ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 161 บทเพลงเทพรุ่นแรก
ทีมเพลงที่สามของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
หลินหลิวที่ไม่อิ่มมานานวันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ หัวเราะเยาะแล้วเอ่ยว่า
“อูฉือประกาศว่าจะเล็งโจมตีทีมเพลงที่สามแห่งเสินฮว่าของเรา อูฉือคงคิดไม่ถึงว่าเพลงใหม่ของทีมสามเราจะได้พ่อเพลงเวยเซียนเฉียงลงมือ”
“และให้นักร้องเสมือนหลินอีอีขับร้อง ชุดทีมระดับนี้ต่อให้ราชาเพลงหรือราชินีเพลงก็ยังต้องหลีกให้ แล้วอูฉือนับเป็นตัวอะไรกัน!”
ข้างกายหลินหลิว รองหัวหน้าทีมยิ้มแป้นกล่าวว่า
“ก็เพราะบารมีหัวหน้านั่นแหละถึงเชิญพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงมาได้”
“อาจารย์เวยเซียนเฉียงทำแต่เพลงซิมโฟนีมาตลอด หลายปีมานี้แทบไม่ได้แต่งเพลงเลยนะครับ”
“ไม่ใช่เรื่องบารมีฉันหรอก”
หลินหลิวกล่าว “แค่อาจารย์เวยเซียนเฉียงชอบลองแนวเพลงใหม่ๆ เท่านั้น”
“สมัยก่อนเขาแต่งมาหมดทุกแนวแล้ว เว้นก็แต่แนวเพลงอนิเมะ คราวนี้เลยอยากลองดู ไหนๆ ตอนนี้ตลาดเพลงอนิเมะก็กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ”
“แต่ยังไงก็เป็นพ่อเพลงอยู่ดี!”
รองหัวหน้าทีมประจบประแจงออกนอกหน้า
“พ่อเพลงลงมือ ต่อให้เป็นการลองแต่งเพลงอนิเมะครั้งแรกก็ต้องทำให้ได้ดีแน่”
“ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เราแทบไม่มีคู่แข่ง เท่าที่ผมรู้พอแต่ละทีมรู้ว่าอาจารย์เวยเซียนเฉียงจะลงสนาม ก็ถอนตัวจากการแข่งขันภายในทันที”
“ทุกคนรู้ดีถึงความห่างชั้นระหว่างตัวเองกับพ่อเพลง”
หลินหลิวไม่พูดอะไร แต่เธอคิดว่ารองหัวหน้าพูดไม่ผิด เมื่อพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงลงมือด้วยตัวเอง ชัยชนะศึกภายในของบริษัทครั้งนี้อยู่ในกำมือแน่นอน
ฮ่าๆ! ถ้าแน่ก็อยากกลัว! มาซัดกับแม่ซึ่งๆ หน้า!
ถ้าคราวนี้อูฉือถอย หลินหลิวก็วางแผนไว้แล้วว่าจะเย้ยเขาในสาธารณะอย่างไร ในเมื่อความแค้นฝังลึกขนาดนี้ มีโอกาสก็ต้องเหยียบให้จมดิน!
ขณะนั้นเองโทรศัพท์รองหัวหน้าทีมดังขึ้น ไม่รู้ปลายสายพูดอะไร สีหน้ารองหัวหน้าทีมเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พอวางสายเขาหันมาทางหลินหลิวด้วยสีหน้าประหลาด
“เมื่อกี้ได้รับข่าวว่าหลินซีจากทีมสิบยังไม่ยอมแพ้ ไปตี้ก็จะลงมือแต่งเพลงใหม่ให้หลินอีอีด้วยครับ…”
“อะไรนะ?”
หลินหลิวอ้าปากค้าง หลินซีน่าจะรู้ว่าเวยเซียนเฉียงลงมือแล้วสิ? ไปตี้เองก็น่าจะรู้ด้วยเหมือนกัน
ให้ตายสิ รู้ทั้งรู้ว่าพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงลงมือ ยังจะมาร่วมแข่งขันภายในบริษัทครั้งนี้อีกเหรอ?
หลินซีสมองรวนหรือไปตี้สติปัญญามีปัญหา? พวกเขาจะชนกับพ่อเพลงตรงๆ เลยงั้นเหรอ?
“ฮ่าๆๆๆๆๆ” หลินหลิวหัวเราะลั่น
“เดิมทีฉันกะจะเหยียบอูฉือ แล้วหลินซีกับไปตี้จะมารวมวงให้ขายขี้หน้าตัวเองทำไมเนี่ย?”
