ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 124 ฉูฉือก็มีงานสั่งทำแล้ว!
ตอนที่ 124 ฉูฉือก็มีงานสั่งทำแล้ว!
บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเดือนนี้
เดิมทีเหมือนพวกไก่อ่อนตีกันไม่มีผิด แต่อย่างก็นับว่าบรรยากาศสงบสุขดี
แต่แล้วจู่ๆ คืนวันที่สองก็มีเพลงสองเพลงพุ่งขึ้นชาร์ตมาอย่างดุดัน ทำเอาชาร์ตโกลาหลวุ่นวายเสียงโอดครวญดังระงม!
“เหวย สองคนนี้จะทำอะไรเนี่ย!”
“โจวหานจิ้นยังพอว่า ทำไมไปตี้ก็ปล่อยเพลงด้วยละ ถ้าพวกนายสองคนจะสู้กัน อย่าสู้กันเดือนนี้ได้ไหมเนี่ย พวกเราลำบากกันนะโว้ย?”
“ต้องขนาดนี้เลยเหรอ!”
“กราฟของโจวหานจิ้นไม่สูงเท่าไปตี้นะ”
“ต่อให้กราฟของโจวหานจิ้นสู้ไปตี้ไม่ได้ ก็อัดเราจนร่วงได้สบายๆ อยู่ดี”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ เขาเป็นถึงราชาเพลง อุตส่าห์ทุ่มเทวิ่งลงสนาม สุดท้ายเพื่อจะได้แค่อันดับสองของชาร์ตฤดูกาลเนี่ยนะ?”
“หมอนั่นดันชนปากกระบอกปืนของไปตี้พอดีเลยน่ะสิ”
“โจวหานจิ้นคงนึกไม่ถึงว่าไปตี้ก็จะออกเพลงใหม่เดือนนี้เหมือนกัน เพราะตอนที่เขาประกาศว่าจะวิ่งลงสนามคืนนี้ ทีมงานที่ได้เพลงแต่งพิเศษจากไปตี้ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ”
“พรวด”
“พลาดเพราะเข้าใจคลาดเคลื่อนน่ะเหรอ?”
“ถึงฉันจะตกไปสองอันดับ แต่ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อย ยังไงเดือนนี้ต่อให้โจวหานจิ้นมาก็ได้แค่อันดับสองอยู่ดี แต่ครั้งก่อนที่ราชาเพลงโจวเจอกับไปตี้ก็ได้อันดับสองเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“ขำกลิ้งเลย!”
ตอนแรกทุกคนต่างหงุดหงิดกันมาก แต่พอนึกว่าราชาเพลงอย่างโจวหานจิ้นในเดือนนี้ก็ได้แค่อันดับสองเหมือนกันก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
แถมยังพากันแซวว่า หรือราชาเพลงโจวจะต้องเป็น ‘อันดับสองตลอดกาล’ ทุกครั้งที่เจอกับไปตี้กันนะ?
บนชาร์ต เป็นไปอย่างที่ทุกคนกล่าว
พอถึงช่วงตีหนึ่ง อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็ถูกเปลี่ยนเป็น ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’
เพลงนี้กราฟพุ่งขึ้นเร็วมาก ในที่สุดก็มีเพลงอิมเพรสชันเกี่ยวกับจิ๋นซีฮ่องเต้ที่คลาสสิกขนาดนี้ออกมาได้สักที
ทำให้ผู้ฟังต่างพากันดาวน์โหลดอย่างล้นหลาม
ขณะที่เพลงใหม่ของโจวหานจิ้นเพิ่งจะไต่ไปถึงอันดับสองของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในบ่ายวันที่สาม
แต่ก็ยังตามเพลงใหม่ของไปตี้ไม่ทัน ราชาเพลงคนนี้ทำได้แค่เงยหน้ามองอย่างหมดหวัง
ถอนใจด้วยความเจ็บใจที่พ่ายแพ้อีกครั้ง ไม่มีหวังจะไล่ตามทันแล้ว
เป็นอย่างที่คิด ในวันต่อๆ มายอดดาวน์โหลดของเพลง ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทิ้งห่างยอดดาวน์โหลดเพลงใหม่ของโจวหานจิ้นออกไปเรื่อยๆ
คนในวงการเริ่มพากันชื่นชม
“เพลงนี้ของไปตี้สุดยอดจริงๆ เขาแต่งเพลงอิมเพรสชันของจิ๋นซีฮ่องเต้ได้คลาสสิกขนาดนี้ แถมยังเป็นเพลงของราชาอีกต่างหาก!”
