ผมนี่แหละศิลปินพาร์ตไทม์ - ตอนที่ 214 ปู่เย่จวินจี๋ขึ้นแถวสี่
จริงๆ แล้วพล็อตเรื่องของ ‘เจตนาเลือด’ ไม่ได้ซับซ้อนเลย
นิยายเล่าเรื่องผ่านบันทึกจากมุมมองของนักเขียน โนโนงุจิ โอซามุ และตำรวจ คางะ เคียวอิจิโร่ ถ่ายทอดเหตุการณ์ที่นักเขียน ฮิดากะ คูนิฮิโกะ เสียชีวิตกะทันหันในคืนก่อนเดินทางไปต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้มีชื่อว่าคางะ เคียวอิจิโร่
ในการสืบสวน ตำรวจนายนี้ค่อยๆ มั่นใจว่าโนโนงุจิ โอซามุ คือฆาตกร
โนโนงุจิ โอซามุยอมรับสารภาพว่าตัวเองเป็นผู้ลงมือฆ่า แต่กลับไม่ยอมเปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุ
หลังจากนั้นในที่สุดคางะก็พบเหตุผลเบื้องลึกของโนโนงุจิ โอซามุ ระหว่างการสอบสวน
ที่แท้โนโนงุจิ โอซามุ เคยมีสัมพันธ์ลับกับ ฮัตสึมิ ภรรยาคนแรกของฮิดากะที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์
และถูกฮิดากะจับได้พร้อมหลักฐาน จนถูกบังคับให้เป็นนักเขียนเงาของฮิดากะนานถึงเจ็ดปี
กล่าวคือ นักเขียนชื่อดังที่ชื่อฮิดากะผู้นี้ แท้จริงแล้วมีนักเขียนเงามาตลอด และคนคนนั้นก็คือโนโนงุจิ โอซามุ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ โนโนงุจิ โอซามุ ผู้เป็นฆาตกรกลับกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายตัวจริง เขาไม่ยอมเผยความจริงก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของฮัตสึมิ
บรรณาธิการใหญ่แผนกนิยายสืบสวนของสำนักพิมพ์นาเซินอ่านมาถึงตรงนี้ จึงวิจารณ์ว่า ‘เจตนาเลือด’ เป็นนิยายสืบสวนขั้นสองธรรมดาทั่วไป
ในความเป็นจริง หากไม่ดูการพลิกผันของเนื้อเรื่องในตอนหลัง ‘เจตนาเลือด’ ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก
แต่แล้วหลายครั้ง ผู้คนมักถูกหลักจิตวิทยาการรับรู้ครั้งแรกชี้นำไปผิดทางได้ง่ายๆ
เปิดเรื่องมาก็ใช้ปากคำของโนโนงุจิ โอซามุ เล่าถึงอดีตของฮิดากะในตอนที่ยังมีชีวิต
ฮิดากะฆ่าแมวของเพื่อนบ้านเพื่อให้บ้านปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้อ่านมีอคติการรับรู้แรกว่าฮิดากะเป็นคนที่โหดเหี้ยม
ต่อมาเมื่อคดีฆาตกรรมของโนโนงุจิถูกตำรวจเปิดโปง จึงลากไปสู่แรงจูงใจในการฆ่า
โนโนงุจิเคยมีความสัมพันธ์ลับกับฮัตสึมิอดีตภรรยาของฮิดากะ พวกเขาถูกฮิดากะจับได้และถ่ายวิดีโอไว้
โนโนงุจิจึงถูกบีบบังคับให้เป็นนักเขียนเงาของฮิดากะมาตลอดเจ็ดปี
หนังสือส่วนใหญ่ของฮิดากะที่ตีพิมพ์อยู่ตอนนี้ล้วนเป็นผลงานของโนโนงุจิ
ภาพลักษณ์ที่ทั้งเสแสร้งและน่ากลัวของฮิดากะจึงถูกสร้างขึ้น
เมื่อผู้อ่านถูกโน้มน้าวจากอคติแรกที่ได้รับ จึงมีภาพจำที่ถูกกำหนดไว้แล้วเกี่ยวกับตัวละครนี้
แต่แล้วช่วงท้ายเรื่อง จู่ๆ มุมมองการเล่าเรื่องก็เปลี่ยนจากบันทึกของโนโนงุจิมาเป็นบันทึกคดีของตำรวจคางะ
แท้จริงบันทึกของโนโนงุจินั้นจงใจเขียนขึ้นให้ตำรวจอ่าน หลักฐานที่ทิ้งไว้ก็ล้วนถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า!
