ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 105 นี่มันร้านชำสยองขวัญสินะ!
ตอนที่ 105 นี่มันร้านชำสยองขวัญสินะ!
คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ ได้ประกาศข่าวผ่านบัญชีทางการบนแพลตฟอร์มจี๋กวงในวันที่สองว่า “I Am a Singer” ซีซันสองจะยังคงร่วมมือกับเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่อไป
นี่เป็นบัญชีทางการของบริษัท ก่อนหน้านี้ยอดผู้ติดตามยังไม่เยอะเท่าไหร่ จนกระทั่งรายการ “I Love Lyrics” ที่ร่วมมือกับน่าเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์โด่งดังขึ้นมา ผู้คนที่ติดตามบัญชีทางการของคุนเผิงจึงเริ่มมีมากขึ้น แต่จำนวนคอมเมนต์ก็ยังน้อยอยู่ดี
หลังจากนั้น บัญชีทางการของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้รีโพสต์ข่าวจากบัญชีทางการของคุนเผิง เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะทั้งสองฝ่าย การเคลื่อนไหวครั้งนี้พอมีผลในการเรียกกระแสได้บ้าง บัญชีทางการของคุนเผิงมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอย่างเงียบๆ
เพราะบัญชีทางการของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีแฟนคลับติดตามเยอะมาก เยอะยิ่งกว่าซุปตาร์ระดับแถวหน้าบางคนเสียอีก แค่คุนเผิงไปเกาะกระแสเฉียดๆ ก็ยังได้ประโยชน์ติดไม้ติดมือกลับมา
แน่นอน แม้ข่าวเรื่องที่เสินฮวากับคุนเผิงจะร่วมมือกันทำ “I Am a Singer” ซีซันสองถูกปล่อยออกมาแล้ว แต่การถ่ายทำจริงๆ อย่างน้อยก็ต้องรอถึงปีหน้า หากถ่ายทำซีซันสองต่อทันทีแบบไม่หยุดพักละ?
กระแสความร้อนแรงย่อมไม่เท่าฤดูกาลแรก เพราะความตื่นตัวของผู้ชมถูกใช้ไปเยอะแล้ว จำเป็นต้องพักช่วงก่อนสักระยะ
เรื่องนี้ในวงการไม่แปลกใจ เพราะเมื่อซีซันแรกประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม คุนเผิงก็ย่อมต้องการร่วมมือกับเสินฮว่าต่อในซีซันสอง แต่มีคนคนหนึ่งที่พอเห็นข่าวนี้แล้วกลับใจทรุดพังทลาย คนคนนั้นก็คือหลินเป้า
หลินเป้าติดต่อกับตัวแทนของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์มาตลอด เพื่อเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ “I Am a Singer” ซีซันสอง แม้ยังตกลงกันไม่ได้ แต่หลินเป้าก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้ความสำเร็จทีละนิด เพราะท่าทีแข็งกร้าวของเจียงเฉิงเริ่มอ่อนลง การเจรจาความร่วมมือก็เป็นแบบนี้แหละ ต้องดึงกันไปมา…
แต่หลินเป้าคาดไม่ถึงเลย! ขณะที่เขาคิดว่าตนจะปิดดีลได้อยู่แล้ว จู่ๆ คุนเผิงก็ประกาศต่อสัญญา “I Am a Singer” ซีซันสองกับเสินฮว่าไปเสียแล้ว!
