ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 158 ท่านโหว
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!’
‘สไตล์บ้าอะไรเนี่ย ฉันขำจะตายอยู่แล้ว!’
‘จะให้ฉันขำตายแล้วยึดเอาสมาชิกคุนเผิงวีดีโอของฉันไปหรือไง?’
‘เอฟเฟกต์น้ำแข็งไฟพิมพ์เป็นตัวหนังสือเฉยๆ เนี่ยนะ?’
‘เวรเอ๊ย ขำน้ำพุ่งเลย!’
‘สวรรค์ชั้นเก้าเพลิงน้ำแข็งอะไรกันเนี่ย ทำไมกลายเป็นลามกไปได้ละ ฉันยังเป็นเด็กนะ ฟังไม่เข้าใจจริงๆ!’
‘ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจ? ข้านึกถึงการวิ่งใต้อาทิตย์อัสดงบ่ายวันนั้น?’
‘บทพูดนี่ปู่เยโหวเขียนเหรอ?’
‘ฮ่าๆๆ นี่ไม่จริงจังเกินไปแล้ว นี่ยังเป็น The Knockout ที่เขียนปู่เยโหว ใช่ไหม?’
‘ทุนต่ำของแท้!’
‘ทำไมพวกนายยิ่งแสดงกันลวกๆ ฉันยิ่งอยากขำกันเนี่ย!’
‘มิน่าถึงทุนต่ำขนาดนี้ ถ้างบสูงขึ้นมาจะฮาแบบนี้ไหมเนี่ย?’
แค่หนึ่งนาทีกว่าๆ ผู้ชมก็เปลี่ยนมุมมองต่อละครเรื่องนี้แล้ว!
แต่เนื้อเรื่องหลักเพิ่งจะเริ่มตรงนี้เอง หวังต้าฉุยเดินอยู่บนถนน
“ในเมื่อจัดการศัตรูแล้ว งั้นข้าก็ช่วยองค์หญิงได้แล้วสินะ?”
“ไม่!” จู่ๆ ก็มีตัวร้ายอีกคนกระโดดออกมา “เจ้าต้องปราบข้าก่อน!”
ผู้ชมถึงกับตาค้าง เพราะตัวร้ายคนนี้ก็คือหมอนั่นที่เพิ่งโดนจัดการไป
หวังต้าฉุยก็จำได้ กล่าวอย่างงุนงงว่า “เมื่อกี้ข้าเพิ่งเอาชนะเจ้าไปไม่ใช่เหรอ?”
ตัวร้ายว่า “เจ้าคิดว่าคนเมื่อครู่นั่นคือข้าหรือ?”
หวังต้าฉุยกล่าว “ก็เจ้านั่นแหละ แต่แค่เปลี่ยนชุดเท่านั้นเอง!”
ตัวร้ายเท้าเอวหัวเราะลั่น จากนั้นตอบว่า “ก็ใช่่น่ะสิ”
หวังต้าฉุยกล่าว “กล้ายอมรับหน้าด้านๆ เลยเหรอ กองถ่ายนี้มันจะจนเกินไปแล้วมั้ง หานักแสดงอีกคนจะตายหรือไง”
ผู้ชมระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ภายนอกด่าว่าคุนเผิงถ่ายทำชุ่ยๆ ประหยัดงบกันไม่หยุด
สุดท้ายทีมงานก็ด่าตัวเองไปพร้อมชาวเน็ต แซะตัวเองทุกทาง!
ตัวร้ายกล่าว: “มาเถอะ ให้เราตัดสินรู้ดำรู้แดงกันไป!”
ผู้ชมคิดในใจว่าคราวนี้คงสู้กันจริงๆ แล้ว? แต่แล้วฉากถัดมากลับทำให้ทุกคนขำจนเจ็บไส้!
