ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 126 แกดันทําได้จริงอะ
ตอนที่ 126 แกดันทําได้จริงอะ
คืนนั้น เกาซิงเยว่ปล่อยข่าวว่า ในวันที่หนึ่งเดือนหน้าจะปล่อยเพลงโปรโมตแนวโบราณของภาพยนตร์ ‘ศึกประชิดเมือง’ โดยทั้งผู้แต่งคำร้อง ทำนอง และผู้ขับร้องล้วนเป็นศิลปินในสังกัดบริษัทคุนเผิง นามว่าฉูฉือ!
เหมือนกับ ‘ถามฟ้า’ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างสูง พอเกาซิงเยว่ปล่อยข่าวออกไป ข่าวก็แพร่สะพัดทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
บนแพลตฟอร์มจี๋กวง:
‘คงเพราะเห็นว่าเพลงอิมเพรสชันของจางเผยเหิงช่วยเพิ่มกระแสให้หนังได้เยอะ ทางเกาซิงเยว่เลยทำเพลงโปรโมตให้หนังใหม่ของตัวเองบ้าง’
‘ฉูฉือ? คนที่แต่งเพลงแนวโบราณคนนั้นใช่ไหม?’
‘ฉันชอบเพลงของฉูฉือมากเลย!’
‘ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้มีสื่อเอาฉูฉือกับไปตี้มาเปรียบเทียบกันด้วยนี่ บอกว่าฉูฉือเป็นหน้าใหม่ในวงการเพลงที่ได้เล่นบทไปตี้’
‘เพลงโปรโมตเพลงนี้จะมาทำชิงกันเหรอ?’
‘สู้กันซึ่งๆ หน้าไม่ได้หรอก “ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า” เป็นเพลงจักรพรรดิที่สมบูรณ์แบบและคลาสสิกสุดๆ แล้ว แม้แต่โจวหานจิ้นเจอก็ยังเอาไม่อยู่เลย เพราะงั้นพวกเขาเลยเลี่ยงเวลาปล่อยเพลงให้พ้นชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเดือนนี้ไปก่อน แค่เลื่อนออกไปสักเดือนก็บุกได้เต็มที่แล้ว’
‘งั้นก็ต้องดูอันดับในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเพลงที่ฉูฉือแต่งแล้วละ’
‘เพราะหนังสองเรื่องนี้จะเข้าฉายพร้อมกันในเดือนสิงหาคม ในเมื่อเพลงของไปตี้คว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปแล้ว งั้นถ้าเพลงโปรโมตที่ฉูฉือแต่งไม่สามารถคว้าที่หนึ่งของชาร์ตประจำฤดูกาลในเดือนหน้าได้ ก็เท่ากับว่าแพ้ศึกโปรโมตไปหนึ่งยกเลยไม่ใช่เหรอ?’
เป็นเพลงโปรโมตก็ดี หรือเพลงอิมเพรสชันก็ตาม เหตุผลที่สองทีมใหญ่ต่างสั่งทำเพลงประกอบ ก็เพราะโดยแก่นแท้แล้วนี่คือการทำสงครามโปรโมตก่อนหนังจะเข้าฉายนั่นเอง เพลงอิมเพรสชัน ‘ถามฟ้า’ ของจางเผยเหิงคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปแล้ว จึงนำไปหนึ่งก้าวในศึกโปรโมตครั้งนี้
นั่นก็ชัดเจนเลย ตอนนี้ความกดดันจึงตกมาที่เกาซิงเยว่ เขาอาจจะเลี่ยงเพลง ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’ ไปหนึ่งเดือน แต่ก็เลี่ยงความจริงที่อีกฝ่ายคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไปแล้วไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เอง เพลงของฉูฉือจึงต้องคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลมาให้ได้ จึงจะถือว่ากู้สถานการณ์ให้กับหนังของเกาซิงเยว่ ช่วยดึงกระแสพูดถึงกลับมาได้ส่วนหนึ่ง
ในวงการ ก็กำลังถกเถียงกันอย่างคึกคักเช่นเดียวกัน
“กองถ่ายสองกองนี้น่าสนใจจริงๆ จางเผยเหิงไปหาความร่วมมือกับไปตี้ เกาซิงเยว่ก็ไปหาฉูฉือมาช่วยแต่งเพลง ซึ่งฉูฉือกับไปตี้เคยถูกสื่อเอาไปเทียบกันมาก่อนซะด้วย”
“ฉูฉือคงกดดันมากเลยนะ”
“ไปตี้ช่วยจางเผยเหิงคว้าที่หนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเดือนมิถุนายนไปแล้ว ฉูฉือก็ต้องช่วยเกาซิงเยว่คว้าที่หนึ่งของเดือนกรกฎาคมให้ได้ ถึงจะพูดได้เต็มปาก”
“ยากเกินไปแล้ว”
“น่าจะยังมีหวังอยู่มั้ง?”
