ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 104 ใบหน้าที่แท้จริงของไปตี้ถูกเปิดเผย?
ตอนที่ 104 ใบหน้าที่แท้จริงของไปตี้ถูกเปิดเผย?
การแข่งขันจบลงแล้ว ซีซันแรกของ “I Am a Singer” จบลงแล้ว แต่อิทธิพลจากรอบชิงชนะเลิศเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
คืนนั้น ข่าวแพร่สะพัดไปทั่ว!
‘เพลงใหม่ของไปตี้เป็นเพลงร็อก!’
‘รอบชิงของ “I Am a Singer” ร้อนแรงเหมือนดาวอังคารชนบลูสตาร์ จางซีหยางคว้าแชมป์ได้แบบเหนือชั้น!’
‘เพลงใหม่ของไปตี้ช่วยส่งจางซีหยางคว้าแชมป์ คืนนี้คือค่ำคืนแห่งร็อก!’
‘จางซีหยาง + ไปตี้ = ไร้เทียมทาน?’
‘เพลงใหม่ของไปตี้เปลี่ยนสไตล์พลิกโฉม ผู้เชี่ยวชาญหน้าแตกยับ!’
‘ไปตี้ทลายข้อกังขา: เขาไม่เคยเป็นนักแต่งเพลงที่มีแค่แนวเดียว!’
‘เพลงเสียงต่ำหม่นหมอง? เสียงสูงระเบิด!’
ขณะที่ตัวเอกของข่าว ไปตี้และจางซีหยางกลับนั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหารแบบโฮมเมดแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกเขาสองคน ยังมีหลินโสวจัวกับซุนกู่ร่วมโต๊ะด้วย
ขณะนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง จางซีหยางเป็นเจ้ามือสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาสองสามขวด เนื่องจากต้องถนอมเสียง นักร้องส่วนใหญ่จึงไม่แตะเหล้าหรือบุหรี่ในเวลาปกติ จะมีก็แต่ตอนอารมณ์ดีเท่านั้นที่จิบได้บ้างเล็กน้อย
“พี่จางดื่มน้อยหน่อยนะครับ” หลินโสวจัวเตือนว่า “พรุ่งนี้คิวงานพี่คงแน่นสุดๆ เลย”
ซุนกู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอก คืนนี้ก็คงมีแบรนด์มากมายติดต่อพี่จางแล้วละ จะให้เป็นพรีเซนเตอร์อะไรก็เลือกตามใจเลย แชมป์ครั้งนี้คุณภาพคับถ้วยจริงๆ ใครจะไปคิดว่าเพลงใหม่ของอาจารย์ไปตี้จะมาแนวร็อก!”
“ฉันเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน” จางซีหยางกล่าวด้วยความรู้สึก “ตอนที่เพิ่งได้รับเพลงนี้มา ฉันก็ตกใจเหมือนพวกนายนั่นแหละ วงการเพลงฉินโจวไม่ได้มีเพลงร็อกคุณภาพเยี่ยมขนาดนี้มานานแล้ว”
ทุกคนต่างชนแก้วกันอย่างออกรส หลินจือไปก็ดื่มด้วยเล็กน้อย
หลังจากทานข้าวเสร็จ ทั้งกลุ่มก็ออกจากร้านอาหาร พอต่างคนต่างเตรียมตัวจะกลับบ้าน ซุนกู่ก็มองไปทางซ้ายด้วยท่าทีระแวดระวัง
หลินโสวจัวถาม “มีอะไรเหรอ?”
ซุนกู่ขมวดคิ้ว “มีคนแอบถ่าย”
จางซีหยางได้ยินดังนั้นก็มองไปทางหลินจือไปโดยอัตโนมัติ ตัวเขา หลินโสวจัว และซุนกู่ ทั้งสามต่างก็เป็นนักร้อง เรื่องโดนแอบถ่ายอะไรแบบนี้ก็ชินกันแล้ว ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่หลินจือไปอาจไม่ได้อยากถูกคนถ่ายภาพ…
หลินจือไปไม่อยากถูกถ่ายภาพจริงแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาโบกมือในสภาพมึนเมาเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า
“ช่างเถอะ”
ค่ำคืนนี้จางซีหยางคว้าแชมป์ซีซันแรกของ “I Am a Singer” นักข่าวที่แอบถ่ายน่าจะเล็งมาที่แชมป์คนนี้มากกว่า เดาว่าน่าจะทำงานให้สำนักข่าวซุบซิบเล็กๆ ที่ไหนสักแห่ง แม้หลินจือไปจะโดนถ่ายติดมาด้วย แต่โชคดีที่คนนอกยังไม่รู้จักหน้าของเขา ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ว่าแล้วก็กลับไปถึงที่พัก หลินจือไปที่ดื่มไปเล็กน้อยก็ฟุบหลับไปทันที โดยไม่รู้เลยว่านักข่าวที่แอบถ่ายนั้น ได้นำภาพที่ถ่ายมาโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต พร้อมแต่งข่าวขึ้นมาชิ้นหนึ่งว่า
‘จางซีหยางร่วมสังสรรค์ฉลองแชมป์ยามดึกกับเพื่อนๆ!’