ตนถูกคนตัดหน้าไป? เขารีบโทรไปถามหัวหน้าแผนกวาไรตี้ทันที ว่าใครเป็นคนที่ได้ “I Am a Singer” ซีซันสองไป
“หลินเซิ่งเทียน” หัวหน้าแผนกวาไรตี้ตอบ
“ฉันรู้ว่านายก็ติดต่อกับเจียงเฉิงอยู่ แต่เสินฮว่าใส่ใจกับผลงานที่สุด ในเมื่อซีซันสองยังเป็นหลินเซิ่งเทียนที่ได้ไป นายก็อย่าก่อเรื่องอะไรให้วุ่นวายเลย”
หัวหน้าแผนกวาไรตี้กล่าวเตือน ผู้บริหารของบริษัทล้วนเป็นพวกคนเจนโลก ไม่ใช่ไม่รู้ทันความขัดแย้งชิงดีชิงเด่นในที่ลับที่แจ้งของพวกที่อยู่ข้างล่าง เพียงแต่ส่วนใหญ่เลือกจะยืนดูเฉยๆ ไม่เข้าไปแทรกแซง จนกว่าจะกระทบประโยชน์ของตัวเอง “I Am a Singer” ซีซันสองเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของเขาโดยตรง จึงปล่อยให้หลินเป้ามาปั่นป่วนไม่ได้เด็ดขาด
ว่าไปแล้ว ใครใช้ให้หลินเป้าไม่เอาไหนเองล่ะ แย่ง “I Am a Singer” ซีซันสองมาจากมือหลินเซิ่งเทียนไม่ได้เองนี่นา?
หลินเซิ่งเทียนได้ไปงั้นเหรอ!? หลังจากหลินเป้าวางสายก็รู้สึกว่าในหัวว่างเปล่าไปหมด ตัวแทนของคุนเผิงคนนั้นโลภมากจริงๆ หลินเป้าไม่เคยเจอคนโลภขนาดนี้มาก่อนเลย แล้วหลินเซิ่งเทียนต้องจ่ายด้วยอะไรถึงได้ลิขสิทธิ์ซีซันสองไป? ต้องเป็นราคาที่เจ็บปวดมากแน่ๆ เลยสินะ?
ตอนนี้เองหลินหูผู้เป็นพี่ชายโทรมา เขาเองก็เห็นข่าวบริษัทประกาศต่อสัญญากับคุนเผิงแล้ว และเข้าใจผิดคิดว่าหลินเป้าเป็นคนทำสำเร็จ เพราะน้องชายเอาแต่บอกกับตนว่าใกล้จะจัดการกับเจียงเฉิงได้แล้ว น้ำเสียงของเขาจึงเต็มไปด้วยความยินดี และยังเอ่ยปากชมอย่างหาได้ยากว่า
“ทำได้ดีมากน้องชาย!”
“อะไร? อยู่ๆ ชมผมทำไมครับ?”
“อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลยไอ้ตัวแสบ ก็นายจัดการเจียงเฉิงได้แล้วไม่ใช่เหรอ บริษัทประกาศเรื่องการต่อสัญญาแล้ว!”
“ไม่ใช่ผมนะ!” หลินเป้าแทบร้องไห้ “คนที่ต่อสัญญากับคุนเผิงคือหลินเซิ่งเทียน ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน!”
ปลายสายเงียบไปไม่กี่วินาที แล้วจู่ๆ ก็สบถด่าเสียงดัง
“แกมันไร้ค่า! ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าคุยกับเจียงเฉิงได้ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ไหนบอกว่าอยู่ในช่วงดึงเกมอยู่งไง!”
“ก็ผมพยายามดึงเกมอยู่จริงๆ นี่นา!”
“อย่ามาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่มีน้องโง่แบบแก!”
“หูเกอ… ฟังฉันอธิบายก่อน!”
“แกเรียกฉันว่าอะไรนะ?” หลินหูแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“หูเกอไง?”
“เมื่อก่อนฉันใจดีเกินไปเอง หรือว่าแกถึงวัยต่อต้านแล้ว?” หลินหูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“นายจะให้ฉันทำยังไงกันแน่!” หลินเป้ากลั้นไม่อยู่แล้ว “ไม่ให้ฉันเรียกว่าพี่ หูเกอก็ไม่ให้เรียกใช่ไหม งั้นต่อไปเรามาสลับกัน นายเป็นน้อง ฉันเป็นพี่!”
