ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 162 ไป่ตี้โค่นหลินหลิว
หลินจือไปได้ยินระบบแนะนำว่าเพลง ‘เพลงควงต้นหอม’ เหมือนจะร้องเป็นภาษาฟินแลนด์
ดาวบลูสตาร์แบ่งเป็นแปดทวีป มีพวกภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ไม่มีภาษาฟินแลนด์อย่างแน่นอน!
แต่หลินจือไปคิดว่าที่นี่จะมีหรือไม่มีภาษาฟินแลนด์ก็ไม่สำคัญ
เพราะตอนที่เพลงนี้ดังระเบิดในจีน ทุกคนก็ฟังไม่ออกว่าเขาร้องอะไร
รู้แค่ว่าทำนองกับจังหวะมันโดนใจสุดๆ หลอนหูสุดๆ อย่างกับถูกสะกดจิต
เพลงชั้นยอดก็แบบนี้ จะชอบหรือไม่ชอบบางทีก็ไม่เกี่ยวกับฟังรู้เรื่องหรือไม่
เพลงเทพ!
สองคำนี้คือคำวิจารณ์เพลงนี้ที่ตรงใจที่สุดของชาวเน็ตจีน
ฟังไม่รู้เรื่องแต่หลอนหูติดสมองชนิดทำให้คนไฮป์ได้ นี่แหละเพลงเทพ
ดังนั้นหลินจือไปก็ไม่หวังให้ชาวบลูสตาร์ฟังออก แค่ให้หลอนติดหูแล้วโยกตามได้ก็พอ
เอาเถอะ อย่าว่าแต่ชาวบลูสตาร์เลย หลินจือไปเองก็ฟังไม่ออก แต่เขาชอบเพลงนี้เป็นเรื่องจริง
ส่วนจะถูกเลือกไหม หลินจือไปก็ไม่กล้ายืนยัน อย่างไรคู่แข่งก็เป็นพ่อเพลง
ถ้าไม่เบียดพ่อเพลงที่หนุนหลังหลินหลิวออกไป อูฉือคงต้องถกแขนเสื้อขึ้นไปสู้กับเขาซึ่งหน้า
อย่างมากก็จัดไม้ตายเพลงจีนโบราณออกมาเป็นไพ่ตาย ไม่แน่อาจจะเวิร์กก็ได้
พี่เป็นถึงสายเทพโกงเกม จะยอมให้หลินหลิวตัวเล็กๆ มาขี่คอได้ไง?
อีกด้านหนึ่ง เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ทีมไอดอลเสมือน
หลังถกเถียงกันดุเดือด หัวหน้าทีมไอดอลเสมือนโบกมือตัดสิน
“ตกลงตามนี้ เราจะใช้เพลงนี้ แจ้งผลให้ทีมเพลงที่สามกับทีมเพลงที่สิบเดี๋ยวนี้!”
ทีมเพลงที่สิบ เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หลินซีกำลังเดินวนไปมาในสำนักงาน
เธอส่งเพลงของหลินจือไปไปแล้ว อันที่จริงก่อนที่จะฟัง ‘เพลงควงต้นหอม’ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร
แต่พอฟังแล้วกลับรู้สึกว่า… มันอาจจะเวิร์กก็ได้นะ?
เพราะเพลง “เพลงควงต้นหอม’ มันพิลึกเกินบรรยาย จนหลินซีซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเพลงมือโปรยังไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเลย
ทันใดนั้นโทรศัพท์ดังขึ้น หลินซีรับสาย
“ขอบคุณหัวหน้าทีมหลินซี ขอบคุณอาจารย์ไปตี้ที่แต่งเพลงนี้ พวกเราตัดสินใจว่าจะเร่งผลิตและปล่อยเพลงนี้ในเดือนพฤศจิกายน!”
หลินซีอึ้งไปครู่หนึ่ง พลันปลาบปลื้มยินดีสุดขีด! เพลงนี้ผ่านแล้ว!
การแข่งขันภายในครั้งนี้ น้องชายเธอโค่นพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงลงได้แล้ว!
ทีมเพลงที่สาม หลินหลิวก็กำลังรอผลเช่นกัน
เธอเป็นคนส่งเพลงของเวยเซียนเฉียงไปให้ทีมไอดอลเสมือนด้วยตัวเอง
แต่เมื่อเทียบกับหลินซีเวลานี้ หลินหลิวใจเย็นมาก กำลังจิบแชมเปญอย่างสบายอารมณ์
รองหัวหน้าถาม “คุณไม่กังวลเลยเหรอครับ?”
