ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 136 การผงาดของหลินหลิว
ตอนที่ 136 การผงาดของหลินหลิว
หลินเซิ่งเทียนเป็นพี่ชายของหลินจือไป เจียงเฉิงย่อมไม่ปฏิเสธคำเชิญอยู่แล้ว แต่ถึงจะไม่มีความสัมพันธ์นี้ เขาก็จะตอบรับเช่นกัน เพราะหลินจือไปได้สั่งไว้ว่าเจียงเฉิงต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินเซิ่งเทียน หยิ่นตงหน่วน และซูฉาน ซึ่งเป็นทายาทรุ่นสามในแต่ละตระกูลที่มีสถานะยากลำบากในครอบครัวจนกระทั่งมีความคิดที่จะ ‘ชิงอำนาจ’ อนาคตคุนเผิงจะได้ใช้คนเหล่านี้เพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง ส่วนเจียงเฉิงจะใช้วิธีใดคบหากับทายาทรุ่นสามเหล่านี้ หลินจือไปไม่ต้องกังวล เพราะตัวแทนที่เขาเลือกมา คนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการเข้าสังคมอยู่แล้ว
“ตกลงแล้ว?”
เห็นเจียงเฉิงไม่ถือตัวใดๆ และรับคำเชิญร่วมทานอาหารของหลินเซิ่งเทียนทันที หลินซีรู้สึกประหลาดใจในตอนแรก แต่ไม่นานก็ฉุกคิดบางอย่างได้ พลันกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า
“ดูเหมือนคุนเผิงจะอยากใช้พวกเราทายาทรุ่นสามที่ไม่รุ่งในตระกูลแผ่อิทธิพลต่อสามตระกูลใหญ่…”
“ไม่ได้เสียหายกับพวกเรา”
หลินจือไปที่นั่งข้างๆ พูดแทรกขึ้น
หลินเซิ่งเทียนชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ได้สติอย่างรวดเร็ว
“ถ้าสิ่งที่คุนเผิงจะทำสอดคล้องกับผลประโยชน์ของพวกเราก็สานต่อความร่วมมือกัน”
หลินจือไปยิ้ม เข้าใจแบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว
คืนนั้น
เจียงเฉิงได้พบกับหลินเซิ่งเทียน
หลังรับประทานอาหารเรียบร้อย เจียงเฉิงก็โทรศัพท์หาหลินจือไปเพื่อรายงานสถานการณ์
“พี่ชายนายถามว่าผมมีวาไรตี้โชว์ใหม่ในมือบ้างไหม ผมก็บอกไปว่าขอพิจารณาดูก่อน”
“อืม”
หลินจือไปครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า
“ก่อนอื่นให้เขาทุ่มเททำ I Am a Singer ซีซันสองให้สำเร็จ แล้วหลังจากนั้นผมค่อยให้วาไรตี้ใหม่กับเขาครับ”
เจียงเฉิงกล่าว “ผมก็คิดแบบนั้นครับ”
หลินจือไปยิ้ม “หลินกงติดต่อมาขอร่วมงานกับพี่ใช่ไหม?”
ได้ยินดังนั้น เจียงเฉิงก็ยิ้มตาม
“ผมกำลังจะบอกเรื่องนี้กับเจ้านายเลยครับ หลินกงอยากให้คุนเผิงของพวกเราทำแผนโฆษณาให้ ในมือเขามีอยู่สามแบรนด์ แบรนด์น้ำผลไม้ แบรนด์ชานม และแบรนด์หมากฝรั่งครับ”
อาณาจักรธุรกิจของเสินฮว่ากรุ๊ปนั้นกว้างขวางอย่างยิ่ง นอกจากธุรกิจบันเทิงแล้ว บริษัทยังมีการลงทุนในด้านของเล่นและอาหารอีกไม่น้อย แบรนด์หลายแห่งที่หลินกงดูแล คือธุรกิจที่ปู่ซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อน และสังกัดอยู่ในเครือเสินฮว่ากรุ๊ป
“หยอกเขาหน่อยดีไหมครับ?”
