ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 202 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเสินฮวา
“ไม่ใช่บอกว่าการสอบครั้งนี้จะเริ่มจริงๆ ปีหน้าเหรอครับ ทำไมจู่ๆ ถึงเริ่มก่อนกำหนด หรือว่าร่างกายของคุณปู่เสินฮวามีปัญหาจริงๆ?”
เจียงเฉิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย
หลินจือไปครุ่นคิด
“ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ว่าจะแค่สร้างสถานการณ์ หรือไม่ก็บางทีสุขภาพของปู่อาจจะมีปัญหาจริงๆ แต่คงไม่ร้ายแรง…”
อาการป่วยของปู่มาฉับพลันมาก จะจริงหรือหลอกหลินจือไปเองก็ยังไม่กล้ายืนยัน คาดว่าบรรดาลุงๆ กับพี่ชาย ลูกพี่ลูกน้อง ก็คงสงสัยเหมือนกัน?
เจียงเฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ยังไงก็เถอะ ยินดีด้วยครับเจ้านายที่ได้เป็นประธานสำนักพิมพ์เสินฮวา สำนักพิมพ์เสินฮวาเป็นสำนักพิมพ์สามอันดับแรกของฉินโจว คุณน่าจะเป็นประธานที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาสำนักพิมพ์ระดับนี้ตั้งแต่มีมาเลยครับ”
นี่แหละคืออภิสิทธิ์ของลูกหลานตระกูลเศรษฐี!
จุดเริ่มต้นของทายาทเสินฮวากรุ๊ป… คือจุดสูงสุดที่คนอีกนับไม่ถ้วนใช้ทั้งชีวิตก็ไม่มีวันเอื้อมถึง!
ต่อให้หลินจือไปไม่มีคุณสมบัติหรือประสบการณ์ใดๆ เพียงแค่เขาสกุลหลิน ก็สามารถนั่งเก้าอี้ประธานสำนักพิมพ์เสินฮว่าที่มีพนักงานกว่าห้าร้อยคน มูลค่ากว่าหมื่นล้านได้!
และในตอนนี้หลินจือไปยังเรียนอยู่ปีสองมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ
“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ ปู่แค่แต่งตั้งให้ผมเป็นประธาน แต่คุณต้องรู้ว่าสำนักพิมพ์ที่มีมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านแบบนี้ โครงสร้างผลประโยชน์ซับซ้อนแน่ๆ ภายในแน่นอนว่ามีหลายขั้วอำนาจ กระทั่งผู้บริหารระดับสูงบางคนยังเป็นคนของลุงๆ ผมด้วยซ้ำ”
อายุยังน้อยแต่ต้องมานั่งเก้าอี้ประธานแล้ว คนอื่นในสำนักพิมพ์จะยอมรับตนเหรอ?
สมัยโบราณยังมีคำกล่าวว่า ผู้น้อยครองบ้าน ขุนนางย่อมเคลือบแคลง
ใช่ว่าแค่ขึ้นเป็นประธานแล้วทุกคนในสำนักพิมพ์จะเชื่อฟังทันที เรื่องมันง่ายดายขนาดนั้นที่ไหนกัน?
บางทีนี่อาจเป็นโจทย์แรกที่ปู่ใส่ไว้ในข้อสอบ ทายาทตระกูลใหญ่ที่ถูกส่งมาดังสายฟ้าแลบ จะทำลายเกมและยึดกุมหนึ่งในสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดของฉินโจวได้ยังไง?
“ผลงาน…”
มีแค่การสร้างผลงานให้เห็นจริงๆ พวกนั้นถึงจะยอมรับเขา
เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการ ไม่ใช่คุณหนูคุณชายรุ่นสองรุ่นสามของเสินฮว่ากรุ๊ป แต่เป็นผู้นำที่จะพาบริษัททะยานไปข้างหน้า
สิ่งที่สะท้อนผลงานของสำนักพิมพ์ได้ชัดที่สุดก็คือรายงานการเงินของบริษัท
หลินจือไปไม่สงสัยเลยว่าปลายปีนี้ ปู่ต้องใช้รายงานการเงินที่บรรดารุ่นสองรุ่นสามของเสินฮวาดูแลอยู่ มาเป็นเกณฑ์ให้คะแนนรอบแรก!