หลินหลิวหัวเราะ “กังวลอะไร? ไปตี้จะโค่นพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงเหรอ? ถ้าไปตี้มีปัญญาทำได้จริง ฉันจะดื่มน้ำล้างเท้าเขาเลย!”
รองหัวหน้าหัวเราะลั่น ขณะนั้นมือถือของรองหัวหน้าดังขึ้น
รองหัวหน้ารับสาย จากนั้นมือพลันสั่นวูบ โทรศัพท์ร่วง หน้าจอโทรศัพท์แตก
หลินหลิวชะงัก “นาย…”
รองหัวหน้าไม่อาจสนใจมือถือ กล่าวเสียงสั่น “พวกเขาใช้เพลงของไปตี้”
หลินหลิวถึงกับนิ่งค้างทันที สีหน้าของเธอเหมือนเพิ่งกลืนน้ำล้างเท้าไปเต็มท้อง
ใบหน้าซีดเผือดสุดขีด “นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ฟังผิด!?”
“แน่ใจครับ”
รองหัวหน้าก้มลงจะเก็บมือถือ หลินหลิวกลับเตะมือถือที่จอแตกกระเด็นออกไป
“โทรหาเวยเซียนเฉียงเดี๋ยวนี้ บอกเรื่องนี้ให้เขารู้!”
“ผม…” รองหัวหน้ามองมือถือที่ถูกเตะไปอยู่มุมห้อง แทบแตกเป็นสองท่อนแล้ว ฉันจะโทรยังไง?
อันที่จริงก็ไม่ต้องให้หลินหลิวกังวลหรอก อย่างไรเสียเพลงของพ่อเพลงก็ถูกปฏิเสธ
หัวหน้าทีมไอดอลเสมือนจึงโทรหาเวยเซียนเฉียงด้วยตัวเองแล้ว
“ขออภัยด้วยนะครับอาจารย์เวยเซียนเฉียง เพลงของคุณยอดเยี่ยมมาก แต่จากสไตล์ผลงานแล้ว งานของไปตี้มีความเหมาะสมกว่าครับ”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่แล้วพลันเอ่ยว่า “ผมรู้จักไปตี้ เพลงนั้นของเขาส่งมาให้ผมฟังทีครับ”
“เอ่อ…” หัวหน้าทีมไอดอลเสมือนลังเลเล็กน้อยแต่ก็รับคำ “ได้ครับ”
อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงพ่อเพลง แถมยังเป็นพ่อเพลงของเสินฮว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟล์เสียงจะหลุด
เขาจึงส่งเพลง ‘เพลงควงต้นหอม’ ไปให้อีกฝ่าย
อีกฝ่ายก็เปิดเล่นเพลงในห้องทันที ไม่กี่นาทีต่อมา เวยเซียนเฉียงเอ่ยว่า
“นี่นะหรือ เพลงอนิเมะที่แท้จริง?”
หัวหน้าทีมไอดอลเสมือนตอบอย่างจริงจังว่า “เพลงอนิเมะไม่มีนิยามตายตัวครับ แต่ถ้าว่าด้วยสไตล์ ไม่ผิดเลยครับ”
“ว่าไปแล้วเพลงนี้ก็ไม่เลวจริงๆ”
จู่ๆ เวยเซียนเฉียงก็หัวเราะออกมา “โคตรเร้าใจเลยเว้ย”
หัวหน้าทีมยังผงะ แล้วจากนั้นก็หัวเราะตาม
เดิมทีเขาได้ยินว่าเวยเซียนเฉียงอารมณ์ร้ายมาก จึงกลัวว่าการปฏิเสธของตนจะทำให้ อีกฝ่ายโมโห
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับไม่โกรธเลย
“ไปตี้สินะ? เด็กคนนี้ปล่อยของได้ใจกว่าฉันอีก”
เวยเซียนเฉียงกล่าวประเมินเช่นนั้นก่อนวางสาย
กลุ่มแชทต่างๆ ของบริษัทเสินฮว่า ทุกคนกำลังเม้าท์ข่าวลือในบริษัท
‘ได้ยินว่าทีมไอดอลเสมือนได้ข้อสรุปแล้ว’
‘เพลงของใครถูกเลือกละ?’