เจียงเฉิงรู้อยู่แล้วว่าหลินจือไปไม่ลงรอยกับพวกลูกพี่ลูกน้องตระกูลฝ่ายลุง
“ไม่จำเป็นครับ”
หลินจือไปกล่าวว่า
“หาทางเชื่อมสัมพันธ์กับคู่แข่งแบรนด์เหล่านั้นที่อยู่ในมือหลินกงแล้วกันครับ”
เจียงเฉิงผงะ “เจ้านายหมายความว่า…”
หลินจือไปกล่าวเสียงเรียบ
“ทำให้หลินกงปวดหัวสักหน่อย ถือเป็นการเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้าก็แล้วกัน”
คุนเผิงค่อยๆ แผสยายปีก
หลินจือไปพร้อมเปิดฉากโจมตีแล้ว
ท่านปู่ชอบตัดสินคนที่ผลงานไม่ใช่เหรอ ถ้าโฆษณาของคู่แข่งโดดเด่นมากพอ ยอดขายของแบรนด์ที่อยู่ในมือหลินกงก็ย่อมได้รับผลกระทบใช่ไหมละ?
“เข้าใจแล้วครับ”
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โปรเจกต์ต่อไปที่หลินกงต้องทำคือโฆษณาน้ำผลไม้ครับ แบรนด์น้ำผลไม้นั้นชื่อว่าจี๋เล่อกั่วจือ ถือว่าเป็นแบรนด์น้ำผลไม้ชั้นนำของฉินโจวเหมือนกัน และคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของจี๋เล่อกั่วจือก็คือเซียนเวยกั่วหยวน เพราะผลิตภัณฑ์ของทั้งสองแบรนด์มีตำแหน่งทางการตลาดที่คล้ายกันมาก ถ้าเจ้านายอยากเล่นงานหลินกงแบบเฉพาะเจาะจงละก็ คงต้องวางแผนโฆษณาให้เซียนเวยกั่วหยวน…”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไปสามารถใช้ระบบสั่งทำแผนโฆษณาจากชาติก่อนได้ ในทุกวงการต่างก็มีโฆษณาระดับต้นแบบอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวเลย
หยุดไปครู่หนึ่ง
หลินจือไปก็พูดต่อว่า
“หลังจากนี้พี่ต้องคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของทายาทรุ่นสามแห่งเสินฮว่าทุกคนอย่างใกล้ชิดนะครับ ถ้าพวกเขาคิดจะขยับทำอะไรครั้งใหญ่ ให้รีบรายงานผมทันที”
“ไม่มีปัญหาครับ!”
ตอนนี้เจียงเฉิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เขาสัมผัสได้ว่าเจ้านายเริ่มเผยเขี้ยวเล็บออกมาแล้ว เกรงว่าต้องมีใครสักคนที่โชคร้ายแล้วละ!
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
เจียงเฉิงส่งข่าวบางอย่างมาให้หลินจือไปอย่างต่อเนื่อง เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเหล่าสมาชิกทายาทรุ่นสามของเสินฮว่า เขาไม่ได้เป็นผีเสื้อสังคมแห่งวงการบันเทิงอย่างเสียแรงเปล่า ข้อมูลเกี่ยวกับทายาทรุ่นสามของเสินฮว่าที่เขาหามาได้ถือว่าละเอียดและหลากหลายมากทีเดียว
หลินกงกำลังจะถ่ายโฆษณาใหม่ของจี๋เล่อกั่วจือ?
เรื่องนี้หลินจือไปรู้แล้ว และได้เตรียมการซุ่มโจมตีไว้เรียบร้อย
หลินเป้ากำลังเตรียมรายการวาไรตี้ใหม่?
เจ้านี่ไร้ประโยชน์ไม่ต้องใส่ใจตอนนี้ก็ได้
หืม? เรื่องต่อไปดูเหมือนจะคุ้มค่าที่จะลงมือ
นักร้องแถวหน้าคนหนึ่งใต้สังกัดหลินหลิว หัวหน้าทีมสามของแผนกเพลงเสินฮว่า กำลังจะพุ่งเป้าไปที่อันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในเดือนหน้า?
