ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 150 เขย่าก่อนดื่ม
ตามคำสั่งของหลินจือไป เจียงเฉิงคอยจับตาดูฝั่งหลินกงอยู่ตลอดเวลา
ขอเพียงหลินกงถ่ายโฆษณา หลินจือไปก็จะส่งของขวัญเล็กๆ ไปให้เขาทันที
“โฆษณาแบรนด์ไหนครับ?”
“ฉีเลอกั่วจือ ที่เคยบอกก่อนหน้านี้นะครับ เป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่เสินฮว่าถือหุ้นอยู่ครับ”
“งั้นคู่แข่งก็คือ เชียนเวยกั่วหยวน สินะ…”
หลินจือไปเคยฟังเจียงเฉิงเล่าเกี่ยวกับแบรนด์นี้มาก่อน
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของฉีเลอกั่วจือ คือ เซียนเวยกั่วหยวน จริงๆ ครับ”
“น่าสนใจตรงที่ พอรู้ว่าฉีเลอกั่วจืออยากให้คุนเผิงเราทำแผนโฆษณา เซียนเวยกั่วหยวนก็รีบติดต่อผมมาเลย บอกว่าอยากร่วมงานกับเราครับ”
“กระแสแบรนด์นี้เป็นยังไงครับ?”
“เชียนเวยกั่วหยวนทำเครื่องดื่มน้ำผลไม้เป็นหลัก ชื่อเสียงในตลาดไม่มีปัญหาเลยครับ”
“ปัจจุบันยังไม่เคยมีประเด็นเรื่องความปลอดภัย สามารถร่วมงานได้อย่างสบายใจครับ”
“โอเคครับ”
คืนนั้น หลินจือไปก็ส่ง ‘แผนโฆษณาเชียนเวยกั่วหยวน’ ให้เจียงเฉิง
เจียงเฉิงเปิดแผนขึ้นมาดูแล้วก็อดตะลึงไม่ได้ เพราะแผนนี้มีคำโฆษณาอยู่เพียงประโยคเดียวว่า:
“เขย่าก่อนดื่ม!”
แม้ว่าเขาจะเชื่อมั่นในความสามารถของเจ้านายมากแค่ไหน เขาก็ยังจำเป็นต้องโทรไปถามให้แน่ใจว่า
“โฆษณามีแค่ประโยคเดียวจริงๆ เหรอครับ?” แบบนี้จะได้ผลเหรอ?
แล้วผมควรจะอธิบายกับคนฝั่งเชียนเวยกั่วหยวนยังไง?
หลินจือไปยิ้มแล้วกล่าวว่า
“พี่ต้องเคยดื่มน้ำผลไม้มาบ้างแน่ๆ งั้นก็น่าจะรู้ว่าหลายแบรนด์มักจะเขียนข้อความแบบนี้ไว้บนขวดว่า”
‘หากมีตะกอน นั่นเป็นส่วนประกอบของเนื้อผลไม้ โปรดดื่มได้อย่างวางใจ’ “ประโยคโฆษณานี้ก็มาจากข้อความนั้นนั่นแหละครับ”
“คิดกลับด้านสินะ…” ดวงตาของเจียงเฉิงพลันสว่างวาบ
“เอาคำอธิบายที่แบรนด์เครื่องดื่มใช้เพื่อแก้ต่าง มาเปลี่ยนมุมพูดใหม่!”
“ไม่เพียงช่วยขจัดความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับตะกอนพวกนี้ได้ ยังพลิกให้กลายเป็นจุดขาย สร้างภาพจำให้ทุกคนว่าการเขย่าก่อนดื่มจะทำให้รสชาติดีขึ้น!”
