ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 213 กลลวงการบรรยายถือกำเนิด
วันที่สิบเดือนเมษายน ผลงานใหม่ของปู่เย่จวินจี๋ ‘เจตนาเลือด’ วางแผงอย่างเป็นทางการ
ในฐานะประธานสำนักพิมพ์เสินฮว่า หลินจือไป๋ได้มองนิยายของตัวเองในมุมมองทางธุรกิจล้วนๆ เป็นครั้งแรก
“ร้านหนังสือหวาชิน สามแสนเล่ม”
“ร้านหนังสือหลงเชียง สี่แสนเล่ม”
“สำนักหนังสือปาฟาง ห้าแสนเล่ม”
“สโมสรหนังสือหรูหรา ห้าแสนเล่ม”
“ร้านหนังสือเตี้ยนเฟิง หนึ่งล้านเล่ม”
“สำนักหนังสือกาลเวลา หนึ่งล้านเล่ม”
“ร้านหนังสือไป๋ตี้…”
หลินจือไป๋นั่งวางมาดเจ้านายบนเก้าอี้ประธาน พาดเท้าบนโต๊ะ มองดูตัวเลขยอดขายจากฝ่ายจัดพิมพ์
‘เจตนาเลือด’ ของปู่เย่จวินจี๋พิมพ์รอบแรกสิบล้านเล่ม ตอนนี้ร้านหนังสือใหญ่ๆ รับไปแล้วห้าล้านเล่ม
“โดยทั่วไปยอดพิมพ์รอบแรกจะขึ้นอยู่กับฐานแฟนคลับของนักเขียนค่ะ ตอนนี้ปู่เย่จวินจี๋กำลังเป็นที่นิยม
ขอแค่ช่องผู้เขียนมีชื่อปู่เย่จวินจี๋สามคำนี้ ต่อให้เขาเขียนอะไรแค่เห็นชื่อเขาก็รับประกันยอดขายอย่างต่ำห้าล้านเล่มได้แน่นอนค่ะ
แล้วบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนก็มองว่างาน ‘เจตนาเลือด’ มีคุณภาพสูงมาก เลยสั่งพิมพ์รอบแรกสิบล้านเล่ม
และคิดว่ารอบต่อๆ ไปก็น่าจะขายหมดทั้งหมดค่ะ…”
หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์กล่าวอย่างนอบน้อม โดยไม่สนใจท่าทีตามสบายไม่สนโลกของประธานบริษัท
ช่วงนี้ในบริษัทมีข่าวลือว่าประธานโทรหาตัวแทนคุนเผิงระหว่างการประชุม ในสายพูดแค่ ‘ช่วยเห็นแก่ผมหน่อย’ แล้วประธานก็ทำให้อาจารย์ปู่เย่จวินจี๋ที่สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ในฉินโจวต่างแย่งตัวกัน ยอมตกลงร่วมงานกับเสินฮว่าทันที
หน้าตาของประธานใหม่คนนี้ใหญ่โตขนาดไหนกันนะ!
ด้วยชื่อเสียงของปู่เย่จวินจี๋ในวงการสิ่งพิมพ์ ทำให้ทั้งสำนักพิมพ์เสินฮว่าตั้งแต่ล่างถึงบนล้วนปลื้มปีติดีใจ!
ทำให้แม้แต่หลินจือไป๋ ประธานหนุ่มหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาก็เริ่มมีบารมีในบริษัทแล้ว!
เมื่อมีบารมีก็ย่อมมีสิทธิ์วางมาดของการเป็นนายใหญ่ ยิ่งได้ข่าวว่าเป็นหลานชายคนเล็กของประธานใหญ่ ทายาทตระกูลร่ำรวยแบบนี้ไม่หยิ่งผยองสิแปลก
“ถ้าพิมพ์รอบแรกสิบล้านเล่ม” หลินจือไป๋ถาม “จะจัดอยู่ระดับไหนในวงการนิยายครับ?”