พี่น้องหลินหูหลินเป้าเกือบแตกหักกันจริงๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเล็กๆ เท่านั้น
วันนี้ บัญชีทางการของคุนเผิงยุ่งมาก เพิ่งจะโพสต์ข่าวการต่อสัญญา “I Am a Singer” กับเสินฮว่าไปหยกๆ ก็ปล่อยโพสต์โปรโมตหนังสือเล่มใหม่ของปู่เยโหว บอกให้ทุกคนช่วยสนับสนุนนักเขียนในสังกัดคุนเผิง เล่นเอาแฟนๆ ที่เพิ่งมากดติดตามถึงกับงงไปตามๆ กัน
‘ปู่เยโหวอะไรเนี่ย?’
‘คุนเผิงไม่ใช่ทำวาไรตี้เหรอ’
‘“I Am a Singer” ก็ของบริษัทนี้ใช่ไหม?’
‘“I Love Lyrics” ก็เหมือนกัน’
‘แล้วทำไมบริษัทนี้ถึงมีนักเขียนด้วยล่ะ?’
‘ไม่ใช่แค่นักเขียนนะ ลองดูโพสต์ก่อนหน้านี้สิ ฉูฉือก็เป็นศิลปินในสังกัดคุนเผิงเหมือนกัน!’
‘นี่มันบริษัทอะไรกันแน่เนี่ย?’
‘มีทั้งนักเขียน มีทั้งนักร้อง แถมยังทำวาไรตี้อีก?’
‘ธุรกิจมันจะมั่วไปหน่อยไหม?’
แฟนๆ ที่ติดตามบัญชีทางการของคุนเผิงมีไม่กี่คนที่รู้จักปู่เยโหว ส่วนฉูฉือ คนทั่วไปพอจะรู้จักอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจริงคนเหล่านี้ติดตามบัญชีนี้เพราะสองรายการวาไรตี้ที่คุนเผิงเป็นคนวางแผน ดังนั้นพอเห็นบัญชีนี้โพสต์เรื่องอื่นที่ไม่ใช่วาไรตี้จึงรู้สึกประหลาดใจมาก
อีกด้านหนึ่ง บางคนในวงการที่จับตาดูคุนเผิงอยู่ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
“คุนเผิงเหมือนจะทำได้ทุกอย่างเลยนะ เซ็นสัญญากับฉูฉือยังพอว่า ยังเซ็นสัญญากับนักเขียนอีก!”
“เซ็นสัญญากับฉูฉือฉันเข้าใจได้นะ คุนเผิงมีค่ายเพลงในเครือ แต่ปู่เยโหวนี่เรื่องอะไรฉันไม่รู้จริงๆ”
“ฉันเคยอ่านผลงานของปู่เยโหวมาก่อนนะ เขาเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่เขียนนิยายแนวดาร์กสยองขวัญ เพิ่งมารู้วันนี้เองว่าเขาเซ็นสัญญากับคุนเผิงด้วย!”
“เดาว่าคงแค่เซ็นส่งๆ แหละ”
“ธุรกิจหลักของบริษัทนี้ก็น่าจะเป็นวางแผนวาไรตี้ละนะ”
“ตอนนี้ “I Am a Singer” ก็จบไปแล้ว ไม่รู้ว่าคุนเผิงจะปล่อยวาไรตี้ใหม่ออกมาอีกไหม”
ทุกคนก็ยังสนใจรายการวาไรตี้เป็นหลัก ไม่ได้ให้ความสนใจความสัมพันธ์ระหว่างปู่เยโหวกับคุนเผิงสักเท่าไหร่ เพราะในฉินโจว ปู่เยโหวยังเป็นแค่นักเขียนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง
คนที่ไม่เคยอ่าน “นิตยสารสืบสวนปริศนา” แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อปู่เยโหวเลย คนละวงการก็คนละบริบท คนในวงการบันเทิงไม่สนใจปู่เยโหว แต่ในวงการนิยายกลับมีบางคนคอยจับตามองปู่เยโหวอยู่ตลอด
โดยเฉพาะเมื่อน่าเซินบุ๊กเฮาส์ปล่อยข่าวว่า ปู่เยโหวกำลังจะออกผลงานนิยายเรื่องยาวเล่มใหม่ บอร์ดนิยายแนวสืบสวนปริศนาในฟอรัมสำนักศึกษาก็ครึกครื้นขึ้นมาทันที
‘เยี่ยมเลย นิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวจะออกแล้ว!’
