ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 159 Unexpectedness
ตอนที่สอง ตอนสาม ตอนสี่ ตอนห้า… คนดูส่วนใหญ่ดูรวดเดียวถึงตอนที่สิบ!
พอเข้าสู่เก้าตอนหลัง ทุกคนก็อดกังวลไม่ได้ว่าละครเรื่องนี้จะต้นดีปลายร้ายหรือเปล่า
มีแค่ตอนแรกที่ปล่อยมุกกระจาย ส่วนหลังจะจืดสนิทหรือไม่
เพราะมีละครบางเรื่องเป็นแบบนั้น เอาของเด็ดใส่ไว้ต้นเรื่องหลอกผู้ชมให้ติดตามก่อน
หนังบางเรื่องก็ยัดไฮไลต์ไว้ในตัวอย่าง ทิ้งเนื้อหาจืดชืดไว้ในตัวเต็ม
แต่ ‘Unexpectedness’ ไม่เป็นเช่นนั้น
เก้าตอนที่ปล่อยพร้อมกันต่อจากนั้น แม้ไม่กล้ายืนยันว่าคุณภาพเป๊ะเท่ากันทั้งเรื่อง
แต่ระดับโดยรวมสูงกว่ามาตรฐานชัดเจน! ทุกตอนมีจุดพีค! ทุกตอนมีประโยคเด็ด!
พูดให้ชัดคือสิ่งที่ผู้ชมชอบที่สุดคือบทพูด ไม่ใช่แค่หวังต้าฉุย ตัวละครอื่นๆ ก็มีช่วงที่เปล่งประกายเช่นกัน
อย่างประโยคของตัวร้ายตอนแรกที่พูดซ้ำๆ ว่า
“ชีวิตนี้ข้าไม่เสียใจ ข้านึกถึงการวิ่งใต้อาทิตย์อัสดงบ่ายวันนั้น นั่นคือวัยเยาว์ที่ล่วงไปของข้า”
และยังมีวลีเด็ดอีกมากมายเช่น:
“เขากล่าวได้มีเหตุมีผลยิ่ง ข้าถึงกับจนวาจามิอาจตอบโต้!”
“อีกไม่นานข้าจะได้เลื่อนตำแหน่ง รับเงินเพิ่มขึ้น ดำรงตำแหน่งซีอีโอ แล้วตบแต่งกับสตรีงามผู้มั่งคั่ง ก้าวสู่จุดสูงสุดแห่งชีวิต!”
“วันนี้ท่านทำเมินเฉยต่อข้า วันพรุ่งข้าจะให้ท่านเอื้อมไม่ถึง!”
“อีกไม่นานเสี่ยวเหมยจักเคารพข้า เทิดทูนข้า รักข้าจนถอนตัวไม่ขึ้น!”
“เมื่อเจ้ารู้สึกว่าตนเองทั้งยากจนทั้งอัปลักษณ์ไม่มีดีสักอย่าง อย่าเพิ่งสิ้นหวัง อย่างน้อยการตัดสินของเจ้าก็ถูกต้อง”
“ข้าเพียงปรารถนาจะเป็นบุรุษรูปงามผู้สงบนิ่งคนหนึ่ง”
“มิใช่ตกปากรับคำกันแล้วหรือว่าจะเป็นทูตสวรรค์ให้กันและกัน?”
“ที่จริงเจ้านายก็นับว่าดีอยู่ไม่ใช่น้อย นอกเสียจากไม่จ่ายเงินเดือน”
“อ้วนพุงพีล้วนหนีความตายไม่พ้น บ้างหนักเท่าเขาไทซาน บ้างก็หนักเท่าเขาอื่น”
“ขอเจียนปึ่งกั่วจื่อใส่ไข่สิบฟองให้ข้า”
“ว้าว! มั่งคั่งยิ่งนัก คุกเข่าคารวะท่านปู่!”