ส่วนรสชาติจะดีขึ้นจริงไหม? ก็นี่แหละที่พูดยาก แต่ละคนรับรสไม่เหมือนกัน
แต่เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะหลังจากเขย่า เนื้อผลไม้ด้านในจะกระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่เป็นตะกอนอีก
“ถูกต้องครับ”
หลินจือไปยิ้มแล้วพูดว่า “แบรนด์น้ำผลไม้ส่วนใหญ่มักชอบเน้นว่าผลิตภัณฑ์ของตัวเองมีความเข้มข้นสูงใช่ไหมล่ะ โฆษณานี้ก็แค่ขยายประเด็นนั้นออกมา”
“ต้องเข้าใจว่า โฆษณาที่ดีจริงๆ ไม่ใช่การอวดอ้างสรรพคุณสินค้าของตัวเอง แต่คือการชี้ทางให้ผู้ซื้อเกิดจินตนาการขึ้นมาต่างหาก”
“อีกอย่าง พี่ไม่คิดเหรอว่าประโยคเขย่าก่อนดื่มนี้ฟังติดหูเอามากๆ”
“ก็จริงแฮะ” โฆษณาประโยคนี้ฟังแล้วติดหูจริงๆ แค่ได้ยินครั้งเดียวก็จำได้
“งั้นเราจะไม่จ้างดารามาเป็นพรีเซนเตอร์เหรอครับ ผมเห็นในแผนโฆษณาเขียนไว้ว่า หาแค่เด็กคนหนึ่งกับผู้ใหญ่คนหนึ่งมาถ่ายเป็นพ่อลูกก็พอ?”
“เด็กต้องน่ารัก ผู้ใหญ่ต้องดูซื่อๆ หน่อย” หลินจือไปเตือน
“นอกจากนี้ ต้องให้ตัวนักแสดงมีท่าทางขยับตัวเหมือนกำลังเขย่าด้วยนะครับ…”
เจียงเฉิงรีบกล่าว “เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจครับ แผนโฆษณาก็เขียนไว้อย่างชัดเจน ผมแค่สงสัยว่าถ้าให้ดารามาแสดง มันจะไม่ดีกว่าเหรอครับ?”
“นี่เป็นโฆษณาง่ายๆ ไม่ต้องทำให้ซับซ้อน” หลินจือไปเตือน “พี่ลืมแล้วเหรอว่า ‘I Love Lyrics’ ดังขึ้นมายังไง?”
“เพราะเข้าถึงคนดู!”
“นี่คือน้ำผลไม้ไม่ใช่เครื่องดื่มหรูหราอะไร มันคือเครื่องดื่มของคนทั่วไปที่ใครๆ ก็ซื้อได้”
เจียงเฉิงฉุกคิดขึ้นมาได้ ก็จริงอย่างที่ว่า เพราะโฆษณานี้เน้นความเรียบง่าย จุดจำอยู่ที่ประโยค ‘เขย่าก่อนดื่ม’
ดังนั้นแนวทางจึงเป็นแบบเข้าถึงง่าย
ณ กองถ่ายโฆษณาแห่งหนึ่ง หลินกงมองการถ่ายทำด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
โฆษณาชิ้นนี้ถ่ายทำโดยนักแสดงระดับแถวหน้าชายหญิงหนึ่งคู่
พระเอกเงยหน้าดื่มน้ำผลไม้ กล้ามเนื้อคอขยับตามการกลืน
นางเอกจ้องที่ลูกกระเดือกของพระเอกแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามใจไม่อยู่
เครื่องเป่าลมในระยะไกลเริ่มทำงาน ฟู่ๆๆ เส้นผมของพระเอกปลิวไสว
พระเอกดื่มเสร็จแล้วเห็นนางเอกจ้องมองตนอยู่ ก็หยิบขวดน้ำผลไม้อีกขวดออกจากกระเป๋าด้วยท่าทีเขินอายแล้วยื่นให้เธอ
นางเอกเปิดฝาแล้วดื่มทันที เครื่องเป่าลมถูกเปิดอีกครั้ง ผมเส้นยาวของนางเอกสะบัดพลิ้วไหว
สุดท้ายพระเอกกับนางเอกแนบชิดกัน ทั้งคู่ยกขวดน้ำผลไม้ขึ้นแล้วพูดพร้อมกันว่า:
“พบคนที่ใช่ เจอรสชาติที่อร่อย ฉีเลอกั่วจือ”
“คัต!” ผู้กำกับถ่ายเสร็จก็รีบวิ่งมาหาหลินกง กลาวด้วยสีหน้าประจบประแจงว่า
“ผู้จัดการหลิน คิดว่าแบบนี้ใช้ได้ไหมครับ?”