‘จะต้องถามอีกเหรอ! ก็ต้องเวยเซียนเฉียงสิ’
‘ถึงขั้นจะนับถือความกล้าของไปตี้ แต่ความกล้ามันก็กินไม่ได้นะ’
‘อีกฝ่ายเป็นถึงพ่อเพลงเลยนะ อีกอย่างดูเหมือนไปตี้ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญแนวเพลงอนิเมะด้วย’
‘ถ้ามีทีเด็ดด้านนี้ก็คงพอสู้กับพ่อเพลงได้บ้าง’
‘อาจารย์ไปตี้ก็เก่งมากแล้วละ’
‘ไปตี้ยังหนุ่ม ไม่แน่อนาคตอาจจะชนกับพ่อเพลงได้จริงๆ ผลงานตอนนี้ก็โหดใช้เล่นเลย’
‘เฮ้ย!’
‘เพิ่งได้ข่าวมา เพื่อนในทีมไอดอลเสมือนบอกว่าเพลงของไปตี้ถูกเลือก’
‘ไม่ได้ใช้ของอาจารย์เวยเซียนเฉียง!’
‘หา?! เป็นไปไม่ได้มั้ง!’
‘ไปตี้โค่นเวยเซียนเฉียงเหรอ?’
ทุกคนที่เห็นข่าวลือนี้ในบริษัทช็อกไปตามๆ กัน คิดไม่ถึงจริงๆ!
ที่บ้าน หลินจือไปได้รับข่าว เสียงพี่สาวตื่นเต้นสุดขีด
“วันนี้นายทำเอาทั้งบริษัทช็อกไปเลย! ไม่มีใครคิดว่าศึกภายในรอบนี้ นายจะชนะเวยเซียนเฉียงได้!”
“นั่นพ่อเพลงเลยนะ พ่อเพลงตัวจริงเสียงจริง หนึ่งในเทพซิมโฟนีแห่งฉินโจว!”
“ฮ่าๆๆ นายไม่ได้เห็นสีหน้าหลินหลิว ฉันแวะไปที่ทีมเธอมา หน้านางเขียวเป็นกบเลย!”
หลินจือไปถอนหายใจโล่งอก หลินหลิวสินะ ฉันเปลี่ยนมาใช้ตัวตนไปตี้ก็ยังอัดเธอร่วงได้เหมือนกัน
ถ้าคราวนี้ไปตี้เบียดเวยเซียนเฉียงลงไม่ได้ อูฉือก็ต้องสู้กับพ่อเพลงที่จับคู่กับหลินอีอีแล้ว
โอกาสชนะมีไม่มากจริงๆ พ่อเพลงไม่ค่อยลงมือบ่อยนัก
เพราะพ่อเพลงไม่สนใจชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอะไรนั่นอยู่แล้ว
จะปล่อยเพลงบ้างก็แค่ตามอารมณ์ หรือไม่ก็แต่งเพลงช่วงเทศกาลตรุษจีนปีละครั้งให้คนยังจำได้
ดังนั้นหลังจากครั้งนี้อีกนาน หลินจือไปคงไม่ต้องห่วงว่าอูฉือจะปะทะกับเวยเซียนเฉียงอีกต่อไป
จะเจอกันอีกหรือ? รอให้อูฉือมีพลังความนิยมมากพอ บวกกับเพลงไม้ตาย
ต่อให้ต้องชนกับทีมพ่อเพลงที่จับคู่กับราชาหรือราชินีเพลงก็น่าจะสู้ไหวแน่นอน
เรื่องภายในเสินฮว่าคนนอกไม่รู้ข่าว ไปตี้โค่นเวยเซียนเฉียงควรจะแพร่ออกไปในวงแคบๆ เท่านั้น
แต่หลินจือไปมองว่าก็แค่นั้น เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งกาจอะไร ปากบอก “ฉันคือไปตี้” ก็จริง
ในใจกลับรู้ดีว่าตัวเองใช้บัฟ คนเราต้องรู้จักตัวเอง พ่อเพลงต่างหากของแท้
ยิ่งไปกว่านั้นเวยเซียนเฉียงไม่ถนัดเพลงอนิเมะ ลงมือแต่งเพลงครั้งนี้อาจจะแค่เล่นๆ สนุกๆ มากกว่า
พูดได้แค่ว่าเวยเซียนเฉียงยังรู้จักโลกสองมิติผิวเผิน โปรเพลเยอร์ยังแพ้มือสมัครเล่นได้เลย
ในสนามจริง พวกสตรีมเมอร์ที่โชว์เทพไล่ฆ่ารัวๆ ก็ยังโดนโปรเพลเยอร์อัดจนต้องยืนคุมป้อมไม่ใช่หรือ?