ความสัมพันธ์ลับกับฮัตสึมิก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ!
แม้แต่หนังสือที่ฮิดากะตีพิมพ์ก็ไม่ได้เขียนโดยโนโนงุจิ!
แม้แต่แมวก็ไม่ได้ถูกฮิดากะฆ่า!
โนโนงุจิโกหกทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ!
เนื่องจากบันทึกของโนโนงุจิถูกเขียนขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน สะท้อนอารมณ์ ทำให้ช่วงแรกเขาหลอกตำรวจได้อย่างแนบเนียน
และด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงหลอกคนอ่านได้เช่นกัน
“ช่วงแรกของนิยายถูกเล่าผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง กล่าวคือใช้ชีวิตประจำวันของโนโนงุจิเล่าคดี
ถ้าไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นมุมมองของตำรวจในตอนท้าย ใครจะคิดล่ะว่า ‘คำ’ ที่อยู่ในเรื่องทั้งหมดเป็นคำโกหกมหันต์!”
รองบรรณาธิการใหญ่ของสำนักพิมพ์นาเซินถึงกับตื่นเต้น
นี่ไม่เกี่ยวกับฝักฝ่ายสำนักพิมพ์ นักวิจารณ์ผู้คร่ำหวอดในวงการนิยายแนวสืบสวนมานานหลายปี ยอมศิโรราบต่อพรสวรรค์ของปู่เย่จวินจี๋อย่างหมดใจ!
ข้างๆ กัน หัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนที่กำลังพลิกอ่านตอนจบพึมพำด้วยสีหน้าเหม่อลอย
“ใช่แล้ว ใครจะคิดว่าตัวผมในเรื่องกลับโกหกมาตลอด ปู่เย่จวินจี๋ใช้เทคนิคล้มกระดาน พลิกภาพลักษณ์ของโนโนงุจิและฮิดากะกลับหัวอย่างสิ้นเชิงในช่วงท้าย…”
แท้จริงแล้วฮิดากะเป็นนักเขียนที่ซื่อตรงดีงาม หรืออาจถึงขั้นเรียกว่าเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ได้เลย
ส่วนโนโนงุจินั้นเป็นคนที่เต็มไปด้วยคำลวงและจิตใจอาฆาตพยาบาท
เขาเป็นฆาตกรตัวจริง แรงจูงใจในการฆ่าล้วนถูกเขากุขึ้นมาเอง
นี่แหละคือที่มาของชื่อเรื่อง เขาฆ่าฮิดากะด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงเพราะ เจตนาร้าย! เจตนาร้ายในจิตใจมนุษย์!
