ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 127 สัญญาของไปตี้จะยกระดับแล้ว!
ตอนที่ 127 สัญญาของไปตี้จะยกระดับแล้ว!
ในวันต้นเดือนกรกฎาคมนี้ สำหรับหลินจือไปแล้วไม่ได้เป็นแค่วันที่ฉูฉือได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเป็นครั้งที่สามเท่านั้น ยังเป็นวันที่ปีหนึ่งสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการด้วย
ปิดเทอมฤดูร้อนมาถึง ทางวิทยาลัยเริ่มปิดภาคเรียน หลินจือไปอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน
ในวันเดียวกันนั้นเอง เฟิงซั่วได้นัดหลินจือไปกับหยิ่นตงหน่วนไปทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้วิทยาลัย ระหว่างมื้ออาหารก็ได้คุยกันถึงแผนการในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
“ช่วงปิดเทอมนี้ ฉันต้องถ่ายคลิปสั้นให้เยอะหน่อย” หลังจากพูดจบ เฟิงซั่วก็ถามถึงแผนของหลินจือไปและหยิ่นตงหน่วน
หยิ่นตงหน่วนครุ่นคิดก่อนตอบว่า:
“ฉันได้ทำงานพิเศษในแผนกโทรทัศน์ของน่าเซินอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับงานอะไรมากเท่าไหร่ คิดว่าปิดเทอมนี้คงจะไปทำงานที่บริษัททุกวันละมั้ง” แล้วเธอก็หันไปถามหลินจือไปว่า “นายเคยได้ยินชื่อคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ไหม?”
“ชื่อเสียงเลื่องลือไปไกลเลยละ!” เฟิงซั่วที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ต้องพูดขึ้น เพราะช่วงปิดเทอมฤดูหนาวที่ผ่านมาเขาได้อยู่ในกองถ่าย ‘The Knockout’ ของพ่อหลินจือไป ละครเรื่องนี้เป็นผลงานจากคุนเผิง ตอนนี้ใครที่ติดตามวงการบันเทิงต่างก็รู้ว่าบริษัทนี้เก่งกาจมากฝีมือขนาดไหน
“เคยได้ยินเหมือนกัน” หลินจือไปสะดุ้งในใจ “มีอะไรเหรอ?”
หยิ่นตงหน่วนกล่าว:
“ฉันได้ข่าวมาว่าตอนนี้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์มีละครเรื่องใหม่ที่กำลังร่วมงานกับเทียนกวงอยู่ และตำแหน่งหัวหน้าแผนกโทรทัศน์ของเทียนกวงในตอนนี้ก็เป็นซูฉานที่รับหน้าที่…” หยุดครู่หนึ่ง หยิ่นตงหน่วนกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “ในบรรดาพันธมิตรที่คุนเผิงร่วมงาน มีหลินเซิ่งเทียนจากเสินฮวา ตอนนี้ยังมีซูฉานจากเทียนกวงอีก ทั้งสองคนมีจุดร่วมที่เหมือนกันคือต่างก็เป็นผู้สืบทอดของบริษัทตัวเอง แต่กลับมีสถานะที่ค่อนข้างลำบากในบริษัท ตามปกติแล้วในอนาคตก็แทบไม่มีโอกาสได้สืบทอดทรัพย์สินหรืออำนาจมากนัก พวกนายว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าละ?”
“หรือว่า…” เฟิงซั่วพูดด้วยความตกใจเล็กน้อย “คุนเผิงอินเวสต์เมนต์จงใจเลือกจับมือกับบรรดาเจ้าชายเจ้าหญิงที่ไม่ได้รับความสำคัญของสามบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างนั้นเหรอ?”
