ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 133 ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม
ตอนที่ 133 ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม
วันที่ยี่สิบเดือนกรกฎาคม บริษัทช็อกโกแลตหลานฝู ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกำลังประชุมกัน เนื้อหาสุดท้ายของการประชุมวันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่สุด นั่นคือการเป็นผู้สนับสนุนหลักแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ ‘If You Are The One’ เพราะอย่างไรค่าสนับสนุนก็สูงถึงสี่สิบล้าน
“จี๋เฟิงยังไม่ตกลงอีกเหรอ?”
“ก็แค่จะใส่ดาราคนหนึ่งลงไปในรายการ ยากขนาดนั้นเชียว?”
“พรีเซนเตอร์ของเราต้องได้ร่วมรายการนี้ ต่อให้พวกเขาไม่ยอมก็ต้องยอม!”
“ถ้าไม่ได้ เราก็เปลี่ยนไปเป็นรายการอื่น เดิมทีฉันก็คิดว่า ‘If You Are The One’ ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ ผู้ชมจะชอบดูรายการนัดเดทแบบนี้จริงๆ นะเหรอ?”
“แต่รายการวาไรตี้นี้มาจากคุนเผิงอินเวสต์เมนต์เลยนะ”
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ออกแบบรายการวาไรตี้สำเร็จมาแล้วถึงสองรายการ โดยเฉพาะ ‘I Am a Singer’ ที่บริษัทสปอนเซอร์หลักได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ”
“แต่รายการนี้ไม่เหมือนกัน ฉันไม่ค่อยมั่นใจนักหรอก”
“สองรายการก่อนหน้านี้ของคุนเผิงประสบความสำเร็จมาก แต่พวกเขาไม่ใช่ดาราเลยสักคนเดียวจะไหวเหรอ? อย่าง ‘I Love Lyrics’ ยังต้องเชิญดารามาเป็นนักร้องนำเลย หันมาดูรายการใหม่ของพวกเขาคราวนี้ นอกจากไม่มีดาราสักคนแล้ว คนที่มีชื่อเสียงที่สุดในรายการกลับเป็นพิธีกร?”
“เปลี่ยนไปร่วมงานกับรายการอื่นเถอะ!”
บรรดาผู้บริหารระดับสูงในห้องประชุมเริ่มโต้เถียงกัน เนื่องจากยังไม่มีฉันทามติในหมู่ผู้บริหารว่าบริษัทช็อกโกแลตหลานฝู่ควรเป็นผู้สนับสนุนหลักให้ ‘If You Are The One’ หรือไม่ บรรดาผู้บริหารเกือบครึ่งหนึ่งไม่ค่อยมั่นใจในรายการนี้ แต่เพราะหัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องโดยตรงหลายคนยังยืนยันหนักแน่น อีกทั้งวาไรตี้สองรายการก่อนหน้านี้ของคุนเผิงก็ประสบความสำเร็จอย่างมากจริงๆ เรื่องนี้ถึงได้ค่อยๆ เดินหน้าไปอย่างติดๆ ขัดๆ แต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้กลับมาติดขัดอีกครั้ง เพราะพวกเขาอยากยัดพรีเซนเตอร์เข้ามาในรายการ
ดังนั้นบรรดาผู้บริหารระดับสูงที่แต่เดิมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับรายการนี้ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะออกมาคัดค้านอีกครั้ง สำหรับฝั่งผู้สนับสนุน เงื่อนไขพื้นฐานในการเป็นสปอนเซอร์หลักของรายการหนึ่งก็คือ ต้องมั่นใจว่ารายการจะดัง จากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องภาพลักษณ์ของรายการเป็นลำดับถัดไป
“ทุกท่าน!” หัวหน้าแผนกผลิตเคาะโต๊ะเพื่อดึงความสนใจ
“ทำไมผมถึงยืนกรานจะลงทุนในรายการ ‘If You Are The One’ ก็เพราะช็อกโกแลตแบรนด์ของเรา เน้นขายธีมความรักเป็นหลัก หลานฝูเป็นความหมายของความรัก รายการหาคู่นี้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์เราสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอ ส่วนจะประสบความสำเร็จไหม ตัวผมเองก็ไม่กล้ารับประกันอะไรหรอก แต่ก็ต้องยอมรับว่ารูปแบบของรายการนี้มันสดใหม่จริงๆ ไม่ใช่เหรอ?”
“ทุกคนใจเย็นกันก่อน” หัวหน้าแผนกผลิตกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ตัวแทนจากคุนเผิงติดต่อผมมาตั้งแต่เช้า ว่าอยากจะเข้ามาพบพวกเรา มีความคิดยังไงเราคุยกันต่อหน้าไม่ดีกว่าเหรอ เขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่ามาถึงหน้าประตูแล้ว ผมให้คนพาเขาเข้ามาเลยนะ ทุกคนไม่ขัดข้องใช่ไหม?”