‘หลังจากคืนนี้คว้าแชมป์ “I Am a Singer” ได้อย่างแข็งแกร่ง จางซีหยางก็ดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด ร่วมรับประทานอาหารกับหลินโสวจัวและซุนกู่ สองนักร้องที่ร่วมแข่งขันในรอบชิงด้วยกัน และยังมีชายหนุ่มลึกลับอีกหนึ่งคนร่วมวงด้วย…’
ซีซันแรกของ “I Am a Singer” เพิ่งปิดฉากลง จางซีหยางคือกุญแจดึงกระแสที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้! ส่วนหลินโสวจัวกับซุนกู่ก็เป็นผู้เข้ารอบชิง “I Am a Singer” เหมือนกัน ความนิยมไม่ธรรมดา
ด้วยเหตุนี้เอง ข่าวนี้อาศัยชื่อคนดังเพียงไม่กี่คนก็สามารถจุดกระแสให้บรรดาขาเมาท์สนใจได้ทันที แต่จุดสนใจของทุกคนกลับกลายเป็นชายหนุ่มลึกลับในภาพถ่าย!
‘หนุ่มหล่อคนนี้เป็นใครกันนะ?’
‘เข้าวงนี้มาได้ยังไง?’
‘เป็นศิลปินในวงการหรือเปล่า?’
‘ถึงภาพจะไม่ค่อยชัด แต่ดูเผินๆ ก็เห็นได้ว่าเป็นหนุ่มหล่อที่อายุน้อยมาก…’
‘ไม่เหมือนคนในวงการนะ’
‘ถ้าวัดจากระดับแล้ว คืนนี้ไม่น่ามีศิลปินหนุ่มคนไหนมีสิทธิ์เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับจางซีหยางได้หรอกนะ’
‘ดูรูปนี้ดีๆ สิ! พวกเธอรู้สึกไหมว่าหนุ่มคนนี้เหมือนจะยืนอยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ของทั้งสี่คนเลย?’
‘ฉันก็อยากพูดแบบนั้นเหมือนกัน’
‘ดูจากตำแหน่งที่ทั้งสี่คนยืนแล้ว หนุ่มคนนี้เหมือนเป็นศูนย์กลางเลย ทั้งที่มีจางซีหยางอยู่แต่ยังเป็นศูนย์กลางได้อีก หรือว่าเขาจะเป็นไปตี้!?’
‘เฮ้ย!’
‘เธอพูดแบบนี้มีความเป็นไปได้จริงๆ!’
‘ไปตี้เพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นาน จนถึงตอนนี้เคยร่วมงานกับนักร้องแค่สามคน คือจางซีหยาง หลินโสวจัว และซุนกู่ ซึ่งทั้งสามก็มากันพร้อมหน้าในคืนนี้ แถมยังดูให้ความเคารพชายหนุ่มคนนี้มากเลยด้วย ถ้าไม่ใช่ไปตี้แล้วจะเป็นใครได้?’
‘ให้ตาย! ไปตี้?’
‘อายุน้อยขนาดนี้เลยเหรอ?’
‘แถมยังหล่อขนาดนี้อีก?’
แม้ว่าภาพจะเลือนรางและถ่ายจากระยะไกล แต่ทุกคนก็ดูออกว่าเป็นหนุ่มหล่อที่อายุน้อยมาก และยังดูเหมือนจะมีออร่าทีเดียว? แต่ทุกคนก็รู้ว่ารูปนี้ต้องเป็นการแอบถ่ายแน่ เพราะเป็นเวลาดึกและระยะถ่ายไกลมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่เบลอขนาดนี้
ไม่ต้องสงสัยเลย ข้อสันนิษฐานว่าชายหนุ่มลึกลับคือ ‘ไปตี้’ กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจ เพราะทุกอย่างดูสอดคล้องกันหมด จึงกระตุ้นความสนใจของผู้คนได้ในทันที!
ฟึ่บๆๆ! สื่ออื่นๆ รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของจี๋กวงเริ่มแชร์ข่าวนี้ออกไป บางคนถึงขั้นขยายภาพของชายหนุ่มลึกลับในภาพ
‘ใบหน้าที่แท้จริงของไปตี้ถูกเปิดเผย?’
‘ไปตี้เด็กขนาดนี้เลยเหรอ?’
‘ชาวเน็ตวิเคราะห์: ชายคนนี้คือน่าจะเป็นไปตี้!’