‘เป็นนิยายขนาดยาวเหรอ เซอร์ไพรส์เกินไปแล้ว ฉันนึกว่าเขาจะเขียนแต่นิยายสั้นต่อไปซะอีก’
‘ปู่เยโหวเขียนเรื่องยาวได้ด้วยเหรอ?’
‘นักเขียนที่เดบิวต์จากเรื่องสั้น เวลาเขียนเรื่องยาวครั้งแรกก็ต้องมีลำบากกันบ้าง แต่โดยทั่วไปลองสักเล่มสองเล่มก็จับทางได้แล้ว’
‘งั้นนิยายเล่มใหม่นี้คุณภาพอาจจะยังไม่ดีเท่าไหร่หรือเปล่านะ?’
‘ไม่แน่หรอก ปู่เยโหวก็ถูกจัดว่าเป็นนักเขียนอัจฉริยะนะ จับงานเขียนยาวครั้งแรกอาจจะรับมือได้ดีเลยก็ได้’
‘เห็นด้วย’
‘ไม่ว่าจะดีไม่ดี ยังไงฉันก็ซื้อแน่นอน ชอบสไตล์ของเขา โดดเด่นไม่เหมือนใครในวงการนิยาย!’
‘หึๆ เธอมันพวกโรคจิต’
‘เตรียมตัวรับศีลล้างบาปอันมืดมนจากนิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวได้เลย!’
‘ยิ่งกดดัน ยิ่งโรคจิต ฉันยิ่งชอบ ก่อนหน้านี้มีแต่เรื่องสั้นอ่านไม่สะใจเลย ครั้งนี้เป็นเรื่องยาว ขอให้ฉันได้จัดเต็มทีเถอะ!’
สไตล์งานแบบไหน… ก็จะดึงดูดแฟนคลับแบบนั้น…
แฟนคลับหลายคนของปู่เยโหวก็ชอบแนวเขียนที่มืดมน กดดัน และวิปริตแบบนั้น ในทางกลับกัน บางคนก็ไม่ชอบสไตล์นั้นของปู่เยโหวเลย จึงไม่คาดหวังอะไรกับนิยายเล่มใหม่ของเขา
‘ทำใจชอบปู่เยโหวไม่ได้จริงๆ’
‘เรื่องที่อบอุ่นหัวใจเข้าถึงได้ง่ายกว่า’
‘ดีที่ “นิตยสารสืบสวนปริศนา” ไม่มีงานของปู่เยโหวลงต่อเนื่อง ฉันค่อยยังชั่วหน่อย’
‘เห็นด้วยกับคอมเมนต์บน’
‘ก่อนหน้านี้ผลงานของปู่เยโหวลงติดกันตลอด แถมยังอยู่หัวเล่มกับท้ายเล่มอีก ทำให้ฉันต้องเปิดข้ามทุกครั้ง’
‘จะให้ดีนายเขียนสืบสวนแบบตรงๆ ไปเลย หรือไม่ก็เขียนให้อบอุ่นหน่อย แบบมืดมน กดดัน โรคจิตแบบนั้นรับไม่ไหวจริงๆ’
‘สไตล์การเขียนเขาเหมือนฉันกำลังดูหนังผีอยู่เลย ฮ่าๆๆ ครึ่งเรื่องก็ต่อไม่ไหวแล้ว’
ระหว่างที่ถกกัน มีแฟนคลับของปู่เยโหวแสดงความเห็นว่า
‘ถ้าทุกคนรับสไตล์งานของปู่เยโหวไม่ได้จริงๆ งั้นพวกเธอลองอ่าน “บทกวีแห่งแสงตะวัน” ดูก็ได้นะ’
‘เป็นเรื่องสั้นเหมือนกัน เนื้อหาไม่วิปริตเลย ออกจะอบอุ่นเยียวยาใจมากด้วยซ้ำ อ่านจบแล้วอาจจะทำให้เธอชอบปู่เยโหวก็ได้’
