ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 154 การก่อตั้งคุนเผิงฟิล์ม
เส้นทางการเติบโตของคุนเผิงราบรื่นเกินไป
แต่ผู้บริหารของสามยักษ์ใหญ่ยังไม่อาจลงมือกดดันอย่างเปิดเผย
เว้นแต่ว่าพวกเขาจะไม่คิดร่วมงานกับคุนเผิงอีก
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาอยากเห็นที่สุดคือให้คุนเผิงทําพลาดด้วยตัวเอง
ซึ่งการที่คุนเผิงเข้าไปเทคโอเวอร์เว็บไซต์วิดีโอของจี๋เฟิง
ก็คือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดในสายตาของสามยักษ์ใหญ่ และกระทั่งคนในวงการทั้งหมด
พูดอีกอย่างคือการเคลื่อนไหวของหลินจือไปในครั้งนี้ไม่เพียงไม่ทําให้สามยักษ์ใหญ่ตื่นตัว
กลับยังทําให้พวกเขาวางใจลดความระแวงในความเติบโตแบบก้าวกระโดดของคุนเผิงลงไปเสียอีก
ในเวลาเดียวกัน เจียงเฉิงได้เริ่มลงมือเดินหน้าจัดตั้งคุนเผิงฟิล์มไปพลาง
พร้อมเฟ้นหาทีมงานที่เหมาะสมมาถ่ายทําละคร ‘Unexpectedness’ ไปพลาง
กลางเดือนกันยายนคุนเผิงฟิล์มได้ก่อตั้งขึ้น
จนถึงตอนนี้คุนเผิงมีบริษัทลูกสามแห่งแล้ว คุนเผิงมิวสิก! คุนเผิงฟิล์ม! เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง!
เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงเป็นกิจการที่รับช่วงต่อมาตามที่รู้กัน
ปัจจุบันคุนเผิงมิวสิกมีศิลปินอยู่เพียงสองคนคือฉูฉือและหานเยวซวง
ส่วนการรับสมัครคนฝั่งคุนเผิงฟิล์มมีความมุ่งมั่นจริงจังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เจียงเฉิงรับสมัครบุคลากรสายวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ผู้กํากับ… โปรดิวเซอร์… ช่างภาพ ฯลฯ
ระหว่างที่กําลังรับคนอยู่นั้นหลินจือไปนึกคิดถึงเพื่อนสนิทอย่างเฟิงซั่วขึ้นมา
เฟิงซั่วเป็นนักศึกษาที่รับงานผู้กํากับพาร์ตไทม์
ถึงจะเพิ่งขึ้นปีสองเหมือนกับหลินจือไปแต่คลิปวิดีโอสั้นที่เขาถ่ายทําก็มีกระแสตอบรับที่ดีพอตัวบนโลกออนไลน์
หลินจือไปชื่นชมเฟิงซั่วไม่น้อย
คิดได้ดังนั้นหลินจือไปจึงรีบให้เจียงเฉิงดึงเฟิงซั่วเข้าบริษัทเสียเลย
เพราะบุคลากรหัวกะทิในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ส่วนใหญ่ถูกสามเจ้าใหญ่กวาดตัวไปหมดแล้ว
ดังนั้นคุนเผิงฟิล์มจึงได้แต่รับสมัครวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ดูมีแววเข้ามาให้มาก
การมีชื่อเฟิงซั่วในลิสต์รายชื่อผู้ที่ถูกทาบทามจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
บุคลากรชั้นดีหลายคนของสามยักษ์ใหญ่ก็ล้วนฝึกฝนปั้นแต่งเองทั้งนั้น
คุนเผิงก็สามารถปั้นคนเองได้แม้จะต้องใช้เวลาสักหน่อยก็ตาม
หลังเซ็นสัญญากับคุนเผิงฟิล์ม เฟิงซั่วก็ชวนหลินจือไปกับหยิ่นตงหน่วนไปเลี้ยงข้าวทันที
ในร้านอาหารหยิ่นตงหน่วนถามด้วยรอยยิ้ม
“มีข่าวดีอะไรอยู่ๆ ก็มาเลี้ยงข้าว?”
