี้ชัดถึงอะไรโดยตรง หากแต่ราวกับสื่อความหมายบางอย่าง
การแสดงที่ไร้บทสรุป รวมความไร้สาระและความบ้าคลั่ง?
เหมือนกำลังพูดถึงการแข่งขัน แต่ก็ดูเหมือนไม่ใช่แค่การแข่งขัน
สีหน้าผู้ชมเต็มไปด้วยความแปลกใจและตื่นเต้น นี่เป็นเพลงใหม่ของไปตี้หรือ?
แนวเพลงเหมือนจะต่างจากผลงานก่อนหน้านี้ของไปตี้ทั้งหมด
ไม่มีการขับรร้องเบาๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์
เพลงทั้งเพลงเผยอารมณ์ที่เข้มข้นตั้งแต่ประโยคแรก ให้บรรยากาศที่เร้าใจสุดๆ!
ขณะเดียวกันทางหน้าจอโทรทัศน์ เหล่าชาวเน็ตและคนในวงการต่างก็พากันตกตะลึง
แนวเพลงนี้ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของเพลงร็อกอยู่ด้วย? ร็อก!?
ไปตี้ก็ทำแนวนี้เป็นด้วยเหรอ?
ขณะที่ทุกคนกำลังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย เสียงของจางซีหยางก็พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
เป็นความพุ่งสูงแม้จะฉับพลันแต่กลับพอเหมาะพอดี
เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์คำราม แต่ก็ยังควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ตอนนี้ฉัน! รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว! เหนื่อยจนเหมือน… ดอกไม้ป่าที่ถูกลมพัดหัก!”
การเปลี่ยนผ่านจากท่อนหลักไปท่อนฮุกนั้นเหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง
เมื่อจางซีหยางจู่ๆ ก็รร้องว่า ‘ตอนนี้ฉัน!’ ขึ้นมา
ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่กลางแดดเปรี้ยงในหน้าร้อน แล้วจู่ๆ ก็ถูกน้ำเย็นจัดรดหัวจนสะดุ้ง หนาววาบไปทั้งตัว ขนลุกซู่จากแขนลามไปทั่วร่าง!
เสียงฉาบ! เบส! คีย์บอร์ดซินธ์! กลองชุด!
เครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของเพลงร็อกหลายชิ้นถูกนำมาใช้ทั้งหมด
เสียงเหล่านี้ผสานกันแต่กลับไม่อาจกลบเสียงสูงของจางซีหยางได้
เขาใช้เสียงที่สมบูรณ์แบบครอบคลุมทั้งเพลง และทำให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และทางบ้านถึงกับอึ้งไปตามกัน!
อืม! เป็นร็อกจริงๆ! ร็อกของแท้เลย!
ถ้าบอกว่าเพลงของเซี่ยอวี่หลงเมื่อครู่คือเล่นให้ซับซ้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้
เช่นนั้นจางซีหยางก็คือเล่นให้บริสุทธิ์ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ร็อกที่สะอาดชัดเจนเปี่ยมด้วยพลังและจุดยืน ราวกับอารมณ์ทั้งหมดของเขาได้ถูกปลดปล่อยบนเวทีนี้!
สายลมอาจหักดอกไม้ป่าได้! พวกคุณมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับฉันได้!
แต่พวกคุณไม่ควรเอาความคลั่งไคล้และความบ้าคลั่งไปโยนให้ไปตี้
นี่คือการตัดสินใจของฉันเอง ไม่มีใครบังคับ และไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบแทน! ฉันรับผิดชอบได้!
จางซีหยางที่เงียบหายจากวงการหลายปีจนหล่อหลอมจิตใจที่สงบนิ่งตามวิถี
กลับถูกเสียงวิจารณ์ที่พาดพิงถึงไปตี้พังทลายความสงบนั้นลงจนหมดสิ้น
เขาเป็นคนใจดีแต่ไม่ได้แปลว่าโกรธไม่เป็น ไปตี้คือเส้นต่ำสุดที่เขาขีดไว้
บางเรื่องปล่อยผ่านได้ ยกเว้นเรื่องนี้ที่ยอมไม่ได้
“เพราะฉะนั้นฉัน! กำลังจะเปลี่ยนไป!!”
ตอนนี้จางซีหยางกำลังโกรธ เสียงสูงของเขาถูกลากยาว ยาว และยาวออกไปอีก ด้วยลมหายใจที่ทรงพลัง
การสั่นสะเทือนจากทรวงอกที่หนักแน่น แรงเสียดสีในลำคอจนเกิดเสียงแหบเล็กน้อย
แต่ละเม็ดเสียงยังคงคมชัด ดวงตาของเขาราวกับมีเปลวไฟ
เป็นเพลิงพิโรธที่ไม่ใช่แค่ความพิโรธ แต่เป็นเปลวเพลิงที่ลุกโชนจนไม่อาจดับได้
“กลายเป็นเหมือน… ก้อนพลุเพลิงที่พุ่งทะยานลุกไหม้อย่างร้อนแรง!”
แม้จางซีหยางจะชอบคำพูดที่ว่า ‘ความดีงามสูงสุดดังสายน้ำ’
แต่เวลานี้กลับเปล่งประกายดังเปลวไฟบนเวที และใช้เปลวไฟนี้จุดชนวนให้ทั้งฮอลล์ลุกเป็นเพลิงตามไปด้วย!
อะไรคือการแสดงสด? การแสดงสดคือความไม่แน่นอน เต็มไปด้วยอารมณ์และความคาดไม่ถึง
จางซีหยางไม่ได้รร้องตามเมโลดี้เป๊ะๆ แต่อารมณ์ของเขารุนแรงยิ่งกว่าเวอร์ชันต้นฉบับของไปตี้
ถ้าเวอร์ชันต้นฉบับคือเปลวไฟ เขาก็ราดน้ำมันลงไปอีก แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นเปลวไฟที่ลุกโชน!