อบอุ่นเยียวยาใจ? คนที่ชอบปู่เยโหวมีไม่น้อย แต่คนที่ไม่ชอบก็มีมากกว่า พอเห็นแบบนั้นก็ยิ้ม
‘ฉันเคยอ่านแล้ว’
‘ฉันก็เคยอ่าน’
‘คนในบอร์ดนี้กว่าครึ่งหนึ่งติดตาม “นิตยสารสืบสวนปริศนา” เป็นประจำ จะไม่รู้จักเรื่องนี้ได้ไง’
‘ก็พอใช้ได้นะ’
‘ยังไงฉันก็ไม่ได้รู้สึกอบอุ่นปลอบประโลมใจอยู่ดี’
‘ยังไงปู่เยโหวก็เป็นนักเขียนแนวดาร์กสยองขวัญอยู่ดี เขาไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความอบอุ่นที่แท้จริง และยิ่งไม่เข้าใจเลยว่าการเยียวยาที่แท้จริงคืออะไร ถ้าพวกเธออยากอ่านงานที่เรียกว่าอบอุ่นเยียวยาหัวใจจริงๆ ละก็ ฉันมีหลายเล่มจะแนะนำเลย…’
นี่เรียกว่าคุยกันไม่รู้เรื่องโดยแท้ คนที่ชอบผลงานต่างประเภทกันมักจะเข้าใจกันยากเป็นธรรมดา คนที่ชอบสไตล์ต่างกันก็เป็นแบบนี้แหละ
และอีกไม่นานหลังจากนั้น น่าเซินบุ๊กเฮาส์โปรโมตรอบที่สองให้กับนิยายเล่มใหม่ของปู่เยโหวโดยประกาศว่า
“นิยายใหม่ของปู่เยโหว “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” จะวางจำหน่ายในอีกสิบวัน!”
นี่มันอะไรเนี่ย? ทันทีที่น่าเซินบุ๊กเฮาส์เปิดเผยชื่อหนังสือเล่มใหม่ของปู่เยโหว ในฟอรัมสำนักศึกษา ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบปู่เยโหวต่างเงียบกริบ
มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า?
‘หนังสือใหม่ของปู่เยโหวชื่อ “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” งั้นเหรอ?’
‘ฮะ…?’
‘เป็นนิยายสยองขวัญเหรอ?’
‘แค่ฟังชื่อก็ดูไม่เหมือนแนวนั้นเลยนะ…’
‘ปาฏิหาริย์?’
‘แล้วยังเป็นร้านชำอีก?’
‘ควรจะชื่อ “ร้านชำสุดสยอง” มากกว่ามั้ง? ปาฏิหาริย์? ปาฏิหาริย์อะไร?’
‘ซูด…’
‘หรือว่าจะเป็นนิยายเรื่องยาวที่คล้ายกับ “บทกวีแห่งแสงตะวัน”?’
อย่าว่าแต่แฟนคลับปู่เยโหวเลย ชื่อเรื่องนี้ทำให้คนในฟอรัมที่ขอปฏิเสธปู่เยโหวอย่างสุภาพเหล่านั้นยังอดไม่ได้ที่จะ… แอบสงสัยขึ้นมา?