“ข่าวดีมากๆ เลยละ!”
เฟิงซั่วอารมณ์สดใสเพราะมีข่าวดีเปล่งปลั่งไปทั้งหน้า
“มีบริษัทจ้างฉันแล้ว! พวกนายเดาสิว่าบริษัทไหน?”
หยิ่นตงหน่วนหันไปมองหลินจือไปโดยไม่รู้ตัว
“เสินฮวา?” หลินจือไปส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้”
เฟิงซั่วหัวเราะลั่น
“คุนเผิง! คุนเผิงเซ็นสัญญากับฉันแล้วตอนนี้ฉันเป็นผู้กํากับในสังกัดคุนเผิงฟิล์ม!”
หยิ่นตงหน่วนอ้าปากค้าง หลินจือไปก็แกล้งทําหน้าตกใจตรงจังหวะพอดิบพอดี
เฟิงซั่วจ้องมองทั้งคู่
“พวกนายทําหน้าอะไรกันเนี่ยไม่ควรยินดีกับฉันเหรอ?”
“ยินดีด้วยนะ”
หลินจือไปพูดหยอก
“แต่ฉันกะว่ารอนายเรียนจบจะช่วยดันเข้าเสินฮว่าซะหน่อยนะเนี่ย”
หยิ่นตงหน่วนเสริม
“มาเข้าน่าเซินก็ได้นะ”
เฟิงซั่วส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“เพื่อนก็เพื่อนถ้าถึงเวลาต้องขอความช่วยเหลือฉันก็ไม่ลังเลหรอก
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่พอพึ่งตัวเองได้ฉันก็อยากใช้แรงของตัวเองให้เต็มที่ก่อน”
“นายอาจจะไม่รู้” หยิ่นตงหน่วนเตือน
“ถึงบริษัทคุนเผิงจะเก่งมากแต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลย
เพราะคุนเผิงเพิ่งเข้าซื้อเว็บไซต์วิดีโอของจี๋เฟิง
เพราะงั้นพวกเขาเลยก่อตั้งคุนเผิงฟิล์มน่าจะเพื่ออัดฉีดเว็บไซต์นั้น
แต่คนนอกส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองว่าพวกเขาจะไปรอดเพราะตลาดเว็บไซต์วิดีโอถูกสามเจ้าใหญ่ผูกขาดหมดแล้ว…”
“ฉันเข้าใจความหมายของเธอนะ”
เฟิงซั่วก็ติดตามข่าวสารในวงการอยู่ตลอด
อีกอย่างความเคลื่อนไหวของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ก็ไม่ใช่ความลับอะไรแค่ใส่ใจนิดหน่อยก็ตรวจสอบได้แล้ว
“ฉันแค่รู้สึกว่าทุกสิ่งย่อมมีเหตุจึงมีผล”
เฟิงซั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้พวกนายคิดว่าฉันจะมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในคุนเผิงไหม?”
หลินจือไปพยักหน้า
“ถ้าคิดดีแล้วก็โอเคนะ รอบนี้คุนเผิงฟิล์มเปิดรับคนในวงการเป็นวงกว้าง
เป้าหมายหลักก็เพื่อปั้นทีมภาพยนตร์ของตัวเอง
ถ้านายได้รับการฝึกจริงๆ ไม่แน่อาจได้กํากับละครเต็มตัวเลยก็ได้
แต่เพราะคุนเผิงฟิล์มรับคนเข้ามาเยอะมาก เพราะงั้นหลังจากนายเข้าไปจะโดดเด่นขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“ฉันรู้ แต่ฉันจะไม่เสียใจแน่นอน อาจเป็นเพราะฉันชื่นชมคุนเผิงมากก็ได้”
เฟิงซั่วเกาหัวเบาๆ
สําหรับนักศึกษาปีสองคนหนึ่งการที่ถูกคุนเผิงเลือกทําให้เขารู้สึกเหมือนได้รับการยอมรับ
และการยอมรับนี้ก็คุ้มค่าที่จะทุ่มสุดตัวสักครั้ง
ส่วนจะโดดเด่นขึ้นมาได้ไหม?
