ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 156 โปรโมตด้วยกระแส
“ในที่สุดเจ้านายก็ตื่นสักทีนะครับ พวกเราถูกเล่นงานแล้ว”
“บทความนั้นถูกคนในกองถ่ายปล่อยออกมา หมอนั่นเตรียมลาออกล่วงหน้าไว้แล้ว วันนี้ก็ไม่มาทำงาน”
“ผมให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องไปแล้ว เจ้านั่นอย่าหวังจะลอยนวลได้”
“แต่ตอนนี้กระแสบนเน็ตไม่เข้าทางเราเลย…”
เจียงเฉิงส่งเรื่องราวต้นสายปลายเหตุทั้งหมดให้หลินจือไป
รวมถึงบทความสั้นที่ผู้ช่วยตากล้องคนนั้นเขียน
หลินจือไปงุนงงอยู่หลายวินาทีถึงได้สติ อ่านจบก็หัวเราะพรืด
“หมอนี่ฝีมือเขียนไม่เลวนะ แถมที่พูดมาก็แทบจะจริงทั้งหมด”
“งบละครของเราต่ำจริงๆ แตเขาเป็นช่างภาพกองถ่ายจริงเหรอ”
“ถ้าเป็นคนในกองจริงก็ไม่ควรปล่อยบทความแบบนี้ออกมา”
“ขอโทษครับ”
หลินจือไปยังยิ้มได้ แต่เจียงเฉิงกลับยิ้มไม่ออกเลย เขารู้สึกผิดมาก
“เป็นผมเองที่คัดคนไม่รอบคอบ แต่เขาไม่ได้เป็นตากล้องหลัก เป็นแค่ผู้ช่วยตากล้องครับ”
“ไม่ได้รับผิดชอบการถ่ายอะไร ช่างวิ่งงานอยู่รอบนอกกองเท่านั้น”
“งั้นก็แปลว่าเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราถ่ายอะไรกันอยู่?”
“ใช่ครับ”
“งั้นก็ไม่แปลก”
“ครั้งนี้เป็นความสะเพร่าของผม…”
“พี่เจียงไม่ต้องโทษตัวเอง คุนเผิงโตเร็วเกินไป คนที่รับเข้ามาช่วงนี้ก็เยอะ”
“จะมีพวกจิตไม่ดีแฝงตัวมาก็เรื่องปกติ พี่ไม่มีทางเช็กประวัติทุกคนได้อย่างละเอียดทั้งหมดหรอก”
“ยิ่งคนตั้งใจปลอมตัวด้วยแล้ว พี่มองไม่ออกแน่”
“เขารีบร้อนกระโดดออกมาตอนนี้กลับดีเสียอีก”
“ดีกว่ารอให้เขาตั้งหลักในบริษัทได้แล้วค่อยแทงข้างหลังเรา!”
หลินจือไปรู้สึกจริงๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ใหญ่โตอะไร
อย่างไร ‘Unexpectedness’ ก็กำลังจะออกอากาศในอีกไม่กี่วัน
พอถึงตอนนั้นทุกคนก็จะรู้ความจริงเอง
อีกอย่างช่วงนี้คุนเผิงรับคนเยอะ ต่อให้คนรับผิดชอบจะเป็นหลินจือไปเอง ก็ยังไม่กล้ารับประกันว่าทุกคนจะไม่มีปัญหา
คุนเผิงตอนนี้โดดเด่นจนเป็นเป้าสายตา อาจมีบริษัทอื่นส่งคนแฝงเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“ขอบคุณเจ้านายที่เข้าใจครับ”
เจียงเฉิงอึดอัดขุ่นเคืองใจอย่างมากที่ตนทำงานได้ไม่ดี
เขากล่าวเสียงต่ำว่า “ผมสืบประวัติหมอนั่นคร่าวๆ แล้ว ตัวการอยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นหลินกงครับ”
“มิน่าละ”
หลินจือไปหรี่ตาลง คาดว่าหลินกงคงผูกใจเจ็บคุนเผิงเพราะเรื่องโฆษณาคราวก่อน
ขี้แค้นเหมือนฉันเป๊ะเลย หรือเพราะพวกเราต่างก็แซ่หลินเหมือนกันนะ?