ต้องรู้ว่าโนโนงุจิกับฮิดากะรู้จักกันมานานมาก ตั้งแต่สมัยมัธยมทั้งคู่ก็มีความเกี่ยวพันกันอยู่ไม่ห่าง
โนโนงุจิจำนนให้กับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน เข้าพวกกับนักเลงคนอื่น
แต่ฮิดากะผู้ซื่อตรงกลับไม่เคยยอมแพ้ และพยายามต่อต้านความรุนแรงในโรงเรียน
ทั้งสองต่างก็มีความฝันในการเป็นนักเขียนเหมือนกัน
แต่พอโตขึ้น ความแตกต่างก็ยิ่งชัดเจน ฮิดากะกลายเป็นนักเขียนชื่อดัง ส่วนงานเขียนของโนโนงุจิกลับไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เลย
นี่ไม่ใช่แค่ช่องว่างทางฝีมือ แต่มันคือความต่างในเรื่องความเป็นคน
เปลวเพลิงแห่งความริษยาแผดเผาใจโนโนงุจิจนถึงขั้นสังหารฮิดากะอย่างโหดเหี้ยม
หลังจากนั้นก็เสแสร้งปกปิดหลักฐาน แต่แท้จริงแล้วกลับจงใจทิ้งเบาะแสหลอกล่อตำรวจไปทีละก้าวๆ
เพราะสิ่งที่เขาอยากทำลายไม่ใช่เพียงแค่ตัวฮิดากะ แต่เป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของฮิดากะ!
เพราะตนเองกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง ก็ยิ่งไม่อาจทนเห็นฮิดากะมีชีวิตอยู่อย่างเปล่งประกายเจิดจ้า
จึงยอมแลกชีวิตเพื่อทำลายฮิดากะ เจตนาร้ายนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
“เราไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนี้!” เหล่าผู้บริหารใหญ่ของสำนักพิมพ์นาเซินยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิด “เราอยากรู้แค่ว่านิยายเล่มนี้จะดังไหม?”
“แน่นอนครับ” หัวหน้ากับรองหัวหน้าบรรณาธิการแผนกสืบสวนสบตากัน ก่อนพยักหน้าอย่างมั่นใจ
บรรดาผู้บริหารของสำนักพิมพ์นาเซิน บางคนขยี้ตา บางคนตบหน้าผาก แสดงท่าทีเสียดายปนจนใจ
เครื่องพิมพ์เงินดีๆ ทำไมถึงหนีไปอยู่ที่เสินฮว่าซะได้ล่ะเนี่ย?
การประเมินของมืออาชีพไม่ค่อยคลาดเคลื่อนนัก ‘เจตนาเลือด’ ดังจริงๆ ขายดีถล่มทลายตั้งแต่วันแรก
วันที่สองยิ่งขายดีเข้าไปอีก เพราะกระแสวิจารณ์จากสำนักศึกษาออกมาแล้ว
‘อ่านนิยายของปู่เย่จวินจี๋ครั้งแรกเลย ปกติเคยดูแต่ละครของเขา ไม่คิดเลยว่านิยายจะสนุกยิ่งกว่าละครอีก ตอนจบหักมุมแบบโคตรว้าว!’
‘ตอนจบโคตรเจ๋ง! ไม่อยากสปอยล์แต่ขอแนะนำให้แฟนนิยายแนวสืบสวนทุกคนอ่านเรื่องนี้ เทคนิคการเขียนของปู่เย่จวินจี๋สุดยอด!’
‘นี่คือนิยายที่มีเทคนิคการเขียนสูงที่สุดของปู่เย่จวินจี๋!’
‘เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนโหวราตรีมืดมากกว่า ปมฆาตกรรมด้วยเจตนาร้ายไม่ใช่ส่วนที่กระตุกใจฉันที่สุด
แต่เป็นการหักมุมที่อึ้งจนพูดไม่ออกตอนจบต่างหาก!’
‘เจตนาร้ายไร้เหตุผล คือเจตนาร้ายที่น่ากลัวที่สุด!’
‘เป็นนิยายสืบสวนที่น่ากลัวที่สุดที่เคยอ่านมาเลย ไม่มีฉากสยอง ไม่มีวิธีการฆ่าที่โหดเหี้ยมอำมหิต สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือจิตใจของมนุษย์นี่แหละ!’