วลีเด็ดเหล่านี้ถูกพูดออกมาจากปากตัวละครต่างๆ ในเรื่อง ทุกครั้งที่โผล่มาก็ทำให้ช่องคอมเมนต์สตรีมเดือดพล่าน!
หลังจากดูครบสิบตอน ในช่องคอมเมนต์ต่างก็เร่งให้อัปเดตตอนใหม่
อารมณ์คนดูพลุ่งพล่าน ทุกคนชื่นชอบสไตล์นี้เป็นที่สุด หยุดไม่ได้จริงๆ!
‘รีบอัปตอนใหม่!’
‘มันส์สุดๆ!’
‘หัวเราะทั้งเรื่องไม่หยุดเลย!’
‘ฉันขำกลิ้งบนเตียงเลย’
‘เอิ๊กๆๆๆ ก็ชอบงานหยาบๆ ลวกๆ แบบคุนเผิงนี่แหละ’
‘ก่อนหน้านี้เหมือนมีช่างภาพคนหนึ่งแฉว่าคุนเผิงทำละครเรื่องนี้ชุ่ยๆ ถ่ายทำส่งๆ ไม่ใส่ใจอะไร’
‘ตอนนี้มาดูแล้ว หมอนั่นพูดมั่ว ปั่นกระแส นี่แหละคือสไตล์การถ่ายของคุนเผิง เข้าใจไหม!’
‘ใช่เลย!’
‘ก่อนหน้านี้ฉันโดนช่างภาพคนนั้นหลอกเต็มๆ บ้าเอ๊ย!’
‘น่าโมโหจริง! คนแบบนี้หน้าเกลียดที่สุด!’
‘พอดูละครจบแล้วฉันอยากขอโทษคุนเผิงเลย หวังว่าคุนเผิงจะอัปเดตตอนต่อไปดีๆ’
‘ส่วนช่างภาพที่ใส่ร้าย ฉันจะพาแป้นพิมพ์สุดที่รักของฉันไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องเอง’
เหล่านักเลงคีย์บอร์ดออกโรง ก่อนหน้านี้ชาวเน็ตด่าคุนเผิงแรงแค่ไหน ตอนนี้ก็ถล่มช่างภาพแรงเท่านั้น
ใต้บทความของช่างภาพคนนั้น ตอนนี้ยังมีเสียงด่าละครของคุนเผิงเต็มไปหมด
แต่เสียงพวกนั้นก็ถูกกระแสคอมเมนต์ใหม่กลบมิดอย่างรวดเร็ว ทุกคนรุมถล่มช่างภาพว่าเจตนาไม่ดี
จงใจชี้นำสังคมผิดๆ ไม่นานนักบทความของช่างภาพคนนั้นก็ถูกลบไป
จากนั้นทุกคนก็พบว่าช่างภาพคนนั้นปิดบัญชีหนีไปแล้ว
เพราะชาวเน็ตถล่มช่างภาพคนนั้นรุนแรงเกินไป เล่นด่าแรงถึงบรรพบุรุษ ใครเจอแบบนี้ก็ต้องปิดหนีทั้งนั้น
ในวงการคนจำนวนมากก็ได้ชม ‘Unexpectedness’ ครบสิบตอนแล้วเช่นกัน
“สุดยอด”
“ฉันยอมเลยจริงๆ”
“ตอนหลังๆ ก็ยังเจ๋งได้ขนาดนี้!”
“นักแสดงหน้าใหม่กลุ่มนี้แสดงกันแบบปล่อยของสุดๆ แถมสไตล์ก็แหวกแนวมากจริงๆ”
“ฉันเองก็เป็นโปรดิวเซอร์สายคอเมดี้มานาน แต่ก็เพิ่งเคยเห็นคอเมดี้สไตล์นี้ครั้งแรกเลย”
“ปล่อยมุกกันไม่ขาดสาย!”
“จุดฮาแน่นๆ!”
“มีมุกเด็ดทุกตอน!”
