ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 160 ไม่มีใครเข้าใจเพลงอนิเมะดีกว่าฉันอีกแล้ว
ทุกคนไม่คาดฝันเลยว่า ‘Unexpectedness’ จะฮิตถล่มทลาย ร้อนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว
ร้อนแรงจนเกินควบคุม ต่อชีวิตคุนเผิงวิดีโอได้สำเร็จ
หลุดพ้นเงามืดของการสูญเสียผู้ใช้ในเวลาอันสั้น
ละครเรื่องนี้ต่อจากนี้จะอัปเดตตอนใหม่สัปดาห์ละตอน
คุนเผิงจำเป็นต้องเร่งสร้างคอนเทนต์ใหม่ในช่วงเวลานี้
แต่เพราะละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ การก่อตั้งคุนเผิงฟิล์มจึงไม่ถูกภายนอกวิจารณ์เสียๆ หายๆ อีกต่อไป
และไม่พูดถึงว่าคุนเผิงวิดีโอจะไปได้ไกลแค่ไหน อย่างน้อยคุนเผิงก็ดูมีวิสัยทัศน์ด้านงานโทรทัศน์และภาพยนตร์อยู่บ้าง
และเพราะ ‘Unexpectedness’ ทำผลงานโดดเด่น เจียงเฉิงนำข่าวดีมาบอกหลินจือไปว่า
“ผมหาผู้กำกับแถวสามมาได้คนหนึ่งแล้วครับ!”
หลินจือไปดวงตาเป็นประกาย ผู้กำกับที่ก้าวขึ้นไปแถวสามได้ย่อมฝีมือไม่ธรรมดา
พ่อของเขาหลินตงก็เคยเป็นแค่ผู้กำกับแถวสี่มาก่อน
หลินตงเพิ่งเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้กำกับแถวสามก็เพราะ ‘The Knockout’ ประสบความสำเร็จถล่มทลาย
เจียงเฉิงอธิบายว่า “ผู้กำกับคนนี้ชื่อสือชิ่วเจี๋ยครับ เชี่ยวชาญการถ่ายละครแนวเมือง”
“ก่อนหน้านี้ผมชวนเขาเข้าคุนเผิงฟิล์มเขาลังเลไม่ตอบตกลง คงกลัวว่าละครที่บริษัทเราผลิตเองจะไม่น่าเชื่อถือ”
“แต่พอเห็นว่า Unexpectedness ดังขึ้นมาก็เลยตัดสินใจเข้าร่วมครับ”
“ละครเรื่องนี้ทำให้เขาเชื่อมั่นในคุนเผิง แต่จากคำพูดเขาผมว่าสุดท้ายแล้วเขาอยากร่วมงานกับคุณโดยเฉพาะครับ”
หลินจือไปเข้าใจทันที ผู้กำกับชื่อสือชิ่วเจี๋ยคนนี้อยากร่วมงานกับปู่เยโหวจึงเข้ามาอยู่กับคุนเผิงฟิล์ม
“ไม่เป็นไร ผมจะเขียนบทให้เขาเองครับ”
หลินจือไปตั้งใจจะมอบ ‘RESET ลูปย้อนชะตา’ ให้สือชิ่วเจี๋ยกกำกับ
เขาเขียนบทไว้ได้ครึ่งเรื่องแล้ว ทำไมถึงให้เรื่องนี้มาก่อน?
เพราะในมือหลินจือไปยังมีบทที่รอถ่ายอีกสี่เรื่อง และเรื่องนี้ต้นทุนต่ำ มีแค่สิบห้าตอน
และส่วนใหญ่ถ่ายกันบนรถเมล์เกือบทั้งเรื่อง หลินจือไปเชื่อว่าผู้กำกับที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วอย่างสือชิ่วเจี๋ย
แค่ได้บทดีพอ ผลงานก็ไม่น่าพลาด
“ได้ยินอย่างนี้เขาก็น่าจะสบายใจได้แล้ว”
เจียงเฉิงยิ้มก่อนเสียงจะจริงจังขึ้น “เมื่อก่อนสามค่ายใหญ่วางใจมาก”
“ไม่สนใจเลยว่าพวกเราคุนเผิงจะตั้งบริษัทภาพยนตร์ เพราะวงการคิดว่าพวกเราคงไม่อาจทำสำเร็จได้”
“แต่ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ นี่อาจทำให้สามยักษ์ใหญ่เริ่มระแวงได้ครับ”
“ผมจะสร้างความมั่นใจให้พวกเขาเอง”
หลินจือไปคาดถึงจุดนี้ไว้แต่แรกแล้ว “ตอนนี้จ้าวเหลยเป็นมือสองของฝ่ายผลิตภาพยนตร์ของเสินฮวาสินะ?”