“ราชาเพลงโจวแพ้คราวนี้ก็สมเหตุสมผลแล้วละ”
“ตอนนี้ไปตี้เติบโตขึ้นอย่างเต็มตัวแล้ว นอกจากพ่อเพลงแล้ว แม้แต่พวกนักแต่งเพลงชื่อดังระดับแถวหน้าก็ยังไม่กล้าพูดเลยว่าจะชนะเขาได้แน่นอน จริงไหม?”
“ใช่เลย”
“เพราะเพลงอิมเพรสชันนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ช่วงหลายวันนี้ภาพยนตร์ ‘ถามฟ้า’ ก็ได้รับความสนใจและถูกพูดถึงมากขึ้นตามไปด้วย จางเผยเหิงนี่ลงทุนได้คุ้มค่ามากเลย ไปตี้เก่งเรื่องการแต่งเพลงให้ภาพยนตร์แบบนี้จริงๆ!”
ใช่แล้ว เพราะเพลงอิมเพรสชั่นของจิ๋นซีฮ่องเต้เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องใหม่ ‘ถามฟ้า’ ของจางเผยเหิงมีความร้อนแรงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย!
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในเดือนสิงหาคม
ความสำเร็จจากเพลงนี้ของไปตี้จะช่วยเพิ่มยอดขายตั๋วให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
มองจากมุมนี้ ผลตอบแทนจากงานเพลงสั่งทำครั้งนี้ถือว่าเกินความคาดหวังของจางเผยเหิงไปมากจริงๆ!
เรื่องนี้ คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงเป็นทีมงาน ‘ถามฟ้า’
“ผู้กำกับจางนี่เฉียบขาดจริงๆ แค่เพลงเดียวก็ช่วยดันความสนใจในหนังของพวกเราขึ้นมาได้อีกครึ่งระดับเลย!”
“ช่วงนี้ฉันเปิดเพลงนี้ฟังซ้ำทุกวันเลย”
“พอเอามารวมกับหนังของพวกเรา ยิ่งได้อารมณ์ขึ้นไปอีก”
“ก่อนหน้านี้กระแสหนังของเราถูก ‘ศึกประชิดเมือง’ กลบมาตลอด แต่พอเพลงนี้ออกมา กระแสการพูดถึงก็พุ่งแซงหนังของพวกเขาไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลย!”
“ตอนนี้ก็รอให้ถึงเดือนสิงหาคมที่หนังเข้าฉายแล้ว”
“พวกเราจะเอายอดขายตั๋วมาถล่ม ‘ศึกประชิดเมือง’ ให้ราบคาบเลย!”
“ในบรรดาหนังทั้งหมดที่เข้าฉายเดือนสิงหาคม มีแค่ ‘ศึกประชิดเมือง’ ที่เป็นคู่แข่งเราจริงๆ ตอนนี้กระแสของเรากลบทับพวกเขาแล้ว รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจะแซงพวกเขาก็คงไม่ใช่เรื่องยากแล้วละ”
“หวังอย่างนั้นแล้วกัน ยังไงซะ ผู้กำกับของหนังเรื่องนั้นก็คือเกาซิงเยว่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบผู้กำกับแถวหน้าของฉินโจวเหมือนกันนะ”
เกาซิงเยว่เป็นหนึ่งในสิบผู้กำกับแถวหน้าของฉินโจว จากสถานะและผลงานในวงการ เหมือนจะเหนือกว่าจางเผยเหิงอยู่เล็กน้อย
ในเดือนสิงหาคม ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเกาซิงเยว่ ‘ศึกประชิดเมือง’ จะเข้าฉาย
ส่วนภาพยนตร์เรื่องใหม่ของจางเผยเหิง ‘ถามฟ้า’ ก็จะเข้าฉายเดือนสิงหาคมปีนี้เช่นกัน
หนึ่งในสิบผู้กำกับแถวหน้าทั้งสองคนกำลังจะเผชิญหน้ากัน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเกาซิงเยว่หรือจางเผยเหิงต่างก็ต้องเจอแรงกดดันมหาศาล
แต่เกาซิงเยว่รู้สึกว่าฝั่งตนเองดูจะมั่นคงกว่าสักหน่อย
เพราะกระแสความนิยมของจี๋กวง ส่งผลให้กระแสพูดคุยเกี่ยวกับ ‘ศึกประชิดเมือง’ นั้นสูงกว่าภาพยนตร์ของจางเผยเหิง
แต่ใครจะไปรู้ว่า… เพียงแค่ไม่กี่วัน กระแสพูดคุยทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับภาพยนตร์ ‘ถามฟ้า’ จะพลิกแซงภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาไปทันที!
