ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 103 คว้าแชมป์
ตอนที่ 103 คว้าแชมป์
หลังเวที เหล่านักร้องได้มารวมตัวกันที่ห้องโถงแล้ว
บนโทรทัศน์ในห้องโถงกำลังฉายการแสดงบนเวที คำรร้องแต่ละคำได้ยินอย่างชัดเจน
หลินโสวจัวตกใจตัวแข็ง!
ซุนกู้ก็ปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!
หานเยว่ซวงยกมือทั้งสองขึ้นปิดปาก!
เยว่ซานหลานเบิกตากลมโตด้วยความตกใจ!
ใบหน้าของเซี่ยอวี่หลงบิดเบี้ยวไปหมด ร่องแก้มลึกสั่นระริก
เพลงนี้ถ่ายทอดทั้งความอัดอั้นและความสับสน สื่อถึงความโกรธและท่าทีชัดเจน
ช่วงฮุกที่ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งและทรงพลังนั้นสั่นสะเทือนถึงหัวใจของเขา
ราวกับเนื้อเพลงที่รร้องว่า จางซีหยางเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว… น่ากลัวกว่าเดิม! ดุดันกว่าเดิม!
จางซีหยางราวกับใช้เสียงรร้องเข้ายึดครองเวที ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เสน่ห์แห่งดนตรีร็อกได้เบ่งบานอย่างไรรจัดการควบคุมในวินาทีนี้!
ที่นั่งผู้ชม! เสียงโห่รร้องดังสนั่น!
ตอนแรกทุกคนตะโกนเรียกชื่อ ‘จางซีหยาง’ สามพยางค์จนหลังคาแทบสะเทือน
จากนั้นกลับไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่ม
“แชมป์!”
“แชมป์!”
“แชมป์!”
ครั้งนี้จังหวะยิ่งพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว!
เซี่ยอวี่หลงยิ้มเจื่อนพลางพูดว่า
“เพลงของฉันตั้งใจเลียนแบบเหล่าจางมาแท้ๆ แต่เหล่าจางกลับเปลี่ยนตัวเองไป
หรือจะเรียกว่าเปลี่ยนไปพร้อมกับไปตี้ เปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำดิน ฉันแพ้แล้วละ”
“ยอมหมดใจเลย” เยว่ซานหลานถอนหายใจกล่าว
หลินโสวจัวกับซุนกู้สบตากันเผยรอยยิ้ม พวกเขาไม่สนใจอันดับอีกแล้ว
ตอนนี้แคอยากเห็นไปตี้ตบหน้าพวกผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นให้จังๆ!
“อยากร่วมงานกับอาจารย์ไปตี้จริงๆ…”
หานเยว่ซวงพูดจบก็เหมือนกลัวว่าคำพูดของตัวเองจะสื่อความหมายผิดไป รีบเสริมขึ้นมาทันทีว่า
“แต่เพลงนี้ก็คงมีแค่อาจารย์จางซีหยางเท่านั้นแหละที่รร้องออกมาให้รู้สึกถึงอารมณ์ประกายดอกไม้ไฟระเบิดแบบนี้ได้
เพลงที่สมบูรณ์แบบเจอกับนักร้องที่สมบูรณ์แบบถึงจะกลายเป็นการแสดงที่สมบูรณ์แบบ”
นี่คือการแสดงที่สมบูรณ์แบบ!
จริงๆ แล้วนักร้องทุกคนต่างก็แสดงได้ยอดเยี่ยม แต่หากจะหาข้อติอย่างไรก็ต้องมีบ้าง
ยกเว้นการแสดงของจางซีหยางในรอบนี้ที่ไม่มีใครหาข้อตำหนิได้เลย
นี่แหละคือเสน่ห์อันบริสุทธิ์ของดนตรีร็อก!
ที่บ้าน พ่อถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น!
“สุดยอด!”
“เพราะเกินไปแล้ว!”
แม่ก็ลุกขึ้นยืนตามไปด้วย “ชนะแน่!”