“เอาเท่านี้ก่อนครับ ผมจะคุยกับครอบครัวหน่อย”
หลินจือไปวางสายแล้วไปพบครอบครัวที่วิลลาทะเลสาบตะวันออก
“มาประชุมครอบครัวกันเถอะ”
หลินตงเอ่ย
“พ่อจะรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ ทางน่าเซินกับเทียนกวง แผนกโทรทัศน์กับแผนกโปรดักชันจะเป็นอันเดียวกัน แต่เสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์สองฝ่ายนี้แยกกัน บางครั้งสองฝ่ายก็มีผลประโยชน์ที่ขัดกันเอง แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าฝ่ายโปรดักชันก็คือ ฝ่ายศิลปินโทรทัศน์อยู่ในการควบคุมของหลินจิ้ง หมายความว่าถ้าฝ่ายโทรทัศน์ของเราจะถ่ายละครแล้วอยากร่วมงานกับนักแสดงภายในบริษัท ก็ต้องคำนึงถึงท่าทีของหลินจิ้งด้วย…”
“ลองมองอีกมุม”
หลินซียิ้มกล่าว
“หลินจิ้งคุมฝ่ายโทรทัศน์ได้ ฝ่ายโทรทัศน์ก็คุมหลินจิ้งได้เหมือนกัน ยังไงก็มีละครบางเรื่องที่ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังดูออกว่าจะต้องดังระเบิดแน่ พวกนักแสดงที่อยู่ภายใต้หลินจิ้งต้องสนใจแน่ค่ะ…”
ไม่มีใครกำราบใครได้อย่างเด็ดขาด ที่จริงทุกคนต่างก็คานอำนาจกัน
แต่นึกถึงงานฉลองวันเกิดใหญ่วันนั้น หลินจิ้งถูกหลินจือไปฟาดหัวด้วยขวดเหล้าจนแตก เดาว่าหลังจากนี้คงมีปัญหากับฝ่ายโทรทัศน์ตามมาแน่
“กังวลอยู่เหมือนกัน”
หลินซีกล่าว
“ตอนนี้บรรดานักร้องทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของหนูในนามก็จริง แต่หัวหน้าแผนกเพลงคือคุณป้า ยังไม่รู้เลยว่าคุณป้าจะอยู่ฝ่ายไหน”
“การจัดวางของปู่นี่ลึกซึ้งจริงๆ เลย”
หลินเชิ่งเทียนเกาหัว
“แต่ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ ดูเหมือนไม่มีอะไรมาคาน ถ้าจะว่าไปแล้วลุงสามเป็นคนดูแลฝ่ายการเงิน รายการวาไรตี้ของผมอาจจะโดนบีบเรื่องงบประมาณก็ได้? แล้วนอกจากนี้ลุงสามก็ยังดูแลฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อ ส่วนสถานีโทรทัศน์เสินฮวาและเว็บไซต์วิดีโอเสินฮวาก็อยู่ในมือลุงรอง…”
เอาเถอะ ยิ่งหลินเชิ่งเทียนคิดก็ยิ่งเห็นว่าตัวเองคงไม่รอดจากการถูกกีดกัน ถ้าคนพวกนั้นคิดจะกลั่นแกล้งก็มีวิธีสารพัด ปู่ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ราบรื่นสบายๆ เลย
“ที่รัก?”
หลินตงหันมองภรรยา
“งั้นคุณมาทำงานที่ฝ่ายโทรทัศน์ดีไหม ผมจะให้คุณเป็นผู้จัดการไปก่อนแล้วค่อยดันขึ้นเป็นรองหัวหน้า”
“ได้เลย”
เวินอวี่รู้ว่าสามีตนชอบเป็นผู้กำกับไม่ชอบงานบริหารสักเท่าไหร่ ดีที่เธอเคยเป็นนักแสดงมาก่อน เรื่องถ่ายละครพวกนี้ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับเธอ เข้าไปฝ่ายโทรทัศน์ช่วยงานสามีได้
“ดูท่าแม่คงนอนตื่นสายไม่ได้แล้ว”
หลินจือไปเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ส่วนผมอยู่ฝั่งสำนักพิมพ์ก็ดีออก ห่างจากเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์…”
“ฝันไปเถอะยะ”
หลินซีอมยิ้มตามองหลินจือไป
“รองประธานสำนักพิมพ์เสินฮวาเป็นคนที่ลุงใหญ่ดันขึ้นมา บรรณาธิการใหญ่เป็นสาวกเหนียวแน่นของลุงรอง ส่วนรองบรรณาธิการใหญ่ก็เป็นคนของลุงสาม”
หลินจือไป “…”
ที่แท้ชีวิตในสำนักพิมพ์เสินฮวาก็ใช่ว่าจะดี พวกลุงๆ ได้จัดวางคนของตัวเองในกิจการใหญ่ๆ ของเสินฮวากรุ๊ปไว้นานแล้ว แต่พี่สาวรู้ได้ยังไง?