“ดูท่าคุนเผิงวิดีโอจะหยุดการขาดทุนได้สักพักเพราะละครเรื่องนี้แหละ”
“โฆษณาตอนหลังๆ น่ารำคาญมาก ฉันทนไม่ไหวเลยกดสมัครสมาชิกไปแล้ว”
“ต้นทุนละครเรื่องนี้ต่ำขนาดไหนกัน?”
“ดูเหมือน Unexpectedness จะกลายเป็นกรณีศึกษาของการลงทุนน้อยได้กำไรโตแล้วละ”
สามค่ายใหญ่ คราวนี้ใครก็ไม่อาจโกหกหน้าตายได้อีก!
“ก่อนหน้านี้ฉันคิดมาตลอดว่านักวางกลยุทธ์ของคุนเผิงคือหัวใจสำคัญของคุนเผิง”
“ตอนนี้ดูแล้วปู่เยโหวคนนี้ก็น่ากลัวไม่แพ้นักวางกลยุทธ์คนนั้นเลย แถมอาจจะน่ากลัวกว่าด้วย”
“เพราะวาไรตี้ไม่ทำเงินเท่าละคร ปู่เยโหวจะเขียนบทเก่งเกินไปแล้ว!”
“หมอนี่สไตล์เปลี่ยนได้เยอะจริงๆ”
“ไม่เหมือนกับ The Knockout เลย เรื่องนั้นจริงจังสุดๆ”
“พอมาถึงเรื่องนี้ กลายเป็นสายตลกไร้สาระไปซะได้ เนื้อเรื่องล้อเลียนแบบสุดๆ”
“นายยังไม่เคยอ่านนิยายของปู่เยโหวสินะ นิยายเขาก็เหมือนกัน สไตล์จินตนาการหลุดโลก”
“บางเรื่องมืดหมนถึงขีดสุด บางเรื่องก็อบอุ่นเยียวยาใจ”
“ทำให้คนรู้สึกว่าทุกอย่างช่างงดงามสุดขั้วทั้งสองด้าน!”
“วิปริตจริงๆ”
“ละครเรื่องแรกของคุนเผิงทำสำเร็จจริงๆ”
“อย่างน้อยช่วงสั้นๆ เว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงก็ไม่ต้องกลัวเจ๊งแล้ว ละครเรื่องนี้น่าจะฮิตอีกยาว”
“แต่เว็บหนึ่งจะฝากชีวิตไว้กับละครเรื่องเดียวไม่ได้ แถมยังเป็นละครสั้นด้วย”
“นี่มันละครสั้นตรงไหน? แทบจะเป็นมินิซีรีส์เลยนะ?”
แพลตฟอร์มจี๋กวง เพราะมีคนพูดถึง ‘Unexpectedness’ กันล้นหลาม
หลายแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องจึงพุ่งขึ้นติดชาร์ตค้นหายอดฮิต!
#คุนเผิง
#หวังต้าฉุย
#แม่งเอ๊ย
#Unexpectedness
ในบรรดาแฮชแท็กทั้งหมด หัวข้อ ‘คุนเผิง’ ร้อนแรงที่สุด
เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตเทรนด์!
ด้านข่าวสารสื่อใหญ่ต่างๆ ตอบสนองอย่างฉับไวเช่นกัน!
‘อัปเดตสิบตอนรวด Unexpectedness จุดกระแสคนดูถล่มทลาย!’
‘คุนเผิงลบคำครหา!’
‘ละครใหม่ Unexpectedness ของคุนเผิงฮิตถล่มทลาย!’
‘งานหยาบงานลวก? นี่แหละสไตล์ Unexpectedness!’
‘ละครสั้น Unexpectedness ดังเปรี้ยง วลีติดปากของหวังต้าฉุย แม่งเอ๊ย ฮิตทั่วโซเชียล!’
‘คุนเผิงสั่นสะเทือนวงการอีกครั้ง!’
กรุ๊ปเล็กที่หยิ่นตงหน่วนตั้งขึ้น เฟิงซั่วส่งอั่งเปาร้อยหยวนด้วยความตื่นเต้น “ฮ่าๆๆๆ ฉันดังแล้ว!”