“สิบอันดับแรกค่ะ!” หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์ตอบทันที “นิยายของปู่เย่จวินจี๋ตอนนี้อิทธิพลติดสิบอันดับแรกของตลาดค่ะ!”
สิบอันดับแรก?
หลินจือไป๋คิดว่าตนเองหูฝาดไป “นี่คน… คนที่ผมดึงตัวมาเจ๋งขนาดนี้เลยเหรอ?”
ที่แท้ตัวตนนักเขียนของฉันก็เทพขนาดนี้แล้วเหรอ?
“จะว่ายังไงดีล่ะคะ” หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์ยิ้ม “กรณีของปู่เย่จวินจี๋ไม่เหมือนกับนักเขียนชื่อดังคนอื่นค่ะ”
ไม่เหมือน?
หลินจือไป๋ครุ่นคิด “เพราะสถานะคนเขียนบทใช่ไหมครับ?”
หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์พยักหน้า “ถ้าวัดกันแค่จำนวนนักอ่านแฟนหนังสือ ความจริงแล้วจำนวนแฟนหนังสือของปู่เย่จวินจี๋เทียบกับนักเขียนที่ติดสิบอันดับแรกในแง่ของอิทธิพลในตลาดยังถือว่าน้อยมากค่ะ
แต่เพราะปู่เย่จวินจี๋ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะคนเขียนบทละคร เขาเลยมีฐานแฟนคลับละครมหาศาล
แฟนละครเหล่านี้ก็จะซื้อหนังสือที่ปู่เย่จวินจี๋เขียนด้วยเหมือนกันค่ะ”
หลินจือไป๋หลุดขำ ที่แท้ก็แบบนี้เอง ว่าไปแล้วปู่เย่จวินจี๋ก็ถือเป็นตัวประหลาดในวงการนิยายเลยทีเดียว
เพราะจริงๆ แล้วปู่เย่จวินจี๋เขียนนิยายมาแค่สามเล่มเท่านั้นเอง
‘รวมเรื่องสั้นปู่เย่จวินจี๋’ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ‘ความลับ’
เดบิวต์มาตั้งนานแต่เขียนหนังสือแค่สามเล่ม ฐานแฟนคลับเลยไม่ได้มากมายขนาดนั้น
แต่อิทธิพลของปู่เย่จวินจี๋ในตลาดนิยายกลับติดหนึ่งในสิบ แน่นอนว่าเป็นเพราะฐานะนักเขียนบท
ก่อนหน้านี้มี ‘The Knockout’ ต่อมามี ‘Unexpectedness’ ตามด้วย ‘Conquer’ ล่าสุดยังมีละครน้ำเน่าเรตติ้งแตกอย่าง ‘Home Temptation’
ละครทั้งสามเรื่องเรตติ้งถล่มทลาย มินิละครก็ยังถูกพูดถึงนับไม่ถ้วน
จึงมีแฟนละครจำนวนมากยอมควักเงินซื้อหนังสือของปู่เย่จวินจี๋
แต่คนกลุ่มนี้จะนับเป็นแฟนนิยายได้ไหม? จัดเป็นแฟนละครน่าจะเหมาะกว่า
แต่สำนักพิมพ์เสินฮว่าไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าคนที่มาซื้อนิยายของปู่เย่จวินจี๋จะเพราะชอบละครของเขาหรือเพราะชอบฐานะนักเขียนนิยาย
อย่างไรขอแค่ยอมจ่ายเงินซื้อหนังสือก็พอ!
ก็เหมือนที่หลินจือไป๋ให้พี่สาวชวนดาราออกอัตชีวประวัติ ดาราพวกนั้นไม่ใช่นักเขียนย่อมไม่มีแฟนหนังสือ
แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับยอดขายหนังสือของพวกเขาเลย เพราะแฟนคลับยินดีควักเงินซื้ออยู่แล้ว
“ลักษณะคล้ายๆ กันเลยแฮะ” หลินจือไป๋พึมพำ
“คุณว่าอะไรนะคะ?” หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์ฟังไม่ถนัด
หลินจือไป๋ยิ้ม “ไม่มีอะไรครับ โทรศัพท์คุณดังนะ”
“ร้านหนังสือโทรมาค่ะ”
หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์เหลือบมองสายเรียกเข้าแล้วรับโทรศัพท์ต่อหน้าหลินจือไป๋โดยไม่เดินออกไป
“ทางร้านหวาซินจะสั่งซื้อ ‘เจตนาเลือด’ เพิ่ม? ใช่ครับ!”