หลินจือไปพบว่าในบ้านมีเพียงหลินซีที่เข้าใจอิทธิพลของพวกลุงๆ ส่วนคนอื่นค่อนข้างตามสบายไม่ได้มีใจทะเยอทะยานมากนัก
“อย่างนี้”
หลินซีกล่าว
“ถ้าพ่อโดนหลินจิ้งกลั่นแกล้งตอนคัดเลือกนักแสดง ไปขอยืมคนจากน่าเซินกับเทียนกวงก็ได้ ถึงจะต้องไปไกลหน่อยแต่แค่ทำผลงานออกมาได้ดีไม่ต้องกลัวว่านักแสดงภายใต้หลินจิ้งจะไม่แหกคอกเลย เขาก็เหมือนหัวหน้าผู้จัดการของนักแสดงโทรทัศน์ เหมือนที่หนูเป็นหัวหน้าผู้จัดการของนักร้อง ไม่มีทางควบคุมศิลปินทั้งหมดในมือได้หรอก โดยเฉพาะตัวเป้งที่มีอำนาจต่อรองสูง…”
การประชุมครอบครัวครั้งนี้ยืดเยื้อกว่าหนึ่งชั่วโมง หัวข้อคือการเริ่มต้นงานใหม่ของแต่ละคน หลินซีราวกับเป็นพิธีกรดำเนินการจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ
ในเวลาเดียวกันทางบ้านลุงใหญ่ก็กำลังประชุมอยู่เช่นกัน
หลินกงสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
หลินจิ้งกล่าวอย่างขุ่นเคือง
“บ้านอาสี่ถูกเรากดมานาน ไม่นึกว่าตอนนี้กลับได้เปรียบ แม้แต่เด็กอย่างหลินจือไปยังได้สำนักพิมพ์เสินฮวาไป ทั้งที่ยังเรียนปีสองอยู่แท้ๆ มีสิทธิ์อะไรบริหารบริษัทใหญ่ขนาดนั้นได้ดีกว่าผมซะอีก!”
“แกต้องดูเป็นภาพรวมครอบครัว”
หลินชุนกล่าวเสียงเรียบ
“อาสี่ได้แค่ฝ่ายโทรทัศน์ ลูกๆ เขาเลยได้ตำแหน่งดีหน่อย แต่พ่อได้อำนาจในฝ่ายภาพยนตร์ ฝ่ายจัดจำหน่าย รวมทั้งเครือข่ายโรงหนัง นั่นหมายความว่าอนาคตวงการหนังฉินโจวจะเป็นของบ้านเรา!”
“พ่อครับ”
หลินกงเอ่ย
“ช่วยจัดตำแหน่งในฝ่ายภาพยนตร์ให้ผมด้วยสิครับ”
หลินชุนหัวเราะ
“ไม่ต้องพูด พ่อก็จัดให้ลูกไปเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภาพยนตร์แล้วกัน ลูกชายเจ้าสี่คนหนึ่งได้เป็นประธานสำนักพิมพ์ อีกคนเป็นหัวหน้าฝ่ายวาไรตี้ ลูกชายพ่อก็ต้องได้เป็นหัวหน้าฝ่ายเหมือนกัน”
ฝ่ายผลิตภาพยนตร์?
หลินกงพลันตื่นเต้น อำนาจในตำแหน่งนี้สุดจะยิ่งใหญ่!
หลินจิ้งรีบถาม
“แล้วผมล่ะ?”
หลินชุนกล่าว
“แกดูแลฝ่ายศิลปินโทรทัศน์ให้ดีก่อน ตำแหน่งนั้นก็ไม่แย่หรอก”
บ้านลุงรอง หลินหูบึ้งตึง เขาได้ดูแลแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมของเสินฮวา ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน สัดส่วนตลาดไลฟ์สตรีมโดนหลื่อวี่ไลฟ์บดขยี้เละเทะ!
หลินเป้าไม่ใส่ใจ เขาจะไปที่สำนักพิมพ์การ์ตูนแล้ว เขาชื่นชอบการอ่านการ์ตูน ในใจคิดแผนไว้ว่า ถ้านักวาดคนไหนขี้เกียจจะจับขังห้องมืดให้วาดการ์ตูนให้ตน ไม่อัปเดตก็อย่าหวังจะได้ออกมา!
ไม่พอใจ?
ต่อไปนี้พี่เป้าของพวกแกคือหัวหน้าสำนักพิมพ์การ์ตูน ใครกล้าแข็งข้อขัดขืน!
หลินเซี่ยมองสองพี่น้องหูเป้า
“พวกนายสองคนตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดี เดี๋ยวฉันจะให้พวกนายรับผิดชอบเพิ่มอีก”
หลินเซี่ยได้เว็บไซต์วิดีโอเสินฮว่ากับสถานีโทรทัศน์เสินฮวามา!