“ก็น่าจะประมาณนั้นแหละ” หลินจือไปพยักหน้าเบาๆ พลางกล่าวว่า “พี่ชายฉันเป็นรุ่นที่สามของตระกูลหลินก็จริง แต่กลับเป็นแค่คนชายขอบในบริษัท ส่วนซูฉานเองก็เป็นรุ่นที่สามของเทียนกวง ถึงเธอจะมีตำแหน่งสูงอยู่ในบริษัท แต่เพราะเป็นผู้หญิง เพราะงั้นปกติแล้วยากมากที่จะมีโอกาสได้รับมรดกหรือทรัพย์สินอะไรมากมาย คุนเผิงอาจตั้งใจเลือกร่วมงานกับพี่ชายฉันและซูฉาน เพื่อช่วยให้พวกเขาตั้งหลักในบริษัทได้อย่างมั่นคง”
เฟิงซั่วสงสัย “แล้วจะได้อะไรละ?”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม:
“ก็ลองดูอย่างพี่ชายฉันสิ ถ้าวันข้างหน้าเขาก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของเสินฮวาได้ ด้วยความช่วยเหลือของคุนเผิง ถ้าเขาอยากรักษาตำแหน่งตัวเองไว้ให้มั่นคงก็ต้องพึ่งพาคุนเผิงอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่เขาบอกให้คุนเผิงได้ก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย…”
“โห!” เฟิงซั่วเข้าใจทันที “ถ้าจะสมมติว่าเสินฮวากรุ๊ปคือราชสำนัก งั้นสิ่งที่คุนเผิงกำลังทำ ก็เท่ากับเป็นการจงใจหนุนหลังเหล่าองค์ชายองค์หญิงที่ไม่ได้รับความโปรดปรานอย่างนั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง” หยิ่นตงหน่วนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เพราะอย่างนั้นฉันก็เลยคิดอยู่ว่า ถ้าเป็นฉัน คุนเผิงจะยอมให้โอกาสร่วมงานด้วยไหม ยังไงสถานการณ์ของฉันก็คล้ายกับซูฉานมาก ถ้าคุนเผิงช่วยให้ฉันได้เลื่อนตำแหน่งในน่าเซิน ในอนาคตฉันเองก็สามารถตอบแทนกลับคืนให้กับคุนเผิงได้เหมือนกัน”
“ก็น่าลองดูนะ” หลินจือไปก้มหน้าลงกินข้าว มุมปากเผยรอยยิ้มประหลาดบางเบา หยิ่นตงหน่วนตอนนี้ฉลาดขึ้นกว่าตอนเด็กๆ แล้ว เอาเถอะ ไว้ค่อยให้เจียงเฉิงช่วยหน่อยก็แล้วกัน
“แล้วนายละ?” หยิ่นตงหน่วนมองหลินจือไป “เรื่องที่ฉันพอจะมองออก นายก็น่าจะรู้มานานแล้วสิ ไม่คิดจะทำอะไรบ้างเหรอ?”
“ก็มีพี่ฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?” หลินจือไปยักไหล่ “คุนเผิงลงเดิมพันกับพี่ชายฉันไปแล้ว ถ้าการคาดเดาของเธอไม่ผิด บริษัทลึกลับแห่งนี้จะร่วมมือกับพี่ชายฉันต่อไปในอนาคต”
“อย่างนั้นเหรอ” หยิ่นตงหน่วนจ้องมองหลินจือไปด้วยแววตาลึกซึ้ง
เฟิงซั่วที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างรู้สึกทึ่ง:
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์นี่เก่งจริงๆ เลย จัดแผนการท่ามกลางสามบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่น่ากลัวที่สุดคือ ต่อให้ทั้งสามบริษัทนั้นรู้ถึงเจตนาของคุนเผิงก็ยังยินดีให้มันเกิดขึ้นอยู่ดี เพราะยังไงพวกเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นะ?”