หยิ่นตงหน่วน: ถ่ายออกมาใช้ได้เลย ดังแล้วนะเนี่ย แชทงานของน่าเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์เราถกกันไฟลุกเลย!
หลินจือไป: ขอบคุณเถ้าแก่เฟิงซั่ว
เฟิงซั่ว: ความดีความชอบไม่ใช่ของฉันหรอก ความจริงคือบทมันสนุกเกินต้าน
เฟิงซั่ว: อาจารย์ปู่เยโหวเขียนไว้ละเอียดมาก แม้กระทั่งแนวทางการถ่ายทำ ใครมากำกับก็น่าจะออกมาดีเหมือนกัน
หลินจือไป: ผู้กำกับกับนักแสดงก็สำคัญมากเหมือนกันนะ
เฟิงซั่ว: เอิ๊กๆ
ขณะเดียวกันกรุ๊ปทีมละคร ‘Unexpectedness’ ก็ครึกครื้นกันสุดๆ!
ละครเรื่องนี้มีแต่นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ทุกคนเพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกว่าผลงานของตนโด่งดังเป็นครั้งแรก
‘เราทำสำเร็จแล้ว!’
‘โชคดีจริงๆ ที่ฉันเข้าร่วมกับคุนเผิง!’
‘ขอบคุณคุนเผิง ขอบคุณอาจารย์ปู่เยโหว ขอบคุณผู้กำกับ ขอบคุณตัวแทนเจียง’
‘ขอบคุณพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่น้องสหายและอาจารย์ของฉัน!’
‘นี่นายกำลังกล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลหรือไง?’
‘เพื่อนร่วมชั้นหลายคนของฉันดูเรื่องนี้แล้วส่งข้อความมาหา ฮ่าๆๆๆ’
‘ถึงขนาดมีดาราเกรดซีสองคนเลยนะ’
‘ต้าฉุยฮอตสุด!’
‘ต้าฉุยติดเทรนด์ฮอตเสิร์ชแล้ว’
‘ต้าฉุยรีบแจกอั่งเปาให้ทุกคนเร็ว!’
ในวิลล่าหลังหนึ่ง เมื่อเห็นกระแส ‘Unexpectedness’ ดังระเบิด หลินกงสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
เขาไม่คิดว่าละครเรื่องนี้จะดังได้! ตนลงทุนวางสายลับแทรกซึมเพื่อขัดขาคุนเผิงโดยเฉพาะ
แต่คาดไม่ถึงว่าการกระทำของตนจะกลับกลายเป็นโฆษณาชั้นดีให้ ‘Unexpectedness’ เสียได้!
หลินกงมั่นใจมากว่าคุนเผิงจงใจอาศัยกระแสสังคมเลือกฉายละครในคืนนี้ ทั้งที่พวกเขาสามารถอธิบายได้!
แต่พวกเขาก็ดันไม่อธิบาย! ปล่อยให้ชาวเน็ตเข้าใจผิด กระทั่งโหมไฟให้ทวีความรุนแรง
เพิ่มความเข้าใจผิดให้ ‘Unexpectedness’ แล้วค่อยรอให้ละครออกฉาย พลิกกระแสคำวิจารณ์ในท้ายที่สุด
คุนเผิงไม่กลัวถูกดิสเครดิต เพราะคุนเผิงมั่นใจในละครเรื่องนี้เต็มร้อย!
“อย่าคิดว่าละครเรื่องเดียวจะเปลี่ยนแปลงสภาพของคุนเผิงวิดีโอได้”
“มันก็แค่ยืดเวลาความตายของเว็บนี้ออกไปชั่วคราวเท่านั้นแหละ”
หลินกงสีหน้าเย็นชา ตนคือผู้อยู่เบื้องหลังช่างภาพคนนั้น จุดนี้คุนเผิงย่อมรู้แน่
ความแค้นครั้งนี้ได้ผูกปมแล้ว เลขาข้างกายหลินกงอดรนทนไม่ไหว “พวกเราจะใส่ไฟพวกเขาเพิ่มอีกหน่อยไหมคะ?”
