ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 200 สามวาไรตี้โชว์ใหม่
วันที่สามเดือนกุมภาพันธ์ แพลตฟอร์มจี๋กวง
เมื่อฉู่ฉือก้าวขึ้นสู่ระดับดาราแถวสี่ ยอดผู้ติดตามก็พุ่งทะลุหลักสิบล้านในทันที ช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยคำแสดงความยินดี!
‘เป็นดาราแถวสี่แล้ว!’
‘อีกไม่นานก็ขึ้นแถวสามแล้วใช่ไหม?’
‘ยินดีด้วยนะฉู่ฉือ!’
‘เพลงใหม่ “ฟังเสียงทะเล’ สุดยอดไปเลย!’
‘ฉู่ฉือเอาจริงเมื่อไหร่ล่ะก็น่ากลัวที่สุดจริงๆ บ้าเอ๊ย!’
‘ถึงแม้เพลงที่ฉู่ฉือแต่งสดในไลฟ์จะเพราะมากแล้ว แต่ “ฟังเสียงทะเล” ที่ใช้เวลาขัดเกลาอย่างตั้งใจ คุณภาพเหนือขึ้นไปอีกระดับอย่างเห็นได้ชัดเลย’
‘รอบนี้แฟนคลับไปตี้คงเถียงไม่ออกแล้ว!’
‘เมื่อก่อนแฟนคลับข้างบ้านชอบพูดว่าไปตี้เป็นดาราแถวสี่ แต่ฉู่ฉือเป็นแค่แถวห้า ฉันฟังจนหูจะด้านอยู่แล้ว’
‘ก็แค่เดบิวต์ก่อนฉู่ฉือสองสามเดือนเองไม่ใช่เหรอ?’
‘อย่าว่าแต่สองสามเดือนเลย ต่อให้เร็วกว่าวันเดียวไปตี้ก็ถือเป็นรุ่นพี่!’
‘แฟนคลับไปตี้จะมาในพื้นที่ฉู่ฉือของเราทำไม!’
แฟนคลับฉู่ฉือไม่ชอบใจแต่แฟนคลับไปตี้ก็ชอบมาสร้างประเด็น จริงๆ แล้วแฟนคลับฉู่ฉือก็ไปกวนที่แอคเคาต์จี๋กวงของไปตี้เหมือนกัน หลินจือไปยืนยันได้ แต่หลินจือไปเป็นสายกลาง ขอแค่สองตัวตนฉู่ฉือกับไปตี้ไม่เล่นกับกระแส แฟนคลับสองฝ่ายก็แค่แข่งกันว่าใครเก่งกว่า ไม่ถึงขั้นบาดหมางกันจริงจัง
หลินจือไปกวาดตามองหัวข้อฮอตในโซเชียล มีที่พูดถึงตัวเขากับคุนเผิงอยู่ไม่น้อย อย่างเช่น #ฉู่ฉือปู่เยโหวจวินหลินสามสหาย หรือ #คุนเผิง3Cถือหุ้นบริษัท และ #เจ้านายปริศนาเบื้องหลังคุนเผิง ฯลฯ ข่าวบันเทิงก็ครึกครื้นไม่แพ้กัน
‘ฉู่ฉือเลื่อนเป็นดาราแถวสี่ ประจันหน้าทัดเทียมไปตี้!’
‘เพลงใหม่ของฉู่ฉือขึ้นอันดับหนึ่งชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลอีกครั้ง!’
‘บทสัมภาษณ์หานเยว่ซวง: ในมือฉันยังมีเพลงใหม่ที่อาจารย์ฉู่ฉือแต่งให้อีกเพลง’
‘สงครามทวยเทพปีนี้: โจวหานจิ้นคว้าอันดับสอง พ่ายแก่ไปตี้เป็นครั้งที่สาม’
‘ใครกันแน่คือเจ้าของตัวจริงเบื้องหลังคุนเผิง?’