เวลานี้น้ำเสียงของเจียงเฉิงเย็นเยียบลงเล็กน้อย
“ถ้าไม่ใช่หลินกงอยู่เบื้องหลัง ผู้ช่วยตากล้องคนเดียวโพสต์บทความแบบนี้ไม่มีทางจุดกระแสอะไรได้แน่”
“นอกเสียจากเขาไปจ้างอินฟลูเอนเซอร์ดังช่วยรีโพสต์โปรโมต จนบทความดังไปทั่วอินเทอร์เน็ต”
“ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้า หรือไม่หมอนี่ก็แฝงตัวเข้าคุนเผิงฟิล์มมาเพื่อหาเรื่องเราตั้งแต่แรกแล้ว”
“จริงๆ เราควรขอบคุณเขานะ”
หลินจือไปว่า “ถ้าไม่มีความช่วยเหลือของเขา ละครของเราคงไม่ถูกจับตามองมากขนาดนี้”
ชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ หลินจือไปก็ปิ๊งไอเดีย
“งั้นพรุ่งนี้ปล่อยฉายเลยดีไหมครับ ถ่ายไว้เยอะแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“อา… เอ๋… ฉายพรุ่งนี้เลยเหรอครับ?”
“วันนี้อย่าไปตอบอะไร ให้กระแสหมักต่อไปอีกนิด พรุ่งนี้ก็ออกอากาศได้”
“ที่เหลือเร่งถ่ายต่อก็พอครับ”
ทั้งหมดมีแค่สิบห้าตอน แต่ละตอนเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
เวลาถ่ายยังสั้นกว่าเวลาตัดต่อเสียอีก
ต่อให้ฉายพรุ่งนี้เวลาก็ยังเหลือเฟือ
แถมปล่อยตอนคนกำลังให้ความสนใจมากที่สุด ประหยัดค่าประชาสัมพันธ์ไปได้อีกก้อนหนึ่ง
“เข้าใจแล้วครับ”
เจียงเฉิงได้อ่านบทมาแล้ว เขาเชื่อมั่นในสคริปต์ ‘มินิ’ เรื่องนี้อย่างมาก
พูดให้ชัดคือเขามั่นใจใน ‘อาจารย์ปู่เยโหว’ อย่างหลินจือไปต่างหาก!
พายุครั้งนี้ไม่เล็กเลย กระแสยังคงคุกรุ่นบนอินเทอร์เน็ต
ปรากฏเสียงวิจารณ์คุนเผิงวิดีโอมากมาย
‘เดิมทีฉันประทับใจคุนเผิงมากนะ ไม่คิดเลยว่าบริษัทนี้จะเป็นแบบนี้’
‘รายการวาไรตี้ของคุนเผิงไม่ใช่ว่าผลิตออกมาดีทุกรายการเหรอ?’
‘The Knockout ก่อนหน้านั้นคุณภาพก็ดีมาก ทำไมละครใหม่ถึงได้มัวซัวขนาดนี้ละ?’
‘นั่นเพราะคุณไม่รู้อะไร งานวาไรตี้ของคุนเผิงรวมถึง The Knockout’
‘คุนเผิงแค่ให้คอนเทนต์ งานผลิตจริงยกให้สามบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่รับผิดชอบเลยคุณภาพสูง’
‘ตอนนี้พวกเขาอยากสลัดสามค่ายใหญ่มาฉายเดี่ยว ข้อบกพร่องเลยเผยออกมา’
‘นี่ไม่ใช่แค่เรื่องข้อบกพร่องแต่เป็นเรื่องของทัศนคติ!’
‘เกลียดที่สุดคือละครเผาๆ นี่แหละ บรรยากาศวงการเสื่อมเสียก็เพราะของคุณภาพต่ำแบบนี้’
‘ไม่คิดเลยว่าคุนเผิงก็เริ่มทำงานชุ่ยแล้วเหมือนกัน!’
‘อาจเพราะพวกเขาซื้อเว็บไซต์วิดีโอจี๋เฟิงเลยรีบปั๊มคอนเทนต์ใหม่ละมั้ง’
‘แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง! ถ้าคอนเทนต์ใหม่ห่วยขนาดนี้ใครจะดู มีความหมายอะไร!’
ทางฝั่งน่าเซินหัวเราะครืน ตั้งแต่คุนเผิงลงสนามแพลตฟอร์มวิดีโอทุกคนก็ขำแล้ว
แต่วันนี้ดูจะหัวเราะเป็นพิเศษ
“คุนเผิงนี่มันจริงๆ เลยนะ”
“ถ้าถ่ายละครไม่เป็นก็ร่วมมือกับเราสิ ดันทุรังทำเองทีนี้จะออกมาเป็นตัวอะไรเนี่ย!”
