ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 166 ฟีเวอร์สวนสนุก
วันที่สองของเดือนวันหยุดฤดูหนาวปีสองของหลินจือไปได้เริ่มขึ้นแล้ว
พอกลับถึงบ้านตอนเช้าตรู่ หลินจือไปก็ถูกปลุกด้วยเสียงเพลงคุ้นหู
ปรากฏว่าเป็น ‘เพลงควงต้นหอม’
หลินซีขี้เกียจออกจากห้องจึงแท็กแม่ในกรุ๊ปครอบครัวทันทีว่า
‘แม่คะ ได้โปรดอย่าเปิด ‘เพลงควงต้นหอม’ อีกเลย ตอนนี้ในหัวหนูมีแต่ ซื่อทิงติงกังตัวยาปาลิงกังติง อะไรพวกนั้นแล้ว ทั้งที่ฟังไม่ออกแต่เกือบจะร้องได้อยู่แล้วเนี่ย!’
ไม่นานนักพี่ชายก็ประท้วงในกรุ๊ปว่า ‘แม่ครับ เบาเสียงหน่อย!’
พ่อพูดในกรุ๊ปว่า ‘พวกลูกยังน้อยไป แม่ของพวกลูกเปิดเพลงนี้วนตั้งแต่ก่อนนอน จนพ่อเก็บไปฝันเป็นเพลงนี้เลย’
เสี่ยวเฮย: …
แม่: เพลงของลูกชายแม่เจ๋งจะตาย!
หลินจือไปไม่ตอบอะไร เขารู้สึกเหมือนตัวเองเปิดกล่องแพนโดรา
‘เพลงเทพ’ ออกมาแล้ว นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น โลกใบนี้เพิ่งได้เห็นพลังของเพลงเทพ
‘เพลงควงต้นหอม’ เป็นแค่เพลงเทพรุ่นแรกเท่านั้น
หลินจือไปจำได้ว่าในชาติก่อนยังมีเพลงเทพที่หลอนล้างสมองยิ่งกว่านี้อีกมาก แถมยังฮิตกว่าเพลงนี้หลายเท่า
ไว้มีโอกาสจะหยิบออกมาใช้ดีไหมนะ?
ถึงตอนนั้นทุกคนก็จะเข้าใจว่า ‘เพลงควงต้นหอม’ ยังถือว่าเบาในแง่ความหลอนล้างสมอง
อย่างที่หลินจือไปคาดไว้อย่าง ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ช่วงนี้ปิดเทอม หลินจือไปอยากออกกำลังกายจึงออกไปวิ่งผ่านหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง
เห็นว่าในนั้นมีรถโยกเด็กเล่นตั้งอยู่หลายคัน
คุณไม่ได้เข้าใจผิด มันก็คือรถโยกเด็กที่สมัยก่อนจะร้องว่า ‘ปะป๊าของปะป๊าเรียกว่าคุณปู่’ นั่นแหละ
และตอนนี้เอง เด็กๆ สองสามคนกำลังนั่งอยู่บนรถโยก พอผู้ปกครองหยอดเหรียญ รถโยกก็เริ่มขยับ เด็กๆ เล่นกันอย่างสนุกสนาน
และเพลงที่ดังออกมาก็คือ ‘เพลงควงต้นหอม’!
“กังติงอาหลัววาปาปาปาลิงกังติงกังติงอาหลัววาปาปกาลิงกังติงกังลิงกังติงกัง…”
ชั่วพริบตา หลินจือไปสะดุดกึกแทบล้มคะมำลงกับพื้น อะไรเนี่ย?
รถโยกเด็กในฉินโจวล้าสมัยขนาดนี้เลยเหรอ?
เพลงนี้เพิ่งออกได้ไม่นาน ก็ถูกใส่เข้าชุดเพลงรถโยกแล้ว
สิ่งที่หลินจือไปไม่รู้คือ นี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
เหตุที่เรียกว่าเพลงเทพก็เพราะความหลอนล้างสมองของมัน ซึ่งเหมาะจะโผล่ในสถานที่เฉพาะต่างๆ
ไม่กี่วันถัดมา ความคึกคักเกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
ร้านขายของเล่นแบรนด์หนึ่งในเครือเสินฮวา ของเล่นพลาสติกเด็กล็อตใหม่เพิ่งมาถึง เพียงแค่กดเปิดก็เป็นทำนอง ‘เพลงควงต้นหอม’ พร้อมไฟวิ่งกะพริบวิบวับ
นอกจากนี้ อย่างเช่นกล่องดนตรีบางชิ้นก็ติดเพลงนี้มาด้วย
กระทั่งเพลงที่เปิดในร้านของเล่นก็ยังเป็น ‘เพลงควงต้นหอม’!