‘ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตถกกันสนั่น: หนุ่มคนนี้คือไปตี้จริงหรือ?’
วันถัดมา หลินจือไปลุกจากที่นอนด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย เขาสํานึกในใจกับตัวเองสามวินาที ต่อไปจะดื่มเยอะไม่ได้แล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด หลินจือไปก็เห็นข่าวบนโลกออนไลน์
โอ้โห ให้ตายเถอะ โดนชาวเน็ตจำหน้าได้แล้วเหรอ?
หลินจือไปลูบหน้าผากเบาๆ พลางยิ้มอย่างจนใจ รู้งี้ตอนที่ออกจากร้านอาหารเมื่อคืนน่าจะใส่หน้ากากปิดไว้หน่อย แต่ถูกจำได้ก็ไม่เป็นไร ไปตี้เองก็เป็นตัวตนที่ไม่ได้ปิดบังอยู่แล้ว
ที่หลินจือไปไม่เปิดเผยหน้าตาในฐานะไปตี้ ก็เพราะไม่อยากให้ชีวิตอันสงบสุขของตนถูกรบกวน อย่างไรเขาก็ยังเป็นนักศึกษา แต่ละวันต้องพบปะผู้คนมากมายในวิทยาลัย
“แต่คงยังไม่มีใครจำได้แบบชัดๆ หรอก” หลินจือไปมองดูภาพ เพราะถ่ายตอนดึก แสงไฟก็สลัว ระยะถ่ายก็ไกล ใบหน้าของตนจึงยังไม่ชัดเจนอยู่มาก
เขาเปิดเฟยซิน (Feixin) จางซีหยางกับคนอื่นๆ ต่างก็ส่งข้อความมาหาด้วยเรื่องนี้ พี่สาวอย่างหลินซีก็เห็นข่าวเหมือนกัน ส่งข้อความมาแซวหลินจือไปว่า ‘ขึ้นกล้องใช้ได้เลยนะ’ แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะการที่ตัวตนไปตี้จะถูกเปิดเผยเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว
หลังจากนั้น เจียงเฉิงโทรมา “เรื่องที่โดนถ่ายไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?”
คนที่คุ้นเคยกับเขา มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นใบหน้าของหลินจือไป
“ไม่เป็นไรครับ” หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอแค่ฉูฉือกับปู่เยโหวไม่โดนเปิดโปงก็พอ ตัวตนไปตี้จะโดนขุดยังไงก็ได้”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ” เจียงเฉิงค่อยโล่งใจ แล้วก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพราะข่าวนี้เลยทำให้คนติดตามไปตี้เพิ่มขึ้นเยอะเลยละ”
“เหรอครับ?” หลินจือไปจึงถือโอกาสเข้าไปดูบัญชีจี๋กวงของไปตี้สักหน่อย
โอ้โห! ยอดผู้ติดตามของไปตี้พุ่งไปถึงห้าแสนแล้ว แซงหน้าปู่เยโหวกับฉูฉือไปแบบไม่เห็นฝุ่น!
ในช่องคอมเมนต์ก็เต็มไปด้วยข้อความมากมาย
‘ชายหนุ่มลึกลับสุดหล่อคนเมื่อคืนคืออาจารย์ไปตี้จริงๆ เหรอคะ?’
‘หน้าตาแบบนี้ฉันยอมเลย!’
‘อาจารย์ไปตี้ตอบกลับหน่อยเถอะนะคะ’
‘ตอบสนองความอยากรู้ของพวกเราหน่อยเถอะ!’
‘ฉันเคยคิดมาตลอดว่าอาจารย์ไปตี้ ถึงจะไม่ใช่คนแก่ก็น่าจะเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน ไม่คาดคิดเลยว่าจะเด็กขนาดนี้!’
‘ความเห็นด้านบนแน่ใจแล้วเหรอว่าคือไปตี้?’
‘เกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยละ จางซีหยางคว้าแชมป์แล้วชวนไปตี้ไปฉลอง มันสมเหตุสมผลตรงตามตรรกะทุกอย่างเลย ไม่มีปัญหา’
‘ฉันติดตามเพราะหน้าตาของไปตี้ล้วนๆ!’
‘ตื้นเขิน! ฉันรักพรสวรรค์ของอาจารย์ไปตี้ต่างหาก! เพลง “ดอกไม้ไฟ” เมื่อคืนนะสุดยอดจริงๆ!’
พรสวรรค์งั้นเหรอ? ล้อเล่นละมั้ง! แล้วเพลงหลายเพลงก่อนหน้านี้ ไปตี้ไม่มีพรสวรรค์หรือไง?
