ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 157 ออกอากาศสุดฮา
เมื่อเทียบกับความโกรธของชาวเน็ต คนในวงการกลับสังเกตเห็นข้อมูลบางอย่าง
จากแถลงการณ์ของคุนเผิง ออกอากาศได้เร็วขนาดนี้
แสดงว่าครั้งนี้คุนเผิงถ่ายทำเป็นละครสั้นแน่ๆ คล้ายคลิปสั้นในโซเชียลหรือเปล่า?
มองจากมุมนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมคุนเผิงถึงไม่อยากเทงบมากนัก
บางทีละครสั้นนี้อาจให้เหล่าหน้าใหม่ได้ซ้อมมือเล่น แต่ดันโดนแฉว่าเนื้องานหยาบ ทำงานลวก
แต่ถ่ายละครสั้นจะโปรโมตให้เอิกเกริกทำไม?
ออกอากาศตอนนี้ไม่เท่ากับขึ้นเรือกลางลมมรสุมหรอกหรือ?
ละครสั้นไร้ค่าแบบนี้จะกอบกู้แพลตฟอร์มวิดีโอคุนเผิงของพวกนายได้งั้นหรือ?
อีกอย่างถึงจะเป็นละครสั้น งานที่ทำลวกแบบนั้นคนทำงานที่มีประสบการณ์หน่อยยังรับไม่ได้เลย
คิดหรือว่าชาวเน็ตจะปล่อยคุนเผิงของพวกนายไปง่ายๆ?
ก่อนหน้านี้เจียงเฉิงยังเคยประกาศไว้ว่าจะต้องให้คำอธิบายกับสมาชิกแปดล้านคนของเว็บไซต์
และสร้างคอนเทนต์คุณภาพใหม่ๆ มามอบให้ทุกคนอยู่เลย
ไม่มีปัญญาก็อย่าอาสางานยาก ประโยคนี้จะกลายเป็นเป้าโจมตีคุนเผิงของชาวเน็ต!
จะบอกว่าละครสั้นหยาบๆ เรื่องนี้ก็คือ ‘คอนเทนต์คุณภาพ’ ของพวกนายคุนเผิงงั้นสิ?
นี่คิดว่าผู้ชมโง่หรืออยากเกาะกระแสอื้อฉาวเอายอดวิวกันแน่ ถึงได้ดันทุรังปล่อยละครสั้นเรื่องนี้?
ทางแก้ที่ถูกต้องแน่นอนว่าก็คือเพิ่มการลงทุนถ่ายทำใหม่
ถ่ายทำเรื่องนี้ให้ดีๆ ไม่พูดถึงเนื้อเรื่องว่าจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยคุณภาพการผลิตต้องได้มาตรฐาน
พร้อมกันนั้นก็ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์อธิบายกับสาธารณชนว่า
เรื่องนี้ตอนสั้นมาก แค่ทำมาให้ทุกคนดูเอาสนุกเท่านั้นเอง มาดันทุรังบ้าบออะไรเนี่ย?
คนในวงการไม่เข้าใจว่าคุนเผิงจะรนหาที่ตายไปทำไม
ต่อให้หลายคนสังเกตได้ว่าเป็นละครสั้น การประชาสัมพันธ์ของคุนเผิงก็ยังแสบตาอยู่ดี
ขณะเดียวกันภายในวิลล่า คืนนี้หลินจือไปอยู่ทำงานต่อ
ตรวจทานฟุตเทจที่ถ่ายไปแล้วอีกรอบ เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่
“ไม่น่ามีปัญหาใหญ่…”
ละครเรื่องนี้มีจุดที่เกี่ยวกับไซอิ๋วและสามก๊กอยู่เล็กน้อย
โลกนี้ไม่มีไซอิ๋วกับสามก๊ก หลินจือไปจึงปรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสม
เพราะ ‘Unexpectedness’ มีหลายซีซัน เขาเลยจับเนื้อหาหลายซีซันรวบเข้าด้วยกัน
เนื้อหาใกล้เคียงกันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องกระจายให้ยุ่ง
ละครเรื่องนี้ก็แค่เอาไว้ดึงคนเข้าเว็บ จุดประสงค์ของเขาเรียบง่ายมาก
พร้อมกันนั้นก็เป็นสัญญาณเตือน หลินจือไปแค่ถ่าย ‘Unexpectedness’ ยังต้องปรับมุกบางอย่าง
แล้ว ‘My Own Swordsman’ ที่จะถ่ายทำต่อไปล่ะ?