หลินจือไปล็อกอินเข้าไปดูบัญชีไปตี้อีกครั้ง พบว่าจำนวนแฟนคลับก็ทะลุหลักสิบล้านเช่นกัน หันไปดูปู่เยโหวบ้าง เพราะความปังของ ‘Conquer’ ทำให้ยอดแฟนคลับไล่ตามมาถึงแปดล้านแล้วเช่นกัน แม้ส่วนหนึ่งจะได้กระแสซุบซิบจากเจียงเฉิงด้วย แต่เมื่อพิจารณาว่าปู่เยโหวยังมีละครใหม่รอฉายอีกหลายเรื่อง หลินจือไปก็มั่นใจว่าอนาคตอิทธิพลของตัวตนนี้จะไม่ด้อยไปกว่าไปตี้หรือฉู่ฉือแน่
ที่ควรพูดถึงอีกเรื่องคือ พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ทางฝั่งเสินฮว่ารายการ ‘I Am a Singer’ ซีซันสองตอนแรกออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว โดยโปรดิวเซอร์ยังคงเป็นพี่ชายหลินเซิ่งเทียน หลักๆ ใช้รูปแบบเดียวกับซีซันแรก แค่ศิลปินที่ร่วมรายการชื่อเสียงโด่งดังกว่า แต่เสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์กลับไม่ดีเท่าซีซันแรก คิดแล้วก็สมเหตุสมผล ซีซันแรกสร้างความประหลาดใจไว้มากมายแถมมีนักร้องระดับตำนานอย่างจางซีหยางร่วมรายการ ซีซันสองไม่มีนักร้องอย่างจางซีหยาง แรงดึงดูดจะน้อยลงบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อความแปลกใหม่จางไป เพดานของวาไรตี้นี้ก็ขึ้นอยู่กับฟอร์มของศิลปินที่เข้าร่วมเป็นหลัก ดีที่ซีซันสองย้ายไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เสินฮว่า เรตติ้งจึงยังดีอยู่ ดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงวิจารณ์ที่ตกลงเท่าไหร่
ขณะกำลังอ่านข่าวอยู่นั้น หลินจือไปได้รับสายจากซูฉาน เธอเปิดบทสนทนาด้วยคำถามว่า
“คุณมีหุ้นคุนเผิงได้ยังไง?”
ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็ได้รับการผลักดันจากคุนเผิงเหมือนกัน แต่ทำไมหลินจือไปถึงได้รับสิทธิประโยชน์ดีกว่าตัวเธอขนาดนี้ล่ะ?
หลินจือไปตอบด้วยรอยยิ้ม “ก็เพราะผมใช้ตัวตนแฝงฉู่ฉือทำงานให้คุนเผิงอยู่น่ะสิ”
“อย่างนี้นี่เอง” ซูฉานดูจะเห็นว่านี่เป็นคำอธิบายที่ฟังขึ้นอยู่บ้าง เพราะเธอเองไม่สามารถปลอมตัวทำงานให้คุนเผิงอย่างหลินจือไปได้
“แล้วที่เจียงเฉิงบอกว่าคุณรู้จักจวินหลินกับปู่เยโหวมันยังไงกันแน่…” เธอดูรายการที่เจียงเฉิงไปออกมาแล้ว
“ยังไงผมก็เป็นคนแรกที่คุนเผิงเลือกสนับสนุน แต่คุณอย่าพยายามสืบเรื่องสองคนนั้นเลย”
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดหัวไว หลินจือไปไม่อยากเปิดเผยอะไรมาก ซูฉานก็ไม่ได้ซักต่อ แค่ดูเศร้าลงเล็กน้อย กล่าวด้วยเสียงแผ่วว่า
“คุณปู่ของฉันอาจจะไม่ไหวแล้ว ช่วงนี้การแย่งชิงอำนาจในบริษัทก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ…”
“ผมเข้าใจความหมายคุณ” หลินจือไปปลอบสองสามคำก่อนเสริมว่า “เดี๋ยวผมจะช่วยพูดถึงคุณดีๆ ให้เจียงเฉิงฟังนะ”
“พวกเราเป็นพันธมิตรกันใช่ไหม?” ซูฉานถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว” หลินจือไปกล่าวยิ้มๆ “สมาพันธ์คนตกอับ”
ในวงการก็ลือกันมานานแล้วว่าท่านประธานเทียนกวงสุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ ตอนนี้ซูฉานเองยังพูดแบบนี้ หลินจือไปก็เดาว่าสถานการณ์คงหนักจริงๆ ดูแล้วคงต้องเสริมแรงหนุนให้มาก เพื่อที่เธอจะได้มีอำนาจต่อรองในบริษัทมากขึ้น ประจวบเหมาะหลินจือไปเองก็คิดจะเสนอรายการวาไรตี้ใหม่ให้ซูฉานอยู่แล้ว พอวางสายก็ติดต่อระบบเพื่อสั่งทำรายการทันที
“ติ้งต่อง” เสียงของเฟยหงดังขึ้น
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรายการวาไรตี้ ‘ปาป้าไปไหน’ (Where Are We Going, Dad?)”
หา? เป็นรายการวาไรตี้นี้?
นี่คือเรียลลิตี้วาไรตี้แรกของบลูสตาร์เหรอ?