“เชิญตัวแทนเจียงเข้ามาเลย” ผู้จัดการบริษัทกล่าวขึ้น
หลังจากนั้นไม่นาน เจียงเฉิงก็เดินเข้ามาในห้องประชุม ผู้จัดการทั่วไปพร้อมด้วยผู้บริหารอีกสิบกว่าคนปรบมือต้อนรับการมาของเจียงเฉิง หลังจากทักทายกันตามมารยาทสักพักจึงเข้าประเด็นหลัก
“ตัวแทนเจียงช่วยอธิบายได้ไหมครับว่าทำไมเราถึงให้พรีเซนเตอร์ของแบรนด์ไปร่วมรายการไม่ได้?”
“ไม่สอดคล้องกับคอนเซปต์ของรายการครับ” เจียงเฉิงนั่งลงตรงข้ามกับผู้จัดการบริษัทช็อกโกแลตหลานฝู พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“รายการของเราชูจุดขายที่ความเข้าถึงง่าย ถ้ามีดาราเข้ามาก็จะทำให้ผู้ชมรู้สึกมีระยะห่าง แต่วันนี้ที่ผมมา ไม่ได้จะมาอธิบายว่ารายการเราจะประสบความสำเร็จไหม รายการหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ จะรู้ได้หลังจากออกอากาศไปแล้วเท่านั้น…”
“แล้วคุณมาวันนี้ด้วยเรื่องอะไรครับ?”
“พวกเราสามารถถอยกันคนละครึ่งทางได้ครับ” เจียงเฉิงกล่าวอย่างใจเย็น
“ช็อกโกแลตหลานฝูจะออกสินค้าใหม่ไม่ใช่เหรอครับ แผนโฆษณายังไม่ได้ข้อสรุปสินะครับ คุนเผิงออกแบบโฆษณาให้พวกคุณฟรีได้นะ”
สิ้นเสียงประโยคนั้น ทุกคนต่างก็หัวเราะ ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
“เท่าที่ผมรู้ คุนเผิงไม่ได้ทำธุรกิจด้านโฆษณาสินะครับ หรือตัวแทนเจียงคิดว่าแม้แต่โฆษณาตัวเดียว ช็อกโกแลตหลานฝูของเราก็ไม่สามารถทำได้?”
“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” เจียงเฉิงหยิบแลปท็อปออกมา
“รบกวนเปิดเครื่องฉายหน่อยครับ ไม่ว่าทุกท่านจะมีคำถามมากน้อยแค่ไหน หลังดูแผนโฆษณาที่คุนเผิงออกแบบจบแล้วค่อยมาคุยกันดีกว่าครับ”
อะไรกันเนี่ย? เหล่าผู้บริหารต่างมีสีหน้าสงสัย แต่ก็ยังคงเปิดเครื่องฉายภาพ
เจียงเฉิงกดเปิดไฟล์แผนโฆษณา ‘ช็อกโกแลตหลานฝู’ ที่เจ้านายส่งมาให้เมื่อคืน เขาจัดทำเป็นพาวเวอร์พอยต์เรียบร้อยแล้ว
ภาพแรก… ภาพที่สอง… ภาพที่สาม… ภาพที่สี่…
ในภาพที่สี่นี้ เห็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่งถูกห่อหุ้มด้วยผ้าแพรสีเทาเข้มที่รังสรรค์ขึ้นจากช็อกโกแลต ดูราวกับพลิ้วไหวตามสายลม ภาพนั้นงดงามมาก…
บรรดาผู้บริหารบริษัทหลานฝู่ที่กำลังดูการนำเสนอของเจียงเฉิง จากตอนแรกที่ดูไม่ได้ใส่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นประหลาดใจปนสงสัย แล้วก็เริ่มจริงจังขึ้น จนสุดท้ายบางคนถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อย ดูเหมือน… ท่าทางไม่เลวเลย?
และเมื่อแผนโฆษณานี้ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบภาพ เจียงเฉิงก็เปิดไปถึงหน้าสุดท้าย ในหน้านั้นมีคำโฆษณาเพียงประโยคเดียวว่า:
‘หลานฝู ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’
คำโฆษณานี้ถูกเน้นตัวหนาและทำขนาดใหญ่มาก ประโยคโฆษณานี้เองที่ทำให้ทุกคนในห้องประชุมสะดุ้งเล็กน้อย ผู้บริหารฝ่ายโฆษณาที่เดิมทีเริ่มจริงจังแล้วถึงกับลุกพรวดขึ้นมา เธอเป็นผู้บริหารหญิงคนหนึ่งของหลานฝู่ ดูราวกับถ้อยคำนี้กระแทกใจเธออย่างจัง จึงตบโต๊ะพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่อาจปฏิเสธว่า
“ตกลง!”