ภาพตัดไปเป็นไม้ขีดไฟสองตัวกำลังต่อสู้กัน ตัวหนึ่งมีคำว่า ‘หวังต้าฉุย’ อยู่บนหัว
อีกตัวมีคำว่า ‘ศัตรู’ อยู่บนหัว ด้านบนยังมีตัวหนังสือบรรยาย
อย่างเช่นบรรยายว่า หวังต้าฉุยใช้ท่าไม้ตายลับ ศัตรูโต้ตอบด้วยหมัดเพลิงคงกระพัน
เพลงประกอบก็เร้าใจ สู้กันทั้งหมดอาศัยเพียงคำบรรยายล้วนๆ ทีมงานให้คนดูจินตนาการกันเอาเอง!
งบระเบิด! คอมเมนต์ลอยหน้าจอพากันพิมพ์สามคำนี้ หลายคนมือสั่นขณะพิมพ์
จะโดนละครนี้ทำเอาขำตายจริงๆ อยู่แล้ว ตอนที่ฉากไม้ขีดสิ้นสุดลง
ตัวร้ายล้มอีกครั้ง บทพูดก็ยังเหมือนเดิมเป๊ะ “ไม่เสียทีที่เป็นทายาทหมัดเก้าสุริยัน…”
หวังต้าฉุย: “เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น?”
ตัวร้ายพูดต่อไม่สนใคร: “ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจ…”
หวังต้าฉุยกล่าว: “ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”
ตัวร้ายยังคงพูดต่อไป: “ข้านึกถึงการวิ่งใต้อาทิตย์อัสดงบ่ายวันนั้น…”
ในฉากความทรงจำ เงาของตัวร้ายวิ่งอยู่กลางทุ่งโล่ง ตัวร้ายกล่าว: “นั่นคือวัยเยาว์ที่ล่วงไปของข้า!”
ในที่สุด! ศึกตัดสินใกล้มาถึง!
อารมณ์ของหวังต้าฉุยไม่กระเพื่อมสั่นไหว “จะได้ช่วยองค์หญิงอยู่แล้ว แต่ทำไมไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด?”
เขาเดินถึงทุ่งหญ้า ข้างหน้ามีเอฟเฟกต์กากๆ ขนาดใหญ่เขียนว่า ‘ภูเขาเพลิง’
บนภูเขาเพลิงมีตัวร้ายยืนอยู่ แน่นอนว่าเป็นไอ้หมอนั่นที่ตายมาแล้วสองครั้งก่อนหน้านี้
หวังต้าฉุยสีหน้าไร้อารมณ์ “เอฟเฟกต์จะกากกว่านี้ได้อีกไหม? ไร้อารมณ์ร่วมสุดๆ!”
“แล้วที่ยืนอยู่บนปราสาทก็ไอ้คนที่โดนข้าสอยมาสองรอบนั่นใช่ไหม? ไม่ใช่ช่างแต่งหน้าคนเดียวกันละสิ? สไตล์ต่างกันสิ้นเชิงเลยนะ!”
บนภูเขาเอฟเฟกต์ ตัวร้ายหันมามองหวังต้าฉุยแล้วยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย
“หนุ่มน้อย เจ้ามาถึงสักที องค์หญิงถูกขังอยู่… เอ่อ… ตรง ตรง ตรง ตรง ตรงข้างล่างนี่แหละ”
ลืมบทอีกแล้ว! หวังต้าฉุยกล่าวอย่างเหนื่อยใจ “แกซ้อมไปตั้งกี่รอบแล้วยังจำบทไม่ได้อีกเหรอ?”
ตัวร้ายตัดบทท่องรวดเดียว “เจ้าต้องเหยียบศพข้าไปก่อน! หนุ่มน้อยข้าขอสู้เป็นตายกับเจ้า!”
เสียงดนตรีดังขึ้น สีหน้าหวังต้าฉุยเปลี่ยนไป “สมเป็นจอมมารลาสต์บอส แม้แต่เอฟเฟกต์ก็ยังเนี้ยบขึ้น!”