เพราะหลินจือไปเคยศึกษารายการวาไรตี้ของบลูสตาร์มาก่อน รู้ดีว่าโลกนี้ยังไม่มีเรียลลิตี้โชว์แบบนี้ อาจจะเคยมีบ้างแต่หลินจือไปไม่พบข้อมูล อย่างน้อยก็ถือว่าวงการยังไม่ตื่นตัวเรื่องตลาดเรียลลิตี้โชว์ ไม่เหมือนชาติที่แล้วที่เรียลลิตี้ผุดกันเป็นดอกเห็ดจนผู้ชมตาลายเลือกไม่ถูก นี่คือบลูโอเชียนอีกแห่ง หลินจือไปเผยรอยยิ้ม รีบลงมือเขียนแผนงานทันที คืนนี้เองแผนงานเสร็จเรียบร้อย หลินจือไปส่งไฟล์ให้เจียงเฉิงฝากเขาส่งให้ซูฉาน
“ปาป้าไปไหน?” เจียงเฉิงพูดอย่างลืมตัว พูดจบก็รู้สึกแปลกๆ ดีที่หลินจือไปไม่ได้ใส่ใจอะไร
หลังจากรับแผนรายการวาไรตี้ไป เจียงเฉิงก็พูดเรื่องอื่นต่อ
“เจ้านายครับ ตอนนี้เงินในบัญชีเรามีเยอะขึ้นแล้ว มีโปรเจ็กต์ลงทุนอย่างหนึ่งไม่รู้ว่าคุณสนใจไหม?”
“ลงทุนอะไรครับ?”
“มีบริษัทเกมชื่อ MG ผู้พัฒนาเกม “เกียรติยศศึกโต้กลับ’ ถือว่าเป็นค่ายเกมชั้นนำของฉินโจวครับ”
“อืม” หลินจือไปดูไม่ค่อยสนใจนัก เพราะตอนนี้งานหลักของเขายังอยู่ที่เพลงกับวงการภาพยนตร์ละคร แม้แต่ปู่เยโหวยังแทบไม่ได้เขียนนิยายเลยด้วยซ้ำ
“ตอนนี้เขากำลังทำเกมใหม่ชื่อว่า ‘Hero’ รูปแบบการเล่นประมาณ 5v5 ดันป้อมอะไรทำนองนั้นครับ…”
เจียงเฉิงอธิบายรายละเอียด บริษัทเกมนี้ซื้อลิขสิทธิ์เพลง ‘ศึกโต้กลับ’ ไปด้วย เจียงเฉิงจึงได้รู้จักผู้บริหารของอีกฝ่าย แล้วก็รู้มาว่าตอนนี้พวกเขากำลังขาดเงินลงทุนในการพัฒนาเกมใหม่เลยคิดจะมาบอกเจ้านาย ทีแรกหลินจือไปไม่สนใจแต่พอฟังไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกคุ้นๆ แล้ว ความทรงจำจากชาติก่อนก็แวบเข้ามา โอ้โห เกมนี้มันระบบเดียวกับ ‘League of Legends’ เลยไม่ใช่เหรอ?
เขาจึงพูดทันทีว่า “เดี๋ยวพี่เอาข้อมูลเกมมาให้ผมดูหน่อย บอกไปเลยว่าเราสนใจลงทุน…”
โลกนี้ยังไม่เคยมีเกมออนไลน์แนว MOBA มาก่อน บางทีเกมนี้อาจจะดังระเบิดก็ได้! อิทธิพลของ ‘Dota’ กับ ‘League of Legends’ ในชาติก่อนนั้นน่ากลัวจริงๆ แต่เจียงเฉิงนี่ไม่เสียแรงที่มาจากสายการเงิน ไม่เคยลืมเลยว่าเนื้อแท้คุนเผิงคือบริษัทลงทุน ดูเหมือนสายตาการลงทุนจะใช้ได้ทีเดียว
“เจ้านายสนใจเหรอครับ?” จริงๆ เจียงเฉิงแค่พูดเผื่อไว้ เขาคิดว่าใจเจ้านายคงจดจ่ออยู่กับวงการบันเทิงเป็นหลัก ไม่คิดว่าเจ้านายจะสนใจเกมนี้ขึ้นมาจริงๆ
“ต้องดูรูปแบบการเล่นโดยละเอียดก่อน”
“รูปแบบการเล่นโดยละเอียดคงเอามาไม่ได้ครับ มันเป็นความลับ มีแต่ข้อมูลคร่าวๆ ไว้ผมจะไปขอพวกเขามาให้ฉบับหนึ่งนะครับ”
“อื้ม” หลินจือไปไม่ได้อยากลงลึกในธุรกิจเกมหรอก แค่อยากเอาเงินไปลงทุนรอเก็บผลกำไรล้วนๆ นี่คือข้อได้เปรียบจากความทรงจำของชาติที่แล้ว ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า
พูดถึงการลงทุน หลินจือไปรู้สึกว่าตอนนี้วงเงินของคุนเผิงยังเล็กเกินไป ควรขยายให้ใหญ่ขึ้นอีกสักหน่อย เขามีไอเดียเรื่องนี้แล้ว จึงบอกเจียงเฉิงว่า
“จ้าวเหลยกับซูฉานมีโปรเจ็กต์ละครอยู่ในมือไม่น้อย ช่วยทำข้อมูลมาให้ผมดูหน่อย ผมจะดูว่ามีโปรเจ็กต์ไหนที่เหมาะกับการลงทุนบ้าง เผื่อจะได้ช่วยพวกเขาไปด้วย”
“รับทราบครับ!”
