ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 167 เปิดไลฟ์สตรีม
เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งเดือนก่อนที่แพลตฟอร์มหลื่อวี่ไลฟ์จะเปิดตัว
เจียงเฉิงเริ่มประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะ พร้อมปล่อยข่าวว่าฉูฉือกำลังจะเปิดไลฟ์บนแพลตฟอร์มนี้
ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ก็เรียกความสนใจจากทุกฝ่าย และผู้ที่จับตามองมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นแฟนคลับของฉูฉือ!
‘โอ้โห?’
‘ไลฟ์สตรีม?’
‘นี่ฉูฉือจะเปิดหน้าแล้วเหรอ!’
‘ไลฟ์วันที่สิบห้าเหรอ? แพลตฟอร์มหลื่อวี่ไลฟ์?’
‘แพลตฟอร์มไลฟ์หมายความว่าไงเหรอ หมายความว่าดาราจะมาไลฟ์บนเว็บนี้เหรอ?’
‘ไม่ใช่ ฉันอ่านคำแนะนำของเว็บแล้ว ดูเหมือนว่าทุกคนจะไลฟ์บนเว็บนี้ได้เลย’
‘ดูน่าสนใจดีนะ’
‘ฉันสนใจฉูฉือเป็นหลัก ชอบเพลงเขาสุดๆ เลย!’
‘ฉูฉือไลฟ์ต้องร้องเพลงแน่ๆ!’
บลูสตาร์ยังไม่มีเว็บไซต์ไลฟ์ลักษณะนี้ ดังนั้นผู้คนจึงนึกภาพไม่ค่อยออก
สิ่งที่ดึงดูดคนได้มากที่สุดในข่าวนี้ยังคงเป็นตัวฉูฉือเอง ทุกคนต่างสงสัยว่าฉูฉือจะเผยโฉมหน้าตัวเองในไลฟ์หรือไม่ เพราะตั้งแต่เดบิวต์มาฉูฉือลึกลับมาก ไม่มีใครรู้ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไรแน่
และเจียงเฉิงก็จงใจอุบไว้เพื่อเพิ่มกระแส ไม่บอกล่วงหน้าว่าฉูฉือจะใช้ร่างเสมือนในการไลฟ์ แค่หวังจะได้เห็นฉูฉือเปิดหน้าครั้งแรก แฟนๆ ก็ตื่นเต้นกันสุดๆ
ส่วนคนที่ไม่รู้จักหรือไม่ตื่นเต้นกับฉูฉือก็แทบไม่สนใจข่าวนี้เลย อย่างไรเสียฉูฉือก็ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์แถวหน้า อิทธิพลของเขาอยู่ในแวดวงเพลงโบราณเป็นหลัก
ในเวลาเดียวกัน ในวงการเองก็ได้รับข่าว
“นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ของหลื่อวี่เหรอ? เจียงเฉิงลงทุนไปด้วย”
“ว่าแต่คุนเผิงลงทุนไปหลายร้อยล้านเพื่อทำแพลตฟอร์มไลฟ์นี้ แถมยังให้ฉูฉือมาเรียกกระแสด้วยนะ”
“ฉูฉือกำลังจะเปิดหน้าจริงเหรอ?”
“ถ้าฉูฉือเปิดหน้า ก็จะช่วยเพิ่มกระแสให้แพลตฟอร์มไลฟ์นี้ไม่น้อยเลยจริงๆ”
“แล้วแพลตฟอร์มไลฟ์นี้มันเล่นยังไงกันแน่? แค่นั่งไลฟ์อยู่หน้ากล้องเหรอ? น่าดูตรงไหน?”
“ร้องเพลง? เต้น?”
“ในเน็ตก็มีวิดีโอร้องเต้นตั้งมากมาย ทำไมทุกคนต้องมาดูไลฟ์?”