ด้านหลังตัวร้ายมีปีกสีดำคู่หนึ่งปรากฏ ทำจากพลาสติกแต่ก็ดูดีกว่าก่อนหน้านี้มากแล้ว
หวังต้าฉุยกล่าว “ในที่สุดก็เหมือนศึกตัดสินสักที!”
คราวนี้จะสู้จริงไหม? ผู้ชมเบิกตากว้างมองดู จากนั้นตัวร้ายก็เท้าลื่นพลัดตกเขาลงมา
ผู้ชม: “…”
หวังต้าฉุย: “…”
ตัวร้ายเริ่มทิ้งคำสั่งเสีย: “ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจ…”
หวังต้าฉุย: “ไม่เสียใจบ้านเจ้าสิ! เจ้าตกเขาลงไปตายเองชัดๆ!”
ตัวร้ายพูดต่อไม่สนใคร: “ข้านึกถึงการวิ่งใต้อาทิตย์อัสดงบ่ายวันนั้น นั่นคือวัยเยาว์ที่ล่วงไปของข้า…”
ได้ยินเสียงครางเฮือกเบาๆ แล้วจอมมารก็ดับไป
ภาพตัดเปลี่ยนฉับพลันเป็นใบหน้ามึนตึ้บของหวังต้าฉุย
“ข้าชื่อหวังต้าฉุย คิดไม่ถึงเลยว่าในสภาพที่ไม่ได้อยากช่วยองค์หญิงเลยสักนิด ข้าก็ยังช่วยองค์หญิงออกมาได้”
เขาหันไปมององค์หญิง ก็คือตัวร้ายคนเดิมก่อนหน้านี้ เจ้านี่เป็นผู้ชายยังจะเล่นเป็นองค์หญิงได้อีกเหรอ?
หวังต้าฉุย: “เป็นไอ้นี่จริงๆ ด้วย…”
องค์หญิง: “ท่านช่วยข้าไว้ วันนี้ข้าจะเข้าห้องหอกับท่าน ข้าจะเข้าห้องหอๆๆ ข้าต้องการๆ!”
หวังต้าฉุยหยิบกระบี่ของเล่นขึ้นมาเชือดคอตัวเองฆ่าตัวตาย
องค์หญิงกอดเขาไว้ “ท่านทำอย่างนี้ทำไม? ทำไมกัน?”
เสียงบรรยายนอกฉาก เสียงหวังต้าฉุยกล่าว: “เหอะๆ ฉันไม่อยากทำงานกับกองถ่ายถังแตกแบบนี้อีกแล้ว”
ตอนที่หนึ่งจบลง จากนั้นเป็นเบื้องหลังบางส่วน
บนอินเทอร์เน็ต เหล่าชาวเน็ตที่เคยวิจารณ์ เคยเดือดดาลสาปส่งละครเรื่องนี้
ต่างลืมทุกอย่างไปหมดสิ้น ทุกคนโดนละครตอนแรกเล่นงานให้หัวเราะจนเสียสติไปแล้ว!
‘ทำไมฮาได้ขนาดนี้!’
‘นี่เป็นละครที่ตลกที่สุดที่ฉันเคยดูเลย!’
‘แค่สามนาทีกว่าๆ ไม่รู้หัวเราะไปกี่รอบแล้ว’
‘ข้าน้ำตาไหลเลย’
‘ขำจนท้องแข็ง เอิ๊กๆๆๆๆ!’
‘ฉันหัวเราะจนร้องเสียงหมูแล้ว!’
‘เดิมทีฉันไม่มีซิกซ์แพ็ก เรื่องนี้ทำเอาหัวเราะจนซิกซ์แพ็กขึ้นเลย!’