หลินซีคิดในใจว่า บรรยากาศมาขนาดนี้แล้วก็เกรงใจเกินกว่าจะนั่งต่อ
ลุกขึ้นพลางโล่งอก ดนตรีร็อกต้องการท่าทีและความโกรธเกรี้ยว!
ก่อนหน้านี้หลินซีกังวลว่าจางซีหยางที่มีนิสัยรักสงบปล่อยวาง
จะรร้องเพลงร็อกที่ระเบิดอารมณ์ออกมาได้จริงเหรอ?
คำตอบคือ จางซีหยางทำได้! เขาใส่อารมณ์ทั้งหมดเข้าไปในเสียงเพลง!
มิน่าตอนที่คนอื่นรร้องเพลง จางซีหยางถึงไม่พูดอะไรเลยสักคำ! เขากำลังเตรียมตัว! กำลังบ่มอารมณ์!
เตรียมระเบิดเวทีนี้ให้กระจุยด้วยความโกรธและความไม่พอใจทั้งหมดที่บ่มไว้!
บนโลกออนไลน์ ผู้คนฮือฮากันยกใหญ่!
‘เฮ้ยๆๆ การแสดงโคตรช็อก ครั้งนี้จางซีหยางขึ้นแท่นเป็นตำนานแล้ว!’
‘น้ำตาซึมเลย!’
‘ให้อภัยความตื่นเต้นของฉันในฐานะแฟนเพลงร็อกด้วย ฉินโจวไม่ได้มีเพลงร็อกที่เร่าร้อนแบบนี้มาหลายปีแล้ว!’
‘เพลงนี้ไปตี้เป็นคนแต่ง!’
‘ใครจะไปคิดว่า คนแต่งเพลง ‘ดับทุกข์’ จะแต่งเพลงร็อกที่ระเบิดขนาดนี้ได้!’
‘ต่างกันสุดขั้วเลย!’
‘ตอนนี้ฉันอยากถามผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นจังเลยว่ามีอะไรจะพูดไหม!’
‘แนวเพลงของไปตี้ไม่เหมาะกับการแข่งขัน?’
‘ใครบอกว่าไปตี้แต่งได้แต่แนวเพลงช้าๆ เบาๆ?’
‘ยังมีแนวไหนที่เหมาะกับการแข่งกว่านี้อีกเหรอ?’
‘ฉันผิดเอง ก่อนหน้านี้โดนผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นลากไปผิดทาง เพลงใหม่ของไปตี้นี่โคตรเจ๋งจริงๆ!’
‘เพลงนี้ปล่อยออกมาหรือยัง?’
‘เพิ่งขึ้นแพลตฟอร์มเพลงหลักๆ ไปเมื่อกี้นี้เอง’
‘โหลด!’
‘ต้องโหลด!’
‘ในฐานะแฟนคลับของจางซีหยาง น้ำตาซึมจริงๆ ขอบคุณไปตี้ ขอบคุณมากจริงๆ นะ!’
อีกด้านหนึ่ง ต่างจากความคึกคักของชาวเน็ตและผู้ชมในฮอลล์
กลุ่มแชทของคนวงในแทบจะเงียบกริบ ผู้เชี่ยวชาญในวงการหายหัวไม่ส่งเสียง!
“?”
หลินซีพิมพ์เครื่องหมายคำถามลงในกลุ่มวงการกลุ่มหนึ่ง
มีคนในวงการบางคนที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้พูดอะไรในกลุ่มพิมพ์จุดไข่ปลาตามมา
“พูดสิ!”
หลินซีพิมพ์ในกลุ่ม
ก่อนหน้านี้ถูกพวกคนในวงการเหล่านี้ปั่นจนหัวร้อน แต่ละคนเอาแต่พูดให้เสีย
ตอนนี้เป็นใบ้กันไปหมดแล้วหรือไง?
ในกลุ่มยังคงไม่มีใครออกมาพูดอะไร บางคนหลบหลินซีไปสร้างห้องใหม่
ที่นั่นคึกคักมาก เดือดยิ่งกว่าในอินเทอร์เน็ตเสียอีก
‘เชี่ย ไปตี้แต่งเพลงร็อกเป็นได้ไงเนี่ย?’
