ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 152 ไม่เป็นไรผมจัดการเอง
ชาวเน็ตยังคงถกเถียง
‘ครั้งนีนักวางแผนคุนเผิงพลาดแลว’
‘นีเป็นครั้งแรกทิเขาพลาดเลยสินะ’
‘รายการวาไรติทิเขาทํากอนหนานีประสบความสําเร็จยิงใหญ่ทั้งนั้น
แม่แต่โฆษณาที่วางแผนครั้งแรกก็ปังสุดๆ’
‘ดูเหมือนการทําโฆษณาต่องอาศัยประสบการณ์จริงๆ’
‘ความสําเร็จครั้งกอนของเขาอาจจะมีดวงชวยก็ได้’
‘ดวงอะไรกันเล่า!’
‘ใครบอกว่าโฆษณานี้พลาด?’
‘พวกนายดูขาวสิ!’
‘วันนี้เชียนเวยกัวหยวนขายดีเป็นเทน้าเทท่า
ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ บางแหงที่สต๊อกไม่พอถึงกับขายหมดเกลี้ยงเลย!’
‘อะไรนะ?’
ชาวเน็ตพากันตกตะลึงแล้วก็มีคนแชร์ข่าวเกี่ยวกับเชียนเวยกัวหยวนวา
[เซียนเวยกัวหยวนและฉีเลอกัวจือสองแบรนด์น้ำผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในฉินโจว
เคยมียอดขายสูสีกันมาตลอดแต่ในวันนี้ยอดขายของเซียนเวยกัวหยวนพุ่งขึ้นเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์
แซงอีเลอกั่วจือไปแบบทิ้งห่าง
และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะโฆษณาที่นักวางแผนลึกลับจากคุนเผิงทําให้เชียนเวยกั่วหยวน…]
“หือ!”
‘โฆษณานี่ฉันไมเห็นวาจะมีอะไรพิเศษเลย!’
‘ทําสําเร็จ? แถมยังสําเร็จอยางยิ่งใหญ่ด้วย?’
‘โฆษณานี่ไม่ได้มีอะไรพิเศษจริงๆ แต่วันนี้ตอนที่อันไปเดินซูเปอร์ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบเชียนเวยกั่งหยวนมาสองสามขวด
เพราะแค่อยากรู้ว่าเขย่ากอนดื่มแล้วรสมันจะตางจริงไหม’
‘ฮ่าๆๆ ฉันก็เหมือนกัน’
‘ต้องยอมรับเลยว่าเขยากอนดื่มแล้วรสชาติไมเหมือนเดิมจริงๆ
ดื่มเซียนเวยกัวหยวนมาตังหลายปีไมเคยคิดมากอนเลยว่าจะเขยาก่อนดื่มได้
พอเขย่าแล้วเนื้อผลไมข่างในกระจายตัวสม่าเสมอรสชาติต่างไปมากเลย’
‘กอนมีโฆษณานี้ฉันก็เขยาอยู่นะ’
‘เรื่องเขยานี่แหละก็เพราะประโยคนี้ฉันถึงลองซื้อมาชิมขวดหนึ่ง’
‘ฮ่าๆ ต่างก็อยากลองเขยาดูวาจะเป็นยังไงสินะ’
เมื่อเทียบกันแล้วปฏิกิริยาของชาวเน็ตถือว่าชาไปเลย
เพราะบรรดาบริษัทโฆษณารายใหญ่ในฉินโจวตอบสนองไวกว่ามาก
นักวางแผนโฆษณาหลายคนเริ่มวิเคราะห์โฆษณาใหม่ของเซียนเวยกั่วหยวนกันแล้ว!
“ชัดเจนมาก”
“ความสําเร็จอยุทีสโลแกนโฆษณา”
“ก่อนดื่มเขย่า ประโยคนี้มีค่ามหาศาลเลยละ”
“ไมตองใชดาราเป็นพรีเซ็นเตอร แคเขาถึงคนธรรมดาใหได
นักวางแผนจากคุนเผิงคนนี่เขาใจจุดเดนของแบรนดทิเนนกลุมคนทัวไปดีจริงๆ”
“ฉันเคยศึกษาคนคนนีมากอน รายการทิเขาทําเนนเขาถึงคนดูทั้งนั้น
อยางรายการ ‘If You Are The One’ กอนหนานี
ใครจะไปคิดว่าการหาคูจะเอามาทําเป็นวาไรตี้ได้แล้วคนดูจะชอบกันขนาดนี้?”