‘ฮ่าๆๆๆๆ งานหยาบจริง แสดงมั่วจริง แต่ดูเหมือนเขาต้องการแบบนี้นะ ถ้าถ่ายทำให้นายเนี้ยบเกินไปกลับจะไม่ฮาแบบนี้’
‘ฉันผิดไปแล้ว!’
‘คุนเผิงโปรดรับการคารวะจากข้าด้วยเถิด!’
‘คุกเข่าให้ปู่เยโหวเลย ฉันไม่อยากเชื่อว่า The Knockout กับเรื่องนี้จะมาจากนักเขียนคนเดียวกัน!’
‘ท่านโหวสุดยอดตลอดกาล!’
‘พระเอกคนนี้ชื่ออะไรเนี่ย ฉันโดนตกแล้ว สีหน้าโคตรฮา’
‘ขอโทษนะคุนเผิง ฉันจะสมัครสมาชิกเดี๋ยวนี้แหละ!’
‘สมัครสมาชิกอะไร สิบตอนดูฟรีอยู่แล้ว!’
‘ตอนที่สองมีโฆษณานะ’
‘สายเปย์เว้ย!’
ละครเรื่องนี้ปล่อยรวดเดียวสิบตอน ยกเว้นตอนแรกไม่มีโฆษณา
ตั้งแตตอนที่สองเป็นต้นไปจะมีโฆษณาแล้ว ส่วนคนที่สมัครสมาชิกก็จะไม่มีโฆษณา
ค้นดูจากพลังของตอนแรก คนจำนวนมากถูกดึงดูดไว้เรียบร้อย ตัดสินใจสมัครสมาชิกทันที ตอนหลังจะได้ไม่ต้องรอโฆษณา
ในวงการหลายคนถึงกับอึ้ง มืออาชีพย่อมมองออกว่าซิทคอมเรื่องนี้สุดยอดแค่ไหน สร้างแนวตลกใหม่ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์!
“ทำได้ไงเนี่ย!”
“สไตล์แบบนี้โคตรไร้เทียมทาน!”
“ไร้หัวไร้หาง ไร้ตรรกะสารพัดไม่สมเหตุผล”
“แต่ของแบบนี้กลับทำให้ทุกคนทิ้งเหตุผล กระทั่งถอดสมอง ขอแค่หัวเราะไปกับมันก็พอ!”
“นี่แค่ตอนแรกเองนะ”
“ตอนต่อๆ ไปจะรักษาคุณภาพไว้ได้ไหม?”
“คงยากละมั้ง?”
“ตอนแรกก็มุกถี่ขนาดนี้แล้ว!”
สามบริษัทยักษ์ใหญ่ เสินฮว่าไม่ผยองอีกต่อไป น่าเซินก็ไม่หัวเราะเยาะอีก เทียนกวงไม่ก่นด่าอีก
หลายคนรู้สึกว่าสมองส่งเสียงหึ่งๆ จู่ๆ มีคนพูดว่า “นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเองยังพิสูจน์อะไรไม่ได้!”
“คอยดูกันต่อ!”
“ตอนหลังยังจะฮาได้ขนาดนี้อีกเหรอ?”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ไม่มีทางแน่นอน!”
“บทของปู่เยโหวจะฮาขนาดนี้ได้ไง!”
“บทพูดนี้ล้างสมองเกินไปแล้ว วิ่งยามอาทิตย์อัสดง วัยเยาว์ที่ล่วงไปอะไรนี่ หลอนจริงๆ”
“สมองหมอนี่สร้างมายังไงนะ บทคอเมดี้แบบนี้แต่งโคตรยาก แถมสไตล์ยังเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้อีก!”
วงการนิยาย! ที่นี่มีหลายคนจับตามอง ‘Unexpectedness’ เช่นกัน
ความสนใจนี้เริ่มต้นตั้งแต่คุนเผิงประกาศว่าบท ‘Unexpectedness’ เป็นผลงานของปู่เยโหว
‘Unexpectedness?’