“ถ้าเชิญดารามาไลฟ์เยอะๆ ก็คงพอได้ แต่ยกเว้นฉูฉือ พวกเขาจะเชิญดาราได้สักกี่คนเชียว?”
ก่อนหน้านี้หลื่อวี่หานักลงทุนในวงการ ทุกคนไม่สนใจอะไรพวกแพลตฟอร์มไลฟ์เลย
เพราะในมุมมองของคนในวงการ แพลตฟอร์มไลฟ์แบบนี้ต้องเชิญดารามาไลฟ์แน่ แต่ค่าตัวดาราแพงขนาดนั้นจะคืนทุนได้ยังไง?
ถ้าไม่เชิญดารา แล้วจะให้คนธรรมดามาไลฟ์เหรอ?
ถ้าไม่มีพลังของดารา แล้วไลฟ์ของคนธรรมดาจะน่าดูตรงไหน?
แน่นอนว่า นอกจากคุนเผิงก็ยังมีคนสนใจโปรเจกต์นี้อยู่ อย่างไรผู้มีวิสัยทัศน์ก็มีอยู่เสมอ แต่เงินลงทุนระดับร้อยล้านไม่ใช่ว่าใครก็จะควักออกมาได้ สุดท้ายคนที่ลงมือจริงก็มีเพียงหลินจือไปกับซูฉาน
เจียงเฉิงคอยจับตามองผลตอบรับของข่าวมาตลอด แต่ผลลัพธ์กลับน่าผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนแนวคิดแพลตฟอร์มไลฟ์ทำให้หลายคนงงเป็นไก่ตาแตก นึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะสนุกตรงไหน เรื่องนี้ก็ไม่แปลก
จริงๆ แล้ว แม้แต่ในโลกก่อนที่ไลฟ์สตรีมฮิตสุดๆ ก็ยังมีคนจำนวนมากไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงมีคนชอบดูไลฟ์?
ดูคนไลฟ์เล่นเกม? นั่นฉันเล่นเองก็ได้ ทำไมต้องดูคนอื่นเล่นล่ะ?
ดูคนไลฟ์ร้องเต้น? แล้วทำไมฉันต้องดูไลฟ์ล่ะ? คุณภาพยังสู้พวกคลิปที่อัดไว้ไม่ได้เลย ส่วนเรื่องโดเนตให้สตรีมเมอร์ ยิ่งมีคนไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
ดังนั้นเมื่อแนวคิดไลฟ์ปรากฏเป็นครั้งแรกในโลกนี้ ความตื่นตัวของผู้คนจึงค่อนข้างธรรมดามาก ดูเหมือนจะมีแค่แฟนๆ ของฉูฉือเท่านั้นที่ตื่นเต้นมากหน่อย
เจียงเฉิงขมวดคิ้วกล่าว “แต่แฟนคลับของฉูฉือสนใจแค่เรื่องที่ฉูฉือจะเปิดหน้าไลฟ์ ไม่ได้สนใจในตัวแพลตฟอร์มไลฟ์”
“ถ้าไม่เคยสัมผัส แค่จินตนาการเอาอย่างเดียว ไลฟ์ก็ดูไม่มีอะไรน่าสนุกจริงๆ นั่นแหละ” หลินจือไปเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่สนุกจริงๆ ของไลฟ์สตรีมคือการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ระหว่างสตรีมเมอร์กับคอมเมนต์สด รวมถึงรายการที่สตรีมเมอร์จะสร้างขึ้นเองด้วย การตอบสนองแบบเรียลไทม์เช่นนี้ ทุกคนยังไม่เคยสัมผัสจึงยากจะเข้าใจ
ในชาติก่อน ตอนแรกหลินจือไปเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนชอบดูไลฟ์ จนกระทั่งเขาลองดูคุณลุงคนหนึ่งไลฟ์เล่นเกม ต้องบอกเลยว่ามันสนุกใช้ได้ ยิ่งตอนที่สตรีมเมอร์ตะโกนว่า ‘ไพสิบเจ็ดใบแกจะเล่นงานฉันได้เหรอ? แกจะฆ่าฉันได้เหรอ? ถ้าวันนี้แกเล่นไพสิบเจ็ดใบแล้วฆ่าฉันได้ ฉันจะกินหน้าจอคอมนี้ให้ดูเดี๋ยวนั้นเลย!’