“ใช่ครับ”
เจียงเฉิงสนิทกับจ้าวเหลยที่สุดในฝั่งเสินฮว่า เมื่อครั้งคุนเผิงกับเสินฮว่าร่วมทำ ‘The Knockout’ ก็เป็นจ้าวเหลยที่ผลักดันล้วนๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะความสำเร็จของละครเรื่องนี้ จ้าวเหลยก็คงไม่ขยับจากมือสามมาเป็นมือสอง
หลินจือไปคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “งั้นเพิ่มความร่วมมือกับจ้าวเหลยก่อน เดือนหน้าผมจะส่งบทใหม่ให้เขาครับ”
เจียงเฉิงรีบถาม “แนวไหนเหรอครับ?”
หลินจือไปตอบ “แนวยุทธจักร”
เพราะ ‘My Own Swordsman’ มีมุกอ้างอิงจากนิยายยุทธภพของกิมย้งอยู่ไม่น้อย
อย่างเช่นกัวจวี้เสีย มีบุตรสาวชื่อกัวฝูหรง ซึ่งชัดเจนว่าต้นแบบกัวจวี้เสียก็คือก๋วยเจ๋ง ส่วนต้นแบบของกัวฝูหรงก็คือก๋วยพู้
นี่เป็นคำยืนยันจากหนิงไฉเสินผู้เขียนบท ‘My Own Swordsman’
เขาบอกว่าตอนพิมพ์บทด้วยพินอิน คำว่าฝูหรงพิมพ์ง่ายเลยใช้ชื่อนี้
ดังนั้น ‘มังกรหยก’ จึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นมา ต่อให้ทำเพื่อ ‘My Own Swordsman’ ก็จำเป็นต้องทำออกมา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนิยายยุทธภพของกิมย้งที่มูลค่าสูงอยู่แล้ว เรตติ้งไม่มีทางแย่
เพราะละครยุทธภพฉินโจวได้รับความนิยมมาก! ส่วนทำไมไม่เขียนเป็นนิยายก่อน?
เพราะการแพร่กระจายของนิยายในระยะสั้นช้ากว่าสื่อภาพยนตร์มาก
ดังนั้นทำละครก่อนแล้วค่อยออกนิยายจึงได้ผลดีกว่า
แน่นอนว่า ‘My Own Swordsman’ ไม่ได้อ้างอิงแค่นิยายของกิมย้งเท่านั้น
แต่อาหารต้องกินคำต่อคำ แผนของหลินจือไปยาวไกล ต้องค่อยๆ เดินทีละก้าว
และแล้วก็ถึงเดือนตุลาคม หลินจือไปเขียนบท ‘RESET ลูปย้อนชะตา’ เสร็จตามแผนและส่งให้เจียงเฉิงทันที
หลังจากนั้นคุนเผิงฟิล์มจะตั้งทีมเตรียมถ่าย ‘RESET ลูปย้อนชะตา’ โดยมีผู้กำกับคือสือชิ่วเจี๋ยที่เพิ่งเข้าร่วมบริษัทได้ไม่นาน
ต่อมาขณะหลินจือไปกำลังจะลงมือเขียนบท ‘มังกรหยก’ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว
“มีอะไรเหรอ?” หลินจือไปถาม
หลินซีกล่าว “นายรู้ไหมว่าเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของเรามีไอดอลเสมือนอยู่คนหนึ่ง?”
หลินจือไปตอบ “รู้สิ”
เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีไอดอลเสมือนที่โด่งดังมากจริงๆ
เป็นนักร้องหญิงเสมือนที่สร้างขึ้นจากซอฟต์แวร์สังเคราะห์เสียง นักร้องเสมือนคนนี้ชื่อ ‘หลินอีอี’ แซ่เดียวกับคนในเสินฮว่า
“คืออย่างนี้…”
หลินซีกล่าวว่า “มีทีมหนึ่งเป็นคนดูแลไอดอลเสมือนหลินอีอี แต่ละปีจะปล่อยเพลงใหม่หนึ่งเพลง”
“แต่ปีนี้ดันติดปัญหาด้านการแต่งเพลง หัวหน้าฝ่ายเลยประกาศรับผลงานภายใน”
“ให้ทั้งสิบทีมส่งเพลงหนึ่งเพลง แล้วเลือกเพลงที่ดีที่สุดให้หลินอีอีร้อง ฉันเลยคิดว่านายลองดูก็ดีนะ”
หลินจือไปถามว่า “แล้วผลงานละ?”