“เพิ่มกี่เล่มคะ?”
“ห้าแสนเล่ม!”
“เท่าไหร่นะคะ!?”
หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์พลันพูดด้วยน้ำเสียงสูงขึ้น สีหน้าคล้ายคนตกใจ
หลังจากยืนยันซ้ำอยู่หลายรอบแล้ววางสายไป เธอก็กล่าวอย่างร้อนรนขึ้นมา
“ประธานคะ ดิฉันมีเรื่องต้องไปจัดการนิดหน่อย ร้านหนังสือหวาซิน…”
คำพูดยังไม่ทันจบ โทรศัพท์อีกสายก็ดังขึ้น เธอกดรับอีกครั้ง
“อะไรนะคะ? พวกคุณก็จะสั่งเพิ่ม? สามแสนเล่ม?”
หลังจากวางสายรอบสอง หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์ก็ตื่นเต้นจนยากจะกลั้นอารมณ์ได้
“คุณไปจัดการเถอะ” หลินจือไป๋โบกมือตอบ
“ค่ะ!”
หัวหน้าฝ่ายจัดพิมพ์โค้งลาอย่างตื่นเต้น แต่ก่อนออกจากห้องก็อดพูดประโยคหนึ่งไม่ได้
“หนังสือเล่มใหม่ของปู่เย่จวินจี๋ขายดีกว่าที่เราคาดไว้อีก ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของท่านประธานค่ะ!”
หลินจือไป๋โบกมืออีกครั้ง ไม่ใส่ใจกับคำยกยอของลูกน้อง
หลินจือไป๋กำลังครุ่นคิดถึงพลังอิทธิพลแปลกๆ ของปู่เย่จวินจี๋ในตลาด
คนที่ซื้อหนังสือของปู่เย่จวินจี๋ส่วนมากเป็นแฟนละคร เพราะผลงานนิยายมีไม่กี่เล่ม ฐานนักอ่านจึงยังไม่ใหญ่นัก
นั่นแปลว่าปู่เย่จวินจี๋ยังสามารถขยายฐานแฟนนิยายได้อีกเยอะ
“ดูท่าต้องเขียนนิยายเพิ่มซะแล้ว”
พอดีหลินจือไป๋เองก็กำลังจะเขียนนิยาย ‘มังกรหยก’ เสร็จอีกเล่ม
ฝั่งเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็กำลังถ่ายทำละคร ‘มังกรหยก’ อยู่
หลินจือไป๋เลยกะว่าจะออกนิยายพร้อมกับที่ละครออกอากาศ พอถึงตอนนั้นนิยายกับละครก็จะช่วยเสริมกัน!
น่าจะช่วยเพิ่มแฟนนิยายให้ปู่เย่จวินจี๋ได้มหาศาล!
ไม่แปลกใจที่บรรดาสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ อยากได้ตัวนักเขียนระดับปู่เย่จวินจี๋สุดชีวิต
นักเขียนอย่างปู่เย่จวินจี๋ที่ติดสิบอันดับแรกในตลาดวงการนักเขียนฉินโจว สำหรับสำนักพิมพ์แล้วก็คือเครื่องพิมพ์เงินดีๆ นี่เอง!
ยกตัวอย่างเช่น ‘เจตนาเลือด’ เล่มนี้ สำนักพิมพ์เสินฮว่าตั้งราคาปกเล่มละยี่สิบหยวน
พิมพ์ครั้งแรกสิบล้านเล่ม คาดว่าเดือนนี้คงขายหมดได้สบายๆ ไม่กดดัน
เท่ากับว่า ‘เจตนาเลือด’ เล่มนี้จะสร้างมูลค่าตลาดได้ถึงสองร้อยล้าน!