‘การทำลายคนคนหนึ่งไม่ใช่การพรากชีวิต แต่คือการทำลายชื่อเสียง อนาคต และสิ่งที่เขาทุ่มเทมาทั้งชีวิตต่างหาก’
‘บทสัมภาษณ์กลุ่มตัวละครช่วงท้ายแม่งสุดจัด ได้ฟังทุกคนพูดถึงโนโนงุจิกับฮิดากะแบบกลับตาลปัตรกับที่นักอ่านรู้จักมาตลอดทั้งเรื่องเลยอะ!’
‘ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเจตนาร้ายแบบนี้อยู่บนโลกด้วย!’
นักอ่านทั่วไปจำนวนไม่น้อยตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อหนังสือจากกระแสปากต่อปาก
ตอนนี้กระแสคำชมออกมาแล้ว เรียกได้ว่า ‘เจตนาเลือด’ ได้รับคำชมถล่มทลาย
ตอนนี้ผู้คนจึงไม่ลังเลพากันควักเงินจ่ายกันไม่ยั้ง
อีกด้านหนึ่งนักวิจารณ์มืออาชีพก็ออกมาให้ความเห็น
‘การทำลายใครสักคนให้สิ้นซากก็คือการทำให้เขาเสียชื่อเสียงจนย่อยยับ เมื่ออ่าน ‘เจตนาเลือด’ จบจึงได้รู้จักปู่เย่จวินจี๋ตัวจริง’ – [วรรณกรรมฉินโจว]
‘เมื่อเทียบกับความโดดเด่นในฐานะคนเขียนบท เราแทบลืมไปเลยว่าปู่เย่จวินจี๋เป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยมเพียงใด
โชคดีที่ ‘เจตนาเลือด’ ทำให้ป้าย ‘นักเขียน’ บนตัวเขากลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง’ – [เสียงวรรณกรรม]
‘จังหวะแปลก ประสบการณ์อ่านไม่ดี ภาษายุ่งยาก แม้การหักมุมถึงสามครั้งจะน่าทึ่ง
แต่แค่ดูความหนาของหนังสือก็รู้แล้วว่าไม่ง่ายอย่างที่เห็น ใช้ความรุนแรงในโรงเรียนมาอธิบายเจตนาร้ายโดยกำเนิด
แม้จะมีเหตุผลในเชิงตรรกะ แต่ในแง่ความลึกซึ้งก็ยังดูเบาเกินไป ปู่เย่จวินจี๋เทคนิคฉลาดแต่ไม่ล้ำ’ – [นาเซินเดลี่]
‘นิยายเล่มใหม่ของปู่เย่จวินจี๋ ‘เจตนาเลือด’ ใช้เทคนิคการเขียนแบบใหม่ในตอนจบซึ่งเรียกมันว่ากลลวงการบรรยาย
ใช้การสลับมุมมองหลอกคนอ่านก่อนหักมุมจนได้ผลลัพธ์สุดว้าว คำว่ากลลวงการบรรยายเหมาะสมที่สุดจริงๆ!’ – [เสินฮว่าไทมส์]
‘ปู่เย่จวินจี๋ไม่ได้ถนัดการวางปริศนา เขาแค่เชี่ยวชาญการเขียนเรื่องจิตใจมนุษย์
เพราะฉะนั้นปู่เย่จวินจี๋คือยอดนักเขียนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าให้อยู่ในหมวดนิยายสืบสวน เขาอาจจะเป็นได้แค่นักเขียนแถวสอง’ – [สมาคมสืบสวน]
สื่อส่วนใหญ่นั้นให้คะแนนในแง่บวก ส่วนพวกที่วิจารณ์แง่ลบมักจะเป็นสื่อในเครือนาเซิน
แน่นอนเรื่องนี้ปกติมากเพราะปู่เย่จวินจี๋แยกทางกับสำนักพิมพ์นาเซินแล้ว
ที่สำนักพิมพ์เสินฮว่า หลินจือไป๋บอกเลขาสาวให้รวบรวมรีวิวเกี่ยวกับ ‘เจตนาเลือด’ จากทุกสื่อมาดูในรวดเดียว
พออ่านจบหลินจือไป๋ก็ยิ้มบางๆ ดูท่าว่ายอดขายสิบล้านเล่มคงไม่หนีไปไหนแล้ว
อย่างที่หลินจือไป๋คาดไว้ ในวันต่อๆ มา สำนักพิมพ์เสินฮวารับโทรศัพท์ขอเติมสต็อกจากร้านหนังสือใหญ่ไม่หยุด
ยิ่งปู่เย่จวินจี๋สร้างมูลค่าทางการค้าให้สำนักพิมพ์เสินฮว่าได้มากเท่าไร ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ในฐานะประธานคนใหม่ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
วันที่สามหลังนิยายวางขาย มีคนสังเกตเห็นว่าบนชาร์ตจัดอันดับคนดังแห่งฉินโจว
ปู่เย่จวินจี๋ได้ขึ้นแถวสี่อย่างเป็นทางการแล้ว!