เป็นเช่นนี้ ทานอาหารเสร็จ กลับถึงบ้าน หลินจือไปก็โทรหาเจียงเฉิงจากในห้องนอน:
“ถ้าอีกสักพักหยิ่นตงหน่วนจากน่าเซินติดต่อมาขอร่วมงานกับพี่ ก็ส่งบท ‘Home Temptation’ ให้เธอเลยนะครับ”
บทละครเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนที่แล้ว หลินจือไปเขียนเสร็จก็ส่งให้เจียงเฉิงทันที ตอนนี้ผลงานทุกชิ้นในมือเขา หลังจากเขียนเสร็จก็จะส่งให้อีกฝ่ายทันที เพื่อเป็นไพ่ในมือของคุนเผิง
“ได้ครับ” ตอนนี้เจียงเฉิงรู้จักสามค่ายใหญ่เป็นอย่างดี พอหลินจือไปพูดถึงหยิ่นตงหน่วน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือหลานสาวของประธานน่าเซิน
กฎเดิมๆ: ดึงเกมสักหน่อย ทำให้หยิ่นตงหน่วนคิดว่าที่คุนเผิงยอมร่วมงานด้วย เป็นเพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของเธอ เพราะความสามารถส่วนตัว รวมถึงคุณค่าในตัวเธอเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่า ไม่ใช่ใครก็จะคว้าสัญญาของคุนเผิงได้ แต่เป็นคุนเผิงที่เลือกพวกเขาไว้ล่วงหน้า หรือจะบอกว่าคนเหล่านี้คือผู้โชคดีที่ถูกเจ้านายเลือกไว้ก็ได้
จากนั้น เจียงเฉิงกล่าวว่า:
“‘You Are The One’ ผมส่งให้จี้เฟิงมีเดียทำแล้วครับ บริษัทพวกเขามีสตูดิโอแค่แห่งเดียว ไม่อยากเชื่อว่าเป็นถึงบริษัทบันเทิงอันดับสี่ของฉินโจวจะตกต่ำได้ขนาดนี้นะครับ อีกอย่างจี้เฟิงไม่เหมือนสามค่ายใหญ่ที่มีช่องทีวีเป็นของตัวเอง ถึงตอนนั้นพวกเรายังต้องหาสถานีโทรทัศน์หลักเรตติ้งดีมาร่วมมือออกอากาศรายการวาไรตี้นี้ด้วย…”
“พี่จัดการเลยครับ” หลินจือไปไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้
เจียงเฉิงหัวเราะแล้วบอกว่า “ช่องทีวีทางการของฉินโจวถูกสามค่ายใหญ่กดไว้ตลอด วาไรตี้รายการที่สามของคุนเผิง พวกเขาคงจะยอมทุ่มเงินก้อนโตซื้อลิขสิทธิ์แน่ครับ” หยุดไปครู่หนึ่ง เจียงเฉิงก็พูดต่อ “ผมว่าอันดับในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลน่าจะคงที่แล้วครับ ‘หมอกทรายครึ่งเมือง’ น่าจะคว้าแชมป์เดือนนี้ได้”
อย่างที่เจียงเฉิงว่าไว้ หนึ่งสัปดาห์ถัดมา อันดับสิบแรกบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเริ่มคงที่ ‘หมอกทรายครึ่งเมือง’ นั่งแท่นอันดับหนึ่งอย่างมั่นคง ทิ้งห่างอันดับสองไปได้สบายๆ
วงการเพลงโบราณทุกที่ต่างกำลังถกเถียง:
‘ช่วงนี้ฉันเปิด “หมอกทรายครึ่งเมือง” ฟังวนไปไม่หยุดเลย ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อ ทำนอง หรือการร้องของฉูฉือ ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในวงการเพลงจีนโบราณจริงๆ!’
‘แค่เอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเหรอ? ตอนนี้ฉูฉือคือมือหนึ่งเพลงโบราณเลยต่างหาก!’
‘เรียกว่ามือหนึ่งเพลงโบราณมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?’
‘ก็ฉูฉือเขาแต่งแต่เพลงโบราณมาตั้งแต่เดบิวต์เลยนะ แถมอย่างเพลงโบราณทั้งสามเพลงของเขาก็ยังได้ที่หนึ่งในชาร์ตประจำฤดูกาลทั้งหมด แบบนี้เรียกเขาว่ามือหนึ่งเพลงโบราณนะไม่ได้เกินจริงเลย’
‘เห็นด้วย! ฉูฉือคือราชาเพลงโบราณ!’
‘ใครจะมาสู้เขาได้ในสายเพลงโบราณ?’
‘ผลงาน “แสงจันทรา” ของไปตี้ก็เจ๋งนะ แต่ไปตี้แต่งเพลงโบราณแค่เพลงเดียว ไม่เหมือนฉูฉือที่ทุ่มเต็มตัวกับแนวนี้’
ขณะเดียวกัน ทางสื่อมวลชน ข่าวหลากหลายสำนักรายงาน:
“หมอกทรายครึ่งเมือง” จองแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลล่วงหน้า!
หลังจากไปตี้ ฉูฉือก็ใช้เพลงตามสั่งคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตประจำฤดูกาลได้เช่นกัน!
เส้นทางการผงาดของฉูฉือ คล้ายกับไปตี้ในตอนนั้นถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์!