ตอนนั้นหลินจือไปหัวเราะอย่างสะใจ ถึงกับลุกขึ้นยืน
ยังมีอีกประโยคว่า ‘ดาบผีฟันทีเดียวมองไม่เห็น หลบสิ หลบ เฮะๆ ทรมานละสิ’ แล้วก็อย่าง ‘ลุยกันเลย เจ๊กั้ง’ อะไรทำนองนั้น ขอแค่สตรีมเมอร์สร้างมีมได้ รายการก็สนุกขึ้นมาทันที
“กระแสวันแรกของเว็บไซต์ไลฟ์สตรีมอาจต้องพึ่งเจ้านายแล้วละครับ”
เจียงเฉิงพูดขึ้นว่า “แต่ยังไงฉูฉือก็เป็นแค่ดาราแถวห้า ถึงความนิยมจะสูงกว่าแถวห้าทั่วไปมาก แต่อิทธิพลก็ยังไม่ถึงขั้นดาราแถวหน้าหรือแม้แต่แถวสอง ดังนั้นอาศัยแค่แฟนคลับอย่างเดียวไม่พอแน่ครับ”
“ค่อยเป็นค่อยไป” หลินจือไปก็ไม่ได้หวังให้แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมดังระเบิดตั้งแต่วันแรก สตรีมเมอร์รุ่นบุกเบิกของโลกนี้ยังต้องใช้เวลาฟูมฟัก
สองสามวันถัดมา การโปรโมตยังดำเนินต่อไป เจียงเฉิงประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมต่อสาธารณะ เช่น คุนเผิงลงทุนสามร้อยล้านในหลื่อวี่ไลฟ์ ข่าวนี้ทำให้ผู้คนสนใจหลื่อวี่ไลฟ์มากขึ้นไม่น้อย เพราะตัวเลขสามร้อยล้านฟังดูน่าหวาดเสียวทีเดียว
แต่ที่ช็อกที่สุดก็คือวงการบันเทิงฉินโจว!
“คุนเผิงมองว่าหลื่อวี่ไลฟ์จะรุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ก่อนหน้านี้ตอนทำ ‘Unexpectedness’ พวกเขายังไม่ยอมทุ่มเงินเลย คงไม่ใช่เพราะเอาเงินมาเทใส่แพลตฟอร์มไลฟ์นี่หมดเลยหรอกนะ?”
“เป็นไปได้มากเลยละ!”
“ถ้าหลื่อวี่ไลฟ์เจ๊งขึ้นมา คุนเผิงไม่อ่วมเลยเหรอ?”
“คุนเผิงคงไม่ล้มเพราะสามร้อยล้านหรอก แต่ถ้าแพลตฟอร์มไลฟ์นี้พังขึ้นมาจริงๆ คุนเผิงก็สะบักสะบอมแน่ อย่างน้อยปีครึ่งกว่าจะฟื้น”
“ถ้าพลาดคราวนี้คงต้องไปทำงานรับจ้างให้สามค่ายใหญ่เต็มตัวแล้ว”
“คุนเผิงขยายธุรกิจใหญ่เกินไป แถมดูรีบร้อนมากด้วย”
“ที่ผ่านมาบริษัทนี้ประสบความสำเร็จเสมอ เลยชอบเสี่ยงอยู่ตลอด”
อย่างที่คนในวงการว่าไว้ ถ้าการลงทุนรอบนี้ของคุนเผิงสูญเปล่า ต่อไปคงต้องทุ่มเทกายใจรับใช้สามค่ายใหญ่เป็นหลัก ดังนั้นสามค่ายใหญ่จึงหันมาจับตาหลื่อวี่ไลฟ์มากขึ้น
ความคิดของสามค่ายใหญ่นั้นเรียบง่ายมาก แค่คาดหวังจะได้เห็นคุนเผิงล้มโดยเร็ว อย่าไปยุ่งกับเว็บไซต์วิดีโออะไรอีกแล้ว ยิ่งไม่ต้องสร้างทีมผลิตภาพยนตร์เองเลย แค่ทำงานรับจ้างไปก็พอ
ให้คุนเผิงวางแผนละครกับวาไรตี้ แล้วให้สามค่ายใหญ่ถ่ายทำ แบบนั้นก็หาเงินได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? แล้วจะทะเยอทะยานใหญ่โตทำเองทั้งหมดไปทำไม?