การปล่อยผลงานของคุนเผิงเองยังถือว่าช้าอยู่สักหน่อย ถ้ากระจายการลงทุนไปหลายๆ ทาง ใช้สายตาที่เฉียบคมสักหน่อยไม่แน่อาจได้กำไรตอบแทนไม่เลว แน่นอนว่าอาจจะขาดทุนก็ได้ เพราะหลินจือไปทำนายได้แค่ผลงานตัวเองจะดังหรือเปล่าแต่อาจไม่รับประกันผลงานของคนอื่นได้… แต่อย่างไรสถานะการเงินของคุนเผิงตอนนี้ก็แข็งแรงดีแล้ว เงินเยอะขนาดนี้ไม่เอาไปทำอะไร งั้นก็หาทางลงทุนสิ มีเงินทุนจากคุนเผิงช่วยหนุนจ้าวเหลยก็จะได้เขี่ยหลินเชี่ยออกจากฝ่ายโปรดักชันได้เร็วขึ้น
จริงสิ ซูฉานมีวาไรตี้แล้ว งั้นก็ควรให้พี่ชายสักรายการด้วย ‘I Am a Singer’ ก็ไม่อาจให้พี่ชายหลินเซิ่งเทียนใช้หากินไปได้ตลอด คิดได้ดังนั้นหลินจือไปก็สั่งงานระบบอีกครั้งทันที
“ติ้งต่อง!” เสียงระบบดังขึ้น
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับวาไรตี้ใหม่ ‘Sisters Who Make Waves’!”
หา? เป็นรายการนี้? แต่มี ‘Sisters Who Make Waves’ ทำไมจะไม่มีเวอร์ชันผู้ชายล่ะ? หลินจือไปพลิกแพลงต่อยอด
“ติ้งต่อง!” จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือนอีกครั้ง
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ปลดล็อกความทรงจำวาไรตี้จากชาติที่แล้ว สามารถใช้แต้มชื่อเสียงครึ่งหนึ่งแลก ‘Call Me by Fire’ ได้”
หลินจือไป “…” นี่ฉันอาศัยความคิดของตัวเองเลยนะ!
เขาไม่พอใจ “ไอเดียฉันคิดเอง รายการ ‘Call Me by Fire’ นายต้องลดราคาให้ฉัน!”
เฟยหง “ลดหกสิบเปอร์เซ็นต์?”
หลินจือไป “เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์!”
เฟยหงตกลง จากนั้นหลินจือไปก็ได้รับแผนรายการ ‘Call Me by Fire’ นานๆ ทีระบบจะคุยง่ายแบบนี้ เอาเถอะ ไม่แปลกที่คุยง่ายรูปแบบมันคล้ายกับ ‘Sisters Who Make Waves’ อยู่แล้ว เน้นเก็บเกี่ยวความรู้สึกผูกพันของแฟนคลับแต่รายละเอียดการเล่นต่างกันเล็กน้อย งั้นโยนให้พี่ชายหลินเซิ่งเทียนทำหมดเลยก็แล้วกัน เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว! พี่ชายพี่สาวลงสนามพร้อมกัน! ให้บลูสตาร์ได้สัมผัส ‘การย้อนคืนวันวาน’ สักหน!
ว่าไปแล้วทำไมสุดท้ายก็หนีไม่พ้นช่องแมงโก้ทีวีนะ?
‘ปาป้าไปไหน?’ ที่ให้ซูฉานก็เป็นรายการดังของช่องแมงโก้ทีวี
‘Sisters Who Make Waves’ กับ ‘Call Me by Fire’ ที่ให้พี่ชายก็เป็นของช่องแมงโก้ทีวีอีก
แม้แต่ ‘I Am a Singer’ ก่อนหน้านี้ก็ยังมาจากช่องแมงโก้ หลินจือไปเกาศีรษะ ช่องแมงโก้ทีวีโดนถอนจนจะโกร๋นอยู่แล้ว
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของหลินจือไปก็ดังขึ้น พ่อโทรมาน้ำเสียงฟังดูร้อนรน
“มาที่โรงพยาบาลหน่อย”
“เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“ปู่ของลูกเข้าโรงพยาบาลแล้ว พ่อจะให้พี่ชายไปรับลูกเดี๋ยวนี้”
สีหน้าหลินจือไปเปลี่ยนไป