ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 155 กองถายละครพขัดสน
ภายนอกกําลังจับตามองโปรเจกต์แรกของคุนเผิงฟิล์ม
ไม่นานข้อมูลสําคัญหลายอย่างของ ‘Unexpectedness’ ก็เป็นที่รู้กัน
ภายนอกจับจุดสําคัญ: ถ่ายทําต้นทุนต่ำ! ทีมงานวัยรุ่นไร้ประสบการณ์! ผู้กํากับและนักแสดงส่วนใหญ่เป็นหน้าใหม่ทั้งหมด!
พรึบๆๆ พอเห็นบัฟชุดนี้หลายคนก็อดหัวเราะไม่ได้
“ลองหยั่งเชิงดูเหรอ?”
“ทีมงานหน้าใหม่ยกชุด?”
“ละครเรื่องนี้ทํามาให้พวกหน้าใหม่ฝึกมือสินะ?”
“คุนเผิงอยากสร้างทีมโปรดักชันของตัวเองแน่นอนว่าคงต้องเสียค่าเล่าเรียนแพงไม่น้อย
และพวกเขาก็หาคนเก่งจริงๆ มาไม่ได้”
“หลายคนยังจับตาดูเฉยๆ อยู่เลย”
“ฉันมีเพื่อนเป็นผู้กํากับค่อนข้างมีประสบการณ์ ตอนนี้ออกจากบริษัทเก่าแล้วยังหาที่ใหม่ไม่ได้
ตัวแทนเจียงจากคุนเผิงติดต่อไปชวนเข้ารวมด้วยตัวเองเลย แต่เขายังลังเล
เพราะมองว่าตอนนี้คุนเผิงฟิล์มเล็กเกินไปเหมือนกองถ่ายสมัครเล่น”
“เพราะงั้นการที่ต้องใช้แต่หน้าใหม่ทั้งกองก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้”
“คงต้องรอให้คุนเผิงฟิล์มมีผลงานก่อนถึงจะดึงดูดมือดีกว่านี้เข้ามาได้”
“แต่การจัดการของคุนเผิงก็ไม่ผิดนะ ถ้าพวกเขาเปิดด้วยโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ละ
นั่นแหละที่ฉันจะกลัวจริงๆ”
“แต่คุนเผิงวิดีโอจะรอไหวเหรอ?”
“กว่าหน้าใหม่พวกนี้จะโต คุนเผิงวิดีโอคงเจ๊งไปแล้วมั้ง”
“อืม”
“ฉันได้ยินมาว่าเจียงเฉิงสั่งยกเลิกวาไรตี้กับละครที่ผลิตเองของคุนเผิงวิดีโอไปหลายรายการเลย”
อย่าลืมสิ เว็บไซต์วิดีโอต้องมีคอนเทนต์ใหม่อัปเดตอยู่ตลอดเวลา
หลังจากคุนเผิงซื้อเว็บไซต์วิดีโอนี้ก็รับช่วงสมาชิกเดิมมาด้วยทั้งหมดแปดล้านคน
ยุงตัวเล็กก็ยังมีเนื้อ
สมาชิกแปดล้านคนนี้ค่าสมาชิกรายเดือนสามารถสร้างรายได้หลายร้อยล้านให้คุนเผิงวิดีโอได้เลยนะ
แต่ถ้าสมาชิกเหล่านี้หาคอนเทนต์ดีๆ ในคุนเผิงวิดีโอไม่เจอสักที ไม่นานก็จะหนีหายไปหมด
ส่วนจี๋เฟิงมีเดียก่อนหน้านี้ก็พยายามรักษาฐานผู้ใช้เหล่านี้ไว้
ด้วยการผลิตวาไรตี้และละครของตัวเองอยู่ไม่น้อย
นี่แหละต้นตอที่ทําให้เว็บไซต์ขาดทุน เพราะวาไรตี้กับละครที่ผลิตเองแบบนั้นต้องใช้เงิน
ใช้เงินเยอะมากๆ