ในสวนสนุกแห่งหนึ่ง เครื่องเล่นพวกม้าหมุนบางตัว
เห็นนักท่องเที่ยวขี่ม้าหมุนฟังเพลงข้างหูแล้วหัวเราะปากกว้างไม่หุบ
“นี่มันร้องว่าอะไรเนี่ย?”
“ทำไมฟังไม่รู้เรื่องสักประโยคเลย?”
“นี่มันเพลงอะไรเหรอ?”
“เพลงของหลินอีอีที่ไปตี้แต่งนะ ติดอันดับหนึ่งบนชาร์ตฤดูกาลเดือนนี้ด้วย ธันวาโคตรล้างสมองเลย!”
“สาวๆ ฟังแล้วก็ไม่เลวนะ”
“เดี๋ยวฉันจะโหลดมาบ้าง ชื่อเพลงอะไรนะ?”
“เพลงควงต้นหอม”
“ควงต้นหอม? ต้นหอมไหน?”
ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง โซนเครื่องเล่นเด็ก
“ชาชาลาลีติอาติติลาปาลิ ลังปัว”
“ลูกชายฉันนี่อัจฉริยะจริงๆ!”
“เนื้อร้องที่ฉันฟังไม่รู้เรื่องสักคำ เขาก็ร้องได้หมดเลย!”
“เพลงนี้ไม่เลวเลยนะ”
“เด็กๆ ชอบกันใหญ่เลย”
“ติดหูเกินไปแล้ว”
“เพลงนี้ของไปตี้เล่นเอาล้างสมองเด็กได้เลย”
ตอนแรกทุกคนรู้สึกแปลกใหม่สนุกดี แต่พอ ‘เพลงควงต้นหอม’ แผ่ขยายไปทั่วสวนสนุกทุกแห่ง รถโยกเด็กทุกคัน รวมถึงร้านของเล่นและศูนย์การค้ามากมาย
สถานการณ์กลับเริ่มไม่ปกติแล้ว
บนอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตพากันวิ่งไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ของไปตี้ว่า
‘โดนล้างสมองไปหมดแล้ว!’
‘ดูสิวานายทำอะไรลงไป!’
‘จะล้างสมองตั้งแต่เด็กเลยเหรอ?’
‘บ้าเอ๊ย ฟังเพลงนี้มากๆ ฉันจะกลายเป็นสองมิติอยู่แล้ว’
‘ทะลุวงการแล้ว!’
‘ไม่คิดเลยว่าเพลงแนวโลกสองมิติจะฮิตทะลุวงการได้ขนาดนี้!’
‘ตั้งแต่นี้ไป ฉันขอประกาศว่านี่จะเป็นผลงานตัวแทนของหลินอีอี!’
‘นี่นะหรือพลังของเพลงเทพ?’
‘ยอมแล้ว!’
‘ฉันยอมแพ้แล้ว!’
แม้ว่าแต่ก่อนเพลงของหลินอีอีจะคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลบ่อยครั้ง
แต่ก็เพราะแฟนคลับโลกสองมิติเหนียวแน่นและคลั่งไคล้กันมาก เพลงเหล่านั้นจึงอยู่แค่ในหมู่ผู้ชื่นชอบอนิเมะ
ชาวเน็ตที่ไม่สนใจโลกสองมิติย่อมไม่สนใจเพลงของหลินอีอีไปด้วย
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน คราวนี้ไม่ใช่แค่แฟนคลับของหลินอีอีหรือคอโลกสองมิติเท่านั้นที่ชอบ ‘เพลงควงต้นหอม’ แม้แต่คนทั่วไปจำนวนมากก็คุ้นเคยกับเพลงนี้เป็นอย่างดี จำติดหูถึงขั้นโดนล้างสมองไปเลย
พูดอีกอย่างคือ เพลงนี้ได้ทะลุกรอบวงการไปแล้ว ทำลายกำแพงระหว่างมิติ ทำให้หลินอีอีได้รับความสนใจจากชาวเน็ตสายที่ผ่านทางนับไม่ถ้วน
ทุกคนจึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่า ‘เพลงเทพ’ คืออะไร!
จุดนี้ไปตี้ถูกชาวเน็ตสถาปนาให้เป็น ‘ปรมาจารย์เพลงเทพ’
วงการเพลงฉินโจวได้รับศีลล้างบาปด้วยเพลงเทพเป็นครั้งแรก
หลินซีโทรหาหลินจือไป พี่สาวพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ลิขสิทธิ์เพลงของนายขายดีถล่มทลายเลยนะ สวนสนุก รถโยกหยอดเหรียญ แล้วก็บริษัทของเล่นหลายแห่งต่างก็ติดต่อเสินฮว่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้กันใหญ่เลย!”