“เขาจับจิตวิทยาคนธรรมดาได้อยู่หมัดเลย!”
“ดูทําต่อไปเวลาเราวางแผนโฆษณาคงต้องเน่นเรื่องเข้าถึงงายให้มากขึ้นแล้ว”
“นักวางแผนคุนเผิงคนนี้เทพจริงๆ!”
“แย่งชามข้าวบริษัทโฆษณาอยางพวกเราไปได้!”
“ทําวาไรตี้ไปดีๆ ไม่ได้หรือไง!”
ความสําเร็จของโฆษณาโดยนักวางแผนจากคุนเผิงครั้งนี้
ได้ทําให้บริษัทโฆษณาหลายแห่งในวงการรู้สึกถูกคุกคามแล้ว!
เอาเถอะแนนอนวาหลินจือไปไมไดคิดจะแยงงานของบริษัทโฆษณา
อันทีจริงเขาทําโฆษณาตอนนี่มือยูสองเปาหมาย
หนึ่งคือใชโฆษณากดดันหลินกง
สองคือสรางความสัมพันธทีดีกับบรรดาแบรนดชันนําตางๆ
เพราะแบรนด์เหล่านี้ผูกพันแน่นแฟ้นกับดาราในวงการบันเทิง
เช่นงานพรีเซนเตอร์เอย งานอีเวนต์ทางธุรกิจเอย สปอนเซอร์ละครหรือภาพยนตร์เอย ตลอดจนสปอนเซอร์วาไรตี้ต่างๆ เป็นต้น
เหมือนครั้งนี้คุนเผิงช่วยเซียนเวยกัวหยวนใชไหม?
พอมีพื้นฐานความร่วมมือด้านโฆษณา ต่อไปรายการวาไรตี้ของคุนเผิง
จะให้เชียนเวยกั่วหยวนหรือช็อกโกแลตหลานผู่มาเป็นสปอนเซอร์หลักหรือผู้สนับสนุนรายการก็คุยกันง่ายขึ้นไม่ใช่หรือ?
เทียบกับผลประโยชน์เหลานี้คาจ้างวางแผนโฆษณากลับกลายเป็นเรื่องรองไปเลย
ด้านเจียงเฉิงโทรมา
“พอโฆษณาเซียนเวยกัวหยวนประสบความสําเร็จ ตอนนี้ยิ่งมีแบรนด์ต่างๆ ติดต่อมาหาผมมากขึ้น
แต่เป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก แล้วผมคิดอยู่ว่าจะใช้โอกาสนี้ผลักดันให้หานเยวซวงได้งานพรีเซ็นเตอร์สักตัวดีไหมครับ
เราตังเงือนไขไดนีนา บอกว่าเราวางแผนโฆษณาใหไดแต่แบรนดตองเลือกหานเยวซวงเป็นพรีเซ็นเตอร์
แบบนี้เราก็จะไดกินคาตัวจากแบรนดอิกทาง!”