‘ทำไม นายออกกฎห้ามเขาแต่งเพลงร็อกหรือไง?’
‘ไม่ใช่แบบนั้น แต่เขาเอาความสามารถที่ไหนมาแต่งเพลงร็อก เพลงก่อนๆ ของเขามัน…’
‘ต่างจากเดิมสุดขั้วจริงๆ แหละ’
‘ไม่ใช่แค่ต่าง แตมันเหมือนคนละคนเลยไม่ใช่เหรอ!’
‘บางคนนี่โดนตบหน้าจนบวมเป่งเลย’
‘หน้าแหกแล้วเนี่ย’
‘ไม่แปลกที่ชาวเน็ตแนะนำว่าผู้เชี่ยวชาญไม่ต้องแนะนำอะไร’
‘พวกนายจะประชดประชันอะไรละ ก่อนหน้านี้พวกนายก็ผสมโรงด้วยไม่ใช่เหรอ?’
‘ฉันไม่เคยบอกว่าไปตี้ไม่ไหวสักหน่อย ฉันแค่บอกว่ามันเสี่ยงไปหน่อย นายอย่าใส่ร้ายฉันมั่วๆ นะ’
‘ฉันก็เหมือนกัน’
‘แกล้งตายกันสินะ!’
มีคนหนึ่งที่ตะโกนดังสุดในกลุ่มทนไม่ไหวที่ถูกคนในวงการด้วยกันรุม
จึงเปิดประวัติแชทโยนภาพแคปหน้าจอใส่ถึงสิบกว่ารูป
‘ถ่างตาดูให้ชัด!’
‘คำพูดพวกนี้ไม่ใช่พวกนายพูดหรอกเหรอ!?’
‘ฉันอาจจะพูดแรงไปหน่อย แต่พวกนายก็ไม่ได้ดีกว่าฉันนักหรอก!’
‘ใจเย็น…’
‘นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย…’
‘คอมเมนต์ในจี๋กวงของฉันโดนชาวเน็ตถล่มเละเลย กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนไอดีแล้ว’
‘ขายหน้าชะมัด’
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น แล้วก็ออกจากกลุ่มไป ทำให้ทั้งกลุ่มกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
วงการนี้ไม่ได้มีแค่ปากเดียว
ก่อนหน้านี้ตอนที่มีคนจำนวนมากดูถูกไปตี้กับจางซีหยาง
ก็มีบางคนในกลุ่มที่พยายามพูดให้เป็นธรรมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
ตอนนี้มองดูท่าทีของพวกนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งดูแคลน ออกจากกลุ่มไปดีกว่า
ในสถานที่อัดรายการ การแข่งขันสิ้นสุดลง และเป็นการเริ่มต้นของการลงคะแนน
วิธีการนับคะแนนในรอบชิงไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้
ครั้งนี้ไม่เพียงแต่มีคณะกรรมการที่เป็นผู้ชมทั่วไป แต่ยังมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอีกยี่สิบคน
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ย่อมไม่ใช่กลุ่มเดียวกับคนที่วิจารณ์แง่ลบในโลกออนไลน์
วงการเพลงฉินโจวนั้นกว้างใหญ่มาก ดังนั้นคนที่ถูกเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญจึงมีอยู่มากมาย
เพียงแต่ระดับความน่าเชื่อถือก็แตกต่างกันไป
เวลานี้ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญบนเวทีกำลังผลัดกันบอกชื่อศิลปินที่ตนสนับสนุน
ซึ่งส่วนใหญ่พูดไปในทิศทางเดียวกัน
“จางซีหยาง!”
“จางซีหยาง!”
“จางซีหยาง!”
“เซี่ยอวี่หลง”
“จางซีหยาง!”
“เยว่ซานหลาน”
“จางซีหยาง!”