แม้มูลค่าไม่มากเท่าพี่ชายคนโต แต่ก็ถือว่ารับได้ เพราะล้วนเป็นกิจการของเสินฮว่าที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง!
ส่วนลูกสาวหลินเพิ่ง ตำแหน่งที่ได้รับแอบน่าสงสาร ดูแลฝ่ายจัดงานอีเวนต์…
ได้แต่หาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ พอถูไถ เดี๋ยวค่อยหาทางโยกย้ายทีหลัง
หลินเซี่ยรู้ดีว่าอนาคตตนจะต้องสู้ศึกอีกมาก
บ้านลุงสาม หลินชิวกล่าว
“ไม่ต้องสนใจอะไร ตั้งใจทำงานในมือตัวเองให้ดี แล้วค่อยคิดเรื่องอื่นทีหลัง”
หลินมู หลินหลิว หลินเซิน นิ่งเงียบไม่ปริปาก
นอกจากหลินมูที่ได้งานดีอย่างการดูแลศิลปินภาพยนตร์ เกมที่หลินหลิวรับผิดชอบ สวนสนุกธีมเสินฮวาในซูเฉิงที่หลินเซินรับผิดชอบ เทียบกับรุ่นสามคนอื่นๆ ถือว่ามีมูลค่ารั้งท้าย ดีที่หลินชิวมีตำแหน่งดี ค่อยหาทางส่งเสริมลูกๆ ทีหลัง
“อย่ามัวแต่มองผลประโยชน์ตรงหน้า”
หลินชิวแสยะยิ้ม
“ยิ่งได้งานที่มีมูลค่าสูง ข้อสอบก็ยิ่งยาก งานที่มีมูลค่าน้อยก็ไม่เห็นเป็นไร ข้อสอบง่ายๆ แบบนี้ได้คะแนนเต็มร้อยไม่ดีกว่าเหรอ?”
วันต่อมา ทุกคนในเสินฮวากรุ๊ปต่างก็รู้สึกได้ถึงกระแสคลื่นใต้น้ำที่เริ่มปั่นป่วน
จนถึงปลายเดือน คำสั่งแต่งตั้งต่างๆ ก็ทยอยออกมา
ฝ่ายโปรดักชัน จ้าวเหลยได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายโปรดักชัน!
“ลุง ฝ่ายโปรดักชันเป็นของผมแล้ว!”
จ้าวเหลยรีบโทรหาลุงทันที ลุงของเขาชื่อ จ้าวเวย
จ้าวเวยกล่าว
“ฝ่ายโปรดักชันเป็นของแก ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ตอนนี้เป็นของฉัน”
“ข่าวลือเป็นเรื่องจริงเหรอครับ? ประธานจะปรับโครงสร้างครั้งใหญ่?”
จ้าวเหลยลดเสียงลง
จ้าวเวยกล่าวเรียบๆ
“อย่าเพิ่งรีบเลือกข้างตอนนี้ อย่าไปมีปัญหากับใคร ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่นี่ไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก”
ในฐานะผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จ้าวเวยย่อมถูกขนาบระหว่างรุ่นสองกับรุ่นสามของตระกูลหลิน นี่ประธานบริษัทโยนเขาเข้าเตาไฟชัดๆ เขาต้องการดูว่าตนจะหนุนใครเป็นองค์รัชทายาท หรือหนุนหลานคนไหนขึ้นเป็นพระนัดดารัชทายาทงั้นเหรอ?
ขณะเดียวกันสำนักพิมพ์เสินฮวาก็ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเช่นกัน
“หลินจือไป?”
“ประธานสำนักพิมพ์คนใหม่ของเรา?”
“ได้ยินว่าเป็นรุ่นสามสายตรงของเสินฮวา”
“รุ่นสามเสินฮวาที่ดังสุดคือหลินกง คนอื่นๆ ฉันก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่หลินจือไปนี่ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเลย?”
“เหมือนว่าประธานจะไม่ค่อยสนใจหลานคนนี้เท่าไหร่”
“ไม่สนใจ? ถ้าไม่สนใจจะยกสำนักพิมพ์เสินฮว่าให้เขาเหรอ?”
“หรืออาจจะแค่ให้เขามีตำแหน่งสวยๆ?”
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่แน่อาจจะแค่ลูกคุณหนูรุ่นสอง พวกเราโอ๋ๆ หน่อยก็พอ”
“ทายาทเศรษฐีแบบนี้ไม่น่าจะปั่นหัวยากหรอก”