“ทำยังไง?”
“เราด่าได้ว่าละครเรื่องนี้ไม่มีสาระประโยชน์”
“สาระประโยชน์?” หลินกงมองเลขา “แกจะไปเข้าใจอะไรเรื่องสาระประโยชน์ ฉันว่าสมองแกนั่นแหละที่ขาดสาระ!”
เลขา: “???”
หลินกงไม่ขยายความเพราะเขารู้ดีว่า ‘Unexpectedness’ ไม่อาจเรียกว่าไร้สาระได้เสียทีเดียว
แล้วใครกันดูคอเมดี้เพื่อเอาสาระล่ะ ถ้าอยากได้สาระไปดูสารคดีสิ มีความอดทนดูไหมล่ะ?
โจมตี Unexpectedness ด้วยประเด็นนี้ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด!
สำเร็จแล้ว แม้หลินจือไปคาดไว้แล้วกลับยังยิ้มออก เขารู้เหตุผลความสำเร็จของละครนี้ดี
เรื่องสั้นแต่ละตอนไม่ถึงสิบนาที ได้ผสานการเติบโตแสนลำบากของคนตัวเล็กสไตล์โจวซิงฉือ
การเสียดสีสังคมแบบขำๆ ไดอะล็อกบ่นยาวถี่ และจุดหักมุมที่ชวนให้คนประหลาดใจ
ในยุคที่ผู้ชมมีความอดทนต่ำลงเรื่อยๆ ผลงานสั้นกระชับตรงจุดแบบนี้คืออาวุธสังหาร!
หลินจือไปมั่นใจว่าหลายคนวิเคราะห์เหตุผลนี้ออกแน่ แต่แม้หลายคนจะรู้เหตุผลที่ละครเรื่องนี้ดัง
ก็ใช่ว่าจะทำละครแบบนี้ออกมาได้ เพราะนี่คือสไตล์คอเมดี้ ‘ไร้แก่นสาร’!
ผู้คนบนบลูสตาร์ยังไม่รู้จักว่าไร้แก่นสารคืออะไร พวกเขาเพิ่งโดนคอเมดี้สไตล์นี้ซัดเข้าในวันนี้เป็นครั้งแรก
จะไม่ให้หัวเราะท้องแข็งได้อย่างไร ลองคิดดูดีๆ ชีวิตก่อนของหลินจือไปเองก็เคยสัมผัสคอเมดี้ไร้แก่นสารครั้งแรกจากหนังของโจวซิงฉือ
แม้ตอนนี้ความทรงจำพร่าเลือนจนจำเนื้อหาไม่ได้แล้ว แต่กลับจำได้ชัดเจนว่าตัวเองหัวเราะอย่างมีความสุขแค่ไหน
คิดมาถึงตรงนี้หลินจือไปล็อกอินบัญชีปู่เยโหวทันที ให้ความรู้ผู้ชมว่า
‘คอเมดี้แบบ Unexpectedness นี้ ผมเรียกมันว่าไร้แก่นสาร’
‘อนาคตผมจะสร้างผลงานไร้แก่นสารต่อไป’
‘อีกอย่างพูดตามหลักแล้ว ละครเรื่องนี้มันไม่ใช่ละครสั้น แต่เป็นมินิซีรีส์ต่างหาก’
ไร้เหตุผล มินิซีรีส์ หลินจือไปไม่ได้แค่ให้ความรู้แต่ปักหมุดในใจผู้ชม
ปูทางให้ผลงานไร้แก่นสารชุดต่อไปของตน ในอนาคตย่อมมีคนเลียนแบบสไตล์ไร้แก่นสารแน่นอน
และปู่เยโหวจะเป็นผู้บุกเบิก ‘คอเมดี้ไร้แก่นสาร’ แห่งบลูสตาร์!