รายละเอียดนั้นน่าสนใจมาก เสียงของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่สนับสนุน ‘จางซีหยาง’ จะดังเป็นพิเศษ
ส่วนเสียงที่สนับสนุนศิลปินคนอื่นกลับแผ่วเบาลง
ท้ายที่สุด คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญยี่สิบคน จางซีหยางคนเดียวก็ได้ไปสิบสี่คะแนนแล้ว
ชนะศิลปินคนอื่นบนเวทีเดียวกันขาดลอย!
หลังจากนั้น ผู้ชมก็เริ่มโหวตเช่นกัน และเมื่อผลโหวตออกมา
จางซีหยางก็ยังชนะอย่างขาดลอย คว้าอันดับหนึ่งไป!
“ผลคะแนนในวันนี้ออกมาแล้วครับ” พิธีกรทั้งสองใบหน้าแดงปลั่งด้วยความตื่นเต้น
พิธีกรด้านซ้ายกล่าวว่า “ยังต้องรวมคะแนนจากรอบรองชนะเลิศด้วยนะครับ”
พิธีกรด้านขวาพยักหน้า
“ทางทีมงานของเราเพิ่งรวมคะแนนจากรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศเสร็จสิ้น
ตอนนี้ผลลัพธ์อยู่ในมือของผมแล้วนะครับ ต่อไปเราจะประกาศผู้ชนะของ ‘I Am a Singer’ ซีซันแรก…”
ดนตรีเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ตึงเครียด คล้ายชวนให้ลุ้นระทึกอย่างมาก
แต่จริงๆ แล้วทุกคนไม่ได้รู้สึกว่าต้องลุ้นอะไรเท่าไหร่
เพราะถึงแม้วันนี้เซี่ยอวี่หลงจะทำได้ดีและรอบที่แล้วจะได้ที่หนึ่ง
แต่ก็ยังสู้การระเบิดพลังของจางซีหยางในวันนี้ไม่ได้อยู่ดี
และยิ่งไม่อาจสู้เสน่ห์อันล้นเหลือบนเวทีสดของเพลง ‘ดอกไม้ไฟ’ ได้เลย!
เป็นไปตามคาด พิธีกรทั้งสองสบตากัน แล้วตะโกนชื่อที่ทุกคนเฝ้ารอ
“จางซีหยาง!”
เสียงร้องเฮดังไปทั่วทั้งห้องส่งต่างก็กึกก้องด้วยเสียงโห่รร้องยินดีอีกครั้ง!
หน้าจอโทรทัศน์ บ้านหลังหนึ่ง:
“ฉันบอกแล้วไงว่าจางซีหยางชนะชัวร์ พวกนายยังบอกว่าเซี่ยอวี่หลงมีลุ้นอยู่เลย”
“ฉันพูดก่อนจางซีหยางจะรร้อง ฟังจบฉันก็รู้เลยว่าผู้ชนะต้องเป็นจางซีหยางแน่”
“เพราะมากจริงๆ!”
“ฉันดาวน์โหลดเพลงนี้มาแล้ว!”
“ในเน็ตมีให้โหลดแล้วเหรอ?”
“ก็ใช่สิ”
“แต่เวอร์ชันรร้องสดได้อารมณ์กว่า หรือพูดอีกอย่างก็คือ เร้าใจกว่านิดหน่อย”
หน้าคอมพิวเตอร์ หอพักมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง:
“ว้ากกกกกกก! จางซีหยางได้แชมป์!”
“ไปตี้สุดยอด!”
“จางซีหยางได้แชมป์ แล้วทำไมเธอถึงชมไปตี้ละ?”
“สุดยอดทั้งคู่นั่นแหละ!”
“สาธุ! ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะเป็นแฟนพันธุ์แท้จางซีหยาง & ไปตี้!”
“เหอะ”
“นี่ก็เป็นคู่จิ้นได้ด้วยเหรอ?”
“ว้าว หอพักอื่นๆ ก็กำลังกรี๊ดกันอยู่เลย เดาว่าคืนนี้คงมีสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของหอในดูรอบชิงอยู่ด้วยแน่ๆ”
บริษัทแห่งหนึ่ง ห้องรักษาความปลอดภัย:
“เพลงนี้ของจางซีหยางมันจริงๆ!”