ดังนั้นนี่จึงเป็นเงื่อนตาย ถ้าคุณไม่ทํารายการใหม่ ไม่ปล่อยวาไรตี้ใหม่ ผู้ใช้ก็จะหนีหายไป
ถ้าคุณทําละ? ก็ขาดทุนอยู่ดี เพราะการลงทุนลงแรงไปกับคอนเทนต์เหล่านี้ไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้รับ
ไม่แปลกที่สุดท้ายจี๋เฟิงวิดีโอยอมขายเว็บไซต์นี้ในราคาแค่หนึ่งร้อยล้าน
ราคานี้ถือว่าถูกด้วยซ้ำ แต่หลังจากคุนเผิงซื้อเว็บไซต์วิดีโอนี้มา
สิ่งแรกที่ทําคือเริ่มทยอยตัดโครงการที่ใหญ่เกินควบคุมเหล่านี้ทิ้งทีละอย่าง
อย่างวาไรตี้รายการหนึ่งที่จี๋เฟิงมีเดียผลิตเอง ยอดวิวไม่สูงแต่ใช้เงินไปไม่น้อย
เดิมทีวางแผนทํายี่สิบสองตอน ตอนนี้เพิ่งถ่ายได้แค่ตอนที่หกเว็บไซต์ก็ถูกคุนเผิงซื้อไปแล้ว
เจียงเฉิงสะบัดมือสั่งแบบไม่ลังเล
วาไรตี้ที่ขาดทุนยับแบบนี้ต้องจบให้ได้ภายในหกตอน!
ส่วนละครที่ผลิตเองก็ถูกระงับทั้งหมดเช่นกัน
รายละเอียดการส่งมอบมีทีมกฎหมายและการเงินของคุนเผิงที่เจียงเฉิงส่งไปเจรจากับฝ่ายจี๋เฟิงโดยตรง
เมื่อกิจการเริ่มขยายตัวตอนนี้คุนเผิงได้จัดตั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเงิน และทีมงานที่จําเป็นต่างๆ เรียบร้อยแล้ว
เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนในวงการหรือกระทั่งจี๋เฟิงมีเดียเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
หลังจากคุนเผิงซื้อเว็บไซต์วิดีโอนี้ไป ก็ล้มโปรเจกต์ทั้งหมดแล้วต่อไปผู้ใช้จะดูอะไรกันละ?
หรือจะให้ดูแต่ละครทุนต่ำที่ถ่ายโดยทีมงานหน้าใหม่ของนาย?
หลินจือไปกําลังคิดวิธีที่จะทําให้เว็บวิดีโอนี้ดําเนินไปได้อย่างยั่งยืน
การถ่ายทํา ‘Unexpectedness’ เป็นเพียงหนึ่งส่วนของแผนการดึงผู้ชมของเขาเท่านั้น
ส่วนวาไรตี้กับละครที่จี๋เฟิงมีเดียผลิตเองเหล่านั้น หลินจือไปจําเป็นต้องตัดทิ้ง
คล้ายนักบวชที่ยอมตัดแขนเพื่อรักษาชีวิต ความเจ็บปวดในระยะสั้นย่อมไม่อาจเลี่ยง
แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้รูรั่วนี้ขยายใหญ่ไปกว่านี้เด็ดขาด
แม้ว่าตอนนี้สมาชิกเก่าของเว็บจํานวนมากจะเริ่มด่าสาดกันในกระดานข้อความแล้วก็ตาม
‘ฉันกําลังติดตามวาไรตี้ดนตรี ‘เวทีคนกล้า’ ที่จี๋เฟิงผลิตอยู่เลย สองตอนหลังมานี้จังหวะเริ่มเร่งขึ้น บอกอีกไม่กี่ตอนจะชิงชนะเลิศแล้ว นี่รีบตัดจบเพราะรายได้ไม่ดีเหรอ?’