หลินจือไปเงียบไม่ตอบ พี่สาวถาม “นายไม่ดีใจเหรอ?”
หลินจือไป “ดีใจอะไรล่ะ ผมไม่ได้เงินก้อน ได้แต่ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง!”
พี่สาวหัวเราะลั่น “ก็พูดอย่างนั้นแหละ แตรอบนี้พี่โกยผลงานถล่มทลายเลยนะ เพราะเพลงนี้ทำให้ยอดผลงานของทีมเพลงที่สิบพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับหกแล้ว ถ้ารอให้สิ้นเดือนเผลอๆ อาจทะลุขึ้นอันดับห้าเลยก็ได้!”
“โอเค”
ช่วยพี่สาวได้ก็ดีแล้ว อีกอย่างหลินจือไปเองก็รู้ว่า ‘เพลงควงต้นหอม’ จะโด่งดังขนาดนี้ ความดีความชอบของเขากับหลินอีอีต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะอิทธิพลของหลินอีอีเองก็ยิ่งใหญ่พอให้เพลงทะลุวงการมาได้ถึงขั้นนี้
“จริงสิ”
หลินซียังคงตื่นเต้นไม่หาย “มีข่าวดีอีกอย่างจะบอกนาย งานเทศกาลตรุษจีนปีนี้เชิญจางซีหยางมาด้วยนะ ปกติต้องเป็นราชาราชินีเพลงเท่านั้นถึงได้ขึ้นเวที ครั้งนี้จางซีหยางได้รับเชิญก็ถือว่าเป็นว่าที่ราชาเพลงแล้วละ!”
“ร้องเพลงอะไรเหรอ?”
“ตอนนี้กำหนดไว้เป็น ‘ดอกไม้ไฟ’ จริงๆ ถ้าร้องเพลงใหม่จะดีกว่า แต่ทีมงานเทศกาลตรุษจีนเห็นว่าเพลงใหม่สงวนไว้ให้แค่ราชาราชินีเพลงตัวจริงเท่านั้นถึงได้ร้อง”
ชะงักไปครู่หนึ่ง หลินซีก็กล่าวว่า “แต่ไม่เป็นไร ได้ขึ้นเวทีเทศกาลตรุษจีน ร้องเพลง ‘ดอกไม้ไฟ’ ก็ดีเหมือนกัน”
เพลงนี้คือเพลงที่จางซีหยางใช้คว้าแชมป์ในรายการ ‘I Am a Singer’ และยังเป็นงานร็อกชิ้นแรกของไปตี้ มีอิทธิพลสูงมาก
“อย่างนี้นี่เอง”
หลินจือไปยิ้ม ในฐานะเพื่อนเมื่อรู้ว่าจางซีหยางได้ขึ้นเวทีงานตรุษจีน เขาก็พลอยดีใจไปด้วย ยิ่งอีกฝ่ายจะร้องเพลงของตนด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกยินดี
สองสามวันต่อมา หลินจือไปรู้สึกได้ชัดเจนว่าข่าวเกี่ยวกับงานวันตรุษจีนเพิ่มจำนวนขึ้นจนกลบกระแสของ ‘เพลงควงต้นหอม’ ไปพอสมควร
ในบรรดาข่าวเหล่านั้น ข่าวที่ว่าจางซีหยางกำลังจะขึ้นเวทีงานตรุษจีนในฐานะศิลปินแถวหน้าก็ปรากฏตามสื่อด้วยเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง ทางเจียงเฉิงกำลังออกแบบคาแรกเตอร์เสมือนของฉูฉือ
“ตามโมเดลไอดอลเสมือน ต้องเป็นผู้ชายแล้วก็ต้องหล่อมากแน่นอน แต่ห้ามหล่อแบบไร้เอกลักษณ์ ในไลฟ์จะใช้โมเดลตัวละครจับคู่กับเทคโนโลยีโมชันแคปเจอร์ สามารถถ่ายทอดสีหน้าและท่าทางจริงได้หลายอย่าง เช่น ตอนเจ้านายถือกีตาร์ร้องเพลง ตัวโมเดลบวกโมชันแคปเจอร์ก็จำลองออกมาได้ เรื่องภาพลักษณ์ตัวละครเจ้านายลองดูดีไซน์พวกนี้หน่อยครับ”
เจียงเฉิงกำลังปรึกษาหลินจือไป เพราะคาแรกเตอร์เสมือนนี้จะนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในอนาคต
หลินจือไปมองดูแบบคาแรกเตอร์ที่เจียงเฉิงจ้างทีมมืออาชีพออกแบบมา สไตล์พื้นฐานล้วนเป็นพระเอกอนิเมะสุดหล่อ มีผมสีดำ แดง ขาว เหลือง น้ำเงิน ครบทุกสี โทนภาพออกไปทาง 3D
จากสิบกว่ารูปแบบ ในที่สุดหลินจือไปก็เลือกผมสีดำ ผมสีดำดูเป็นมิตรดี อย่างไรก็ต้องใช้ไลฟ์ในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเลือกบุคลิกเย็นชาเกินไป แต่ก็ไม่ควรติดดินจนเกินงาม ต้องมีความไฮเอนด์อยู่บ้าง
หลินจือไปตัดลุคหนุ่มสดใสร่าเริงออก สุดท้ายเลือกพระเอกผมดำหน้าม้าเฉียง สีหน้าเรียบเฉย คล้ายพระเอกอนิเมะเรื่องหนึ่งที่เขาเคยดูในชาติที่แล้ว ส่วนเหมือนใครนั้นหลินจือไปก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ให้ทุกคนจินตนาการกันเอง
“เอาแบบนี้แหละ”
เจียงเฉิงก็ชอบแบบนี้เหมือนกัน “เทคโนโลยีสร้างโมเดลของเราตอนนี้ยังธรรมดา ถ้าไลฟ์ของฉูฉือผลออกมาดี เราจะเทงบยกระดับโมเดลให้สมจริงมีชีวิตชีวามากขึ้นครับ”
จริงๆ ก็คือคอนเซปต์คนสวมสกินในชาติก่อนนั่นแหละ
นักพากย์ในคราบตัวละครเสมือนประกอบด้วยสองส่วน คือ ‘สกิน’ และ ‘คนข้างใน’
‘สกิน’ นั้นวาดด้วยซอฟต์แวร์ สไตล์ส่วนใหญ่เป็นสองมิติ ออกแบบให้ดูน่ารักหรือหล่อเนี้ยบ และฉากหลังที่มักดึงมาจากองค์ประกอบการ์ตูน
ส่วน ‘คนข้างใน’ ก็คือหลินจือไปนั่นเอง เวลาไลฟ์หลินจือไปจะใช้เทคโนโลยีจับท่าทางและสีหน้าแสดงตัวละครเสมือน ใส่จิตวิญญาณมนุษย์ให้ ‘สกิน’ อนิเมะ ถือเป็นการเพิ่มชั้นสถานะไอดอลเข้าไปเหนือบทบาทสตรีมเมอร์ แต่…
เพราะฉูฉือมีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว สกินนี้จึงค่อนข้างพิเศษ น่าจะถูกแฟนคลับมองเป็นหนึ่งเดียวทั้งตัวละครและคนข้างใน
ทางเทคนิคไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะเทคโนโลยีของบลูสตาร์พัฒนาไปพอสมควรแล้ว เทคโนโลยีโมชันแคปเจอร์จึงพบได้ทั่วไปในวงการ
“เรื่องเสียง…”
“ผมปรับเองได้”
ตอนนี้หลินจือไปเชี่ยวชาญการเรียบเรียงและมิกซ์เสียงมาก แค่เปิดซอฟต์แวร์เปลี่ยนเสียง ปรับจากเสียงต้นฉบับนิดหน่อยก็ได้แล้ว
เสียงต้องไม่เพี้ยนเกินไป แต่ก็ห้ามให้คนฟังจับได้ว่าเป็นเสียงจริงของหลินจือไป เรื่องนี้มันมีเส้นบางๆ ที่ต้องระวังอยู่ แต่เขาจัดการเองได้
“งั้นพวกเราเตรียมตัว กลางเดือนเริ่มไลฟ์เลยดีไหมครับ?”
“อืม”
“ทางผมจะจัดโปรโมตสักหน่อยดีไหมครับ?”
“ได้”
ถ้าฉูฉือเปิดไลฟ์ น่าจะเรียกความสนใจได้ไม่น้อย ไม่แน่อาจมีกระทั่งคนในวงการแวะมาดูด้วยซ้ำ นับเป็นโฆษณาเว็บไซต์สตรีมมิงให้ดังสะท้านไปในตัว
และก่อนเริ่มไลฟ์ หลินจือไปต้องสั่งทำเพลงกับระบบก่อนสักหน่อย เพลงพวกนี้ไม่ต้องอลังการมาก อย่างไรก็แค่ใช้ร้องในไลฟ์ช่วยยกระดับบรรยากาศได้ก็พอ
“เฟยหง ฉันอยากสั่งทำ…”