ส่วนใหญ่ดึงมาจากนิยายกำลังภายในของอาจารย์กิมย้ง ถ้าโลกนี้ไม่มีผลงานของท่านกิมย้ง บางมุกผู้ชมก็คงไม่เก็ต
อย่างเช่นกัวจวี้เสียอะไรทำนองนั้น บางทีตนคงต้องให้ปู่เยโหวลงมือจัดการ
อย่างน้อยก็สร้างสิ่งที่ ‘My Own Swordsman’ อ้างอิงบ่อยๆ ขึ้นมาก่อน
แน่นอนว่าไม่ต้องทำทั้งหมด บางอย่างก็อธิบายกับคนนอกได้ว่า
นี่เป็นการเชื่อมกับผลงานในอนาคตของปู่เยโหว ขอให้ทุกคนรอติดตาม
“ไว้ค่อยไปคุยกับสามยักษ์ใหญ่แล้วกัน”
คุนเผิงยังร่วมมือกับสามค่ายใหญ่อยู่ ไม่ใช่ว่าพอคุนเผิงถ่ายทำละครเองแล้วจะตัดขาด
ดังนั้นก่อนจะตัดขาดก็ต้องอาศัยพลังของสามค่ายให้เต็มที่
ในใจหลินจือไปเริ่มก่อร่างแผนการใหม่แล้ว
หยิ่นตงหน่วนรู้ว่าเฟิงซั่วคือผู้กำกับละครใหม่เรื่องนั้นของคุนเผิง
หลังจากเฟิงซั่วได้รับเลือกเป็นผู้กำกับของ ‘Unexpectedness’ เขาก็รีบแชร์ข่าวดีนี้กับหลินจือไปและหยิ่นตงหน่วนทันที
แต่ในตอนนี้ละคร ‘Unexpectedness’ กำลังอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรง
หยิ่นตงหน่วนเป็นห่วงมากจึงดึงหลินจือไปกับเฟิงซั่วตั้งกลุ่มแชทเล็กสามคน
หยิ่นตงหน่วน: @เฟิงซั่ว ละครเรื่องนี้ของนายเป็นยังไงกันแน่?
เฟิงซั่ว: ก็เหมือนที่ในเน็ตว่ากันนั่นแหละ กองถ่ายพวกเราค่อนข้างจน
เฟิงซั่ว: แต่เราไม่ได้ทำงานชุ่ยเลยนะ เรื่องนี้พวกเราตั้งใจถ่ายกันจริงจังมาก
หยิ่นตงหน่วน: ถ่ายเป็นละครสั้นเหรอ?
เฟิงซั่ว: ใช่ สั้นมากเลยละ ถึงออกอากาศได้ไวขนาดนี้
หยิ่นตงหน่วน: …
หลินจือไป: @เฟิงซั่ว มันจะเวิร์กไหม?
เฟิงซั่ว: พวกนายวางใจได้ ข่าวที่ช่างกล้องคนนั้นปล่อยไปส่วนใหญ่เป็นความจริง
เฟิงซั่ว: แต่บางทีถึงจะรู้ข้อเท็จจริง ถ้าไม่ได้เห็นทั้งหมด ก็ยังทำให้คนตัดสินพลาดได้
เฟิงซั่ว: คอมเมนต์หรือความโกรธของชาวเน็ตตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าพวกเรามีทัศนคติแย่
เฟิงซั่ว: ถ่ายทำละครเรื่องนี้แบบส่งๆ แต่ทัศนคติของเรานั้นยอดเยี่ยมมาก!
เฟิงซั่ว: อีกอย่างหลายคนคงคิดไม่ออกหรอกว่า ที่พวกเราประหยัดงบก็เพื่อความฮานั่นแหละ
หยิ่นตงหน่วน: ประหยัดงบเพื่อความฮาเนี่ยนะ?