“ถึงฉูฉือจะมีผลงานน้อย แต่สองเพลงที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ก็คว้าที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลตลอดเลยนะ ทำไมทุกคนพูดอย่างกับว่าเขาแทบไม่มีทางได้แชมป์เดือนหน้าได้เลยละ?”
มีเด็กใหม่ในวงการเพลงไม่เข้าใจ รุ่นพี่ก็อธิบายด้วยรอยยิ้มว่า:
“เพราะคราวนี้ฉูฉือต้องแต่งเพลงตามสั่งนะสิ อย่าเห็นว่าเพลงสั่งแต่งของไปตี้ได้ที่หนึ่งทุกครั้งแล้วจะคิดว่าเพลงสั่งแต่งเหมือนกับการแต่งเพลงทั่วไปนะ ไปตี้เป็นกรณีพิเศษที่หาได้ยากจริงๆ นักแต่งเพลงส่วนใหญ่ ถ้าเพลงที่แต่งทั่วไปมีโอกาสติดหนึ่งในห้าของชาร์ตฤดูกาล งั้นเพลงสั่งแต่งที่ติดสิบอันดับแรกก็นับว่าไม่เลวแล้ว เพราะการแต่งเพลงตามโจทย์น่ะมันยากมาก แถมมีข้อจำกัดเยอะ เหมือนการเต้นทั้งที่ใส่โซ่ตรวนอยู่เลยละ”
“ถ้าไม่อย่างนั้นฉูฉือก็ต้องเป็นกรณีพิเศษด้วย?”
“ใช่ ถ้าไมอย่างนั้นฉูฉือก็ต้องเป็นกรณีพิเศษเหมือนกัน!”
“แต่กรณีพิเศษนะหาง่ายเหมือนผักกาดขาวรึไง?”
“ฉูฉือแต่งเพลงมาทั้งหมดแค่สองเพลงเอง แถมไม่เคยมีประสบการณ์แต่งเพลงตามสั่งมาก่อนเลยด้วย ฉันเลยไม่ค่อยหวังว่าเขาจะคว้าที่หนึ่งได้ อย่างมากก็ลุ้นติดสิบอันดับแรก ถ้าโชว์เก่งหน่อยก็ติดห้าอันดับแรกได้ละมั้ง”
เล่นก็ส่วนเล่น จริงก็ส่วนจริง แม้ว่าทุกคนจะหยอกล้อว่าฉูฉือได้บทของไปตี้ แต่ว่าในใจของทุกคนในวงการเพลง ฉูฉือนั้นไม่อาจเทียบกับไปตี้ได้เลย เพราะว่าผลงานของไปตี้นั้นโหดเกินไปจริงๆ ส่วนฉูฉือนั้นมีแค่แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเพียงสองครั้ง แล้วฉูฉือจะเป็นกรณีพิเศษเหมือนไปตี้หรือเปล่า ทุกคนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่เรียกว่ากรณีพิเศษก็เพราะมันหายากมากไงละ!
ที่กองถ่าย “ถามฟ้า” ของจางเผยเหิง พอทุกคนเห็นข่าวที่เกาซิงเยว่ปล่อยออกมาก็หัวเราะกันอย่างเบิกบาน
“ฮ่าๆๆๆ ผู้กำกับเกาเริ่มร้อนใจแล้ว”
“เขาก็หาคนมาแต่งเพลงโปรโมตด้วย?”