“บ้าไปแล้ว!”
“นี่คือจางซีหยาง!?”
“นี่คือเพลงใหม่ของไปตี้!?”
“นี่ไม่ใช่จางซีหยางที่ฉันคุ้นเคยแน่ๆ และก็ไม่ใช่ไปตี้ที่ฉันรู้จักด้วย เพลงร็อกที่ระเบิดอารมณ์แบบนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว!”
“อา จาง!”
“ไฟลุกเลยเว้ย!”
“ให้ผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นไสหัวไปให้หมดเลย ใครว่าไปตี้แต่งได้แต่เพลงช้าๆ เบาๆ เพลงร็อกเพลงนี้ไร้เทียมทานจริงๆ!”
“ระเบิดมันคือยังไงรู้ไหม? นี่แหละเรียกว่าระเบิดของจริง!”
“เพลงที่แต่งโดยไปตี้ การแสดงสดโดยจางซีหยาง นี่มันคู่หูเทพเจ้าอะไรเนี่ย ใครเจอรอบนี้เป็นต้องดับ!”
“ปล่อยพลังเต็มที่!”
“เพราะฉะนั้นฉันกำลังจะเปลี่ยนไป!”
“จางซีหยางเปลี่ยนไป ไปตี้ก็เปลี่ยนไป ใครจะไปนึกว่าเพลงนี้จะแตกต่างขนาดนี้ แล้วใครจะคาดคิดว่าจางซีหยางวันนี้จะรร้องด้วยความโกรธที่ลุกเป็นไฟขนาดนี้!”
ฮอลล์ระเบิดจริงๆ แล้ว! ผู้ชมแถวหน้าลุกขึ้นยืนพร้อมกัน!
ผู้ชมจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ลุกขึ้นยืน!
จางซีหยางดูเหมือนจะสงบลงเล็กน้อย แต่ไม่มีใครแน่ใจว่าเขากำลังกลั่นอารมณ์ปะทุที่รุนแรงยิ่งขึ้นอีกหรือเปล่า
เสียงของเขายังคงสูงกังวาน
“มองดูผู้คนตรงหน้าหยัดยิ้มหยิ่งทระนง
หัวใจพลุ่งพล่านราวคลื่นซัดสาด
เต้นอิสระกลางทุ่งร้างกว้างใหญ่
สัมผัสความรุ่งโรจน์ที่ดิบเถื่อนและแตกสลาย
ตอนนี้ฉัน! เริ่มมึนเมาแล้ว! มึนเมาดังพิราบป่าหาไม่เจอทิศทาง!”
ในช่วงที่รุ่งโรจน์เคยมีผู้คนมากมายโห่รร้องชื่นชมเขา
ความสับสนในอดีต ความเงียบเหงาที่ยาวนานหลายปี
การได้พบไปตี้ปลุกให้เขาตื่นและเข้าใจ ทุกอย่างล้วนผุดขึ้นตรงหน้า
จางซีหยางเพิ่งตระหนักว่าแท้จริงแล้วเขามึนเมามานานหลายปี
ตอนนี้เขามองผู้ชมทุกคนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขาได้กลายเป็นจางซีหยางคนใหม่แล้ว
“เพราะฉะนั้นฉัน! กำลังเปลี่ยนไป! กลายเป็นพลุเพลิงที่ระเบิดออกอย่างร้อนแรง!!”
นกพิราบป่าหลงทางได้พบเส้นทางของมันแล้ว
ความรุ่งโรจน์ในอดีตแม้จะพังทลายกลายเป็นซากปรักหักพัง
แต่จางซีหยางจะใช้ซากพังเหล่านั้นเป็นฐานสร้างอนาคตของเขาขึ้นใหม่ แต่ไม่ใช่เพื่อตัวเขาเท่านั้น!
ร้อนแรง! ระเบิด! โกรธเกี้ยว! คำราม!
นี่เป็นครั้งแรกที่จางซีหยางปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหมดออกมาด้วยท่าทีและวิธีที่ดิบเถื่อนรุนแรงเช่นนี้!
ขณะที่ฟังเพลงก่อนหน้านี้ เขาไม่พูดอะไรเลย
เพราะถ้อยคำนับหมื่นในใจเขาได้รวมตัวกันอยู่ในเพลงนี้หมดแล้ว
เหมือนพลุเพลิงที่ระเบิดออกอย่างร้อนแรง!
ผู้ชมได้ยินแล้ว! ทั้งฮอลล์ลุกขึ้นยืน!
ทุกคนต่างตกอยู่ในมนตร์สะกด จางซีหยางมองผู้ชมที่กรีดรร้องอย่างบ้าคลั่ง
ราวกับได้เห็นดอกไม้ไฟที่งดงามตระการตาบนฟากฟ้า
[1] เบลแคนโต (Bel Canto): เป็นภาษาอิตาลี แปลตรงๆ คือ Beautiful Singing หรือ การรร้องที่สวยงาม โดยจะใช้การเรียงร้อยต่อเสียงท่อนต่างๆ มีความเชื่อมต่อกัน เสียงที่รร้องนั้นต้องมีความกลมกล่อม นุ่มนวล ไม่มากหรือน้อยเกินไป ไม่ทึบหรือยานเกินไป และใช้เทคนิคการควบคุมลมหายใจอย่างถูกต้องเหมาะสม
[2] โคโลราตูรา (Coloratura): เป็นลูกเล่นที่มีจังหวะเร็วและมีการสั่นเสียง ทำให้การรร้องมีความตื่นเต้นและเข้มข้นมากขึ้น