หลินซียิ้มตอบ “แน่นอนว่าเพลงของทีมไหนถูกเลือกก็ถือเป็นผลงานของทีมนั้น”
หลินจือไปว่า “งั้นผมขอคิดดูก่อน”
หลินซีเตือนว่า “แต่อย่าคิดนานนะ เพราะความนิยมของไอดอลเสมือนหลินอีอีอยู่ในระดับราชาราชินีเพลงเลยละ”
“ถ้าเพลงของนายถูกเลือกก็แทบการันตีแชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาล แถมยังได้คะแนนนิยมจากแฟนคลับของหลินอีอีด้วย”
“อย่ามองว่าเธอเป็นแค่ไอดอลเสมือนเชียว แฟนคลับเธอน่ะคลั่งไคล้จนน่าขนลุกเลย!”
หลินจือไปเข้าใจทันที ตำแหน่งของหลินอีอีนั้นคล้ายกับฮัตสึเนะ มิกุ หรือลั่วเทียนอีในโลกก่อน
แต่ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า เพราะเสินฮว่าเทเงินมหาศาลปั้นไอดอลเสมือนคนนี้
แถมยังถ่ายอนิเมะให้หลินอีอี ผลักดันให้ไอดอลเสมือนมีชื่อเสียงและสถานะเทียบราชาราชินีเพลง
เมื่อปีก่อนหลินอีอียังได้ขึ้นเวทีงานรายการตรุษจีนฉินโจวด้วย อิทธิพลนั้นเห็นได้ชัด
“จริงสิ” ก่อนวางสายหลินซีเตือนอีกครั้งว่า
“สไตล์ของหลินอีอีไม่เหมือนนักร้องทั่วไป เพลงของเธอควรเป็นแนวเพลงอนิเมะ”
“เพราะเธออยู่ได้ด้วยแฟนคลับ และนั่นเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบมากที่สุด ถ้านายไม่เข้าใจแนวเพลงอนิเมะจริงๆ ก็ช่างมันเถอะ”
“อื้ม” จริงๆ หลินจือไปไม่ใส่ใจนัก แค่พูดไปงั้นๆ ว่า “จะลองดู”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจเพลงอนิเมะ ระบบรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
เพียงแต่ช่วงนี้หลินจือไปต้องเขียนบท ‘มังกรหยก’ จึงไม่มีเวลาว่างแต่งเพลง
อย่างน้อยตอนนั้นหลินจือไปก็คิดแบบนั้น แต่หลายครั้งแผนการก็ต้านการเปลี่ยนแปลงไม่ไหว
ไม่กี่วันต่อมา หลินซีก็โทรหาหลินจือไปอีกครั้ง “เรื่องของหลินอีอีนายไม่ต้องสนใจแล้วละ”
“หือ?” หลินจือไปก็ไม่ได้ผิดหวังเพราะเดิมทีก็ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้ว จึงถามไปลอยๆ ว่า “ได้เพลงแล้วเหรอ?”
หลินซีดูไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก เอ่ยรับเบาๆ “อืมนับว่าใช่แล้วกัน”
“นับว่าใช่คือยังไง?” หลินจือไปจับได้ว่าหลินซีไม่ค่อยพอใจนัก หรือว่าเพราะตนดูเฉื่อยชากับเรื่องนี้เกินไป?
“ก็เวยเซียนเฉียงลงมือแล้วน่ะสิ”
หลินซีถอนหายใจ “เวยเซียนเฉียงเป็นพ่อเพลงของทีมสาม อยู่ๆ เขาก็อยากแต่งเพลงให้หลินอีอี ใครจะสู้ได้ละ”
“เพราะงั้นนายก็เลิกคิดไปเถอะจะได้ไม่เสียเวลา เพราะพอข่าวแพร่ไป ทีมอื่นพอรู้ข่าวก็ถอยกันหมดแล้ว”
“ในเมื่อพ่อเพลงลงมือเองเลยนี่นะ”
“ทีมสาม? ทีมของหลินหลิวเหรอ?”
หลินจือไปขมวดคิ้ว “งั้นหลินหลิวก็ตั้งใจจะพุ่งติดชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนหน้าสินะ?”
หลินซีกล่าว “ก็คงแบบนั้นแหละ”
คิ้วของหลินจือไปขมวดแน่นขึ้นไปอีก เพราะอูฉือประกาศต่อสาธารณะไว้แล้วว่าจะเล็งปะทะหลินหลิว
คราวนี้ไอดอลเสมือนหลินอีอีที่เทียบชั้นราชินีเพลง ยังได้พ่อเพลงอย่างเวยเซียนเฉียงมาแต่งเพลงให้
อูฉือสู้ไม่ไหวแน่ๆ พ่อเพลงจับคู่กับราชินีเพลง โหดเกินไปแล้ว!
แต่ถ้าอูฉือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จะไม่ถูกวงการหัวเราะเยาะเอาหรือ? ไงล่ะ?