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว… ไม่สิยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวต่างหาก!
หลินหลิวดีใจสุดๆ รู้สึกว่าความไม่พอใจในช่วงที่ผ่านมาได้เลือนหายไปหมด
เธอเกลียดอูฉือก็จริง แต่ก็เกลียดหลินซีและไปตี้พี่น้องคู่นี้พอกัน!
และครั้งนี้เธอรู้สึกว่าไม่ว่าอูฉือ หลินซี หรือไปตี้ ก็ต้องพ่ายแพ้คามือตน!
“ปล่อยข่าวออกไปในบริษัท” หลินหลิวกล่าวเย้ยหยันว่า
“ให้ทั้งเสินฮว่ารับรู้ว่าอาจารย์ไปตี้ของเรากำลังแข่งกับพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงอยู่”
เธอจะโปรโมตให้ไปตี้อย่างดีเลย หาเรื่องเองก็ต้องเตรียมพร้อมเป็นตัวตลกให้ดี!
ด้วยการสุมไฟของหลินหลิว เรื่องที่ไปตี้กับเวยเซียนเฉียงแข่งกันแต่งเพลงใหม่ให้หลินอีอี จึงแพร่กระจายทั่วบริษัทอย่างรวดเร็ว
ฮือฮา! หลายคนถึงกับอึ้ง!
“จริงเหรอเนี่ย? ไปตี้ดูขนาดนั้นเชียว? ดวลกับเวยเซียนเฉียงตรงๆ? ทีมของพวกเราพอได้ยินว่าเวยเซียนเฉียงลงมือ ก็เลิกแต่งเพลงใหม่ให้หลินอีอีเลย ยังไงก็สู้เวยเซียนเฉียงไม่ได้อยู่ดี”
“โหดเกินไปแล้ว!”
“ก่อนหน้านี้วงในบอกว่าไปตี้เย่อหยิ่งมั่นใจในตัวเอง ฉันยังไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่พอชนกับเวยเซียนเฉียงตรงๆ นี่มั่นใจจริงๆ ด้วยนะ!”
“นอกจากพ่อเพลงอีกคนของเสินฮว่า ยังมีใครกล้าแข่งขันกับเวยเซียนเฉียงอีกละ ไม่คิดเลยว่าไปตี้จะโดดออกมา”
“คนคนนี้อีโก้สูงจริงๆ หาเรื่องขายหน้า เขาคงไม่คิดว่าตัวเองจะล้มพ่อเพลงได้หรอกนะ?”
“พูดบ้าอะไรของแก? ตัวเองหดหัวเป็นเต่าแท้ๆ ยังอิจฉาความกล้าของไปตี้ที่ไม่กลัวพ่อเพลงอีก?”
“เออ ฉันชอบนิสัยจองหองแบบนี้ของไปตี้ว่ะ!”
“ยังไงก็เถอะ ฉันนับถือเขา ไปตี้คือผู้กล้าตัวจริง ทีมสิบสุดยอด!”
“ไปตี้โคตรกล้า!”
“ฉันเริ่มรู้สึกคลั่งไคล้ไปตี้แล้ว พอทุกคนได้ยินว่าเวยเซียนเฉียงลงมือก็ถอยหนีกันหมด”
“มีแต่ไปตี้ที่พุ่งเข้าใส่ คนที่ไม่มีความกล้าแบบเขาก็อย่าไปหัวเราะเยาะไปตี้สิ ไม่งั้นฉันจะเข้าใจว่าพวกแกห่วยจนต้องซ่อนตัวในที่มืด อิจฉาอาจารย์ไปตี้ที่ได้ใช้ชีวิตอหังการ!”
“ไปตี้โคตรแมนเลย!”
“ฉันขอประกาศจากวันนี้ไป ไปตี้คือไอดอลของฉัน!”
“สุดยอด!”
หลินหลิวปล่อยข่าวนี้ออกไป คิดว่าไปตี้จะถูกเพื่อนร่วมงานในบริษัทหัวเราะเยาะ แต่หลังจากแอบสังเกตปฏิกิริยาแต่ละทีม สีหน้าหลินหลิวกลับหม่นลงอย่างอดไม่ได้
แม้จะมีบางคนหัวเราะเยาะเหมือนเธออยู่บ้าง แต่คนส่วนใหญ่กลับชื่นชมความกล้าของไปตี้อย่างชัดเจน!
คนพวกนี้สมองบวมกันหรือไง!
ทีมไอดอลเสมือนจริงทีมนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อหลินอีอีโดยเฉพาะ หลินอีอีไม่ใช่คนจริง
ผลงานเพลงทั้งหมดของเธอจะถูกแต่งโดยนักแต่งเพลงของบริษัทก่อนส่งให้ทีมนี้ผลิต และไม่ใช่แค่เพลงเท่านั้น หลินอีอียังเป็นตัวละครในอนิเมะอีกด้วย
เสินฮว่าถึงกับสร้างเกมเฉพาะสำหรับหลินอีอี ก็เพราะเสินฮว่าให้ความสำคัญ หลินอีอีจึงมีอิทธิพลระดับซูเปอร์สตาร์
หากไม่ใช่พลังอิทธิพลระดับซูเปอร์สตาร์ของหลินอีอี คงไม่อาจทำให้พ่อเพลงเวยเซียนเฉียงยอมเขียนเพลงให้เธอได้
และตอนนี้ทีมไอดอลเสมือนก็ได้รู้เรื่องที่ไปตี้เตรียมแต่งเพลงให้หลินอีอีเช่นกัน แต่คนในทีมกลับไม่ได้หัวเราะเยาะ
หัวหน้าทีมพูดว่า “ไปตี้นี่น่าสนใจนะ ในบรรดานักแต่งเพลงมือหนึ่งของสิบทีม มีแค่ไปตี้ที่รู้ว่าเวยเซียนเฉียงลงมือแล้วยังไม่ยอมถอย”
“ฉันจำได้ว่าไปตี้เหมือนไม่เคยแต่งเพลงแนวโลกสองมิติมาก่อนสินะ?”
“อื้ม”
คนในทีมพากันพูดว่า “เวยเซียนเฉียงเองก็ไม่เคยลองแนวโลกสองมิติเหมือนกัน สองคนนี้ฝีมือสูงใจกล้าซะจริง”
“กลับกลายเป็นพวกที่ถนัดแนวนี้อยู่แล้ว พอรู้ว่าเวยเซียนเฉียงลงมือก็ถอยกันหมด”
“หวังว่าสองคนนี้จะเขียนเพลงที่เหมาะกับอีอีได้นะ”
ความนิยมของหลินอีอีสูงขนาดนี้ ทุกปีที่ปล่อยเพลงก็ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอย่างมั่นคง ปีนี้ก็พลาดไม่ได้ ไม่งั้นภาพลักษณ์จะเสียหายได้
ถ้าเพลงไม่ดี แฟนคลับไม่ซื้อก็คืออันตราย ที่ผ่านมาเธอก็เคยพลาดมาแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงให้ความสำคัญกับคุณภาพเพลงมาก
“พวกคุณเชียร์ใคร?”
“แน่นอนว่าพ่อเพลงเวยเซียนเฉียง”
“ต้องเวยเซียนเฉียงสิ”
“แค่พ่อเพลงลงมือ คนอื่นก็ถอยกันระนาวแล้ว เรื่องนี้มันชัดเจน ถึงจะเป็นเพลงอนิเมะชิ้นแรกของเวยเซียนเฉียงก็เถอะ”
“ไปตี้ก็ไม่เลวนักหรอก แต่อีกฝ่ายเป็นถึงพ่อเพลง แถมเขาเองก็ยังไม่เคยแต่งเพลงอนิเมะมาก่อน”
“หือ?”
“เพลงของเวยเซียนเฉียงส่งมาแล้ว!”
เร็วขนาดนี้เลย? ทุกคนในทีมไอดอลเสมือนตกใจ เพราะเวยเซียนเฉียงใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็แต่งเพลงเสร็จแล้ว!
ลองฟังดูหน่อย! หัวหน้าทีมเปิดลำโพงเล่นเพลงทันที
ท่วงทำนองดังขึ้น เป็นเดโมที่สมบูรณ์มาก พอฟังปุ๊บก็รู้เลยว่าเสียงร้องเดโมเป็นของราชินีเพลงประจำบริษัท ฉินเลี่ยน
มีแต่พ่อเพลงเท่านั้นแหละที่จะโอหังได้ขนาดนี้ เดโมถึงกับให้ราชินีเพลงมาร้อง
“ซี้ด”
“เพลงนี้สุดยอดมากเลย!”
“บอกได้แค่สมกับเป็นพ่อเพลงจริงๆ!”