“ขอผมคิดดูก่อน” หลินกงขมวดคิ้วแน่นพลางจมอยู่กับความคิด
โฆษณานี้ดูเหมือนจะมีเค้าลางของการเลียนแบบโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู ใช้ความรักของพระนางเป็นธีมหลัก
ขั้นตอนหลังการถ่ายทำก็จะมีเอฟเฟกต์พิเศษเลียนแบบริ้วผ้าไหมสีเทาของช็อกโกแลต ให้ดูเหมือนน้ำผลไม้โอบล้อมพระนางอยู่
แต่ไม่รู้ทำไมหลินกงกลับรู้สึกว่ามันยังขาดจิตวิญญาณ ทันใดนั้นหลินกงนึกบางอย่างขึ้นมาได้
จึงหันไปพูดกับผู้กำกับโฆษณาว่า “ขอปรับตอนจบสักหน่อย ให้พระนางกอดกันเลย ยิ่งใกล้ชิดยิ่งดี!”
“รับทราบครับ” ผู้กำกับรีบวิ่งไปคุยกับนักแสดงทันที
หลินกงกระซิบกับเลขาส่วนตัวว่า:
“ก่อนโฆษณาจะออกอากาศ ไปหาสื่อข่าวบันเทิงบางเจ้ามาปั่นกระแสหน่อย”
“บอกว่าพระนางคู่นี้กุ๊กกิ๊กกันจากโฆษณานี้ แล้วก็แอบคบบอกกันแบบลับๆ… ทำให้เนียน อย่าให้ใครรู้ละ”
“ผู้จัดการหลินฉลาดจริงๆ ค่ะ!”
ดวงตาของเลขาส่องประกายขึ้นมาทันที คิดว่านี่เป็นแผนที่ใช้ได้เลย
ถึงจะเป็นวิธีปั่นกระแสที่เชยไปหน่อย แต่ก็ทำให้โฆษณานี้เป็นที่สนใจได้แน่นอน!
“น่าเสียดายที่คุนเผิงไม่ร่วมงานกับผม” หลินกงรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
เพราะคุนเผิงไม่ตอบรับคำเชิญของเขา เขาจึงหาแผนโฆษณาที่เหมาะสมไม่ได้ สุดท้ายก็จำต้องใช้วิธีเล่นนอกเกมอย่างการสร้างข่าวฉาวแทน
“ไม่เห็นต้องพึ่งคุนเผิงเลยค่ะ” เลขายิ้มพลางพูด
“ไหนๆ โฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูก็ประสบความสำเร็จถล่มทลาย งั้นเราก็แค่ลอกมาใช้ตรงๆ เลยสิคะ”
“พระเอกนางเอกต่างก็เป็นดาราแถวหน้าเหมือนกัน แล้วก็รักกันเพราะสินค้า”
“ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนหาว่าลอกเลียนแบบ เพราะเราแค่ยืมไอเดียคล้ายกันนิดๆ หน่อยๆ ก็ถือว่าไม่มีอะไร”
“แถมเรายังปั่นข่าวฉาวของพระนางเข้าไปอีก ประหยัดค่าสร้างสรรค์โฆษณาไปได้เยอะเลย ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของผู้จัดการหลินเลยนะคะ!”