“ฉันลองเช็กดูแล้ว คนแต่งเพลงที่เขาหามาประสบการณ์ก็ไม่ค่อยเยอะนะ เหมือนจะไม่เคยทำเพลงประกอบละครเลยด้วยซ้ำ”
“พวกเขาก็อยากได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลสักครั้งเหมือนกันสินะ?”
“เห้ๆ การได้ที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ทำไมพวกเขาไม่กัดฟันจ้างพ่อเพลงสักคนมาช่วยละเนอะ?”
“พ่อเพลงน่ะ ใครจะกล้าจ้างไหวกัน”
“ในเน็ตมีคนบอกว่าฉูฉือเดบิวต์มาก็ได้บทของไปตี้มาเลยนะ!”
“บทของไปตี้? สื่อก็แค่จงใจปั่นกระแสให้เกินจริงเท่านั้นแหละ”
“อาจารย์ไปตี้แต่งเพลงโปรโมตหนังยังได้ที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล อย่างฉูฉือจะทำได้เหรอ?”
นี่แหละคือมุมมองทั่วไปของทุกคน ได้ยินว่าฉูฉือ นายเอาบทของไปตี้มาเหรอ? งั้นนายก็ใช้เพลงโปรโมตหนังคว้าแชมป์ให้ได้สักครั้งสิ! เรื่องที่ไปตี้ทำได้ ฉูฉือนายก็ทำให้เห็นหน่อยสิ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าหยิบบบทของไปตี้มาได้ยังไง?
แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะไม่ยอมรับฉูฉือ เพราะในฐานะตัวท็อปของวงการเพลงโบราณ แฟนๆ เพลงโบราณก็ยังคงสนับสนุนฉูฉือกันมาก
‘ฉูฉือสู้ๆ!’
‘ใครบอกว่าฉูฉือจะใช้เพลงสั่งทำภาพยนตร์คว้าแชมป์ในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไม่ได้’
‘ใช่เลย!’
‘เดือนหน้าอาจารย์ฉูฉือเอาให้พวกเขาได้เห็นกันไปเลย!’
‘ถ้าอาจารย์ฉูฉือแต่งเพลงแนวอื่น ฉันก็ไม่กล้าฟันธงหรอก แต่ในประกาศไม่ได้บอกเหรอว่าเพลงโปรโมตที่ฉูฉือแต่งเป็นแนวโบราณ เรื่องฝีมือการแต่งเพลงโบราณนะ ฮ่าๆ น่าจะไม่ต้องกังวลแล้วละเนอะ?’
‘เพลง “หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด” ไม่เจ๋งเหรอ?’
‘เพลง “จันทร์หลูโจว” ไม่เจ๋งเหรอ?’
‘ต่อให้เป็นเพลงสั่งทำเฉพาะ แต่ถ้าเป็นแนวโบราณ ฉันเชื่อว่าฉูฉือไม่มีปัญหา!’
‘ถ้าไม่ได้อันดับหนึ่ง อย่างน้อยสามอันดับแรกก็ยังดี’
‘แหม ไหงอยู่ๆ ก็อ่อนซะละ!’
‘ฉันแค่ขออ่อนแทนฉูฉือหน่อยเดียว พวกงานเขียนตามโจทย์อะไรทำนองนี้ มันก็ยากอยู่ ฉันในฐานะแฟนคลับฉูฉือจะให้พูดเต็มปากก็ไม่กล้าหรอกนะ’
เอาเถอะ จริงๆ แล้วแฟนคลับของฉูฉือก็เครียดกันอยู่พอควร แต่ความเครียดก็หยุดให้เวลาเดินไม่ได้ เวลาค่อยๆ ผ่านไป สิ้นเดือนมาถึง
กระทั่งช่วงที่ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลล็อกข้อมูล ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’ ยังคงอยู่ในอันดับหนึ่งได้อย่างมั่นคง โจวหานจิ้นอยู่ที่อันดับสอง มีคนตั้งใจนับดู นี่เป็นการได้แชมป์บนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลครั้งที่สี่ของไปตี้แล้ว!
และการที่ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลล็อกข้อมูลก็หมายถึงเดือนมิถุนายนได้สิ้นสุดลงแล้วเช่นกัน เดือนกรกฎาคมมาถึง ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลกำลังจะเข้าสู่การประชันรอบใหม่ และแล้ว ‘หมอกทรายครึ่งเมือง’ เพลงใหม่ของฉูฉือที่ก่อนหน้านี้เคยจุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์มาแล้วไม่น้อยก็ได้ปล่อยอย่างเป็นทางการ!