“เอาเธอนี่แหละ”
หลินจือไปเผยรอยยิ้ม
หลินหลิว หัวหน้าทีมเพลงที่สามของเสินฮว่า เป็นลูกสาวของลุงสาม และยังเป็นคู่แข่งโดยตรงของหลินซีพี่สาวเขาในแผนกเพลงของเสินฮว่าอีกด้วย
เมื่อมีหลินจือไปอยู่ ทีมที่หลินหลิวดูแล ต่อไปก็อย่าหวังจะได้อันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอีกเลย
พอคิดถึงตรงนี้
หลินจือไปติดต่อเจียงเฉิงทันที
“ก่อนหน้านี้พี่บอกว่าจี๋เฟิงอยากให้ฉูฉือแต่งเพลงใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ มีเรื่องนั้นอยู่”
“เป็นนักร้องหญิงคนไหน? ดาราแถวที่เท่าไรครับ?”
“เป็นดาราแถวหนึ่งของจี๋เฟิง ชื่อจี่อิ่งอิงครับ”
“เข้าใจแล้ว บอกให้เธอเตรียมตัวลุยชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนหน้าเลยครับ”
“เจ้านายจะแต่งเพลงให้เธอเหรอครับ?”
“อืม ‘If You Are the One’ มีเพลงประกอบเพลงหนึ่ง ต้องการนักร้องหญิงมาร้องครับ”
“ได้เลยครับ”
หลังจากวางสาย หลินจือไปก็หยิบปากกากับกระดาษขึ้นมา แล้วเขียนตัวอักษรห้าตัวลงในสมุดว่า
“เสียดายไม่ใช่เธอ”
ในรายการ ‘If You Are the One’ หากแขกรับเชิญจับคู่ไม่สำเร็จ ท่อนฮุคของเพลง ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ก็จะดังขึ้น
“น่าเสียดายที่ไม่ใช่เธอ ที่อยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุด…”
หลินจือไปสั่งทำเพลงสองเพลงเป็นพิเศษสำหรับวาไรตี้ ‘If You Are the One’ เพลง “เสียดายไม่ใช่เธอ’ ก็คือหนึ่งในนั้น สามารถใช้เล่นงานนักร้องแถวหนึ่งใต้สังกัดหลินหลิวได้
แต่ก็ยังไม่ใช่แผนที่รับประกันผลได้เต็มร้อย เพราะเพลงสไตล์ ‘เสียดายไม่ใช่เธอ’ ไม่ใช่เพลงที่เหมาะกับการแข่งอันดับเท่าไร แม้ว่าจะมีแรงสนับสนุนจากกระแสของวาไรตี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าอันดับหนึ่ง แต่หลินจือไปก็ต้องหาวิธีให้มั่นใจยิ่งกว่านี้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ผิดพลาด!
โชคยังดีที่หลินจือไปยังมีอีกหนึ่งเพลง
พอคิดดังนั้น หลินจือไปก็หยิบปากกาแล้วเขียนตัวอักษรอีกครั้งว่า
‘เพลงรักเล็กๆ’
ตอนจับคู่ไม่สำเร็จในรายการจะมีเพลงประกอบ แน่นอนว่าตอนจับคู่สำเร็จก็ต้องมีเพลงประกอบเช่นกัน
เพลงที่หลินจือไปเตรียมไว้ตอนจับคู่สำเร็จก็คือ ‘เพลงรักเล็กๆ’
ในหัวของเขาดังขึ้นด้วยทำนองเพลงว่า
“นี่คือเพลงรักเล็กๆ ที่เรียบง่าย ขับขานถึงความซับซ้อนในใจผู้คน ฉันคิดว่าฉันมีความสุขมาก ยามรับความอบอุ่นจากเธอ อากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป…”
ลองจินตนาการถึงฉากตอนที่แขกรับเชิญจับคู่สำเร็จ พอใส่เพลงนี้เข้าไป บรรยากาศก็คงโรแมนติกไม่น้อย
ที่สำคัญที่สุดคือ เพลงนี้ในโลกก่อนเคยดังเป็นพลุแตก ซูต๋าลวี่ยังควารางวัลโกลเด้นเมโลดี้อวอร์ดสด้วยเพลงนี้มาแล้ว
มีเพลงนี้ค้ำประกัน อันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลก็คงไม่พลาดแน่นอน
แล้วให้ใครร้องดีละ?