แน่นอนว่าสองร้อยล้านนี่คือมูลค่าตลาด ยังต้องหักต้นทุนการพิมพ์ ส่วนแบ่งนักเขียน และภาษีบริษัท
ที่ยิ่งขายได้ยิ่งจ่ายมาก สำหรับสำนักพิมพ์เสินฮว่าคาดว่าสุดท้ายคงได้กำไรสุทธิจากหนังสือของปู่เย่จวินจี๋เล่มนี้เกือบหนึ่งร้อยล้าน?
แม่งเอ๊ย! ถ้าไม่ใช้เครื่องพิมพ์เงินจะเรียกว่าอะไร?
ทุนนิยมจอมละโมบ นิยายของฉันทำเงินให้พวกเขาขนาดนั้น แต่สุดท้ายแบ่งเงินให้ฉันแค่นี้?
ไม่แปลกที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ในชาติก่อนถึงรวยเป็นหมื่นล้าน
เกรงว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่สร้างมูลค่าทางการค้ามากเกินกว่าจะคำนวณได้ ตัวเลขที่แท้จริงของกำไรเป็นเท่าไหร่คงมีแต่เจ้าของทุนที่รู้
ถ้ายอดขายนิยายพุ่งสูง อยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจ!
ไม่แปลกเลยที่ตนดึงตัวปู่เย่จวินจี๋มา ก็ยืนหยัดมั่นคงในบริษัทได้ทันที
ต่อให้จะจัดการหวังจื่อ หลัวต๋า เปยลี่ เริ่นเจียชุน ยังไง พวกนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงสักแอะเลยด้วยซ้ำ
แม้แต่โปรเจกต์ ‘พัฒนาซอฟต์แวร์’ คนพวกนั้นต่างก็ปัดความรับผิดชอบแต่ก็ยอมให้เดินหน้า
คงเพราะทุกคนรู้ดีว่ามูลค่าทางการค้าของปู่เย่จวินจี๋มากมายมหาศาลแค่ไหน
จู่ๆ กลับเป็นหลินจือไป๋เสียเองที่ประเมินค่าตัวตน ‘ปู่เย่จวินจี๋’ ในวงการนิยายต่ำเกินไป
ตอนนี้ตัวฉันก็คือทุนนั่นเอง!
สำนักพิมพ์นาเซิน เวลานี้ผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์นาเซินต่างสีหน้าหม่นหมอง
ปู่เย่จวินจี๋ถูกเสินฮว่าดึงตัวไปแล้ว แถมยังออกหนังสือใหม่กับเสินฮว่า!
“ได้ข่าวว่า ‘เจตนาเลือด’ ตีพิมพ์รอบแรกสิบล้านเล่มเลย”
“ละครหลายเรื่องของปู่เย่จวินจี๋ทำให้เขามีแฟนละครมหาศาลจริงๆ”
“แฟนละครพวกนั้นเยอะกว่าแฟนนิยายซะอีก แถมยังมีไม่น้อยที่ยอมควักเงินซื้อหนังสือด้วย”
“แผนกนิยายสืบสวนได้อ่าน ‘เจตนาเลือด’ แล้วหรือยัง?”
“คำวิจารณ์เป็นไงบ้าง?”