ตอนนี้ยังเป็นช่วงรุ่งสาง หลายคนหลับกันไปแล้ว คืนนี้หลินจือไปก็ไม่ได้อดหลับอดนอน ได้ไปนัดพบกับเทพเจ้าแห่งความฝันแต่หัวค่ำ วันรุ่งขึ้น พอตื่นขึ้นมา หลินจือไปลองดูชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็ไม่แปลกใจเลยที่ “หมอกทรายครึ่งเมือง” ติดอันดับหนึ่งของฤดูกาลใหม่
ส่วนความคิดเห็นในเน็ตก่อนหน้านั้น? หลินจือไปก็เห็นเหมือนกัน ก็แค่บอกให้ฉูฉือใช้เพลงที่สั่งทำเฉพาะคว้าแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลไม่ใช่เหรอ? ไม่มีปัญหา
เมื่อเทียบกับความนิ่งเฉยและท่าทีเหมือนรู้อยู่แล้วของหลินจือไป หลายคนที่เข้านอนก่อนเที่ยงคืนเมื่อคืน แล้วเพิ่งมาเปิดดูอันดับชาร์ตตอนเช้าต่างก็นิ่งค้างไปทันทีเมื่อเห็นว่าใครคืออันดับหนึ่ง
ในวงการ เมื่อเห็นว่าเพลงโปรโมต ‘หมอกทรายครึ่งเมือง’ ที่แต่งให้ภาพยนตร์นั้นพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลจริงๆ กลุ่มแชทต่างๆ ก็ระเบิดกันตั้งแต่เช้า!
“เห้!”
“ฉูฉือได้ที่หนึ่งจริงๆ!?”
“ขะ… บทไปตี้ถูกเล่นซ้ำอย่างสมบูรณ์แบบอีกแล้วเหรอ?”
“นี่มันเพลงตามสั่ง… เพลงตามสั่งคุณภาพดีได้ขนาดนี้เลยเหรอ!?”
‘ไหนบอกว่าเพลงตามสั่งมีข้อจำกัดเยอะไง แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกว่าเพลงตามสั่งแทบไม่ได้ขวางกั้นการแสดงฝีมือของเขาเลย แถมยังทำให้ธีมของเพลงเขายิ่งชัดเจนขึ้นอีก?’
‘เพลงนี้อย่างโหด!’
‘พี่ เมื่อวานพี่บอกไม่ใช่เหรอว่าเพลงตามสั่งนะแทบไม่มีทางได้ที่หนึ่งเลย นอกจากจะเป็นกรณีพิเศษแบบไปตี้?’
มือใหม่ที่แต่เดิมงงมากอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ รุ่นพี่ในวงการเพลงเงียบไปนาน
รุ่นพี่: ‘บางทีฉูฉือ… อาจเป็นอีกหนึ่งกรณีพิเศษ?’
มือใหม่: ‘แต่พี่ก็เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าที่เรียกว่ากรณีพิเศษ ก็เพราะมันหายากมากนะ?’
‘พูดมากจริงนะเอ็ง!’
ผิดพลาดตรงไหนกันแน่? ฉูฉือนี่มันอะไรกัน? ทำไมถึงน่ากลัวอย่างงี้! แต่งเพลงตามสั่งก็ยังรักษาคุณภาพไว้ได้ คว้าอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล? เหมือนกับที่ไปตี้เคยทำไว้เป๊ะเลยไม่ใช่ไหมเนี่ย? สองคนนี้เป็นพี่น้องฝาแฝดกันรึเปล่า!?
อีกด้านหนึ่ง กองถ่ายหนัง “ถามฟ้า” ก็ถึงกับตะลึงตาค้าง! ความรู้สึกของคนพวกนั้นตอนนี้ก็คงประมาณว่า ‘ไหนแกลองใช้เพลงตามสั่งคว้าแชมป์ชาร์ตฤดูกาลให้ดูหน่อยสิ… แกดันทําได้จริงอะ!’
“บทของไปตี้มีอยู่สองฉบับหรือไง!”