ตอนแรกเกาซิงเยว่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คิดว่าจางเผยเหิงคงจะจัดแคมเปญโปรโมตบางอย่าง
แต่พอค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็พบว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากเพลงเพียงเพลงเดียว!
ไปตี้ ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’?
เกาซิงเยว่ลองฟังเพลงนี้ทันที ฟังจบเขาก็รู้สึกถึงเค้าลางไม่ดี
เพลงอิมเพรสชันที่เกี่ยวกับจิ๋นซีฮ่องเต้เพลงนี้แต่งได้ดีเกินไป
เห็นได้ชัดว่าทำให้ภาพยนตร์ของจางเผยเหิงได้รับคะแนนความประทับใจเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ซึ่งอาจทำให้ในเดือนสิงหาคม ผู้ชมที่ตั้งใจไปดูหนังจะเลือกชมผลงานของอีกฝ่ายก่อน
ต้องรู้ว่าภาพยนตร์ ‘ศึกประชิดเมือง’ ของเกาซิงเยว่ก็เป็นหนังสงครามเหมือนกัน
ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่ามีเนื้อหาใกล้เคียงกับหนังของจางเผยเหิง ฐานผู้ชมจึงมีความทับซ้อนกันสูง
พอถึงตอนนั้น มันก็เท่ากับว่าใครได้ยอดขายตั๋วเยอะ อีกฝ่ายย่อมได้น้อยลงตามไป
ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งกองถ่าย ‘ศึกประชิดเมือง’ เริ่มตื่นตระหนกกันเล็กน้อย
‘เพลงอิมเพรสชั่นที่เกี่ยวกับจิ๋นซีฮ่องเต้นั่นได้อันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลแล้วนะ กระแสชื่นชมชาวเน็ตถาโถม ช่วยดันกระแสหนังของพวกเขาให้ถูกพูดถึงมากขึ้นไปด้วย เราลองทำเพลงอิมเพรสชันบ้างดีไหม?’
‘เพลงอิมเพรสชันคงไม่เวิร์กหรอก’
‘จะมีเพลงอิมเพรสชันของใครเทียบกับจิ๋นซีฮ่องเต้ได้อีก’
‘ตัวเอกของเราคือแม่ทัพ งั้นก็ทำเพลงโปรโมต ให้นักแต่งเพลงแต่งตามโครงเรื่องคร่าวๆ ของหนังเรา เขียนโดยอิงพล็อตหลักของภาพยนตร์เรา แน่นอนว่าคุณภาพต้องไม่ต่ำเกินไป ทุกคนคิดว่าไง?’
‘ได้นะ’
‘แต่เพลงของกองถ่ายฝั่งนั้นได้อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลนะ เพลงโปรโมตของเราก็ต้องพยายามคว้าอันดับหนึ่งให้ได้เหมือนกัน!’
‘แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเป็นการโปรโมตที่ดีที่สุด งั้นกองถ่ายของเราจะไปตามไปตี้มาร่วมงานด้วยไหม?’
เหล่าทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังของกองถ่ายต่างกำลังถกกันอย่างจริงจัง
เมื่อเกาซิงเยว่เห็นว่าในกลุ่มแชทมีคนเสนอให้ติดต่อไปตี้ก็คิ้วขมวดขึ้นมาทันที
เกาซิงเยว่ไม่ได้ติดใจอะไรไปตี้หรอก แต่ถ้าเพลงโปรโมตหนังของตนใช้คนแต่งเพลงคนเดียวกับที่จางเผยเหิงใช้ วงการภาพยนตร์จะมองตนยังไงกัน?