“เดี๋ยวฉันไปตามคนของแผนกนิยายสืบสวนมาถามดู”
หัวหน้าออกคำสั่ง หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนของสำนักพิมพ์นาเซินมาถึงห้องประชุมอย่างรวดเร็ว
“ผมกำลังอ่านนิยาย ‘เจตนาเลือด’ อยู่ตอนนี้ อ่านไปครึ่งเล่มแล้ว
เท่าที่รู้สึกคือฝีมือการเขียนแนวสืบสวนของปู่เย่จวินจี๋จะว่าเก่งก็ไม่ใช่ จะว่าแย่ก็ไม่เชิง ประมาณนักเขียนนิยายแนวสืบสวนระดับสอง…”
หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนกล่าว
ข่าวนี้ทำให้บรรดาผู้บริหารระดับสูงของสำนักพิมพ์นาเซินสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
“นั่นก็แปลว่า ‘เจตนาเลือด’ ที่พิมพ์รอบแรกสิบล้านเล่ม ตลาดอาจจะรับไม่หมด เสินฮว่ามองยอดขายนิยายของปู่เย่จวินจี๋ในแง่ดีเกินไปหน่อย”
บรรณาธิการใหญ่ของสำนักพิมพ์นาเซินกล่าว
หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนพยักหน้า
“ปู่เย่จวินจี๋ถนัดแนวลึกลับมากกว่าสืบสวน ไม่ใช่จุดแข็งของเขา
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือผลงานก่อนๆ ของเขาก็มีองค์ประกอบสืบสวนแต่มีไม่มาก เหมือนแค่ประดับไว้เท่านั้น
ดังนั้นพอเขียนแนวสืบสวนล้วนๆ ฝีมือด้านนี้ของเขาเลยยังตามไม่ทัน…”
เวลานี้เองรองบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนวิ่งพรวดพราดเข้ามา ในมือถือ ‘เจตนาเลือด’ ที่ซื้อเมื่อเช้าติดมาด้วย สีหน้าดูลนลานเล็กน้อย
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
“เป็นอะไรต้องลนลานขนาดนี้?” ผู้บริหารไม่พอใจ “มีเรื่องอะไร?”
“นิยายเล่มนี้…” รองบรรณาธิการยก ‘เจตนาเลือด’ ในมือขึ้น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะรีบร้อนวิ่งมาเกินไป
“ตั้งสติแล้วพูดมา!” บรรณาธิการใหญ่ใจเต้นวูบ
“ระดับกลลวงในนิยายเล่มนี้จะว่าโดดเด่นก็ไม่ใช่
แต่ปู่เย่จวินจี๋ได้สร้างเทคนิคการเขียนแนวสืบสวนแบบใหม่ขึ้นมา เทคนิคนี้ต้องทำให้วงการนิยายสืบสวนฉินโจวสั่นสะเทือนแน่นอน!”
“เวอร์ขนาดนั้นที่ไหนกัน ก็แค่เทคนิคลวงผู้อ่านทั่วไป…”
หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายนิยายสืบสวนเพิ่งตัดสินไปว่า ‘เจตนาเลือด’ เป็นแค่นิยายสืบสวนระดับสองอยู่เลย ไม่คิดว่ารองบรรณาธิการจะวิ่งมาพูดสวนทางแบบนี้
“คุณอ่านถึงตรงไหนครับ?”
“ตรงนี้ไง”
“คุณลองอ่านต่อไปอีกสองสามบท แล้วจะเข้าใจเองครับ”
“หืม?”
หัวหน้าบรรณาธิการชะงัก จากนั้นก็เปิดหน้าต่อไปอย่างรวดเร็ว
อ่านไปเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวของเขาก็แข็งค้าง ใบหน้าปรากฏความตกตะลึงเหลือเชื่อ
“ทำไม? บ้าน่า!”
บรรดาผู้บริหารใหญ่ๆ ของสำนักพิมพ์นาเซินเริ่มกังวลขึ้นมา
หัวหน้าบรรณาธิการเงยหน้าขึ้นมองเหล่าผู้บริหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“’เจตนาเลือด’ ของปู่เย่จวินจี๋เล่มนี้ น่าจะกลายเป็นผลงานขึ้นหิ้งในประวัติศาสตร์นิยายสืบสวน
เขาใช้เทคนิคการเขียนที่ไม่เคยมีมาก่อน หลอกล่อผู้อ่านทุกคนไว้ในกำมือของตัวเอง
หากไม่อ่านจนถึงหน้าสุดท้าย ก็ไม่มีทางเดาได้เลยว่าความจริงคือ…”
วันนี้เอง! กลลวงการบรรยายได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!