เพลงนี้หลินจือไปคิดจะเก็บไว้ร้องเอง
อย่างไรเสียฉูฉือก็เขียนเพลงโบราณไปแล้วตั้งสามเพลง ได้เวลาปรับแนวสักที
หลินหลิวไม่มีทางนึกถึงแน่ๆ ว่าหลินจือไปจะปล่อยเพลงทีเดียวสองเพลง เพื่อจะเล่นงานนักร้องในทีมของเธอ กระทั่งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสองเพลงนี้มีอยู่เพื่อเล็งเป้ามาที่เธอโดยเฉพาะ!
เพราะ ‘If You Are the One’ กำลังจะออกอากาศพอดีไงละ
วาไรตี้เขาจะออกอากาศ จำเป็นต้องมีเพลงประกอบสองเพลงแบบนี้อยู่แล้วนี่นา ใครจะมาว่าได้ว่าพวกเราคุนเผิงจงใจ จริงไหม?
อย่าถามเลย ถามเมื่อไรก็บังเอิญทุกที!
ขณะนี้เอง
ทีมเพลงที่สามของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จู่ๆ หลินหลิวก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ คล้ายอยู่ดีๆ ใจก็สั่นโหวงๆ
“หัวหน้า เป็นอะไรไปคะ?” ผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ หันมามองด้วยความเป็นห่วงทันที
หลินหลิวเอ่ยถามขึ้นว่า “เพลงใหม่ของเฉินเซวียนอัดเสร็จแล้วใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ” ผู้ช่วยรีบพยักหน้า
“คุณภาพการอัดเสียงดีมากจริงๆ ค่ะ เพลงนี้จะต้องคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลของเดือนสิงหาคมนี้ได้แน่ เพื่อให้แน่ใจว่าเดือนหน้าจะไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเราได้แจ้งทางน่าเซินและเทียนกวงไปเรียบร้อยแล้วว่าให้ราชาและราชินีเพลงของทั้งสองค่ายไม่โผล่มาในเดือนหน้าค่ะ”
ไม่มีมิตรแท้ตลอดกาล และไม่มีศัตรูถาวร
สามบริษัทยักษ์ใหญ่แข่งขันกันดุเดือดจริง แต่บางครั้งก็มีความร่วมมือกันอยู่บ้าง
อย่างเช่นคราวนี้
หลินหลิวใช้บุญคุณส่วนตัวแลกกับคำรับประกันจากน่าเซินและเทียนกวงให้ราชาเพลงและราชินีเพลงของทั้งสองค่ายไม่ปล่อยเพลงใหม่ในเดือนสิงหาคม!
แน่นอนว่า นี่เป็นบุญคุณก้อนโต ซึ่งภายภาคหน้าจำเป็นต้องชดใช้คืน
ในอนาคต ถ้าทางน่าเซินหรือเทียนกวงจะชิงอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนใด ก็อาจแลกเปลี่ยนกับโอกาสที่ราชาเพลงหรือราชินีเพลงของเสินฮว่าจะไม่ออกโรงเล่นงาน!
ด้วยวิธีนี้
คู่แข่งของเฉินเซวียนในเดือนหน้าจะไม่แข็งแกร่งเกินไป อย่างมากก็เป็นนักร้องแถวหน้าระดับเดียวกัน
และด้วยความมั่นใจในเพลงใหม่ของเฉินเซวียน หลินหลิวจึงคิดว่าเขาน่าจะไม่มีปัญหากับการคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนสิงหาคมแล้ว
แต่ทำไมถึงยังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจอยู่นิดๆ นะ?