“สุดท้ายก็สู้โฆษณาช็อกโกแลตนั่นไม่ได้อยู่ดี”
หลินกงยังถือว่ามีสติพอจะรู้ว่าโฆษณานี้เทียบกับของช็อกโกแลตหลานฝูไม่ได้เลย
เพราะเขาแค่เลียนแบบเปลือกนอก ไม่ได้จับจุดสำคัญของความเนียนนุ่มในโฆษณานั้น
แต่ช่องว่างก็คงไม่ได้ห่างกันมากนัก เพราะอย่างน้อยก็มีนักแสดงระดับแถวหน้า ผูกสินค้าเข้ากับความรัก
และยังมีธีมความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงครบถ้วนทุกองค์ประกอบ
โฆษณาน่ะ สุดท้ายก็แค่ใช้กระแสดาราในการโปรโมตสินค้าเท่านั้นเอง
เวลานี้เลขาได้รับสายโทรศัพท์สายหนึ่ง หลังจากวางสายก็รีบเตือนหลินกงว่า
“เพิ่งได้ข่าวมาค่ะ ทางเชียนเวยกั่วหยวนก็กำลังถ่ายโฆษณาชิ้นใหม่เหมือนกัน คาดว่าคงจะตั้งใจมาแข่งกับเรา”
“อืม” หลินกงไม่แปลกใจ เชียนเวยกั่วหยวนกับฉีเลอกั่วจือเป็นคู่แข่งกัน
“ฝั่งนั้นมีคนของเรา ฝั่งเราก็ต้องมีคนของเขาเหมือนกัน แล้วพวกเขาให้ใครมาเป็นพรีเซนเตอร์ล่ะ?”
“ยังไม่ทราบค่ะ” เลขาก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน
ตามปกติแล้วเรื่องที่เชียนเวยกั่วหยวนจะหาคนมาเป็นพรีเซนเตอร์ ไม่น่าจะปิดเงียบได้ขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีข่าวหลุดออกมาเลยนะ?
ทางฝั่งเซียนเวยกั่วหยวนขยับตัวรวดเร็วมาก เริ่มถ่ายทำโฆษณา ‘เขย่าก่อนดื่ม’ แล้ว
“สุดยอด!” เจียงเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“ตอนที่ทางเซียนเวยกั่วหยวนได้ยินผมพูดถึง [เขย่าก่อนดื่ม] ก็ซื้อแผนการตลาดนั้นทันทีเลยครับ”
“ดูเหมือนพวกเขาจะสายตาเฉียบคมจริงๆ ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะใช้เหตุผลแบบไหนไปโน้มน้าว สุดท้ายคำพูดที่เตรียมไว้เต็มหัวก็ไม่ได้ใช้เลยสักคำ”
“เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือคำว่า ‘เขย่า’ นั่นแหละครับ” หลินจือไปยิ้มบางๆ
ก็เหมือนโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู สิ่งล้ำค่าที่สุดไม่ใช่ความรักของพระนางที่ได้พบกัน แต่เป็น ‘สัมผัสความเนียนนุ่ม’ การปูทางทั้งหมดล้วนเพื่อคำไม่กี่คำนี้ ส่วนประโยคที่นางเอกพูดว่า “เนียนนุ่มขนาดนั้นเลยเหรอ” ก็แค่ใช้เพื่อขยายและเน้นจุดเด่นเรื่อง ‘เนียนนุ่ม’
สิ่งที่ทำให้หลินจือไปประหลาดใจก็คือ ระหว่างที่โฆษณาใหม่ของเซียนเวยกั่วหยวนกำลังถ่ายทำ
พวกเขาก็ปล่อยข่าวออกมาว่า โฆษณาน้ำผลไม้ตัวใหม่นี้เป็นผลงานจากนักวางแผนของคุนเผิง
พร้อมทั้งแนบผลงานความสำเร็จทั้งหมดของคุนเผิงไว้ประกอบด้วย:
I Am a Singer
I Love Lyrics
If You Are The One
โฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู
เรียกว่าต่างพากันยกย่องว่านักวางแผนคนนี้เก่งกาจขนาดไหน
พอหลินจือไปรู้เรื่องก็อดหัวเราะไม่ได้ นี่ตนโดนเกาะกระแสเสียแล้วสิ
เกรงว่าที่เซียนเวยกั่วหยวนร่วมงานกับคุนเผิง ก็คงหวังจะเกาะกระแส ‘นักวางแผนจากคุนเผิง’ ตั้งแต่แรกแล้วละ
เรื่องนี้ทั้งหลินจือไปกับเจียงเฉิงต่างก็ไม่ทันคิดมาก่อน
“ถือว่าอาศัยจังหวะได้เก่งจริงๆ” เจียงเฉิงก็ได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตา
“เจ้านายครับ ตอนนี้นักวางแผนคุนเผิงชื่อเสียงโด่งดังมากเลยนะครับ”
“เซียนเวยกั่วหยวนโปรโมตแบบนี้เรียกความสนใจผู้คนได้มหาศาล ในแง่หนึ่ง ชื่อนักวางแผนคุนเผิงได้กลายเป็นพรีเซนเตอร์ของโฆษณานี้ไปแล้วนะครับ”
ใช่แล้ว พอข่าวนี้ของเซียนเวยกั่วหยวนถูกปล่อยออกไป กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เพียงเพราะห้าคำว่า “นักวางแผนคุนเผิง”
บนโลกออนไลน์:
‘นักวางแผนคุนเผิง? คนคนนี้โคตรเก่ง รายการวาไรตี้ที่เขาวางแผนก็ดังทุกรายการ!’