‘วาไรตี้ที่ฉายอยู่หลายรายการในเว็บเร่งจบกันหมดเลย’
‘เว็บห่วยนี่ใกล้ตายเต็มที’
‘พวกนายไม่เห็นเหรอเว็บเปลี่ยนชื่อจากจี๋เฟิงเป็นคุนเผิงแล้ว’
‘หลังจากคุนเผิงซื้อเว็บไซต์นี้ รายการพวกนี้ต้องโดนสั่งตัดจบแน่นอน’
‘แต่คุนเผิงก็ยังไม่ประกาศแผนใหม่อะไรเลยนี่’
‘มีละครออนไลน์เรื่องหนึ่งที่ฉันตั้งตารอมาตลอดบอกว่าใกล้จะเปิดกล้องแล้วจะฉายบนเว็บไซต์นี้ ตอนนี้เงียบสนิทสงสัยกองถ่ายยุบไปแล้ว’
‘สิ้นเดือนนี้หมดอายุสมาชิกฉันจะไม่ต่อแล้ว’
‘ฉันอยากจะร้องไห้สมัครสมาชิกรายปีไว้ หนึ่งปีกว่าจะหมดตั้งพฤษภาคมปีหน้าแน่ะ!’
‘เอาเงินคืนมาเลย!’
‘เว็บนี้ไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้ดูแล้ว!’
‘นึกว่าหลังจากคุนเผิงเข้าซื้อเว็บจะดีขึ้น สรุปเป็นงี้เหรอ?”
ผู้ใช้งานไม่พอใจอย่างมากและเริ่มเกิดกระแสตีกลับบนโลกออนไลน์
และนี่คือผลจากการที่เจียงเฉิงพยายามให้เวลาผ่อนปรนกับรายการเหล่านั้นมากที่สุดแล้ว
ถ้าตัดทิ้งทันทีตั้งแต่ต้นผู้ใช้คงระเบิดอารมณ์หนักกว่านี้แน่นอน
ช่วยไม่ได้เจียงเฉิงจึงต้องจัดตั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ขึ้นเพื่อชี้แจงกับผู้ใช้กลุ่มนี้
พูดง่ายๆ ก็คล้ายจ่ายชดเชยโดยการมอบสิทธิ์สมาชิกเพิ่มอีกสามเดือนฟรีแก่สมาชิกแปดล้านคน
พร้อมกันนั้นเจียงเฉิงยังให้สัญญาวาคุนเผิงจะเร่งสร้างคอนเทนต์ใหม่คุณภาพดีมอบให้ผู้ชมทุกคนโดยเร็วที่สุด
ส่วนรายการวาไรตี้ที่เริ่มเร่งจบและละครที่เคยประกาศว่าจะถ่ายทํานั้นต้องยกเลิกแน่นอน
เพราะหากยังดึงดันทำต่อ คนที่แบกรับภาระต้นทุนทั้งหมดก็คือคุนเผิง
มาตรการปลอบใจนี้ก็ยังถือว่าได้ผลพอสมควร
อย่างน้อยก็มีการชดเชยสมาชิกฟรีสามเดือน
นอกจากนี้ตัวแทนของคุนเผิงยังออกมาให้คํามั่นต่อสาธารณะว่าจะรีบสร้างคอนเทนต์คุณภาพใหม่ๆ ออกมาให้เร็วที่สุด
ตอนนี้ชื่อเสียงของคุนเผิงช่วยส่งผลแล้ว
เพราะไม่ว่าละครหรือวาไรตี้ แคเป็นผลงานจากคุนเผิง ทั้งคุณภาพและกระแสล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น
ทําให้คําสัญญาของเจียงเฉิงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้
หลังจากปลอบประโลมผู้ใช้งานเรียบร้อย เจียงเฉิงรีบโทรหาหลินจือไป
“ตามที่เจ้านายสั่งไว้ ผมประกาศออกไปเรียบร้อยแล้ว
ต่อจากนี้เราน่าจะต้องปล่อยวาไรตี้ออกมาสักรายการแล้วละครับ”
“ผมรู้แล้วครับ”
หลินจือไปเริ่มครุ่นคิดว่าจะทำวาไรตี้แบบไหนถึงเหมาะสม
เพราะอย่างไรเว็บไซต์ก็พึ่งพาแค่ ‘Unexpectedness’ อย่างเดียวไม่ได้
แม้ละครเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จแน่นอนแต่ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
ถ้าอยากแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ ต้องจัดของใหม่ออกมาอีกหลายอย่าง
“จริงสิ” หลินจือไปถามว่า “‘Unexpectedness’ ถ่ายทําไปถึงไหนแล้วครับ?”
เจียงเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คืบหน้าเร็วมากครับ ฝั่งเฟิงซั่วถ่ายเสร็จไปหกตอนแล้ว”
อย่าแปลกใจที่ถ่ายได้หกตอนภายในเวลาไม่กี่วัน
ไม่ใช่เพราะผู้กํากับเฟิงซั่วเก่งกาจขั้นเทพ หรือเป็นเพราะมีนักแสดงมือฉมัง
ยิ่งไม่ใช่ว่ากองถ่ายทําลวกๆ แบบขอไปที
แต่เพราะแต่ละตอนของเรื่องนี้ยาวแค่สองสามนาทีเท่านั้น
แทบไม่มีเนื้อหาหนักๆ เน้นๆ อะไรเลย จุดสําคัญอยู่ที่บทพูดกับจังหวะมุกตลกล้วนๆ นี่แหละมินิซีรีส์!
คาดว่าอีกไม่กี่วันละครเรื่องนี้ก็จะออกอากาศได้แล้ว
หลินจือไปคิดว่ารอให้ ‘Unexpectedness’ ออกอากาศคุนเผิงวิดีโอก็คงได้พักหายใจบ้าง
ใครจะรู้ว่าแค่ไม่กี่วันจะมีเรื่องวุ่นวายโผล่มา
ในคืนนั้นแพลตฟอร์มจี่กวงมีผู้ใช้งานรายหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นพนักงานวงในของคุนเผิงฟิล์ม
โพสต์บทความยาวลงบนอินเทอร์เน็ต หัวข้อบทความคือ
‘คุนเผิงฟิล์มและโทรทัศน์หลอกแฟนคลับทําลายบรรยากาศวงการ!!’
“ผมเป็นช่างภาพหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกคุนเผิงฟิล์มรับเข้าทํางานไม่กี่วันก่อน
ตอนที่เพิ่งเข้าไปบริษัทผมตื่นเต้นมาก เต็มไปด้วยความชื่นชมและความคาดหวังต่อคุนเผิง”
เนื้อหาบทความไม่ซับซ้อน ก็แค่คนใหม่ในวงการที่ชื่นชมคุนเผิง ถูกรับเข้าทํางานในคุนเผิงฟิล์ม
แล้วก็ไปถ่ายละครกับกองถ่ายใหม่ที่เพิ่งก่อตั้ง
แต่สุดท้ายกลับพบว่าละครเรื่องนั้นทําลวกๆ ไร้คุณภาพ
ในฐานะช่างภาพที่มีจิตสํานึกและความใฝ่ฝันเขาจึงทนไม่ได้
ยอมตกงานแลกกับการเปิดโปงพฤติกรรมทําลายบรรยากาศวงการของคุนเผิงฟิล์ม
ท้ายบทความคนที่อ้างว่าเป็นช่างภาพของคุนเผิงกล่าวโทษว่า
“ตัวแทนเจียงของคุนเผิงบอกว่าจะผลิตคอนเทนต์คุณภาพใหม่ๆ ลงบนเว็บคุนเผิงวิดีโอให้เร็วที่สุด
แล้วนี่หรือคือคอนเทนต์คุณภาพที่ตัวแทนเจียงพูดไว้
พวกคุณหลอกลวงผู้ใช้เว็บไซต์ชัดๆ
ทั้งที่พวกคุณได้เงินไปตั้งเยอะขนาดนั้น ทําไมถึงยังไม่ยอมทุ่มเทสร้างผลงานให้ได้มาตรฐานละ”
ต้องยอมรับว่าที่ช่างภาพคนนี้พูดมาล้วนเป็นความจริง
จากสภาพการถ่ายทําแล้ว ‘Unexpectedness’ ก็ถือว่าเข้าข่ายลวกๆ ไร้คุณภาพตามที่ว่าไว้จริงๆ