“เพลงนี้… จริงๆ… ก็เพราะดีเหมือนกันนะ…”
“แกจะพูดทำไม ของมันแน่อยู่แล้ว เพลงที่ได้ที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็ต้องเพราะสิ!”
“งั้นนี่ก็เท่ากับ เขาทุกอย่างที่ไปตี้ทำได้ซ้ำอีกครั้งทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?”
“ที่แท้ก็เป็นพวกวิปริตอีกคน!”
“มิน่าละ ก่อนหน้านี้สื่อถึงได้เอาเขาไปเปรียบเทียบกับไปตี้!”
“เหมือน!”
“เหมือนเกินไปแล้ว!”
ทำไมถึงได้เหมือนขนาดนี้ บทเหมือนกันอย่างกับแกะ! ชาวเน็ตต่างตะลึง! ไปตี้กับฉูฉือเป็นพี่น้องที่พลัดพรากกันมานานหรือเปล่า
‘เวรเอ๊ย!’
‘ไปตี้แต่งเพลงให้หนังของจางเผยเหิงจนได้ที่หนึ่ง ฉูฉือหันกลับมาแต่งเพลงให้เกาซิงเยว่ แล้วก็ได้ที่หนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเหมือนกัน?’
‘แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลนี่ได้ง่ายขนาดนั้นเลยเรอะ? ไหนว่าเพลงตามสั่งแต่งยากไง? ขนาดนิยายยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลยนะ!’
ไปตี้: ‘ฉันจะใช้เพลงตามสั่งคว้าแชมป์!’
ฉูฉือ: ‘ฉันก็ทำได้เหมือนกัน’
ไปตี้: ‘ฉันแต่งเพลงสไตล์โบราณโคตรเจ๋ง “แสงจันทรา” นะเคยฟังไหม?’
ฉูฉือ: ‘ฉันก็เขียนเพลงโบราณได้ไม่เลวเหมือนกัน แนะนำให้นายลองฟัง “หมอกทรายครึ่งเมือง”‘
ไปตี้: ‘ฉันได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลสี่ครั้งแล้ว!’
ฉูฉือ: ‘ฉันสามครั้ง แต่ว่าฉันเพิ่งแต่งไปแค่สามเพลงเองนะ’
ไปตี้: ‘ฉันเปิดตัวก็อยู่จุดสูงสุดเลย’
ฉูฉือ: ‘บวกหนึ่ง’
การถกเถียงร้อนแรงมาก ชาวเน็ตต่างพากันเล่นมุกกัน ถ้าก่อนหน้านี้ที่ทุกคนเอาฉูฉือไปเทียบกับไปตี้ยิ่งดูเหมือนพูดเล่นอยู่บ้าง ตอนนี้ละจริงจังกันแล้ว เพราะสองคนนี้มีอะไรให้พูดถึงไม่น้อยจริงๆ
ในขณะเดียวกัน ในแง่กระแสการพูดถึงบนแพลตฟอร์มจี๋กวง ตอนนี้ ‘ศึกประชิดเมือง’ ได้กลับมาตีตื้นได้อีกครั้ง กระแสการพูดถึงของทั้งสองเรื่องก่อนเข้าฉาย เริ่มจะสูสีกันจนแทบเรียกได้ว่าแบ่งแต้มกันคนละครึ่งแล้ว
อะไรนะ? เพลงนี้ของฉูฉือเทียบไม่ได้กับเพลง ‘ขอยืมเวลาอีกห้าร้อยปีจากฟ้า’ ของไปตี้? เรื่องนี้กลับไม่มีใครพูดถึง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉูฉือทำเพลงประกอบหนังนะ แถมเพิ่งจะเป็นเพลงที่สามของเขาอีกด้วย จะยังคาดหวังอะไรจากเขาอีก?
ณ สนามแข่งอาชีพ LoL ในชาติก่อน มีชายคนหนึ่งที่รักษาอัตราการชนะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มตลอดอาชีพการแข่ง ส่วนบนบลูสตาร์ ตอนนี้เส้นทางอาชีพของฉูฉือก็มีอัตราการชนะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเช่นกัน สามเพลงของเขา ล้วนคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลทั้งหมด!