“ผมบอกแล้วพวกหน้าใหม่ทำอะไรไม่สำเร็จหรอก”
“พวกเขาคิดว่าถ่ายละครแค่มีบทกับตั้งกล้องก็พอหรือไง”
“ประหยัดงบผมเข้าใจ แต่นี่ประหยัดจนเวอร์เกินไป!”
“ผมสืบมาแล้ว ได้ข่าวว่าละครคุนเผิงเรื่องนี้ต้นทุนแค่หนึ่งแสนถึงแสนห้าหมื่นต่อตอนเอง”
“เงินแค่นี้ไม่พอแคะฟันด้วยซ้ำ พวกเขากล้าทำได้ยังไงเนี่ย!”
ทางด้านเทียนกวง
“ข่าววงในนะ รับประกันว่าจริงแท้แน่นอน ละครคุนเผิงเรื่องนี้ต้นทุนต่อตอนแค่แสนกว่าๆ!”
“หือ?”
“จริงเหรอเนี่ย?”
“คุนเผิงบ้าไปแล้วหรือไง?”
“เงินเท่านี้จะไปทำอะไรได้? ไม่มีสักสิบกว่าล้านก็ยังกล้าถ่ายละครตามคนอื่น?”
“นี่มันต้นทุนคณะสมัครเล่นชัดๆ ถึงจะให้มือใหม่หัดลอง แกก็ใจกว้างกว่านี้หน่อยเถอะ!”
“เงินเท่านี้ถ่ายอะไรไม่ได้หรอก!”
“เขาอาจจะหวังลงทุนน้อยได้กำไรโตก็ได้”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ รวมแล้วก็แค่สักล้านสองล้าน นายยังเรียกว่าลงทุนน้อยได้กำไรโตเหรอ?”
“พวกเขาก็ไม่ได้จนสักหน่อย จะงกอะไรขนาดนั้น?”
เสินฮว่า จางฉือหัวหน้าแผนกเพลงตื่นเต้นสุดขีด!
หลินหลิวแผนกเพลงก็ปลื้มไม่เบา!
หลินเป้ากระดี๊กระด๊าจนซัดข้าวไปสามชามใหญ่ในมื้อกลางวัน!
“ทำเอาฉันขำจะตายอยู่แล้ว!”
“คุนเผิงกวาดเงินไปได้ตั้งเยอะขนาดนั้น ต่อให้ไม่มีอาชีพก็ไม่ควรปล่อยกองถ่ายจนกรอบแบบนี้สิ!”
“ได้ยินว่าพวกเขายังมีซีจีด้วยนะ…”
“อุ๊บ! ซีจีห้าเหมา (1 หยวน = 10 เหมา) เหรอเรียกว่าซีจี?”
“มากสุดก็ซีจีหนึ่งเฟิน (1 เหมา = 10 เฟิน)”
“คุนเผิงรีบยอมรับความจริงแล้วกลับมาร่วมงานกับเราเถอะ”
“แต่ก่อนถ่าย The Knockout ร่วมงานกับเราก็ดีออก”
“ละครเรื่องนี้ปล่อยให้พวกเขาถ่ายกันเอง ต่อให้บทดีแค่ไหนก็เสียของ!”
“ว่าแต่คนเขียนบทละครของคุนเผิงเรื่องนี้คือใคร?”
“เหมือนจะเป็นปู่เยโหว”
“คุณพระ! ใช้ปู่เยโหวแบบนี้เลยเหรอ?”
“ทำเรื่องขายขี้หน้าขนาดนี้ แค่เพราะเว็บไซต์วิดีโอจี๊ๆๆ”
“ตำนานคุนเผิงคงจบแล้วละ”
วิลล่าหลังหนึ่ง หลินกงรับสายโทรศัพท์
“ตอนนี้ชื่อเสียงคุนเผิงในเน็ตดิ่งฮวบเลยครับ”
“โอเค”
“ช่างภาพคนนั้นผมจ่ายเงินก้อนโตให้เขาแถมจัดหางานให้ด้วย เขาน่าจะปิดปากสนิทครับ”
“เหอะๆ”
หลินกงหัวเราะ “คนที่เราซื้อไว้นายคิดว่าคุนเผิงตามไม่เจอเหรอ เจียงเฉิงนั่นก็มีฝีมือพอตัวนะ”
“เจอแล้วจะทำอะไรได้?”
หลินกงแค่นเสียง “นายคิดว่าฉันกลัวเหรอ? หรือเสินฮว่าจะกลัว?”
“ฉันไม่โง่เหมือนหลินหลิวกับหลินเป้านะ!”