‘รอบนี้คาดไม่ถึงจริงๆ!’
‘ฮาๆๆๆ ชาวเน็ตงงเป็นไก่ตาแตก ว่าทำไมปู่เยโหวเปลี่ยนแนวได้ขนาดนี้ ดูท่าพวกเขายังไม่รู้จักอาจารย์ปู่เยโหวดีพอ’
ปู่เยโหวหน้าขึ้นชื่อเรื่องเปลี่ยนสไตล์อยู่แล้ว!
‘โหวราตรีขาว โหวราตรีมืด แล้วก็ยังมีท่านโหวคนเขียนบท’
‘เป็นที่รู้กันว่าปู่เยโหวมีร่างแยกเป็นหมื่น’
‘งั้นคราวนี้จัดเป็นราตรีขาวหรือราตรีมืดละ?’
‘ปกติด่าไปเหอะ แต่งานนี้ต้องเรียกท่านโหว เวลาที่เขาเป็นคนเขียนบทก็คือท่านโหว!’
พอดูตอนแรกจบทุกคนก็รู้ตัว!
งานหยาบ เอฟเฟกต์ชุ่ย ประหยัดงบอะไรนั่นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงไม่ผิด
แต่นั่นแหละคือเอกลักษณ์ของเรื่องนี้! ทุกอย่างทำเพื่อความฮาล้วนๆ!
ชาวเน็ตที่ด่าผิดไปก่อนหน้านี้หลายคนรู้สึกผิด มีคนเริ่มพิมพ์คำว่า ‘ขอโทษนะคุนเผิง’ เต็มหน้าจอ
คอมเมนต์ลอยยอดไลก์ถล่มทลายจนแทบระเบิด! กระแสเริ่มกลับตาลปัตร!
ทุกคนตระหนักว่าตัวเองเข้าใจคุนเผิงผิดไปแล้ว!
เจียงเฉิงโทรหาหลินจือไปด้วยเสียงตื่นเต้น
“เจ้านายครับ! ยอดสมัครสมาชิกของเราเริ่มเพิ่มขึ้นแล้ว”
“หลายคนพอดู Unexpectedness ตอนแรกจบก็กดสมัครเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องดูโฆษณาอีกเก้าตอน”
“ส่วนใหญ่สมัครรายเดือน ดูจบอาจยกเลิก แต่นี่ก็สุดยอดมากแล้วครับ”
“การขาดทุนของคุนเผิงวิดีโอพอจะหยุดไว้ได้ชั่วคราว”
“อัปเดตตอนต่อไป จะลองพิจารณาให้เป็นแบบวีไอพีดีไหมครับ แบบไม่เป็นสมาชิกจะดูไม่ได้”
“ไม่ขึ้นวีไอพี”
หลินจือไปกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ละครเรื่องนี้ทำมาเรียกคนให้คุนเผิงวิดีโอ”
“ไม่เป็นสมาชิกก็ดูได้ แค่ยอมรอโฆษณาสามสิบวินาทีต่อตอน ถ้าทำวีไอพีจะขับไล่คนบางส่วนไปครับ”
การทำเงินไม่ใช่เป้าหมายหลัก การดึงคนเข้ามาต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุด
ท่ามกลางความตื่นเต้นของชาวเน็ต ทุกคนเริ่มดูเก้าตอนหลังกันแล้ว
อย่างไรเสียแต่ละตอนก็แค่ไม่กี่นาที มินิซีรีส์แบบนี้ก็เหมือนอาหารจานด่วน ใช้เวลาไม่นานก็ดูจบ…
ทำไมติ๊กต็อกในชาติที่แล้วถึงได้ฮิตขนาดนั้น?
ก็เพราะสั้นกระชับฉับไว จับสายตาได้มากที่สุดในเวลาสั้นที่สุด และ ‘Unexpectedness’ ก็ใช้กลเม็ดเดียวกันนั้นเอง!