หลินจือไป: ล้อเล่นอะไรของนาย
เฟิงซั่ว: เอาเถอะ เดี๋ยวพวกนายได้ดูละครของเราก็จะเข้าใจเอง
หยิ่นตงหน่วน: ขอแค่นายอย่าโดนคุนเผิงหลอกก็พอ ระวังพวกเขาลากนายไปเป็นแพะรับบาปละ
หลินจือไป: …
แม้จะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในกลุ่ม แต่หลินจือไปก็อดไม่ได้ที่จะทั้งขำทั้งเครียด
ที่หยิ่นตงหน่วนระแวงคุนเผิงขนาดนี้ ฉันก็มีวิธีหาแพะรับบาปจริงๆ นั่นแหละ
อย่างถ้าละครเรื่องนี้พังไม่เป็นท่า ก็โยนความผิดทั้งหมดให้ผู้กำกับแล้วบอกสาธารณะว่า
‘ผู้กำกับอยากถ่ายแบบนี้เอง’ อย่างไรชื่อเสียงของปู่เยโหวก็ยังดีอยู่ ไม่โดนดราม่าแน่นอน
ส่วนคุนเผิงถึงจะสลัดความผิดไม่หมด อย่างน้อยก็ให้ผู้กำกับเฟิงซั่วแบ่งแรงกดดันไปครึ่งหนึ่ง
แต่ ‘Unexpectedness’ ไม่มีทางเจ๊งหรอก
ถอยหลังไปเป็นหมื่นก้าว ต่อให้ละครสั้นนี้ล้มเหลวจริงๆ เขาก็ไม่คิดจะเล่นงานเพื่อนรักของตนแน่นอน
วันถัดมากระแสสังคมออนไลน์ยิ่งบานปลายต่อไปดังที่หลินจือไปคาดไว้
หลินจือไปถึงกับเข้าไปติดตามดูคำถากถางก่นด่าคุนเผิงบนโลกออนไลน์ด้วยตนเอง
เพราะนี่แหละคือสถานการณ์ที่เขาอยากเห็นจริงๆ แล้ว
ถ้าหลินจือไปต้องการ เขาก็สามารถอธิบายเรื่องให้ชัดเจนกว่านี้ได้แต่ไม่จำเป็น
อย่างไรก็ออกอากาศคืนนี้อยู่ดี ไม่เห็นหรือว่าชาวเน็ตต่างก็ตั้งท่ารอให้ละครเรื่องนี้ฉาย
‘ดูสิว่าฉันจะด่าแกเละยังไง?’ ในเมื่อทุกคนเตรียมคีย์บอร์ดไว้พร้อมแล้ว ตนจะไม่สนองตอบได้อย่างไร?
เวลาหนึ่งวันก็ผ่านไปทีละน้อยท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เช้า เที่ยง บ่าย หกโมงเย็น หนึ่งทุ่ม หนึ่งทุ่มห้าสิบ!
เมื่อเข้าสู่การนับถอยหลังสิบนาทีสุดท้ายก่อนออกอากาศ ทราฟฟิกบนคุนเผิงวิดีโอพุ่งทะยาน
ชาวเน็ตแห่กันเข้ามา!
ในวงการ สามค่ายใหญ่ทั่วทุกสารทิศต่างจับตาดู!
ไม่ใช่เพราะคาดหวังอะไรกับ ‘Unexpectedness’ เลย เกือบทั้งหมดแค่มาดูความขายหน้าล้วนๆ
‘จะเริ่มแล้ว!’
‘ฉันเตรียมพร้อมสาดคำด่าแล้ว!’
‘ถ้าไม่ใช่บทที่อาจารย์ปู่เยโหวเขียน ฉันไม่มาดูหรอก’
‘บางทีอาจารย์ปู่เยโหวก็คงไม่คิดว่าบทจะถูกคุนเผิงเอามาปู้ยี่ปู้ยำแบบนี้ละมั้ง’
‘ถึงเวลาแล้ว! โอโห อัปสิบตอนรวด!’
‘หือ? ตอนแรกสั้นมาก! สั้นกว่าละครสั้นอีก!’