สําหรับเฟิงซั่วผู้เคยผ่านวิกฤตชีวิตในครอบครัวมา เต็มไปด้วยไฟฝันที่อยากสร้างผลงาน
ย่อมมีความมั่นใจอยู่ในตัวไม่น้อย
“การสร้างทีมของตัวเองมันง่ายที่ไหน”
ในฐานะเพื่อนสนิทจริงๆ แล้วหยิ่นตงหน่วนหวังให้เฟิงซั่วได้เข้าไปอยู่กับน่าเซินหรือเสินฮวามากกว่า
แต่เมื่อเห็นว่าเฟิงซั่วตัดสินใจแน่วแน่แล้วเธอก็ไม่ได้พูดอะไร
อย่างไรนี่ก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน ถ้าคุนเผิงฟิล์มพังขึ้นมาจริงๆ
อย่างมากเธอกับหลินจือไปก็แค่ช่วยอีกทีเท่านั้นเอง
การก่อตั้งคุนเผิงฟิล์มและการที่เจียงเฉิงเปิดรับคนจํานวนมากนั้นโปร่งใสไม่มีการปิดบังใดๆ แม้แต่น้อย
คนในวงการล้วนรู้ว่าคุนเผิงกําลังสร้างทีมโปรดักชันของตัวเองเพื่อผลิตละครและภาพยนตร์มาหล่อเลี้ยงเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิง
ทุกคนสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของคุนเผิงแต่สิ่งที่ไมรู้คือคุนเผิงจะมีเงินพอแบกเรื่องนี้ไหวไหม?
การคาดเดาของวงการไม่ผิด คุนเผิงมีเงินทุนจํากัดจริงๆ
หลินจือไปคอยจับตาดูสถานะการเงินอยู่ตลอด
ตอนนี้คุนเผิงมีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณสองร้อยล้าน
ถ้าคุนเผิงถ่ายละครที่มีขนาดเทียบเท่า ‘The Knockout’ ละก็งบคงพอถ่ายได้แค่สองเรื่อง
และยังต้องมั่นใจว่าจะไม่ล้มเหลวเด็ดขาด
เพราะถ้าล้มเหลวขึ้นมา การเงินของบริษัทก็จะเข้าสู่ภาวะวิกฤตทันที
แต่ละครเรื่องแรกที่คุนเผิงวางแผนจะถ่ายคือ ‘Unexpectedness’
เจียงเฉิงได้ให้โปรดิวเซอร์คํานวณต้นทุนไว้เรียบร้อยแล้ว
รวมถ่ายทํากับโปรโมตแค่ห้าล้านหยวนก็เอาอยู่
อย่าพูดว่าละครเรื่องนี้ไม่มีทางล้มเหลว ต่อให้ล่มเหลวจริงๆ คุนเผิงก็ยังรับความเสียหายนั้นไหว
ยิ่งไปกว่านั้นความร่วมมือระหว่างคุนเผิงกับสามยักษ์ใหญ่ก็ยังดําเนินต่อไป
‘Conquer’ ออกอากาศเมื่อไหร่คุนเผิงก็จะได้รับส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์
และเมื่อ ‘Home Temptation’ ออนแอร์ คุนเผิงก็จะได้ส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์เช่นกัน
ยังไม่นับ ‘I Am a Singer’ ซีซันสองที่จะทําเงินบางส่วนเข้าบัญชีคุนเผิงอีก
จากประสบการณ์ความร่วมมือก่อนหน้า รายได้รวมจากโปรเจกต์ทั้งหมด
คํานวณแบบคร่าวๆ ก็น่าจะทําเงินให้คุนเผิงร้อยสองร้อยล้านได้ไม่ยาก
วุ่นอยู่นานในที่สุดเจียงเฉิงก็สามารถรวมทีมงานถ่ายทําที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากสําหรับ ‘Unexpectedness’ ได้สําเร็จ
โดยเต็มไปด้วยพลังคนรุ่นใหม่ ทีมนักแสดงก็ทยอยหาตัวมาได้ครบแล้วเช่นกัน
ผู้ที่รับบทหวังต้าหวั่ยนั้นเป็นนักแสดงหน้าใหม่ชื่อหลูเหวยต้า
กว่าจะได้ตัวเลือกนี้ เจียงเฉิงส่งวิดีโอแคสต์นักแสดงมาให้หลินจือไปดูถึงสี่สิบกว่าคน
หลูเหวยต้าคนนี้ให้ความรู้สึกแปลกมากสําหรับหลินจือไป
มีความคล้ายคลึงพระเอกต้นฉบับของ ‘Unexpectedness’ แต่ก็แอบมีเค้าโครงจางอี้ต้าอยู่ด้วย?