หลินจือไปคาดว่าตัวเลขผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นมารอบนี้ ส่วนใหญ่คงมาจากหน้าตาเขานั่นแหละ แต่ว่าจะมาตามด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ยังไงแฟนคลับเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องดี ไหนๆ ก็ถูกถ่ายภาพไปแล้ว ต่อให้ถูกขุดตัวตนจริงออกมาก็ไม่เป็นไร แถมอาจจะพิจารณาเปิดเผยตัวตนเองเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อความจริงพิสูจน์แล้วว่าคนแต่งเพลงก็หาเลี้ยงชีพด้วยหน้าตาได้เหมือนกัน
การอยู่เงียบๆ ก็มีข้อดีของมัน การมีชื่อเสียงก็มีข้อดีของมันเหมือนกัน หลินจือไปไม่ได้ต่อต้านเรื่องการมีชื่อเสียงแต่แรกอยู่แล้ว
ท่ามกลางความคิดเห็นมากมายของแฟนๆ ยังมีคนที่แสดงความยินดีกับเพลงใหม่ของไปตี้ที่ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล ตอนแรกหลินจือไปทยังไม่ได้เข้าไปดูอันดับเพลง จนมาเห็นคอมเมนต์ของชาวเน็ตจึงเปิดชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลขึ้นมาดู ก็พบว่า “ดอกไม้ไฟ” ขึ้นอันดับหนึ่งแล้วจริงๆ
คิดๆ ดูแล้วก็สมเหตุสมผล เพราะนี่คือเพลงที่จางซีหยางใช้คว้าแชมป์ในรายการ “I Am a Singer” กระแสดังขนาดนี้ ไม่ขึ้นที่หนึ่งสิแปลก
ตอนนี้เอง เจียงเฉิงก็พูดถึงเรื่องงานอีกครั้ง “ผมมอบ “I Am a Singer” ซีซันสองให้พี่สาวคุณเรียบร้อยแล้วนะครับ”
“โอเคครับ” หลินจือไปชินกับคำว่า ‘พี่สาวคุณ’ ของเจียงเฉิงแล้ว เลยพูดต่อ “ผมเขียนนิยายเล่มใหม่เสร็จแล้วนะ ช่วยบอกน่าเซินบุ๊กเฮาส์ให้เตรียมพิมพ์ได้เลยครับ”
ช่วงนี้ไม่มีอะไรทำ หลินจือไปเขียน “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” จบแบบค่อยเป็นค่อยไป ความยาวรวมแล้วประมาณสองแสนตัวอักษร สำหรับเขาแล้วแค่นี้ถือว่าสบายมาก
“ได้ครับ” เจียงเฉิงตอบรับ จากนั้นหลินจือไปจึงส่ง “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” ไปให้
เมื่อเจียงเฉิงได้รับต้นฉบับแล้วก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ตอนนี้ตัวตนปู่เยโหวก็ดังขึ้นไม่น้อยเลยนะครับ ทางน่าเซินบุ๊กเฮาส์น่าจะจัดเตรียมการโปรโมตช่วงแรกไว้ ถ้าโปรโมตดีเราก็จะเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ตอนนี้บัญชีทางการของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ก็เริ่มมีแฟนคลับมาติดตามพอดี ใช้โปรโมตร่วมกันกับน่าเซินบุ๊กเฮาส์ได้เลย”
“อืม”
ตัวตนฉูฉือกับปู่เยโหวผูกกับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะพร้อมกันได้เลย
วางสายโทรศัพท์ หลินจือไปคิดว่าเจียงเฉิงคงจะไม่ติดต่ออะไรมาอีกในเร็วๆ นี้ ใครจะรู้คืนนั้นเขากลับโทรมาอีกครั้ง
“เจ้านายครับๆ!”
“มีอะไรครับ?”
“หนังสือเล่มใหม่ของคุณ…”
“เปลี่ยนแนว” หลินจือไปรู้ว่าเจียงเฉิงโทรมาเพราะอะไร “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” เรื่องนี้แตกต่างจากนิยายเล่มอื่นๆ ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เจียงเฉิงคงได้อ่านไปบางส่วนแล้วถึงได้ตกใจ
“นี่มันแค่เปลี่ยนแนวที่ไหนล่ะครับ” เจียงเฉิงอุทานอย่างเหลือเชื่อ “นี่มันเปลี่ยนโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยต่างหากละครับ!”
แตกต่างกันสุดขั้วเกินไปแล้ว! เอาเถอะ วินาทีนั้นเจียงเฉิงเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงได้ตกใจกับเพลง “ดอกไม้ไฟ” ขนาดนั้น!
เพราะถ้าพูดถึงแนวเพลง “ดอกไม้ไฟ” ของไปตี้ก็ถือเป็นเพลงเปลี่ยนแนวเพลงหนึ่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าความต่างแทบอยู่กันคนละขั้วเลย!
และตอนนี้ เป็นคราวของปู่เยโหวแล้ว…