ระหว่างที่ถกกัน ผู้ชมได้คลิกดูตอนแรกแล้ว
แต่ตอนแรกยาวแค่ราวสามนาทีกว่าๆ ทำเอาคนจำนวนมากตาค้างเลยทีเดียว
นี่ก็สั้นเกินไปไหมเนี่ย? สมองของทุกคนมึนงงไปหมด
ขณะนั้นในบ้านหยิ่นตงหน่วนก็เข้าแอปคุนเผิงวิดีโอแล้วเปิดโหมดแคสต์ขึ้นทีวีจอยักษ์ทันที
เพลงไตเติ้ลดังขึ้น
“แรงกดดันชีวิต ทำให้ฉันลืมว่าตนเองคือใคร”
“อยากเป็นอัศวิน แต่ยังเป็นหวังต้าฉุยผู้อับโชค”
“โลกนี้ทำให้เธอจนปัญญา ไม่รู้ว่าดีหรือร้าย”
“การเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไป จนกลัวตกยุคสมัยนี้”
“เฝ้ามอง เฝ้ามอง เต็มไปด้วยความสับสน”
“ฉันนึกถึง ฉันนึกถึง การวิ่งยามอาทิตย์อัสดง”
“นั่นคือเธอ นั่นคือเธอ วัยเยาว์ที่ล่วงไป”
“คาดไม่ถึง ศีลธรรมจะหายลับไป”
“คาดไม่ถึง โลกจะพิกลพิสดาร”
“คาดไม่ถึง โยวโยว เช็คกิทเด้าท์”
“คาดไม่ถึง ลาลาลาลาลา”
“หวังว่าเมื่อตื่นจะมีสาวสวยสิบคน ความจริงกลับให้เธอแค่เจียนปึ่งกั่วจื่อไม่ใส่ไข่”
“กฎธรรมชาติ ใครรวยก็ต้องก้มหัวให้ วิชาน้ำแข็งไฟเก้าชั้นฟ้า ไม่ต้องเรียนเธอก็ใช้เป็น…”
หยิ่นตงหน่วนยิ้มบาง เพลงไตเติ้ลนี้สนุกใช้ได้เลย
โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย ‘คาดไม่ถึง ลาลาลาลาลา’ ที่ฟังแล้วหลอนติดหูอย่างบอกไม่ถูก
ต่อมาคำโฆษณาปรากฏขึ้นว่า
‘ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนการออกอากาศโดยสมาคมลูกจ้างชั่วคราวฉินโจว เรื่องรับบาปเราคือมืออาชีพ’
เอิ่ม… หยิ่นตงหน่วนกลั้นหัวเราะไม่อยู่
พอได้ยินว่า ‘ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนการออกอากาศโดยสมาคมลูกจ้างชั่วคราวฉินโจว’
ตอนแรกหยิ่นตงหน่วนยังไม่รู้สึกขัดอะไร แถมคิดจริงจังว่านี่มันสมาคมไหนกันนะ?
ฉินโจวมีสมาคมนี้ด้วยเหรอ? พอเห็นประโยคต่อว่า ‘เรื่องรับบาปเราคือมืออาชีพ’
เธอถึงได้รู้ว่านี่เป็นมุกตลกล้อเลียนล้วนๆ
ในเวลาเดียวกันชาวเน็ตก็หัวเราะกันใหญ่
ทุกคนต่างเข้าใจว่าเป็นการเสียสีกรณีที่บริษัทให้ลูกจ้างชั่วคราวเป็นแพะรับบาปในสังคม
พอมีเรื่องเมื่อไหร่ก็โทษว่าเป็นฝีมือลูกจ้างชั่วคราว
‘ตลกเก่งใช้ได้เลยนะ ฉันก็คิดอยู่ว่ากองถังแตกนี่จะมีสปอนเซอร์ที่ไหน ได้สมาคมลูกจ้างชั่วคราวก็ได้เหรอ?’
‘ตอนแรกก็ดันไม่รู้สึกว่าแปลก ฮะ?’
‘เพลงเปิดกับมุกนี้สนุกดีแฮะ’
‘นี่เพิ่งเริ่มเองนะ ตอนหลักต่างหากที่สำคัญ อย่าให้คุนเผิงใช้มุกเดียวตบตาเด็ดขาดเลย!’
‘นั่นสิ’
‘ฉันจ่ายค่าสมาชิกรายปีให้เว็บห่วยๆ นี่เลยนะ จะให้ฉันดูงานกระโหลกกะลาพวกนี้เหรอ เอาเปรียบเกินไปแล้ว’
‘กองถ่ายถังแตกแบบนี้จะถ่ายอะไรดีๆ ออกมาได้’
‘ทุนต่ำมักหมายถึงของถูกคุณภาพแย่’
‘คุนเผิงนี่หัวแข็งทีเดียว ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีคุณภาพก็ยังไม่ยอมรับ’
‘ดันทุรังจะออกอากาศให้ได้ในช่วงกระแสแรงแบบนี้ งั้นก็ลองดู’
เว็บไซต์วิดีโอของบลูสตาร์ต่างก็มีระบบคอมเมนต์แบบเด้ง หลายคนก็พูดคุยกันผ่านตรงนั้น
ในหมู่คนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผู้ชมทั่วไป แต่ยังปะปนไปด้วยคนในวงการไม่น้อย
มีกระทั่งพวกช่างสอดรู้จากสามค่ายใหญ่ ระหว่างถกกันตอนหลักเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เห็นเพียงชายหนุ่มในชุดโบราณคนหนึ่งปรากฏในกล้อง
สีหน้าที่อราวกับเป็นอัมพาต ปากเผยอแง้มเล็กน้อยเผยให้เห็นฟันหน้าสองซี่ ชวนขำอย่างบอกไม่ถูก
ขณะเดียวกันเสียงบรรยายนอกจอดังขึ้น เสียงความคิดเข้าจังหวะดนตรีมันๆ
“ผมชื่อหวังต้าฉุย เป็นนักแสดงกำลังถ่ายละครกำลังภายในต้นทุนต่ำอยู่”
เสียงพลันเปลี่ยนไป หวังต้าฉุยหันไปมองกระบี่ในมือ ปากยังนิ่งไม่ขยับ เสียงความคิดยังคงดังลอยมานอกจอ
คราวนี้บ่นอย่างมีอารมณ์ว่า “ทุนต่ำเกินไปไหมเนี่ย! กระบี่ของเล่นเด็กมาจากไหนกัน!”