หลินหลิวหันไปมองผู้ช่วย
“ทีมสิบของหลินซีมีความเคลื่อนไหวอะไรไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
“จางซีหยางจะไม่ปล่อยเพลงเดือนหน้าใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วไป่ตี้ละ? หมอนั่นเป็นระเบิดเวลา ปุบปับก็โผล่มาเอาดื้อๆ”
“ไป่ตี้มีความไม่แน่นอนสูงมากจริงๆ ค่ะ แต่หัวหน้าใหญ่ของพวกเราไม่ได้บอกหรือคะว่าเดือนหน้าทุกทีมต้องเปิดทางให้เฉินเซวียน ถึงหลินซีอยากจะให้ไป่ตี้มาเล่นงานเราก็ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าใหญ่ก่อน เว้นเสียแต่ว่าเธอจะอยากขัดใจกับหัวหน้าใหญ่”
ใช่
เพื่อกันไม่ให้โดนคนในค่ายแทงข้างหลังตน หลินหลิวจึงต้องดึงหัวหน้าแผนกเพลงเข้ามาเอี่ยวด้วย
นี่ก็เป็นเรื่องบุญคุณเหมือนกัน
เพื่อให้มั่นใจว่าเฉินเซวียนจะคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลในเดือนหน้าได้อย่างราบรื่น หลินหลิวยอมแลกด้วยต้นทุนที่สูงมาก เธอจึงจริงจังกับเรื่องนี้นัก
แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
เพราะทีมของหลินซีเติบโตเร็วเกินไปด้วยความช่วยเหลือของไป่ตี้ จางซีหยางมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นราชาเพลง!
ทำให้หลินหลิวรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย
ดังนั้นหลินหลิวจึงต้องทำให้แน่ใจว่านักร้องแถวหน้าที่มีโอกาสชิงตำแหน่งราชาเพลงมากที่สุดในทีมอย่างเฉินเซวียน จะคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนสิงหาคมให้ได้!
กระทั่งไม่เพียงแค่เดือนสิงหาคม… หลินหลิวอยากจะดันเฉินเซวียนให้กลายเป็นราชาเพลง!
ในทีมของหลินหลิวมีราชาเพลงอยู่แล้วหนึ่งคน ถ้าเฉินเซวียนได้เป็นราชาเพลงอีกคน เท่ากับว่าภายใต้การดูแลของเธอจะมีราชาเพลงถึงสองคน
ถึงตอนนั้น ต่อให้จางซีหยางได้เป็นราชาเพลงจริงๆ หลินหลิวก็จะยังกดทีมของหลินซีได้อยู่ดี
“คุณนะ แค่ยิ่งห่วงก็ยิ่งคิดมากค่ะ”
ผู้ช่วยปลอบว่า
“น่าเซินกับเทียนกวงรับปากแล้วว่าจะไม่ให้ราชาเพลงกับราชินีเพลงของพวกเขาปรากฏตัวในเดือนสิงหาคม ยังจะมีใครหยุดเฉินเซวียนได้อีกคะ? นอกจากน่าเซินกับเทียนกวง คนจากบริษัทเล็กๆ พวกนั้นจะกล้ามาแข่งกับเสินฮว่าของเราได้ยังไง?”
ในสายตาของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ก็เห็นแค่สามบริษัทยักษ์ใหญ่ด้วยกัน
บริษัทอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือสามบริษัทยักษ์ใหญ่ล้วนเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ในสายตาพวกเขา!
หลินหลิวก็คิดว่าสิ่งที่ผู้ช่วยกล่าวมามีเหตุผล เสินฮว่า เทียนกวงและน่าเซินต่างยอมหลีกทางให้เฉินเซวียนกันหมดแล้ว อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลคราวนี้จะพลาดได้ยังไง?
มั่นคงสุดๆ!