พร้อมกันนั้น ยอดผู้ติดตามปู่เย่จวินจี๋ในแพลตฟอร์มจี๋กวงก็ทะลุสิบล้าน ช่องคอมเมนต์คึกคักกันสุดๆ
‘ขึ้นแถวสี่แล้ว โคตรเท่เลย!’
‘แฟนคลับก็ทะลุล้านสิบแล้ว!’
‘ยินดีด้วยนะ! ตอนที่อูฉือไลฟ์สดบอกว่าสำหรับคุนเผิงเขาคือ O แต่อันดูยังไงก็รู้สึกว่าตำแหน่ง O คืออาจารย์ปู่เย่จวินจี๋ต่างหาก!’
‘จวินหลิน: งั้นแล้วฉันล่ะ?’
‘555 จูฉีอร่วงไปแล้ว!’
‘ช่วงนี้ปู่เย่จวินจี๋ดังสุดๆ ไปเลย ก่อนหน้านี้ในเน็ตต่างพูดถึงแต่ละครน้ำเน่าของเขา ตอนนี้ก็พูดถึงแต่เจตนาเลือด’
‘ตลาดนิยายไม่ได้กว้างขนาดนั้น เรื่องกระแสการพูดถึงยังไงละครน้ำเน่าเรื่องนั้นก็สูงกว่า’
‘ก็จริงอยู่ แต่ถ้าวัดกันเรื่องคลาสละก็ ‘เจตนาเลือด’ เหยียบละครน้ำเน่าเรื่องนั้นแบนแต๊ดแต๋เลย เวลาปู่เย่จวินจี๋เอาจริงนี่น่ากลัวชะมัด!’
‘เขียนนิยายเยอะๆ หน่อย! อย่าเอาแต่เขียนบทละครอย่างเดียว!’
สามตัวตนของหลินจือไป๋ อูฉือกับไป๋ตี้ขึ้นแถวสี่ไปแล้ว ตอนนี้ในที่สุดปู่เย่จวินจี๋ก็เข้าสู่แถวสี่เสียที
แววตาของหลินจือไป๋เปล่งประกายคาดหวัง ดูเหมือนควรวางแผนให้ทั้งสามตัวตนบุกไปสู่แถวสามได้แล้ว
หนนี้ปล่อยให้ปู่เย่จวินจี๋ลุยก่อน หลินจือไป๋ตั้งใจจะเขียนนิยายเพิ่มอีกสองสามเล่ม
เปิดเครื่องพิมพ์เงินแบรนด์ปู่เย่จวินจี๋ให้เดินเครื่องเต็มสูบ!
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินจือไป๋ก็เรียกระบบออกมา เริ่มกำหนดนิยายเล่มใหม่
“ติ้งต่อง” เสียงแจ้งเตือนหนังสือใหม่ดังขึ้น
“ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับนิยาย ‘บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน’”