สามค่ายใหญ่ไม่อยากให้คุนเผิงพังหรอก แต่อีกใจก็ไม่อยากเห็นคุนเผิงดิ้นรนแบบนี้ สรุปแล้วความรู้สึกของสามค่ายใหญ่ต่อคุนเผิงนั้นซับซ้อนมาก
“คราวนี้คุนเผิงจะทำสำเร็จไหม?”
เมื่อดูภาพรวมของโปรเจ็กต์หลื่อวี่ไลฟ์แล้ว สามค่ายใหญ่คิดว่าแพลตฟอร์มคนแรกที่กล้ากินปูแบบนี้ ไม่น่าจะทำสำเร็จได้
ไม่ว่าแต่ละฝ่ายจะคิดอย่างไร เวลาไม่เคยหยุดรอ วันที่สิบห้าของเดือนค่อยๆ ใกล้เข้ามาทีละนิด
แพลตฟอร์มหลื่อวี่ไลฟ์จะเปิดให้บริการคืนนี้เวลาสองทุ่มตรง ไลฟ์ของฉูฉือจะเริ่มพร้อมกับการเปิดตัวแพลตฟอร์ม
วันนี้ตอนเที่ยง หลินจือไปใช้สิทธิ์ภายในเข้าสู่แพลตฟอร์มเพื่อดูโลโก้ของเว็บไซต์ก่อน
โลโก้ของหลื่อวี่ไลฟ์เป็นรูปปลาการ์ตูนตัวหนึ่ง ดูน่ารักมากทีเดียว ส่วนเลย์เอาต์หน้าเว็บก็ค่อนข้างคล้ายกับโต่วอวิ๋นกับฮูยาในชาติที่แล้ว เพราะหลินจือไปเคยให้หลื่อวี่ดูเอกสารแผนงาน การดีไซน์หลายส่วนของเว็บจึงยึดแผนของหลินจือไปเป็นหลัก
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา บรรดาสตรีมเมอร์รุ่นแรกที่เซ็นสัญญากับเว็บไซต์ยังไม่ออนไลน์ ทุกคนจะเปิดไลฟ์คืนนี้
สตรีมเมอร์เหล่านี้ถูกจ้างมาด้วยเงิน เป็นพวกเน็ตไอดอล ความนิยมของเน็ตไอดอลย่อมเทียบดาราไม่ได้ ก่อนหน้านี้พวกเขาโพสต์วิดีโอทำเองในอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงดูดแฟนคลับ
หลื่อวี่คัดเลือกคนที่เขาคิดว่าสามารถไลฟ์ได้มาร่วมงาน พร้อมเซ็นสัญญาชุดหนึ่ง สวัสดิการโดยรวมไม่เลวทีเดียว
อย่างไรเสียแพลตฟอร์มก็เพิ่งก่อตั้ง หากอยากดึงสตรีมเมอร์ สัญญาจะเข้มงวดเกินไปไม่ได้ อนาคตรอให้แพลตฟอร์มเติบโต สัญญาของเหล่าสตรีมเมอร์คงไม่เหมือนตอนนี้อีกแล้ว
จากนั้นหลินจือไปเข้าสู่ระบบหลังบ้านของเว็บไซต์ก่อนเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการไลฟ์สด
ตอนนี้ห้องทำงานของหลินจือไปถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอโมชันแคปเจอร์ระดับภาพยนตร์ แค่กล้องตัวเดียวในห้องก็มีมูลค่าหลายแสนแล้ว และห้องนี้มีกล้องแบบนั้นถึงสิบสามตัว ทั้งหมดนี้คือการเตรียมการล่วงหน้าก่อนไลฟ์ของเขา คาดเดาได้เลยว่าการไลฟ์ด้วยอวตารสุดหรูเช่นนี้จะเผาผลาญเงินไปมหาศาล
ห้องไลฟ์ทดสอบภายในมีผู้ชมเพียงสามคน ได้แก่ หลื่อวี่ เจียงเฉิง และซูฉาน ไอดีของทั้งสามใช้ชื่อจริง
หลินจือไปเอ่ยว่า “เราลองทดสอบเอฟเฟ็กต์กันก่อน”
ขณะพูด หลินจือไปเห็นปากของอวตารในห้องขยับตาม นี่แหละคือเทคโนโลยีโมชันแคปเจอร์ ทุกการเคลื่อนไหวของอวตารจะซิงก์กับหลินจือไป
เพื่อทดสอบความสมบูรณ์ หลินจือไปลุกจากเก้าอี้ ทำท่าทางกว้างๆ อวตารก็ทำตามเป๊ะๆ ผลลัพธ์ไม่มีอาการแข็งทื่อเลย
คอมเมนต์สดปรากฏขึ้น
หลื่อวี่: เอฟเฟกต์โมชันแคปเจอร์ไม่มีปัญหา
เจียงเฉิง: ก็ใช้งบอุปกรณ์ไปตั้งสามล้านกว่านี่ครับ
ซูฉาน: สวัสดีค่ะอาจารย์ฉูฉือ หนูเป็นแฟนคลับคุณนะคะ จำหนูได้ไหม!
จู่ๆ ด้านขวาห้องไลฟ์ขึ้นแจ้งเตือนว่า [หลื่อวี่ส่งจรวดหนึ่งลูก]
เห็นเอฟเฟกต์ของขวัญจรวดที่คุ้นตา หลินจือไปยิ้มบางๆ “ขอบคุณหลื่อวี่สำหรับจรวดหนึ่งลูกครับ”
ต่อมาเจียงเฉิงกับซูฉานก็ส่งของขวัญบ้าง ทั้งลูกชิ้นปลา ครีบปลาต่างๆ ครบถ้วนทุกชนิด แน่นอนว่าไม่คิดเงินเพราะเว็บไซต์ยังไม่ได้เปิดจริง หลักๆ คือลองดูเอฟเฟกต์การส่งของขวัญ
และแบบนี้เอง หลินจือไปก็ทำความคุ้นเคยกับฟีเจอร์ทั้งหมดของห้องไลฟ์สดได้ ในที่สุดสองทุ่มคืนนั้น เว็บไซต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลินจือไปใช้ตัวตนฉูฉือเปิดไลฟ์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ…
ผู้ชมจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา หลินจือไปเห็นยอดคนดูจากศูนย์พุ่งถึงหมื่นอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็แตะหลักแสน และพุ่งสู่หลักล้านในที่สุด
จู่ๆ ฉูฉือนี่ก็ฮอตใช่เล่น
ภายใต้เทคโนโลยีโมชันแคปเจอร์ หลินจือไปควบคุมอวตารหนุ่มหล่อในไลฟ์กล่าวว่า “สวัสดีครับ ผมคือฉูฉือ”
เอาละ ไลฟ์เริ่มแล้ว