‘ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’ เยี่ยมจริงๆ! เมื่อห้าคำนี้จับคู่กับผลิตภัณฑ์ ‘ช็อกโกแลต’ ก็ทำให้ผู้รู้สึกถึงความเข้ากันอย่างลงตัวในทันที หลานฝูช็อกโกแลตเองก็มุ่งเน้นรสสัมผัสที่เนียนนุ่มอยู่แล้ว แต่ทำไมโฆษณาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยคิดถึงคำว่า ‘ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’ เลยนะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง… โฆษณาชิ้นนี้เน้นย้ำถึง ‘ความเนียนนุ่ม’ ตลอดทั้งเรื่อง!
แม้แต่โครงเรื่องที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ก็ยังสอดคล้องกับธีมอย่างแนบแน่น! ไอเดียสร้างสรรค์มันก็เป็นแบบนี้แหละ บางครั้งแค่การออกแบบที่เรียบง่ายมากๆ แต่ก่อนที่จะมีคนคิดออก ก็ไม่มีใครนึกถึงมันได้เลย!
แต่ทว่า… หลังจากที่พูดว่า ‘ตกลง’ ผู้บริหารฝ่ายโฆษณาก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเผลอตัวเกินไป จึงหันไปมองผู้จัดการด้วยความกระดากเล็กน้อย
“ผู้จัดการ…”
ผู้จัดการโบกมือเล็กน้อย สายตาจับจ้องอยู่ที่คำว่า ‘ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างในสมองสว่างวาบขึ้นมาในทันใด!
“ตัวแทนเจียง…” ผู้จัดการมองเจียงเฉิง “ขออนุญาตถามนะครับ นี่เป็นผลงานของอาจารย์ท่านใดจากคุนเผิงเหรอครับ พวกเราอยากเชิญอาจารย์ท่านนี้มาร่วมงานกันในระยะยาว!”
“บังเอิญนะครับ” เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นักออกแบบโฆษณาคนนี้ของเรา ก็คือผู้วางแผนรายการ ‘If You Are The One’ เอง ส่วนเรื่องความร่วมมือ เดี๋ยวค่อยคุยรายละเอียดกันอีกทีครับ”
“เข้าใจแล้วครับ” ผู้จัดการตัดสินใจ
“โฆษณาชิ้นนี้เราจะนำมาใช้ ส่วนการจัดให้พรีเซนเตอร์ไปรายการนั้นก็ยกเลิกไปเลย ผมเชื่อว่าอาจารย์ที่ออกแบบโฆษณาชิ้นนี้ได้ รายการวาไรตี้ที่เขาทําก็ต้องไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะงั้นจะทำรายการแบบไหนก็แล้วแต่ เอาตามที่คุนเผิงต้องการเลยครับ”
โฆษณาชิ้นนี้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! แถมยังได้ฟรีจากคุนเผิงอีก! บนพื้นฐานนี้ ช็อกโกแลตหลานฝู่ไม่จำเป็นต้องยืนยันให้พรีเซนเตอร์ไปออกรายการอีกต่อไปแล้ว แค่โฆษณานี้ก็เพียงพอ!
สำเร็จ! เจียงเฉิงเผยรอยยิ้ม ดูท่าว่าในอนาคตคุนเผิงจะขยายธุรกิจโฆษณาได้แล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าสมองของเจ้านายสร้างมายังไงกันแน่!
หลังออกจากบริษัทช็อกโกแลตหลานฝู่ เจียงเฉิงก็โทรหาหลินจือไปทันที
“สปอนเซอร์หลักตกลงเรียบร้อยแล้วครับ ดูออกเลยว่าพวกเขาชอบโฆษณาชิ้นนี้มาก แต่ผมว่าที่ทำให้พวกเขาประทับใจที่สุดคือประโยคโฆษณาตอนสุดท้ายครับ”
“ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม” หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เขารู้ดีถึงพลังของประโยคนี้ เว้นแต่ผู้บริหารของหลานฝูช็อกโกแลตจะไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง ไม่อย่างนั้นพวกเขาต้องตระหนักถึงเสน่ห์ของคำนี้อย่างแน่นอน!
ประโยคนี้มาจากโฆษณาของ ‘ช็อกโกแลตโดฟ’ ในชาติก่อน! ก็เพราะว่าประโยคโฆษณานี้ฟังดูเรียบง่าย เหมือนกับว่าใครๆ ก็สามารถคิดออกได้ ช็อกโกแลตโดฟจึงได้นำโฆษณาที่เกี่ยวข้องนั้นมาสร้างเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของวงการ ทำให้นักโฆษณานับไม่ถ้วนแย่งกันศึกษาและเรียนรู้!
ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม! ประโยคนี้มีอิทธิพลมากเพียงใด? มากถึงขั้นกลายเป็นมุกฮิตบนโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตแย่งกันไปพูดเล่น!
ในโลกก่อน มุกฮิตบนโลกออนไลน์มีหลายประเภท ประเภทหนึ่งที่โดดเด่นก็คือแบบที่ว่า ‘อย่าหลงใหลพี่เลย พี่เป็นแค่ตำนาน’ เป็นตัวอย่าง ตอนที่ประโยคนี้เพิ่งออกมาใหม่ๆ โด่งดังไปทั่วอินเตอร์เน็ต ผู้คนนับไม่ถ้วนแย่งกันเลียนแบบ แต่ผ่านไปสักพัก ถ้าใครเอามาเล่นอีกก็จะดูเชย ดูบ้านๆ กระทั่งดูตกยุคไปเลยด้วยซ้ำ เพราะประโยคนี้หมดความนิยมไปแล้ว
แต่คำว่า ‘ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’ ที่เป็นมุกฮิตบนโลกออนไลน์เหมือนกัน กลับแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตมายาวนานโดยไม่ล้าสมัยแม้แต่นิดเดียว! แม้แต่พวกที่เล่น LOL หรือเล่น ROV เวลาที่โชว์ฝีมือก็ชอบพูดว่า “ฉันเทพไหม? ลื่นไหลเหมือนดื่มด่ำความเนียนนุ่ม!” หรือไม่ก็ใช้คำว่า ‘ดื่มด่ำความเนียนนุ่ม’ มายกยอตัวเองโดยตรง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของโฆษณา
เพราะประโยคนี้เช่นกัน ช็อกโกแลตโดฟจึงเป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงที่สุด
ส่วนสาเหตุที่โฆษณานี้ให้ไปฟรีๆ นั้น… หนึ่งก็คือสปอนเซอร์รายการวาไรตี้นี้จ่ายเงินให้มากพอจริงๆ สองคือหลานฝู่เป็นแบรนด์ใหญ่ หลินจือไปอยากใช้โฆษณาของแบรนด์ดังนี้มาเปิดตัวให้ธุรกิจโฆษณาของคุนเผิงเป็นที่รู้จัก
อีกอย่างหนึ่ง สโลแกนโฆษณาสามารถใช้ไปได้เรื่อยๆ แต่เนื้อหาโฆษณาต้องมีการปรับปรุงใหม่ ในอนาคต เวลาที่ช็อกโกแลตหลานฝู่ต้องการเปลี่ยนโฆษณา ก็ต้องมาหาตนอีกไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นขอโทษด้วยนะ หลังจากนี้เป็นเนื้อหา VIP ที่ต้องจ่ายเงินแล้ว
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อีกไม่นานพวกเขาจะเริ่มถ่ายทำโฆษณา น่าจะทันออกอากาศก่อน ‘If You Are The One’ ครับ ถึงตอนนั้นก็น่าจะช่วยเพิ่มกระแสให้รายการวาไรตี้นี้ของคุนเผิงได้ ถ้าโฆษณาประสบความสำเร็จมาก”
“อืม” หลินจือไปกล่าวว่า
“หลังโฆษณานี้ออกอากาศแล้ว พวกเราคุนเผิงก็จะเข้าสู่วงการโฆษณาอย่างเต็มตัว แต่การรับงานโฆษณาหลังจากนี้มีข้อแม้อย่างหนึ่งคือสินค้าตัวนั้นต้องไม่มีปัญหาจริงๆ เรื่องนี้พี่ต้องตรวจสอบล่วงหน้าให้ดี เราจะหลอกลวงผู้บริโภคไม่ได้ ไม่งั้นชื่อเสียงของคุนเผิงก็จะพังหมด”
ช็อกโกแลตหลานฝู่ไม่ต้องกังวลในจุดนี้ นี่เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากทั่วบลูสตาร์ ซึ่งไม่เคยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของอาหารเลย
“ถึงตอนนั้นพวกเราคนไม่พอแล้วละครับ”
“งั้นก็จ้างคนเพิ่ม”
“ได้ครับ”
เมื่อธุรกิจของคุนเผิงขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พึ่งพาคนไม่กี่คนก็คงไม่ไหว ถึงเวลาต้องรับคนเพิ่มแล้วจริงๆ ขยายให้ใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น! สร้างความรุ่งโรจน์อีกครั้ง!