ฉูฉือถูกตั้งฉายาเป็นมือหนึ่งเพลงโบราณแห่งฉินโจว!
สามเพลงโบราณ สามแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล!
‘มือหนึ่งเพลงโบราณแห่งฉินโจว? ฉูฉือคู่ควรอย่างยิ่ง!’ คำชม “มือหนึ่งเพลงโบราณ” ที่วงการเพลงโบราณมอบให้ฉูฉือ ได้รับการยอมรับจากสื่อและถูกใช้อ้างอิงในข่าว แม้แต่วงการเพลงเองก็ยังหาข้อโต้แย้งไม่ได้ เพราะในฉินโจวยังไม่มีใครที่สามารถทำผลงานด้านเพลงโบราณได้สูงไปกว่าฉูฉือเลย!
ตกเย็น แม้แต่พี่สาวก็ยังบ่นกับหลินจือไปว่า:
“ฉูฉือนี่มันเลียนแบบนายชัดๆ ทุกอย่างเหมือนกันเป๊ะ ถึงขนาดแต่งเพลงประกอบหนังแล้วคว้าแชมป์ชาร์ตฤดูกาลได้เหมือนกันอีก”
หลินจือไปหัวเราะ วันนี้คือวันที่แปดเดือนกรกฎาคม หลินจือไปย้ายกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่แล้ว อย่างไรก็เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ถ้าเอาแต่พักที่บ้านเมฆวารีของตัวเอง พ่อกับแม่คงไม่ปลื้มแน่
“นายหัวเราะอะไร?” หลินซีเตือนว่า “อย่าได้ประมาทฉูฉือเชียวนะ นักร้องนักแต่งเพลงคนนี้่นะฝีมือโหดมาก ต่อไปสื่อพวกนั้นต้องเอาเขามาเทียบกับนายบ่อยขึ้นแน่ๆ พวกนักข่าวในวงการบันเทิงชอบปั่นกระแสที่สุดแล้ว ยอมจุดชนวนดราม่าทุกทางเพื่อเรียกยอดอ่าน อย่างกับกลัวว่าโลกจะสงบสุขเกินไปอย่างนั้นแหละ”
“ผมก็ไม่น้อยหน้าหรอกนะ” หลินจือไปยังคงยิ้ม
หลินซีถึงได้ยิ้มตามแล้วพูดว่า:
“นายก็ไม่น้อยหน้าจริงๆ แหละ เดบิวต์มาใกล้จะครบหนึ่งปี กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงในวงการเพลงฉินโจวของพวกเราไปแล้ว อีกสองสามวันเข้าไปบริษัทกับฉัน สัญญาเก่าของไปตี้ใกล้จะครบหนึ่งปีแล้ว ฉันจะได้เปลี่ยนสัญญาใหม่ที่ให้ส่วนแบ่งสูงกว่านี้ให้นาย”
เปลี่ยนสัญญาได้แล้ว? ดวงตาของหลินจือไปเป็นประกายแวววาว เหมือนตอนนั้นพี่สาวเคยบอกไว้จริงๆ ว่าสัญญาของนักแต่งเพลงในเสินฮวาจะเปลี่ยนทุกๆ หนึ่งปี
“แล้วหลังจากนี้ผมจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่?”
“ถ้ารวมทั้งเนื้อร้อง ทำนองและการเรียบเรียงก็จะได้สามสิบห้าเปอร์เซ็นต์”
“แค่สามสิบห้าเปอร์เซ็นต์? ผลงานของไปตี้ก็ถือว่าดีไม่ใช่เหรอ?”
หลินจือไปอดผิดหวังไม่ได้ ก่อนหน้านี้ไปตี้ก็ได้สิบห้าเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ดูเหมือนว่าส่วนแบ่งจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายอย่างที่คิด ดูท่าการพัฒนาตัวตนฉูฉือจะมีอนาคตที่ทำเงินได้มากกว่าซะแล้วสิ?
“ที่จริงอีกนิดเดียวนายก็จะได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว” หลินซีดูเหมือนจะจนปัญญากับเรื่องนี้เล็กน้อย
หลินจือไปอึ้งไปครู่หนึ่ง “อีกนิดเดียวจะได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ หมายความว่ายังไง?”