ตอนนี้คุนเผิงทําเงินจากคาจางวางแผนโฆษณาได้ประมาณตอนละห้าล้านหยวน
ถ้าได้คาพรีเซนเตอร์เพิ่มด้วยก็จะต่างออกไป
หลังจากนั้นเจียงเฉิงก็พูดถึงการพัฒนาของบริษัท
ตอนนี้คุนเผิงได้ก่อตั้งคุนเผิงมิวสิกสําเร็จแล้ว ถือเป็นบริษัทลูกภายใต้คุนเผิงอินเวสต์เมนต์
ตอนนี้ทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้จัดการส่วนตัวหรือผู้ช่วยก็ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลหานเยวซวงเป็นที่เรียบร้อย
และด้วยคอนเนคชั่นของเจียงเฉิง หานเยวซวงสามารถได้รับข้อเสนอจากงานอีเวนต์และโฆษณาคุณภาพดีไม่น้อยแล้ว
ต่อไปเจียงเฉิงจะจัดตั้งคุนเผิงฟิล์ม
เพราะคุนเผิงผลิตละครออกมามากขึ้นเรื่อยๆ การจัดตั้งแผนกภาพยนตร์และโทรทัศน์ขึ้นโดยเฉพาะ
จะทําให้ประสานงานกับโปรเจกต์ของบริษัทอื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น
หลินจือไปพูดวา
“หลังจากตั้งแผนกภาพยนตร์และโทรทัศน์ ก็เซ็นสัญญานักแสดงเข้ามาด้วยนะครับ”
ในอนาคตคุนเผิงจะยังร่วมงานละครโทรทัศน์กับสามค่ายใหญ่
หลินจือไปจึงสามารถแทรกนักแสดงในสังกัดตัวเองเข้าไปเล่นบทสมทบได้
ส่วนบทนําไม่ต้องคิดเลย ละครอย่างเรื่อง ‘Conquer’ ในเมื่อให้เทียนกวงเป็นฝ่ายถ่ายทํา
บทสําคัญๆ ทางเทียนกวงต้องใช้นักแสดงในสังกัดตนเองแน่ ไม่เปิดโอกาสให้คุนเผิงแทรกคนเข้าไปง่ายๆ
แต่สําหรับบทตัวประกอบบางส่วน การแทรกนักแสดงทําได้ง่ายกว่า
“ได้ครับ”
เจียงเฉิงกลาวด้วยรอยยิ้ม
“แต่เราต้องขยับตัวให้ช้าหน่อย สามค่ายใหญ่ระแวงเราอยู่ตลอด”
“อื้ม”
หลินจือไปเองก็ระมัดระวังอยู่แล้วแต่สามบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นไวต่อความเคลื่อนไหวมาก
ถ้าคุนเผิงแค่ต้องการทําเงินสามบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ไม่ว่าอะไร
แต่หากเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ซึ่งหน้ารุนแรงเกินไปคงยุ่งยากแล้ว
“ยังมีข่าวดีที่จะบอกเจ้านายอีกนะครับ”
เจียงเฉิงยิ้มกล่าวว่า
“จี๋เฟิงมีเดียตกลงจะขายเว็บไซต์จี๋เฟิงวิดีโอให้เราแบบเหมารวมแล้วครับ
ลดราคาให้เหลือหนึ่งร้อยล้าน ผมให้ทีมมืออาชีพประเมินค่าลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของเว็บไซต์นั้นแล้ว
ดีลนี้ทําได้แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งครับ”
“ว่ามาครับ” หลินจือไปอารมณ์ดี
ตอนนี้คุนเผิงทํากําไรได้สูงมาก หนึ่งร้อยล้านควักจ่ายได้สบายๆ เจียงเฉิงพูดว่า
“ตอนนี้เว็บไซต์วิดีโอนี้ขาดทุนอยู่ครับ หลังจากที่เรารับช่วงต่อ
ถึงจะยังไม่ต้องรีบทํากําไรในระยะสั้นแต่ก็คงปล่อยให้ขาดทุนต่อเนื่องแบบนี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ?”
“ซื้อมาก่อนแล้วค่อยว่ากันครับ”
หลินจือไปมีวิธีดึงผู้ชมเข้าสู่เว็บไซต์
“อีกอย่างเปลี่ยนชื่อเว็บใหม่เลย เรียกว่าคุนเผิงวิดีโอก็แล้วกันครับ”
“เปลี่ยนชื่อเลยเหรอครับ?”
เจียงเฉิงลังเลเล็กน้อย
“ถ้าเปลี่ยนใหม่ชื่อเก่าก็จะหมดมูลค่าทางการค้าไปเลยนะครับ”
“เปลี่ยนเถอะ”
หลินจือไปก็เข้าใจจุดนี้ดีแต่เลือกเจ็บแบบจบดีกว่าต้องเจ็บช้าๆ
เว็บวิดีโอของคุนเผิงจะชื่อ ‘จี๋เฟิง’ ได้ยังไงกัน?