เนื้อเรื่องเรียบง่ายแทบไม่มีสาระอะไรเลย
ด้านการลงทุนของกองถ่ายก็ตระหนี่ประหยัดไปเสียทุกอย่าง
บรรยากาศในกองก็ไม่จริงจังเลยแม้แต่น้อย
กระทั่งให้ความรู้สึกเหมือนเด็กเล่นขายของด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้คือความจริง…
และเมื่อไม่นานมานี้คุนเผิงวิดีโอก็มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น
เพราะวาไรตี้หลายรายการบนเว็บไซต์ถูกเร่งจบ
โปรเจกต์ที่คาดว่าจะขาดทุนหลายรายการก็ถูกคุนเผิงตัดทิ้ง
ทําให้ผู้ใช้เว็บไซต์จํานวนมากไม่พอใจอย่างหนัก
พอโดนเรื่องนี้ซ้ำเข้าไป คุนเผิงเพิ่งเริ่มถ่ายทําละครเรื่องแรกก็กลับทําแบบ ‘ขอไปที’ ไปเสียหมด
ไม่ยอมลงทุน ไม่ยอมจ้างดารากองถ่ายก็แสนจะซ่อมซ่อ
ใช้คําพูดของช่างภาพที่เขียนบทความนั้นก็คือ
พวกคุณคุนเผิงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแท้ๆ ทําไมถึงไม่ยอมลงทุนเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่จ้างดาราก็ยังพอเข้าใจว่าอยากให้โอกาสหน้าใหม่
แต่จะทําคอนเทนต์ลวกๆ ไปหลอกผู้ชมที่ไม่รู้อีโหนอีเหนแบบนี้มันได้ที่ไหน
ในคอมเมนต์มีคนสงสัยว่าหมอนี่กําลังใส่ร้ายคุนเผิงอยู่หรือเปล่า?
เพื่อพิสูจน์ว่าคําพูดของตัวเองเป็นความจริง
ช่างภาพคนนี้ถึงกับปล่อยภาพเบื้องหลังที่ไม่เป็นทางการออกมา
จากภาพเห็นได้ชัดเจนว่ากองถ่ายนี้ให้อารมณ์ที่ขัดสนสุดๆ
อย่างเช่นฉากที่พระเอกปะทะกับตัวร้ายลาสต์บอสจอมมารกลับยืนอยู่บนตอไม้เก่าๆ อันหนึ่ง…
ฮือฮา!
คราวนี้ชาวเน็ตระเบิดอารมณ์แล้ว ผู้ใช้แปดล้านคนของคุนเผิงวิดีโอยิ่งเดือดเข้าไปใหญ่!
นี่น่ะเหรอ ‘เนื้อหาคุณภาพ’ ที่คุนเผิงของพวกนายเตรียมไว้ให้ทุกคน?
คุนเผิงโกยเงินไปตั้งมากมายสุดท้ายกลับตั้งกองถ่ายกระจอกๆ แบบนี้มาเอาเปรียบพวกเรา?
เรื่องที่เว็บไซต์ตัดรายการทิ้งยังถือว่าเรื่องเล็ก
ครั้งนี้ต่างหากที่กระทบชื่อเสียงของแบรนด์คุนเผิงอย่างแท้จริง
ส่วนหลินจือไปเพิ่งมารู้เรื่องนี้ในวันถัดมา
เพราะเวลานอนเขาจะปิดเสียงมือถือจึงไม่รู้ว่าเมื่อคืนเจียงเฉิงได้โทรมาหาตนตั้งกี่สาย…