ดูเสียหน้าอยู่ดี
ดีที่โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ก็คิดถึงประเด็นนี้ จึงพิมพ์ข้อความในแชทว่า
‘ถ้าเราจะไปหาไปตี้เหมือนกัน เดี๋ยวก็ถูกอีกฝ่ายหัวเราะเยาะหรอก ทำไมเขาร่วมงานกับใคร เราต้องไปตามเขาด้วยละ ทำอย่างกับวงการนี้มีแค่ไปตี้คนเดียวที่แต่งเพลงได้งั้นแหละ’
‘แล้วจะไปหาใครละ?’
‘พ่อเพลงเหรอ?’
‘ค่าตัวพ่อเพลงแพงเวอร์เลยนะ!’
‘งบเรามีไม่พอเท่าไหร่!’
ขณะนั้นเอง ผู้ช่วยผู้กำกับก็โผล่มาพิมพ์ข้อความในแชทว่า
‘ผมมีคนคนหนึ่งมาแนะนำ เขาเคยได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลสองครั้ง แถมชื่อยังเคยเอาเขาไปเทียบเคียงกับไปตี้ด้วย’
‘คุณหมายถึงใคร?’
เกาซิงเยว่อดถามขึ้นไม่ได้
ผู้ช่วยผู้กำกับเห็นว่าเกาซิงเยว่โผล่มาก็รีบตอบทันที
“เป็นนักร้องนักแต่งเพลง ชื่อในวงการคือฉูฉือ เขาถนัดแต่งเพลงโบราณมาก อาจจะแต่งเพลงโปรโมตให้เราได้ ยังไงหนังของเราก็มีฉากหลังเป็นยุคสมัยโบราณ”
ฉูฉือ?
เกาซิงเยว่ไม่ได้สนใจวงการเพลงสักเท่าไหร่ แทบไม่เคยได้ยินชื่อนักแต่งเพลงคนนี้มาก่อน
แต่ในเมื่อเป็นคนที่ผู้ช่วยผู้กำกับแนะนำ เขาก็รีบเปิดแอปฟังเพลงแล้วลองค้นหาคำว่า ‘ฉูฉือ’ ทันที
ปรากฏว่าฉูฉือคนนี้กลับแต่งเพลงไว้เพียงสองเพลงเท่านั้น
เป็นศิลปินหน้าใหม่ในวงการเพลงเหรอ?
เกาซิงเยว่รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่
แต่ก็ยังลองฟังสองเพลงที่ฉูฉือแต่งไว้ อย่างไรรวมเวลาทั้งหมดแล้วก็ยังไม่ถึงแปดนาที
ฟังจบ สีหน้าของเกาซิงเยว่ก็แปลกไปเล็กน้อย สองเพลงนี้เขาชอบมากทีเดียว
มีเรื่องราวในบทเพลง ไม่เหมือนเพลงแนวโบราณทั่วไปที่มักจะกลวงเปล่า
ในกลุ่มแชท ผู้ช่วยผู้กำกับยังคงอธิบายว่า
‘แม้ฉูฉือจะปล่อยเพลงมาแค่สองเพลงจนถึงตอนนี้ แต่ทั้งสองเพลงก็สามารถคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้ทุกครั้ง เป็นหน้าใหม่ที่น่าเกรงขามที่ได้รับการยอมรับในวงการ ที่สำคัญเขายังได้รับความนิยมสูงมากในแวดวงเพลงโบราณด้วย!’
งั้นให้เขาลองดูไหม?
หลังจากเกาซิงเยว่คิดทบทวนก็รู้สึกว่าลองดูได้ จึงโทรหาโปรดิวเซอร์ ให้ติดต่อไปยังบริษัทต้นสังกัดของฉูฉือ
“ได้เลยครับ” โปรดิวเซอร์ไม่ได้ขัดข้องอะไร กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“จะว่าไปคุณคงนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่าบริษัทต้นสังกัดของฉูฉือคือที่ไหน”
“ที่ไหนเหรอ?”
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ครับ”
เกาซิงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินชื่อฉูฉือมาก่อน
แต่สำหรับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์กลับได้ยินมาไม่น้อย ละคร ‘The Knockout’ ที่ฮิตถล่มทลายเมื่อเดือนก่อน เขายังตามดูไปตั้งยี่สิบกว่าตอน
เพียงแต่พักนี้งานยุ่งจนไม่มีเวลาตามต่อให้จบ คิดไม่ถึงเลยว่าฉูฉือจะเป็นศิลปินของบริษัทนี้?