“ไม่ได้ฟังเพลงร็อกเจ๋งๆ แบบนี้มาหลายปีแล้วนี่ คนแต่งชื่อไปตี้ใช่ไหม?”
“เขามีผลงานร็อกอื่นๆ อีกไหม?”
“ไม่มีนะ”
“นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแต่งเพลงร็อก”
“ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพลงนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่ดนตรีร็อกฮิตสุดๆ เมื่อสิบปีก่อนเลย”
“ตอนนี้บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล แทบไม่มีเพลงร็อกหลงเหลือแล้ว”
กลุ่มแชทเพื่อนเก่าสมัยเรียนกลุ่มหนึ่ง หลายคนเริ่มคิดถึงวันวานแห่งความเยาว์วัย:
‘ใครดูรอบชิง I Am a Singer แล้วบ้าง?’
‘ฉัน!’
‘สุดยอด!’
‘เพลงของจางซีหยางนั่นทำเอาฉันน้ำตาไหลเลย สมัยมหาลัยพวกเรายังตั้งวงร็อกกันอยู่เลย เดี๋ยวนี้เพลงร็อกแทบไม่มีตลาดแล้ว’
‘แต่พอเพลงร็อกขึ้นเวทีแข่งก็ยังระเบิดความมันได้อยู่ดี!’
‘ส่วนสำคัญก็คือเพลงนี่แหละ ฉันชอบสุดๆ ไปเลย!’
‘ฉันชอบจางซีหยางจัง!’
‘ฉันมีสติกเกอร์จางซีหยางด้วยนะ!’
‘ไหน!’
‘ฮ่าๆๆๆ!’
‘สายตาดูแคลนของราชัน!’
ที่แท้มีคนแคปหน้าจอจากการถ่ายทอดสดคืนนี้
เพราะจางซีหยางเอาแต่นั่งหลับตาพักทำสมาธิ จนกระทั่งใกล้จะถึงคิวขึ้นเวที
อยู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้น สายตานั้นเต็มไปด้วยความดุดันและดูแคลน
ราวกับว่าไม่เห็นนักร้องคนอื่นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
จึงถูกชาวเน็ตเอาไปทำเป็นสติกเกอร์ “สายตาดูแคลนของราชัน!”
ตอนนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
เพราะรอบชิงชนะเลิศของรายการนี่กระแสแรงมาก ผู้ชมวัยรุ่นหน่อยแทบทุกคนต่างก็ดูการแข่งขัน
จึงรู้ที่มาที่ไปและความหมายของสติกเกอร์นี้ดี!
บนเวที ผลการจัดอันดับสุดท้ายออกมาแล้ว:
ผู้ชนะเลิศ: จางซีหยาง
รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: เซี่ยอวี่หลง
รองชนะเลิศอันดับสอง: เยว่ซานหลาน
อันดับสี่: หานเยว่ซวง
อันดับห้า: ซุนกู้
อันดับหก: หลินโสวจัว
อันดับเจ็ด: ซุนซาน
จางซีหยางถูกรายล้อมด้วยศิลปินคนอื่นๆ เขาชูถ้วยรางวัลแชมป์ขึ้นมาเคาะเบาๆ
จากนั้นก็หยิบไมค์ขึ้นมาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“เป็นทองนะ”
หลินจือไปที่อยู่ล่างเวทีหัวเราะออกมาทันที
เขารู้วาจางซีหยางกำลังพูดกับตน
พิธีกรทั้งสองหัวเราะ
“แม้ถ้วยรางวัลจะไม่ใช่ทองแท้ทั้งชิ้น แต่เกียรติยศแชมป์ของเรา ล้ำค่าร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนครับ”
“ขอบคุณครับ” จางซีหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“งั้นพวกคุณน่าจะทำถ้วยรางวัลสักสองใบนะ ผมจะได้ส่งไปให้อาจารย์ไปตี้ใบนึง”
ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงเฮดังล้นไปทั้งฮอลล์ เสียงโห่รร้องดังสนั่นฟ้า!