อย่างไรเสียสิ่งที่หลินจือไปต้องการจริงๆ ก็คือฐานคลังคอนเทนต์ของเว็บ
สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือรากฐานที่แท้จริงของเว็บไซต์
“เปลี่ยนเป็นคุนเผิงเหรอครับ?”
“อืม”
“คุนเผิงวิดีโอ?”
เจียงเฉิงพึมพำอยู่สองสามคําก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไร
การทุ่มเงินหนึ่งร้อยล้านเข้าซื้อเว็บไซต์จี๋เฟิงวิดีโอ
ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ก่อตั้งมา
หลังจากแห่งการเข้าซื้อสําเร็จ ข่าวนี้ก็สร้างความฮือฮาขึ้นในวงการตามคาด!
‘คุนเผิงเข้าซื้อจี๋เฟิงวิดีโอ!’
‘จี๋เฟิงวิดีโอเปลี่ยนชื่อ: คุนเผิงวิดีโอ!’
‘คุนเผิงบุกวงการเว็บไซต์วิดีโอ เดินหมากพลาดหรือไม่?’
‘บทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ: คุนเผิงเดินหมากพลาดครั้งใหญ่’
‘จี๋เฟิงวิดีโอคือกองขยะ!’
‘คุนเผิงจะกลายเป็นคนรับไม้ต่อที่ซวยที่สุด?’
‘คุนเผิงเข้าซื้อจี๋เฟิงวิดีโอเพื่ออะไรกันแน่?’
ไม่มีใครรู้ว่าคุนเผิงซื้อเว็บไซต์วิดีโอนี้ไปเพื่ออะไร
เพราะโครงสร้างส่วนแบ่งตลาดของเว็บไซต์วิดีโอบนบลูสตาร์ในตอนนี้เป็นดังนี้
เสินฮว่าวิดีโอกินส่วนแบ่งตลาดห้าสิบเปอร์เซ็นต์
เทียนกวงวิดีโอกินสวนแบงตลาดยี่สิบเปอร์เซ็นต์
น่าเซินวิดีโอกินส่วนแบ่งตลาดยี่สิบเปอร์เซ็นต์
ก็เหมือนกับโลกในชาติก่อนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ทั้งห้าอย่าง Tencent Video, iQIYI, Youku, Mango TV และ Bilibili
ครองส่วนแบ่งตลาดไปเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ บลูสตาร์ก็คล้ายกัน
แค่สามค่ายใหญ่ก็ครองส่วนแบ่งตลาดถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว!
ส่วนอีกสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือถึงถูกแบ่งกันโดยเว็บไซต์วิดีโออื่นๆ ซึ่งรวมถึงจี๋เฟิงวิดีโอด้วย
ดังนั้นจี๋เฟิงวิดีโอจึงมีสภาพขาดทุนมาตลอด
แล้วคุนเผิงที่เข้าซื้อจี๋เฟิงวิดีโอจะฝ่าวงล้อมอย่างไร?
นี่ไม่ใช่เรื่องการแตะผลประโยชน์ของสามค่ายใหญ่ เพราะสามค่ายใหญ่กินส่วนแบ่งตลาดไปแล้วเก้าสิบเปอร์เซ็นต์!
ประเด็นคือหลังจากคุนเผิงซื้อเว็บไซต์จี๋เฟิงวิดีโอแล้ว
จะเอาตัวรอดท่ามกลางแรงกดดันจากสามค่ายใหญ่ได้หรือไม่
“รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปทําอะไรแล้วสินะ!”
“ดูจากงบการเงินแล้วคุนเผิงนี่แข็งแกร่งจริงๆ”
“ก็วาไรตี้พวกนั้นทํารายได้ไปตั้งเท่าไหร่ ไหนจะรายได้จาก ‘The Knockout’ อีก”
“วงการเว็บไซต์วิดีโอก็เหมือนบ่อโคลน สามเจ้าใหญ่กินตลาดไปเกือบหมดแล้ว จี๋เฟิงวิดีโอไม่มีทางโตขึ้นมาได้หรอก”
“คุนเผิงโดนจี๋เฟิงหลอกเข้าเต็มๆ แล้วละ”
“กองขยะกองนี้จี๋เฟิงอยากปัดทิ้งตั้งนานแล้ว”
“ได้ยินว่าดีลนี้จ่ายไปตั้งหนึ่งร้อยล้าน”
“หือ!”