ช่วงค่ำ หลินจือไปได้รับโทรศัพท์จากเจียงเฉิง สีหน้าแปลกประหลาดเล็กน้อย
“พี่บอกว่าหนังเรื่อง ‘ศึกประชิดเมือง’ อยากให้ฉูฉือแต่งเพลงโปรโมตเหรอครับ?”
ในที่สุดฉูฉือก็มีงานแต่งเพลงตามสั่งบ้างแล้ว?
“ใช่ครับ”
เจียงเฉิงเองก็อดขำไม่ได้ จางเผยเหิงไปขอให้ไปตี้แต่งเพลงประกอบภาพยนตร์
ขณะที่เกาซิงเยว่ก็มาหาฉูฉือให้แต่งเพลงโปรโมตหนัง
ผู้กำกับทั้งสองคนคงไม่คิดไม่ฝันแน่ๆ ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาต่างก็มาหาคนคนเดียวกัน!
“เสนอค่าตอบแทนเท่าไหร่ครับ?”
“สามล้าน สำหรับเพลงโปรโมตหนึ่งเพลงครับ”
หลินจือไปได้ยินราคาก็ไม่ค่อยพอใจ
“จางเผยเหิงให้ผมตั้งแปดล้าน แต่เกาซิงเยว่ให้แค่สามล้านเองเหรอ งานนี้ไม่รับ”
“เจ้านายครับ… อันที่จริงแล้วราคานี้ก็ถือว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลนะครับ”
เจียงเฉิงอธิบายว่า
“เพราะนามแฝงไปตี้แต่งเพลงมาแล้วหลายเพลง และยังไม่ใช่ครั้งแรกที่พิสูจน์ฝีมือในการแต่งเพลงประกอบละครด้วย
ไหนจะเพลงอิมเพรสชันของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่แต่งได้ยากอีก เพราะงั้นจางเผยเหิงเลยยอมจ่ายแปดล้าน
ส่วนฉูฉือนับรวมแล้วเพิ่งแต่งเพลงได้สองเพลงเท่านั้น และยังไม่เคยทำเพลงประกอบละครมาก่อนก็เลยราคาประมาณนี้ครับ…”
“พี่หวังให้ผมรับงานนี้เหรอ?”
“ผมแนะนำอย่างยิ่งให้เจ้านายรับงานนี้ครับ
หนึ่ง เกาซิงเยว่มีสถานะในวงการไม่ต่างจากจางเผยเหิงเลย หลังจากแต่งเพลงประกอบหนังของเขาได้สำเร็จ เราจะสามารถขึ้นราคาค่าตัวได้
สอง งานสั่งทำของไปตี้จะถูกเสินฮว่าหักเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นงานของฉูฉือเราจะไม่โดนหักนะครับ แค่แบ่งรายได้กับทางแพลตฟอร์มเพลงนิดหน่อยก็พอ เงินที่ได้ไม่น้อยเลยครับ
สาม ผลงานของนามแฝงฉูฉือมีน้อยเกินไป จำเป็นต้องเพิ่มผลงานให้เป็นที่รู้จักจริงๆ ครับ”
เจียงเฉิงวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย
การวิเคราะห์ของเจียงเฉิงไม่ผิดพลาด หลินจือไปคล้อยตามคำพูดของเขา
“งั้นพี่ส่งเงื่อนไขงานสั่งทำของ ‘ศึกประชิดเมือง’ มาให้ผมหน่อย”
จางเผยเหิงเป็นผู้กำกับชื่อดัง เกาซิงเยว่ก็เช่นกัน
หลินจือไปเองก็แค่เคยดูภาพยนตร์ของเกาซิงเยว่มาแล้ว
ถ้าฉูฉือสามารถร่วมงานกับเกาซิงเยว่สำเร็จ ย่อมส่งผลดีอย่างมากต่ออนาคต
งานครั้งนี้ก็ถือว่าใช้เกาซิงเยว่เป็นบันไดไปก่อน ส่วนผลประโยชน์ที่ได้ตอนนี้อาจไม่ได้มากมายอะไร
วันหน้าเจอผู้กำกับคนนี้มาสั่งงานอีกค่อยฟันราคาให้หนักทีหลังก็ยังไม่สาย!