หลินซีอธิบาย:
“นายจำได้ไหมที่ฉันเคยบอกว่าการแบ่งระดับนักแต่งเพลงจะมีอยู่สามระดับ คือ นักแต่งเพลงทั่วไป นักแต่งเพลงมือทองของวงการ และเหนือกว่านั้นคือพ่อเพลง ตอนนี้นายยังอยู่ในกลุ่มนักแต่งเพลงทั่วไป เพราะงั้นต่อให้เป็นฉันก็ไม่สามารถให้สัญญานักแต่งเพลงมือทองให้นายได้โดยตรง แต่อาจริงๆ นายก็เหลืออีกแค่นิดเดียวจะก้าวขึ้นไปถึงนักแต่งเพลงมือทองแล้ว”
หลินจือไปถามว่า “ยังขาดอีกเท่าไหร่ละ?”
หลินซีกล่าวว่า:
“ตั้งแต่นายเดบิวต์ในนามไปตี้ก็ปล่อยเพลงไปทั้งหมดแปดเพลง ซึ่งเพลงที่ทำอันดับแย่ที่สุดก็ยังติดสิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล มาตรฐานของนักแต่งเพลงมือทองคือต้องมีอย่างน้อยสิบเพลงที่เคยติดสิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลฉินโจว เพราะงั้นที่ฉันบอกว่าขาดอีกนิดเดียว ก็คือนายขาดอีกสองเพลงที่ต้องติดสิบอันดับแรก!”
หลินจือไปหลุดขำ
“ก็แปลว่าถ้าผมแต่งเพลงที่ติดสิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้อีกสองเพลง ก็จะกลายเป็นนักแต่งเพลงมือทองทันที และถ้านักแต่งเพลงมือทองของเสินฮวากรุ๊ปเป็นผู้แต่งเนื้อร้อง ทำนอง และเรียบเรียงทั้งหมด ก็จะได้ส่วนแบ่งห้าสิบเปอร์เซ็นต์จากยอดดาวน์โหลดใช่ไหม?”
หลินซีพยักหน้า “แต่ว่าไม่ทันแล้ว เพราะสัญญาของบริษัทเราจะทำการอัปเดตพร้อมกันสิ้นเดือนนี้”
“แบบนั้นสินะ” หลินจือไปกล่าว “เดือนนี้ยังมีเวลาอยู่ ถ้าผมปล่อยอีกสองเพลงให้ติดสิบอันดับแรกในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลได้ ก็จะกลายเป็นนักแต่งเพลงมือทอง แล้วก็สามารถเซ็นสัญญาแบ่งรายได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยใช่ไหม?”
หลินซี: “ตามทฤษฎีแล้วก็ใช่”
หลินจือไปยักไหล่ “งั้นก็สบาย ยังทันอยู่แน่นอน เพื่อสัญญาแบ่งห้าสิบเปอร์เซ็นต์ พรุ่งนี้ผมจะหาคนมาอัดเพลงใหม่!”
หลินซีเงียบไป
หลินจือไปสงสัย “มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?”
หลินซีกล่าวพลางมองเขาด้วยแววตาหนักลึก “ไม่มีอะไรผิดหรอก ฉันก็ไม่ได้สงสัยในความสามารถของนาย แต่ก่อนหน้านี้นายไม่ได้บอกฉันเหรอว่าตัวเองไม่เหลือแม้แต่หยดสุดท้ายแล้วนะ?”
หลินจือไป: “…”
เพราะหลินซีชอบถามอยู่เรื่อยว่า หลินจือไปมีเพลงใหม่หรือยัง บางครั้งหลินจือไปอยากให้ฝั่งไปตี้ทิ้งช่วงไปก่อน เลยผัดผ่อนพี่สาวไปว่าตนเองไม่เหลือแล้วสักหยดเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะซ่อนของดีอีกแล้ว สัญญานักแต่งเพลงมือทองที่ให้ส่วนแบ่งห้าสิบเปอร์เซ็นต์มันเย้ายวนเกินไป ถ้าหลินจือไปไม่รีบคว้าไว้ ไม่ใช่ต้องรอถึงปีหน้าถึงจะได้อัปเกรดสัญญาหรอกเหรอ?
แค่กๆ… หลินจือไปไม่ทันได้สนใจว่าตัวเองเผลอหลุดปากไปแล้ว ตอบอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อยว่า
“ช่วงนี้ปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้นะ เพิ่งเขียนเสร็จเลย…”