หลินเป้าเคยเสียท่าคุนเผิงมาแล้ว หลินหลิวตอนนี้ยิ่งเกลียดคุนเผิงเข้ากระดูกดำ
หลินกงรู้ทุกอย่างแต่เขาไม่ใส่ใจ จนกระทั่งคุนเผิงมาหาเรื่องเขา!
ตั้งใจ? หรือไม่ได้ตั้งใจ?
หลินกงไม่สนใจ ใครมาแหย่เขาก็ต้องจ่ายค่าชดเชย ต่อให้คุนเผิงจะมีฝีมืออยู่บ้างก็ตาม
กลางดึกเจียงเฉิงติดต่อหลินจือไป
“ตามคำสั่งเจ้านาย เราปล่อยข่าวหลายอย่างของละครออกไปแล้วครับ”
“ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตเดือดมาก โดยเฉพาะพอรู้ว่าต้นทุนตอนละแค่แสนกว่าๆ แถมยังมีซีจีด้วย”
“ใช้ได้แล้วละครับ”
หลินจือไปดูเวลา “สองทุ่มคืนนี้ ประกาศไปว่าละครเรื่องนี้จะฉายคืนพรุ่งนี้”
“ได้ครับ”
เจียงเฉิงทำตามคำสั่งของหลินจือไป ปล่อยข่าวในคืนนั้นว่า
‘Unexpectedness’ จะออนแอร์ตั้งแต่คืนพรุ่งนี้ เนื้อหาค่อนข้างเป็นทางการ
‘ช่วงนี้มีการใส่ร้ายคุนเผิงของเรามากมาย เราได้ส่งหนังสือทนายถึงผู้ปล่อยข่าวเท็จแล้ว’
‘คุนเผิงใส่ใจการสร้างทุกผลงาน Unexpectedness มีงบจำกัด แต่นั่นไม่ควรเป็นเหตุผลให้ภายนอกโจมตีเรา’
‘การสร้างผลงานคุณภาพภายใต้งบจำกัดคือสิ่งที่เรามุ่งหา ทุกอย่างพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง’
‘คืนพรุ่งนี้สองทุ่ม ผลงานเขียนบทโดยปู่เยโหวจะออกอากาศอย่างเป็นทางการ’
‘หวังว่าทุกท่านจะเคารพผลลัพธ์จากแรงงานของคุนเผิง!’
ทันทีที่ข่าวออก ทุกฝ่ายตาค้าง!
เพราะนี่มันไวเกินไปแล้ว!
คุนเผิงถ่ายแค่ไม่กี่วัน ละครเรื่องนี้ก็เอามาฉายได้แล้วเหรอ!?
‘บ้าเอ๊ย!’
‘พวกนายกล้าฉายจริงดิ!’
‘กองถ่ายจนขนาดนั้นจะถ่ายของดีอะไรออกมาได้!’
‘ไม่อธิบายยังจะดีกว่า!’
‘งานหยาบงานเผาเห็นกันโต้งๆ เลย!’
‘ของจากกองถ่ายถังแตกฉันไม่คาดหวังอะไรสักนิดเดียว’
‘แต่ฉันก็แอบสงสัยนะ บทของอาจารย์ปู่เยโหว…’
‘ปู่เยโหวคือคนเขียนบท The Knockout เลยนะ!’
‘บ้าเอ๊ย The Knockout โคตรคลาสสิกขนาดนั้น บทละครใหม่คงไม่แย่เกินไปหรอกมั้ง?’
‘บทดีแค่ไหนเจอกองถ่ายถังแตกจะช่วยอะไรได้?’
‘อาจารย์ปู่เยโหวโดนคุนเผิงลักพาตัวรึเปล่า? ถ้าโดนละกะพริบตาที!’
‘คุนเผิงอย่าเอาบทดีๆ ของอาจารย์ปู่เยโหวไปทำเสียของนะ!’
พูดตามตรงแม้ทุกคนจะด่าละครใหม่ของคุนเผิงว่างานเผางานลวก แต่แทบไม่มีใครด่าปู่เยโหวเลย
หลายคนมองว่าปู่เยโหวก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน อย่างไรเขาก็เป็นคนของคุนเผิง ได้แต่ต้องฟังคำสั่งบริษัท
ไม้ซีกหรือจะงัดไม้ซุง คิดอย่างนี้แล้วทุกคนยิ่งโมโห!
ขณะที่กำลังโกรธเกรี้ยว มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจใครหลายคนพร้อมกันว่า
งั้นฉันจะดูหน่อยสิว่าพวกนายจะถ่ายบทของอาจารย์ปู่เยโหวออกมาเละขนาดไหน!