“ไม่แปลกใจที่คุนเผิงจะสนใจซื้อจี๋เฟิงมีเดียมาในราคาแค่ร้อยล้าน ราคาถือว่าสมเหตุสมผล
อย่างน้อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จี๋เฟิงมีเดียก็ลงทุนกับเว็บไซต์วิดีโอไปหลายร้อยล้านแล้วนี่”
“แต่ก็จมหายไปหมดแล้ว”
“ต่อให้ถูกแค่ไหนคุนเผิงรับช่วงต่อก็ยังต้องหาทางทํากําไรให้ได้อยู่ดี พวกเขาจะใช้อะไรชุบชีวิตเว็บไซต์นี้กลับมากัน?”
“มีแค่คอนเทนต์เท่านั้นละ”
“ปัญหาคือคุนเผิงเองก็ไม่มีทีมของตัวเอง
ละครหรือวาไรตี้ที่พวกเขาทําก็ร่วมมือกับสามเจ้าใหญ่ทั้งนั้น
แน่นอนว่าไม่มีทางได้สิทธิ์ฉายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ถ้าไม่เอ็กซ์คลูซีฟเสินฮว่าวิดีโอกับคุนเผิงวิดีโอต่างก็มีไฟล์ ‘The Knockout’ เหมือนกัน
แล้วทําไมคนต้องมาดูที่คุนเผิงวิดีโอละ?”
ชัดเจนถ้าเว็บไซต์นี้ประสบความสําเร็จก็จะไปแย่งผลประโยชน์ของสามค่ายใหญ่มาจริงๆ
แต่คุณมีอะไรทําให้มันสําเร็จได้ละ
ตลาดที่สามบริษัทยักษ์ผูกขาดไว้ใครจะทําลายได้?
แต่ไม่ว่าคนในวงการจะมองอย่างไรก็เปลี่ยนความเป็นจริงไม่ได้
สัญญาซื้อขายลงนามเรียบร้อย จี๋เฟิงวิดีโอเปลี่ยนชื่อเป็นคุนเผิงวิดีโออย่างเป็นทางการ!
หลังจากเว็บไซต์เปลี่ยนชื่อ เจียงเฉิงส่งรายงานฉบับใหญ่ให้หลินจือไป
พอหลินจือไปอ่านจบ เจียงเฉิงก็โทรเข้ามา
“เมื่อก่อนจี๋เฟิงวิดีโอก็เคยรุ่งเรืองนะครับ ช่วงพีคมีสมาชิกถึงห้าสิบล้านคน
ถึงจะเทียบกับสามเจ้าใหญ่ไม่ได้แต่ตอนนั้นอย่างน้อยก็กําไรอยู่
ตอนนี้สามเจ้าใหญ่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สมาชิกของจี๋เฟิงวิดีโอได้ลดลงเหลือแค่แปดล้านคนแล้ว
จะรวมให้ได้ถึงสิบล้านยังยากเลยครับ
แล้วเพื่อดึงดูดผู้ใช้ใหม่ จี๋เฟิงมีเดียเลยหันไปทําละครกับวาไรตี้ของตัวเอง
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทําให้เว็บไซต์ขาดทุน แต่ถ้าไม่ทําเว็บจะยิ่งตายลงกว่าเดิม
หลังเรารับช่วงต่อ โปรเจกต์พวกนี้อาจพิจารณาตัดทิ้งได้ครับ
แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องมีคอนเทนต์ใหม่ๆ เติมเข้าไปเจ้านายคิดว่ายังไงครับ?”
“ไม่เป็นไรผมจัดการเอง”
หลินจือไปพูดจบจากนั้นก็เรียกระบบขึ้นมา