ก่อนหน้านี้อูฉือเก่งนักไม่ใช่เหรอ? พอเจอพ่อเพลงกับราชินีเพลงก็หงอซะแล้ว?
ไม่แน่ว่าตอนนั้นหลินหลิวจะเย้ยอูฉือยังไงบ้าง ผู้หญิงอย่างหลินหลิวน่ะจอมเสแสร้ง วาจาประชดประชันหลินจือไปเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
จะให้อูฉือไปบวกกับพ่อเพลงที่จับคู่กับราชินีเพลงงั้นเหรอ?
หลินจือไปมองว่าไม่ไหว ไม่ใช่ว่าอูฉือด้อยกว่าพ่อเพลง แต่เงื่อนไขพื้นฐานนั้นเทียบไม่ได้จริงๆ
ความนิยมจากพ่อเพลงบวกกับราชินีเพลงมันสูงเกินไป ดูเหมือนตนจะเหลือวิธีเดียวแล้ว…
สู้ไม่ได้ก็เข้าร่วม!
หลินจือไปเอ่ยถาม “เพลงของเวยเซียนเฉียงยังไม่ได้ถูกเลือกใช่ไหม?”
หลินซีว่า “เวยเซียนเฉียงบอกว่าภายในสองสามวันนี้ก็เสร็จ น่าจะถูกเลือกแน่นอน”
“ก็ไม่แน่หรอก”
หลินจือไปว่า “ผมก็มีเพลงหนึ่งรู้สึกว่าเหมาะกับหลินอีอีเหมือนกัน”
“เดี๋ยวนะ” หลินซีหัวเราะทั้งน้ำตา “นายจะไปแข่งกับพ่อเพลงอย่างเวยเซียนเฉียงเหรอ?”
หลินจือไปว่า “ทำไมจะไม่ได้ละ ผมคือไปตี้นะ จะกลัวพ่อเพลงได้ไง?”
หลินซี: “…”
แม้รู้ว่าน้องชายคนนี้หยิ่งยโสมั่นใจในผลงานการแต่งเพลงไม่มีใครเกิน
แต่ถึงขั้นจะชนกับพ่อเพลงก็ยังทำให้เธอตกใจอยู่ไม่น้อย “นายเอาจริงเหรอ?”
“แน่นอน” หลินจือไปตอบพี่สาวพลางเรียกระบบในใจ
“เร็วเข้าๆๆๆ จัดเพลงอนิเมะที่เหมาะกับไอดอลเสมือนอย่างหลินอีอีให้ฉันที!”
ติ้งต่อง! ระบบ: “ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับเพลง ‘เพลงควงต้นหอม’!”
นี่แหละ! เพลงนี้แหละ! งานนี้ชนะชัวร์!
หลินจือไปรีบบอกพี่สาวทันที “ก่อนหน้านี้พี่บอกให้ผมลองไม่ใช่เหรอ จะให้ถอยเพราะพ่อเพลงลงมือก็ใช่เรื่อง”
“ไหนๆ ผมก็ร่างเพลงให้หลินอีอีเกือบเสร็จแล้ว ชื่อเพลงก็คิดไว้เรียบร้อย!”
“ไวขนาดนั้นเลย?”
“ไวสุดๆ เลยละ!”
“เพลงอะไร?”
“เพลงควงต้นหอม[1]!”
“อะไรเนี่ย?”
“ชื่อไม่สำคัญ สำคัญคือทำนอง เดี๋ยวผมฮัมให้ฟังสองสามท่อน… เอ่อ… อืม… แบบว่า… ช่างเถอะ เพลงนี้ไม่มีเนื้อร้องตายตัว เดี๋ยวผมเขียนทำนองให้เลยแล้วกัน”
พ่อเพลงแล้วไง?
ไม่มีใครเข้าใจเพลงอนิเมะได้ดีกว่าฉันอีกแล้ว! จริงไหมระบบ?
[1] เพลงควงต้นหอม หรือชื่อเพลงจริงๆ Ievan Polkka (เอียวัน โป๊ลก์กะ) เป็นเพลงที่มีชื่อเสียงจากประเทศฟินแลนด์ เผยแพร่ในปี 1928 โดยโด่งดังในวงการอนิเมะเมื่อมีคนทำคลิปล้อเลียนตอนตัวละครอิโนอุเอะจากเรื่องบลีชควงต้นหอมพร้อมกับใส่เพลงนี้ หลังจากนั้นพอคลิปนี้ดังก็มีคนเอาโปรแกรมโวคอลลอยด์ มิกุ ไปร้องเพลงนี้และทำคลิปมิกุควงต้นหอมบ้าง จนกลายเป็นภาพจดจำของมิกุไป