ทั้งหน้าตาและบุคลิกโดยรวมดูอย่างไรก็เป็นผู้มีพรสวรรค์ทางสายคอเมดี้ชัดๆ
หลินจือไปดูการออดิชันของเขาแล้วก็มั่นใจว่านี่แหละคือคนที่ตนตามหา
อย่างว่านี่ก็เป็นวิธีโกงอย่างหนึ่งของหลินจือไป
เมื่อคนในโลกนี้มีหน้าตาหรือบุคลิกละม้ายคล้ายกับดาราดังจากโลกก่อน
โอกาสที่พวกเขาจะประสบความสําเร็จก็ย่อมสูงกว่าคนธรรมดาอยู่แล้ว
ไม่ใช่แค่หวังต้าหวั่ย ตัวละครอื่นๆ ในเรื่องก็ล้วนเป็นคนที่หลินจือไปเลือกเอง
พื้นฐานล้วนแต่เป็นคนหน้าใหม่แต่ภาพลักษณ์หรือคาแรกเตอร์ค่อนข้างเข้ากับต้นฉบับ
คุนเผิงสร้างชื่อเสียงในวงการไว้ไม่น้อย เงื่อนไขต่างๆ จึงไม่ถึงกับลําบาก
หลินจือไปมีตัวเลือกให้เฟ้นหาได้มากพอสมควร
แล้วแบบนี้จะเวิร์กไหม?
หลินจือไปคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะทีมต้นฉบับของ ‘Unexpectedness’ ก็ใช้นักแสดงหน้าใหม่เป็นหลักอยู่แล้ว
ก่อนที่ ‘Unexpectedness’ จะฮิตใครรู้จักนักแสดงในนั้นบ้างละ? หน้าตาไม่คุ้นกันทั้งนั้น!
ถ้าเมื่อก่อน ‘Unexpectedness’ ใช้ดาราดังแสดงทั้งหมด ไม่แน่ว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ดีเท่าการใช้หน้าใหม่ด้วยซ้ำ!
เพราะแม้การแสดงของมือใหม่จะดิบๆ แต่ก็ปล่อยของกันเต็มที่
และสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์การแสดงที่ไร้เหตุผลไร้ตรรกะของ ‘Unexpectedness’ ได้ง่ายกว่า
ต้องเข้าใจก่อนว่าบลูสตาร์แห่งนี้ไม่มีโจวซิงจือ!