‘ฉันรู้จักเขา โฆษณาช็อกโกแลตหลานฝู่ก็เป็นฝีมือของนักวางแผนคุนเผิงเหมือนกัน!’
‘แย่ละ พูดไปพวกนายอาจไม่เชื่อ แต่ฉันดันตั้งตารอโฆษณาตัวใหม่ของเซียนเวยกั่วหยวนซะงั้น ทั้งที่ปกติฉันเกลียดโฆษณาที่สุดเลย!’
‘ฮ่าๆๆๆ พี่ชาย นายไม่ได้เป็นคนเดียวหรอก’
‘แล้วใครเป็นพรีเซนเตอร์ล่ะ? เหมือนไม่ได้ประกาศพรีเซนเตอร์นะ’
‘ใครจะเป็นพรีเซนเตอร์ก็ช่าง ฉันแค่อยากรู้ว่านักวางแผนคุนเผิงจะเล่นอะไรใหม่ๆ อีก!’
วงการบันเทิง:
“คุนเผิงเริ่มทำธุรกิจโฆษณาอีกแล้วเหรอ?”
“นักวางแผนคุนเผิงคนนั้นผลิตผลงานเยอะเกินไปหรือเปล่า ในเวลาแค่ประมาณหนึ่งปีก็วางแผนวาไรตี้ไปแล้วสามรายการ”
“ก่อนหน้านี้เพิ่งจะทำโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูไปหยกๆ ตอนนี้มาทำโฆษณาเซียนเวยกั่วหยวนอีกแล้ว?”
“ไม่รู้ว่าโฆษณาคราวนี้จะเป็นยังไง”
“ถ้าโฆษณาครั้งนี้ประสบความสำเร็จอีกละก็ ต่อไปแบรนด์ต่างๆ ที่อยากจ้างคุนเผิงมาทำโฆษณาคงมีเยอะขึ้น”
“และโอกาสทางธุรกิจก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย”
หมายความว่ายังไง?
“ง่ายๆ เลย คุนเผิงสามารถเพิ่มเงื่อนไขพิเศษได้ เช่น ฉันจะวางแผนโฆษณาดีๆ ให้คุณ แต่คุณต้องใช้ดาราในสังกัดของคุนเผิงเป็นพรีเซนเตอร์ อย่างหานเยว่ซวง”
ซี๊ด… นี่มันเส้นทางที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยจริงๆ
“ถึงจะพูดอย่างนั้น คุนเผิงเองก็ต้องมั่นใจว่าโฆษณาของพวกเขาจะต้องเจ๋งพอด้วย มาดูกันว่านักวางแผนจากคุนเผิงคนนี้ยังมีของอยู่ไหม!”
หลังจากโฆษณาช็อกโกแลตหลานฝูประสบความสำเร็จถล่มทลาย ทุกคนต่างอยากรู้ว่า
โฆษณาชิ้นที่สองที่นักวางแผนคุนเผิงสร้างขึ้นจะออกมาเป็นแบบไหนกันแน่