จิ๊งงงงง! กระบี่ของเล่นในมือหวังต้าฉุยกลับเปล่งประกายวิบวับ
“คุณภาพขนาดนี่ยังจะวิบวับอะไรอีกฟะ!”
จิ๊งๆๆๆๆๆ! กระบี่ของเล่นในมือหวังต้าฉุยยิ่งส่องประกายรุนแรงกว่าเดิม
“เฮ้? บอกว่าแกคุณภาพห่วยยังไม่ยอมรับอีกเหรอ!”
อุ๊บ! ชาวเน็ตกลั้นขำไม่อยู่ คราวนี้ทนไม่ไหวจริงๆ
อะไรคือ ‘บอกว่าแกคุณภาพห่วยยังไม่ยอมรับอีกเหรอ’?
ประโยคบ่นของหวังต้าฉุยนี่แหละที่ชาวเน็ตใช้ถล่มคุนเผิงสองวันมานี้ไม่ใช่หรือ?
‘อะไรวะเนี่ย!’
‘กระบี่ของเล่นก็ได้เหรอ?’
‘บ้าบอเกินไปแล้ว!’
‘คุนเผิงไม่ได้หลอก มีซีจีจริงๆ เธอดูกระบี่นี่สิ วิบวับเชียว ฮ่าๆๆๆๆ นี่แน่ใจเหรอว่าไม่ได้กำลังแซะตัวเองนะ?’
‘นี่เป็นเอฟเฟกต์ที่ชุ่ยที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาเลย!’
‘นักแสดงนี่ไปหามาจากไหน? ฮาดี หน้าตาดูตลกแปลกๆ’
‘บทพูดก็น่าสนใจมาก ด่าตัวเองต้นทุนต่ำ พูดแทนชาวเน็ต ทำเอาชาวเน็ตไม่รู้จะพูดอะไรเลย?’
ฉากนี้ฮาเกินไปแล้ว! พอกินคู่กับดราม่าที่ชาวเน็ตถล่มคุนเผิงอยู่
ต่อให้คนขำยากก็ยังหลุดขำออกมา และจู่ๆ ทุกคนก็รู้สึกว่าละครเรื่องนี้ดูจะไม่แย่อย่างที่คิด?
ตัวเรื่องดำเนินต่อไป อยู่ๆ ก็มีคนกระโดดออกมาข้างหน้าหวังต้าฉุย
ไม่ผิด ชายหน้าอัปลักษณ์ในชุดโบราณกระโดดเข้ากล้อง ถือกระบี่ที่ยังไม่ชักขึ้นมาก็อ้าปากท่องบทส่งๆ
“ฮ่าๆๆ! หากอยากช่วยองค์หญิงก็จง…” ชายคนนั้นดันลืมบท อ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่
“ก็… เออ… ก็… ก็ข้ามศพข้าไปก่อน! ย่าาา!” ในที่สุดก็จำได้
หมอนี่ยังชมตัวเองอีกต่างหาก หวังต้าฉุยกล่าว: “ขอร้อง ท่องบทให้แม่นก่อนเข้าฉากทีได้ไหม?”
ชายผู้นั้นกล่าว: “มาเลย ปล่อยท่าไม้ตายของเจ้า หมัดเก้าสุริยันซะ!”
หวังต้าฉุยกล่าว: “ที่แท้ฉันก็ใช้วิชาหมัด… หมัดเก้าสุริยันเหรอ? ฟังดูเท่ชะมัด!”