แต่เรื่องหลินอีอีกลับจุดประกายความคิดให้หลินจือไป
“ไอดอลเสมือน…”
หรือว่าฉันจะทำไอดอลเสมือนสักตัวดีนะ? ไม่สิ ไอดอลเสมือนไม่ได้เรียบง่ายแบบนั้น
ไม่เพียงต้องมีเพลงที่ดี ยังต้องมีอนิเมะ เกม และผลงานต่อยอดอื่นๆ ด้วย
หลินจือไปทำได้ก็จริงแต่เขารู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป
ตอนนี้ตนเองก็ยุ่งมากอยู่แล้ว เรื่องที่น่าปวดหัวเกินไปเขาไม่มีแก่ใจไปทำ
“เปลี่ยนวิธีคิด อูฉือใช้ร่างเสมือนออกสื่อก็ได้นี่!”
แบบนี้ง่ายขึ้นเยอะเลย เหมือนเจียหรานในชาติก่อน
เจียหรานคือใคร? ช่างเถอะ ไม่สำคัญ
สรุปคือหลินจือไปไม่สะดวกให้อูฉือเปิดเผยใบหน้า งั้นก็ทำร่างเสมือนให้อูฉือแทน
ด้านเทคนิคไม่มีปัญหา หลินจือไปสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากร่างเสมือนของอูฉือได้ เช่น ไลฟ์สตรีม?
แค่เปลี่ยนโทนเสียงตอนพูด ใช้อวาตารแทนใบหน้าคนจริง ระหว่างไลฟ์ก็น่าจะเป็นไปได้ใช่ไหม?
แต่โลกนี้ดูเหมือนสตรีมยังไม่บูม ชาติก่อนก็ต้องรอให้แพลตฟอร์มอย่างโตวอวี่เกิดขึ้น
แพลตฟอร์มสตรีมมิงถึงจะดัง
งั้นเปิดหมวดไลฟ์ในเว็บไซต์วิดีโอคุนเผิงแล้วใช้ตัวตนฉูฉือขึ้นไลฟ์จุดกระแสด้วยตัวเองดีไหม?
เนื้อหาในไลฟ์ก็ร้องเพลง คุยเล่น ปั้นข่าวซุบซิบคนเผิงนิดหน่อย ดูเป็นแผนที่เข้าท่า
หลินจือไปเริ่มร่างแผนคร่าวๆ ในใจ ไม่ใช่ว่าสามค่ายใหญ่ผูกขาดวงการบันเทิงเหรอ?
เช่นนั้นก็จุดกระแสไลฟ์สตรีม เปิดช่องทางให้คนธรรมดาได้เป็นเน็ตไอดอล ทะลวงวงล้อมผูกขาดของสามค่ายใหญ่!
หลังเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอนเฟิร์มให้หลินอีอีใช้เพลง ‘เพลงควงต้นหอม’ ของไปตี้ คืนนั้นก็ปล่อยข่าวทันที
‘เพลงใหม่ที่อาจารย์ไปตี้แต่งให้อีอีจะปล่อยในเดือนพฤศจิกายน!’
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกมา ก็เรียกความสนใจของผู้คนอย่างมหาศาล! แฟนๆ ของหลินอีอียิ่งตื่นเต้นกันสุดๆ
‘ในที่สุดก็มาสักที!’
‘เพลงใหม่ประจำปีของหลินอีอี!’
‘ผมคือหมาของคุณหนูอีอี’
‘วันนี้อีอิกินอะไร?’
‘อ๊ากกก อีอีของฉัน!’
‘กอดหมอนข้างอีอีอย่างฝัน’
‘คราวนี้คนแต่งเพลงให้อีอีคือไปตี้เหรอ?’
‘ก่อนหน้าลือว่าพ่อเพลงเวยเซียนเฉียงจะเขียนให้ไม่ใช่เหรอ?’
‘ทำไมกลายเป็นไปตี้ละ?’
‘ไปตี้ก็ไม่เลวนะ ฉันชอบทีเดียว’
‘แต่เวยเซียนเฉียงเป็นพ่อเพลงเลยนะ พ่อเพลงต้องเก่งกว่าไปตี้สิ’
‘เสินฮว่าคิดจะกลั่นแกล้งอีอีของเราหรือเปล่าเนี่ย!’
‘แฟนคลับอีอีอย่างพวกเราเข้มงวดมากนะยะ!’
ไม่ว่าจะไปตี้หรือพ่อเพลงเวยเซียนเฉียง พวกเขาเข้าใจโลกสองมิติเหรอ?
ก่อนหน้านี้เพลงของไปตี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโลกสองมิติเลยสักนิด
แฟนคลับของหลินอีอีต่างกังวลในใจว่า คนคนนี้จะสามารถเขียนเพลงที่เหมาะกับหลินอีอีได้จริงหรือ?