“ข้อเสียเดียวคือกลิ่นอายของโลกสองมิติยังไม่เข้มพอ สไตล์ยังจริงจังไปหน่อย เหมือนจะเหมาะกับนักร้องจริงมากกว่า”
“ก็เป็นครั้งแรกที่เขาแต่งเพลงอนิเมะนี่นะ”
“อาจารย์เวยเซียนเฉียงยังเข้าใจโลกสองมิติไม่ลึกพอ แต่เพลงดีมาก พวกเราใส่รายละเอียดตอนโปรดักชันหน่อยก็น่าจะแก้ได้”
“ยังไงอีอีก็ไม่ต้องใช้คนร้องจริง ใช้ซอฟต์แวร์สังเคราะห์เสียงอยู่แล้ว”
“อืม!”
ไม่ถึงกับพอใจร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มแต่ทุกคนก็พอใจเพลงนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ขณะนั้นเองโทรศัพท์หัวหน้าทีมดังขึ้น
เขาก้มดูแล้วหัวเราะลั่น “พวกนายลองเดาว่าอะไร เพลงของไปตี้ก็ส่งมาแล้วเหมือนกัน!”
“ให้ตายสิ”
“มือปืนไวอีกคนนึงแล้ว!”
“เวยเซียนเฉียงแต่งเพลงเสร็จภายในไม่กี่วันฉันไม่แปลกใจ แต่ไปตี้ทำได้ไง เขาแต่งเร็วได้ขนาดนี้!”
“เร็วไม่ใช่ว่าดีเสมอไปนะ”
“ต้องรักษาคุณภาพสิ”
“ลองฟังดูเถอะ”
“ฉันเห็นคำบรรยายบอกว่าเขาใช้เอฟเฟกต์สร้างเสียงอิเล็กทรอนิกส์สังเคราะห์”
“ไม่ได้ใช้คนร้อง?”
“ดูท่าจะรู้วิธีทำเสียงของหลินอีอีนะ”
“แล้วชื่อเพลงล่ะ?”
“‘เพลงควงต้นหอม’?”
“บอกว่าเพลงควงต้นหอมนะ”
“ยังคิดชื่อไม่ออกเลยตั้งมั่วๆ ไปละมั้ง?”
หัวหน้าทีมชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็กดเล่นเพลง ทันใดนั้นท่วงทำนองประหลาดก็ถาโถมสะกดหู ดังก้องไปทั่วห้อง!
“อาลาชาชา ไออา ไออา”
“ลาบาสลี่กังติงกังติงกังตัว บาบาลี่บาบาบคลี่ อูอิอา”
“ซือทิงติงกังตัวยาปาลิ่งกังติงกังติง อาหลัววาบาบา”
“เตียยาลูวา ลิงกังลิงกังติงกังตัว ตาตาตาตาตา”
“ดูดู ลาดูดู ลูลาตูตูเตียยาตู”
“อาลาชาชา ไออา ไออา ลิงลาบาสลี่กังติงกังติง”
“กางตัว บาบาลิบาบาบาลี อูอิ อูอิ อะ อะ อะ อะ……”
หัวหน้าทีมเหวอ! รองหัวหน้าทีมเหวอ! พนักงานทั้งทีมเหวอ!
ทุกคนนั่งตะลึงนิ่ง ทิ้งให้เสียงหลอนวนซ้ำข้างหู ถึงกับลืมพูดไปชั่วขณะ!
ผ่านไปพักใหญ่ทุกคนถึงได้สติกลับมา พนักงานคนหนึ่งหัวเราะอย่างเสียสติ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ นี่มันอะไรวะเนี่ย ฉันโดนล้างสมองเอาดื้อๆ งี้เลย!”
“หลอนจริงๆ!”
“เนื้อเพลงพูดถึงอะไรกันแน่?”
“ฟังไม่รู้เรื่องซักคำ!”
“ไปตี้ไม่ได้เก่งแต่งเนื้อเพลงหรอกเหรอ?”
“บ้าเอ๊ย”
“พวกนายรู้สึกไหม… ว่าเพลงนี้มันโคตรเทพ!?”
“ฉันลองจินตนาการดู ถ้าให้อีอีร้องเพลงนี้อาจจะดังระเบิดเลยก็ได้!”
“เพลงของเวยเซียนเฉียงเหมือนคนร้องเกินไป ส่วนเพลงของไปตี้นี่ไม่เหมือนมนุษย์ร้องเลย!”
“นี่มันเพลงเทพชัดๆ!”
ใช่แล้ว เพลงเทพรุ่นแรกของบลูสตาร์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว