ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 201 แบ่งมรดก?
โรงพยาบาลเสินฮวา หน้าห้องไอชียูพิเศษ
พอปู่เข้าโรงพยาบาล สมาชิกสามรุ่นตระกูลหลินก็มากันครบ
ป้าของหลินจือไป ป้าหลินเวยที่แต่งงานไปแล้ว ก็ยังมาในวันนี้ด้วย
ที่น่าสนใจคือ แต่ละบ้านนั่งแยกกัน แม้แต่บ้านลุงใหญ่ ลุงรอง และลุงสาม ก็ไม่ได้จับกลุ่มกันเหมือนเคย
ดูเหมือนว่าแต่ละคนจะมีแผนในใจของตัวเอง
ผ่านไปสองสามนาที ทุกคนในตระกูลหลินก็ถูกเรียกเข้าไปเยี่ยมปู่
ปู่ดูเหมือนจะยังมีสภาพจิตใจดีอยู่ ให้คนเอาเก้าอี้มาให้ทุกคนนั่ง
ที่นี่เป็นโรงพยาบาลของตระกูล ห้องไอชียูพิเศษก็กว้างขวางหรูหราเพียงพอจะรองรับสมาชิกตระกูลหลินทั้งสามรุ่นได้สบาย
“หมอว่าไงบ้างครับ?”
ลุงใหญ่ในฐานะลูกชายคนโตเริ่มพูดก่อน ถามเลขาจินตรงๆ
เลขาจินที่เฝ้าอยู่ข้างกายประธานตลอดส่ายหน้ากล่าว
“อายุมากแล้ว โรคเก่าหลายปีเริ่มกำเริบ ร่างกายเลยรับไม่ไหวครับ”
“แต่ก็ไม่ถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลใช่ไหม?”
ลุงรองออกอาการร้อนใจ มองปู่ด้วยความเป็นห่วง
“พ่อท่าทางดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
“หายากที่จะอยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้”
หลินเจามู่ไม่ตอบลุงรอง กวาดตามองทุกคน
“ในเมื่อพวกแกมากันครบแล้ว มีเรื่องจะสั่งเสียพอดี”
“พ่อพูดมาได้เลยครับ”
ลุงสามช่วยปอกกล้วยให้ปู่แต่ถูกปฏิเสธ เลยยัดใส่มือหลินมู ลูกชายของตัวเองแทน
“พ่อแก่แล้ว บางเรื่องต้องวางแผนล่วงหน้า”
“พ่อครับ”
หลินตงพูดเสียงอ่อย
“ผมว่าร่างกายพ่อยันดีอยู่นะ”
หลินเจามู่ไม่สนใจหลินตง พูดต่อว่า
“เสินฮว่ากรุ๊ปใหญ่มาก ถึงจะแบ่งให้พวกแกแต่ละคนแล้วก็ยังใหญ่มากอยู่ดี”
พอพูดแบบนี้สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลินจือไปจ้องมองปู่ ไม่ค่อยแน่ใจว่าอีกฝ่ายแกล้งป่วยหรือป่วยจริง
แต่ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยปู่ก็เริ่มส่งสัญญาณการแบ่งมรดกแล้ว
หลินเจามู่หันไปมองหลินชุน
“หลินชุน แกเป็นลูกคนโต ฉันตั้งใจจะให้ฝ่ายภาพยนตร์ รวมทั้งอนิเมชัน และโรงหนังในเครือเสินฮวา ให้อยู่ในความดูแลของแก”
“พ่อ…”
“ตอนที่ฉันพูด ใครก็ห้ามแทรก”
หลินเจามู่ตัดบทลูกชายคนโต แล้วหันไปมองลูกชายคนรอง หลินเซี่ย
“หลินเซี่ย ต่อไปนี้แกไม่ต้องรับหลายตำแหน่งเกินไป สถานีโทรทัศน์เสินฮว่า กับเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวา ฉันจะให้แกดูแล”
“ทำไมพี่ใหญ่ถึง…”
หลินเซี่ยร้อนรน เพราะสัดส่วนที่ได้น้อยกว่าพี่ชายคนโตมาก แต่หลินเจามู่กลับพูดอย่างเย็นชา
“เงียบ!”
หลินเซี่ยเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง
จากนั้นหลินเจามู่หันไปมองลูกชายคนที่สาม หลินชิว
“หลินชิว แกดูแลฝ่ายลิขสิทธิ์ การพัฒนาสินค้าแบรนด์เสินฮวา ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และฝ่ายการเงินของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์”
หลินชิวไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้า
ในดวงตาหลินเจามู่มีแววพึงพอใจเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปทางหลินตง
“ฝ่ายโทรทัศน์ให้แกเอาไหม?”
“เอาครับ”
หลินตงเหลือบมองภรรยาและลูก ฝ่ายโทรทัศน์กับวาไรตี้นี้ต้องเอามาให้ได้!
หลินเจามู่พูดอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าคิดแต่จะเอา ถ้าบริหารไม่ดีฉันก็ปลดแกออกอยู่ดี”
หลินตงไม่ตอบ ส่วนคนอื่นๆ ในห้องกลับสีหน้าไม่สู้ดี
หลินตงเริ่มมีอำนาจแล้ว แม้จะเป็นแค่ฝ่ายโทรทัศน์ที่ยังต้องติดต่อกับฝ่ายโปรดักชัน ขอบเขตไม่ใหญ่มาก แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากเห็นอยู่ดี
“แผนกเพลง…”
หลินเจามู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยในที่สุด
“หลินเวย แกมาดูแลแผนกเพลง ก่อนหน้านี้แกยุ่งอยู่ที่อูโจวมาตลอด ยุ่งมาหลายปีก็ยังไม่เห็นผลงานอะไร สู้กลับมาทำงานที่ฉินโจวดีกว่า”
จะให้ฉันเป็นหัวหน้าแผนกเพลง?
หลินเวยยิ้ม
“พ่อวางใจได้ค่ะ หนูจะดูแลให้ดี”
หลินจือไปมองดูป้าคนนี้ เธอเป็นญาติที่เขาไม่คุ้นเคยที่สุด เพราะไปอยู่ต่างภูมิภาคมานาน คราวก่อนที่ปู่จัดงานฉลองวันเกิดใหญ่ก็ยังไม่เห็นเธอ
“ต่อไปเป็นธุรกิจเล็กๆ เลขาจิน”
“คุณหนู คุณชายทุกท่าน นี่คือการจัดสรรตำแหน่งของพวกคุณครับ”
เลขาจินหยิบแฟ้มออกมาแจกให้คนรุ่นที่สามทุกคนคนละชุด
หลินจือไปมองดู รุ่นที่สามของเสินฮวา รวมทั้งตัวเขาเองต่างได้รับทรัพย์สินบางส่วน
ฝั่งบ้านลุงใหญ่ หลินกงดูแลผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทโฮลดิ้งของเสินฮวา พวกแบรนด์อาหารเครื่องดื่ม นับว่าอู้ฟู่เอาการ
หลินจิ้งรับผิดชอบฝ่ายศิลปินโทรทัศน์ของเสินฮวา
“ศิลปินโทรทัศน์?”
หลินจิ้งมองเลขาจินอย่างแปลกใจ
เลขาจินอธิบาย
“เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายเดียวมีอำนาจมากเกินไป ต่อไปนักแสดงโทรทัศน์ของเสินฮวาจะอยู่ในการดูแลของคุณโดยตรงครับ”
“ตกลงครับ!”
หลินจิ้งเหลือบมองหลินตง
หลินตงกำลังจะขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ ตามหลักแล้วศิลปินโทรทัศน์ก็ควรจะอยู่ในการควบคุมของหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์อย่างหลินตง
แต่ปู่กลับแยกฝ่ายดูแลศิลปินออกมาต่างหาก ต่อไปฝ่ายโทรทัศน์จะใช้ดาราก็ต้องผ่านฝ่ายศิลปินโทรทัศน์
ฝั่งบ้านลุงรอง หลินหูดูแลแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมของเสินฮวา เดิมทีตรงนี้เขาก็ดูแลอยู่แล้ว ตอนนี้ก็แค่ให้เขาดูแลต่อไป
หลินเป้าดูแลสำนักพิมพ์การ์ตูนของเสินฮวา ธุรกิจการ์ตูนของเสินฮวา สำนักพิมพ์การ์ตูนของเสินฮวาจัดอยู่ในอันดับสามของฉินโจว นับว่าไม่เลว หลินเป้าต้องย้ายออกจากฝ่ายวาไรตี้
หลินเพิ่ง รับผิดชอบฝ่ายอีเวนต์และจัดงานของเสินฮว่ากรุ๊ป เช่น แถลงข่าว สื่อ อะไรทำนองนั้น
ฝั่งบ้านลุงสาม หลินมูดูแลศิลปินภาพยนตร์ กล่าวคือดาราหนังทั้งหลายของบริษัทจะขึ้นตรงกับเขา
หลินหลิวดูแลบริษัทเกมในเครือเสินฮวา ถึงแม้การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมเสินฮว่าจะธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าหลินหลิวไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ยังดีกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของเธอที่เป็นแค่พนักงานระดับล่าง
หลินเซินดูแลสวนสนุกของเสินฮวาในซูเฉิง งานนี้มีรายได้แฝงไม่น้อย
ฝั่งบ้านหลินจือไป พี่ชายหลินเชิ่งเทียนรับผิดชอบฝ่ายวาไรตี้ ต่อไปเขาก็คือหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้?
หลินเป้าไม่พอใจ
“ทำไมหลินเชิ่งเทียนถึงได้เป็นหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ เขาเป็นแค่ผู้จัดการเล็กๆ ของฝ่ายวาไรตี้เองนะ!”
หลินเชิ่งเทียนได้เลื่อนตำแหน่งอย่างฉับพลัน!
แถมตำแหน่งนั้นยังสำคัญไม่น้อย!
หลินเชิ่งเทียนกล่าวเสียงเรียบ
“ผมจะทำผลงานให้ดีครับ”
ส่วนหลินจือไปอมยิ้ม ปู่นี่ตาถึงจริงๆ มองเห็นพรสวรรค์ด้านวาไรตี้ของพี่ชายหลินเชิ่งเทียน
ต่อมาหลินจือไปมองดูตำแหน่งของพี่สาว หัวหน้าฝ่ายศิลปินนักร้อง?
แปลว่าต่อไปเหล่านักร้องของบริษัทจะอยู่ในความดูแลของพี่สาวแล้ว?
ส่วนตน…
สายตาหลินจือไปจ้องคำว่า ‘สำนักพิมพ์เสินฮวา’ สีหน้าดูประหลาดเล็กน้อย
ทำไมถึงให้เขาดูแลฝ่ายสิ่งพิมพ์เสินฮว่า?
ถ้าปู่รู้ว่าเขาคือปู่เยโหวก็คงจะสมเหตุสมผล แต่ปู่รู้แค่ว่าเขาคือไปตี้นี่นา ตามหลักก็ควรให้ตนไปดูแลฝ่ายเพลงมากกว่าสิ?
น่าสงสัยแฮะ
หลังจากเห็นการแบ่งตำแหน่งของทุกคน ในห้องพักผู้ป่วยก็เริ่มโกลาหล บางคนยิ้ม บางคนซึม
“สงบหน่อยครับ!”
เลขาจินกล่าว
“นี่ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายครับ เป็นแค่การจัดวางชั่วคราว ตำแหน่งใหม่ของทุกคนเปรียบเสมือนผู้จัดการ ช่วยกลุ่มบริหารดูแลธุรกิจเหล่านี้”
“ฉันยังมีแรงอยู่ได้อีกสองสามปี”
หลินเจามูเอ่ย
“นี่คือข้อสอบของพวกแก อีกสองปีฉันจะดูผลงานของพวกแก ใครทำได้ดีตำแหน่งก็จะเป็นของพวกแก แต่ละฝ่ายเหล่านี้จะถูกแยกออกทีละส่วน ฉันให้พวกแกมีหุ้นบางส่วนได้ ถ้าทำไม่ดีก็เปลี่ยนคน”
“แล้วตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ล่ะครับ?”
แม้หลินชุนจะได้ไปมากแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากเสียตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ไป
หลินเจามู่กล่าว
“ต่อไปผู้จัดการใหญ่คือจ้าวเวย พวกแกเจ้าใหญ่ เจ้ารอง เจ้าสาม เจ้าสี่ ก็เป็นรองผู้จัดการไปก่อน ส่วนสำนักงานใหญ่กับทรัพย์สินที่เหลือฉันจะจัดการเอง ยังไม่ถึงเวลาที่จะให้พวกแกทั้งหมด”
จ้าวเวยได้เป็นผู้จัดการใหญ่ของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์?
สายตาหลินจือไปมีประกายวาบผ่าน จ้าวเวยคือสหายเก่าที่ร่วมบุกเบิกกิจการกับปู่เมื่อครั้งอดีต
พร้อมกันนั้นก็เป็นลุงของจ้าวเหลยด้วย และจ้าวเหลยก็อยู่ฝ่ายคุนเผิงอย่างเต็มตัว
พูดให้ถูกก็คือ ผลงานของจ้าวเหลยล้วนพึ่งพาคุนเผิงทั้งหมด
พอหลินเซี่ยออกไป จ้าวเหลยก็มีโอกาสสูงที่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายโปรดักชัน?
การจัดการครั้งนี้ของปู่ ทำให้อิทธิพลของบ้านตนในเสินฮว่ากรุ๊ปพุ่งสูงขึ้นทันที!
“ฉันรู้ว่าพวกแกหลายคนยังสงสัย แต่ฉันไม่มีเวลาตอบ ถ้ามีคำถามอะไรก็ไปถามเลขาจิน สิ้นเดือนนี้จะมีประกาศแต่งตั้ง ถึงตอนนั้นพวกแกก็เข้ารับตำแหน่งได้เลย”
หลินเจามู่โบกมือเบาๆ
ปู่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ไม่ว่าในใจทุกคนจะคิดอย่างไร สุดท้ายก็ต้องยอมรับการจัดสรรนี้อยู่ดี
อย่างไรแต่ละบ้านก็มีสายของตนในบริษัท อิทธิพลไม่ได้จำกัดแค่ตำแหน่งภายนอกเท่านั้น
“สุขภาพของท่านประธาน ผมไม่สะดวกเปิดเผยมาก เอาเป็นว่าแย่กว่าที่คาดไว้เล็กน้อย เดิมทีตั้งใจจะจัดการแบ่งตำแหน่งพวกนี้ปลายปี แต่วันนี้ต้องเร่งให้เร็วขึ้นครับ”
เลขาจินถูกคนในตระกูลหลินรุมซักอยู่พักใหญ่ ไม่ง่ายเลยกว่าจะแยกย้ายกันไป
มือถือกลับได้รับข้อความหนึ่ง ห้านาทีต่อมาเลขาจินเดินไปที่สวนของโรงพยาบาล พบหลินจือไป
“ถ้าคุณชายเสี่ยวไปอยากถามเรื่องสุขภาพ…”
“เลขาจินไม่ต้องลำบากใจครับ”
หลินจือไปกล่าว
“คุณแค่บอกสิ่งที่ผมควรจะรู้ก็พอ”
เลขาจินยิ้มขึ้น
“นี่เป็นแค่ข้อสอบ ไม่ใช่การจัดสรรขั้นสุดท้ายครับ ความจริงการสอบนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว คุณเข้าร่วมก็ถือว่าช้าแล้ว”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
หลินจือไปอำลาเลขาจินแล้ว จากนั้นก็โทรหาเจียงเฉิง เล่าเหตุการณ์วันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง
อีกด้านหนึ่ง เลขาจินกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย
หลินเจามู่กล่าวยิ้มๆ
“หลานชายคนเล็กของฉันคุยอะไรกับนาย?”
เลขาจินดูไม่แปลกใจที่ประธานรู้
“เขาไม่ได้ถามอะไรครับ แต่ผมเตือนเขาไปว่านี่คือการสอบ”
“ใช่แล้ว นี่คือการสอบ…”
หลินเจามู่หรี่ตา
“ข้อสอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน”
“อนาคตคงวุ่นวายแน่ครับ”
เลขาจินถอนใจ
“อย่างศิลปินโทรทัศน์กับศิลปินภาพยนตร์ บางคนก็อยู่ทั้งสองสาย แบบนี้จะนับว่าเป็นนักแสดงทีวีหรือนักแสดงหนังกันล่ะครับ?”
“ต้องให้วุ่นวายบ้างถึงจะสนุก”
แน่นอนหลินเจามู่รู้ดีว่าคนเหล่านี้จะถ่วงดุลกันเองได้ เขาแค่อยากดูว่าทุกคนจะรับมือสถานการณ์ที่ตนเองเผชิญอย่างไร
“แต่เจ้าเด็กนั่นไม่ถามนายเหรอว่าทำไมถึงให้เขาไปฝ่ายนั้น?”
หลินเจามู่มองออกนอกหน้าต่าง
“เลือกหลานคนเล็กของฉันงั้นเหรอ?”
เลขาจินก้มหน้า
“ผมตรวจสอบประวัติเบื้องหลังคุนเผิงแล้ว พบแค่ส่วนของกองทุนส่วนตัว เจียงเฉิงเป็นแค่ตัวแทนบริษัท เจ้าของตัวจริงลึกลับมาก ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นทุนจากนอกภูมิภาคครับ”
นอกภูมิภาค?
สายตาหลินเจามู่แฝงความลึกล้ำ
ผู้นำของสามค่ายใหญ่บ้างก็แก่บ้างก็ป่วย ยามที่สถานการณ์แปรปรวนเช่นนี้ ทุนนอกภูมิภาคอาจจะจ้องหาโอกาสเจาะเข้ามาก็เป็นได้…
“คุณกำลังกังวลเรื่องคุนเผิง…”
“ฉันไม่ได้กังวล หลานชายคนเล็กของฉันหัวไวจะตาย วันนั้นที่เขาลงมือลงไม้กับลูกพี่ลูกน้องก็เดาทางใจฉันไว้ล่วงหน้าแล้ว คุนเผิงอยากใช้เขาเป็นหุ่นเชิดคงเลือกผิดคนแล้วล่ะ”