หวังต้าฉุยปากระบี่ของเล่นทิ้งทันที กำหมัดสองข้างแล้วก็ปรากฏเอฟเฟกต์ขึ้น
อันที่จริงแค่กล้องบิดนิดเดียว
“ข้ารู้สึกถึงพลังมหาศาลที่กำลังไหลมารวมกันที่หมัดทั้งสอง!”
“หมัดซ้ายข้าร้อนดั่งเพลิง! หมัดขวาข้าเย็นดั่งน้ำแข็ง!”
“หือ? อะไรวะเนี่ย แม้แต่เอฟเฟกต์ก็ไม่ทำ พิมพ์ตัวหนังสือเอาดื้อๆ ชุ่ยเกินไปแล้วมั้ง!”
หวังต้าฉุยยกหมัดทั้งสอง บนหมัดซ้ายมีคำว่า ‘เอฟเฟกต์ไฟ’ บนหมัดขวามีคำว่า ‘เอฟเฟกต์น้ำแข็ง’
ชายผู้นั้นตะโกน: “สวรรค์ชั้นเก้าเพลิงน้ำแข็ง!”
หวังต้าฉุยกล่าว: “เฮ้ย! นายตั้งชื่อท่าแบบนี้ได้ไง ดูลามกเกินไปแล้วมั้ง[1]!”
ชายผู้นั้นเล่นต่อแบบไร้อารมณ์: “ร้ายกาจยิ่งนัก!”
พูดจบชายผู้นั้นก็ส่ายตัวอย่างบ้าคลั่ง บนอกปรากฏคำว่า ‘เอฟเฟกต์ไฟ’ กับ ‘เอฟเฟกต์น้ำแข็ง’ ไม่หยุด
สุดท้ายชายผู้นั้นล้มลง เริ่มเอ่ยคำสั่งเสีย: “ไม่เสียทีที่เป็นทายาทหมัดเก้าสุริยัน ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจ…”
หวังต้าฉุยทนไม่ไหว: “ไม่เสียใจบ้านเจ้าสิ ข้ายังไม่ทันปล่อยหมัดเลย!”
ชายผู้นั้นยังคงแสดงต่อ คราวนี้ดูจริงจังขึ้น:
“ข้านึกถึงการวิ่งใต้อาทิตย์อัสดงบ่ายวันนั้น นั่นคือวัยเยาว์ที่ล่วงไปของข้า…”
พร้อมเสียงหายใจเฮือกเบาๆ ชายผู้นั้นสิ้นใจตายคาที่
ขณะนั้นเองหน้าจอตรงหน้าหยิ่นตงหน่วนตะลึงงัน เหล่าชาวเน็ตตะลึงงัน คนในวงการตะลึงงัน
คนของสามค่ายใหญ่ก็ตะลึงงัน นี่มันถ่ายทำบ้าอะไรเนี่ย?
ตัวร้ายแม้แต่บทยังจำไม่ได้เลย? ยังไม่ทันทำอะไรตัวร้ายก็เดี้ยงแล้ว?
เอฟเฟกต์อะไรจะชุ่ยได้กว่านี้อีกไหม? แล้วคำสั่งเสียก่อนตายของตัวร้ายนั่นจริงจังไหม?
อุ๊บ… พรืด! หลังจากอึ้งตะลึงตาค้างไปครู่หนึ่ง ทุกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะ
แม้แต่คนในวงการที่มาส่อง และพนักงานจากสามค่ายใหญ่ที่ไม่ได้มีเจตนาดีก็ยังขำจนเสียสติ
หยิ่นตงหน่วนยิ่งหัวเราะจนท้องแข็ง ตบขาตัวเองไม่หยุด! ทนไม่ไหว! ทนไม่ไหวจริงๆ!
นี่มันถ่ายอะไรกันแน่ ทั้งที่พล็อตก็มั่ว นักแสดงกับเอฟเฟกต์ก็ชุ่ยขั้นสุด แต่ดันตลกขนาดนี้ซะงัน!
คอมเมนต์ลอยระเบิด! พริกแบนขนัดเต็มหน้าจอ!
[1] สวรรค์ชั้นเก้าเพลิงน้ำแข็ง ตัวจีนคือ 九重天冰火 โดยคำว่า 冰火 (น้ำแข็งและไฟ) นั้นถูกใช้เป็นแสลงที่หมายถึงการทำ oral sex โดยอมน้ำแข็งไว้ในปาก