และการไม่มีโจวซิงจือก็เท่ากับว่าโลกนี้ยังไม่มีแนวตลก ‘ไร้เหตุผล’ ที่แท้จริงเกิดขึ้นเลย
แม้จะมีผลงานตลกบางเรื่องที่เริ่มฉายแววของแนว ‘ไร้เหตุผล’ อยู่บ้าง
ซึ่งเป็นธรรมดาทั่วไปแต่เมื่อไม่มีบุคคลอย่างเฮียซิงมาชูธงปลุกกระแส
ก็คงไม่มีใครสนใจมหาสมุทรสีครามของแนวการแสดงแบบนี้
บางทีพอ ‘Unexpectedness’ ได้ออกฉาย
แนวไร้เหตุผลอาจฮิตไปทั่ววงการภาพยนตร์และโทรทัศน์เลยก็ได้
ส่วนผู้กํากับของเรื่องสุดท้ายก็ตกลงเลือกเฟิงซั่ว
เพราะหลังจากเจียงเฉิงคัดกรองมาแล้วหลายชั้น
ท้ายที่สุดก็ได้รายชื่อผู้กํากับห้าคนที่ฝีมือสูสีกัน หนึ่งในนั้นมีเฟิงซั่ว
หลินจือไปเห็นว่าฝีมือของทั้งห้าใกล้เคียงกันจึงเลือกเฟิงซั่ว
อีกสี่คนที่เหลือรับตําแหน่งผู้กํากับร่วม นับวาระดับสูงกว่าผู้ช่วยผู้กํากับเล็กน้อย
สามารถร่วมถ่ายทําเรื่องนี้กับเฟิงซั่วได้
หลินจือไปสามารถคุมงานได้ด้วยตัวเอง
ทุกครั้งที่ถ่ายทําจบหนึ่งตอน หลินจือไปจะตรวจดูผลงาน
ถ้าไม่ผ่านก็สั่งถ่ายใหม่ อย่างมากก็แค่เสียเงินเพิ่มหน่อยเท่านั้นเอง
การปั้นยอดฝีมือย่อมต้องลงทุน อะไรนะ? เล่นพรรคเล่นพวก? ก็มีบ้างแหละ
แต่ถ้าคุณเป็นคนสัมภาษณ์งานแล้วผู้สมัครห้าคนฝีมือพอๆ กันหมด
คุณจะไม่เลือกคนที่หน้าตาดีสุดเหรอ?
หลินจือไปก็แค่เลือกคนที่เขารู้จักดีที่สุดเองไม่เห็นจะผิดตรงไหน
แน่นอนว่าเฟิงซั่วไม่รู้เลยว่าเจ้าของคุนเผิงก็คือเพื่อนซี้ของตัวเอง
เขาแค่คิดว่าตัวเองโชคดีเลยถูกเลือก นําข่าวดีไปบอกกับหลินจือไปและหยินตงหน่วนด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม
“ยินดีด้วยนะ!”
ครั้งนี้หยื่นตงหน่วนแสดงความยินดีจริงๆ
เพราะนี่หมายความว่าเฟิงซั่วเพิ่งขึ้นปีสองก็จะได้เริ่มกํากับละครแล้ว
เฟิงซั่วพูดด้วยท่าทีเกรงใจเล็กน้อยว่า
“ไม่ถือว่าเป็นละครทีวีทางการอะไรหรอกแต่รายละเอียดเป็นแบบไหนฉันเซ็นสัญญารักษาความลับไว้เลยไม่สะดวกพูดเท่าไหร่”
“งั้นไม่ต้องบอกหรอก สู้ๆ นะ”
หลินจือไปยิ้มให้กําลังใจ สิ่งที่เฟิงซั่วพูดไม่ผิดเลย
‘Unexpectedness’ ไม่ใช่ละครโทรทัศน์ แม้แต่เว็บไซต์ละครเต็มรูปแบบก็ยังไม่ใช่
บางทีควรจะเรียกมันว่า ‘มินิซิตคอมออนไลน์’ มากกว่า
แต่อย่างไรหลินจือไปก็คิดว่าสิ่งนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นตัวดึงผู้ชมเข้าหาคุนเผิงฟิล์ม
เขาจําได้ลางๆ ว่าเคยมีละครชื่อ ‘Diors Man’ ที่เป็นแนวนี้เหมือนกัน?
ไว้กลับไปค่อยให้ระบบสั่งทําก็ได้